บทที่ 13
รายงานตัวแก่สำนัก
บันไดทอดยาวหลายพันคันมุ่งตรงขึ้นไปบริเวณสำนักตั้งผงาดอยู่บนูเาสูงในตอนนี้สำนักหุบเขากระบี่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณ้าการเดินทางขึ้นไปนั้นมีทางเดียวนั่นคือการเดินทางผ่านแดนหลายพันคันที่ตั้งอยู่
สำนักหุบเขากระบี่ได้ชื่อว่าเป็หนึ่งในสำนักที่มีการค้นคว้าและการศึกษาเกี่ยวกับด้านวิชากระบี่มากที่สุดไม่ต้องกล่าวถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานสำนักแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายร้อยปี
การสืบทอดของผู้คนรุ่นต่อรุ่นที่ผ่านพ้นมาทำให้ภายในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่อยากจะเข้ามาร่ำเรียนบันไดหลายพันคันถือว่าเป็หนึ่งในบททดสอบสำหรับคนที่จะเข้ามาศึกษาภายในสำนักหุบเขากระบี่
ในวันนี้เป็่เวลาประมาณปลายเดือนหกใน่เวลาประมาณปลายเดือนหกเช่นนี้ถึงเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่จะเข้ามารายงานตัวภายในสำนักเหล่าลูกศิษย์ภายในสำนักจะต้องเข้ามารายงานตัวทุกๆสิ้นเดือน
โดยการรายงานตัวในครั้งนี้ของเหล่าลูกศิษย์ภายในสำนักสามารถอธิบายได้หลายอย่างพวกลูกศิษย์ภายในสำนักเข้ามารายงานตัวเพื่อแสดงตัวตนว่าตนเองยังคงเป็ศิษย์ภายในสำนักนั่นคือหนึ่งเหตุผลส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเข้ารายงานตัวเพื่อที่จะรับเสบียง
สำหรับเหล่าลูกศิษย์ภายในสำนักจะมีเสบียงอาหารและก็มีพวกทรัพยากรในการฝึกฝนเฉพาะบุคคลส่วนใหญ่แล้วภายในสำนักจะทำการจัดพวกทรัพยากรในการฝึกฝนให้เสร็จแต่ละคนตามความเหมาะสม
มันเองก็ไม่ใช่ว่าตามความเหมาะสมเสียทีเดียวเพราะว่าทรัพยากรที่ถูกจัดให้เหล่าลูกศิษย์ภายในสำนักมันถูกจัดให้โดยการที่พวกมันนั้นขึ้นอยู่กับความเก่งกาจ
ศิษย์ภายในสำนักยิ่งเก่งกาจยิ่งได้รับทรัพยากรในการฝึกฝนมากขึ้นไปอีกมันเป็เพราะว่าพวกลูกศิษย์ภายในสำนักถ้ามีพื้นฐานที่ดีมีการฝึกฝนพัฒนารวดเร็วสำนักเองก็เห็นแบ๊วว่า้าจะสนับสนุน
เพราะแบบนั้นพวกที่เป็ศิษย์ที่มีความสามารถภายในสำนักจึงกล่าวได้ว่าเป็คนที่ได้รับการสนับสนุนมากขึ้นไปอีกทรัพยากรและเสบียงอาหารก็มีให้ไม่จำกัด แตกต่างจากพวกสิทธิ์ระดับล่างถึงแม้ว่าจะเป็ศิษย์ระดับล่างของสำนักแต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็ลูกศิษย์ที่มีพวกทรัพยากรในการฝึกฝนมากมาย
ภายในสำนักแห่งนี้คงจะมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ในระดับเดียวกับลู่ิไม่สิเรียกได้ว่าตัวของเขาเป็เพียงแค่คนคนเดียวที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้
ถึงแม้ว่าบางคนจะไม่ได้เก่งกาจแต่ว่าพวกผู้ฝึกฝนหรือว่าลูกศิษย์ของสำนักคนอื่นๆก็ยังมีครอบครัวบางคนไม่ได้เก่งกาจแต่ก็มีฐานะสูงส่งเป็เพราะว่าพวกมันเป็บุตรชายหรือบุตรสาวของตระกูลขุนนาง
แต่ว่าแตกต่างกันลู่ิลุงมิ่งไม่มีตระกูลคอยสนับสนุนเมื่อเป็คนไร้ความสามารถมีหรือว่าผู้ใดจะเหลียวแล
ตอนนี้จึงกล่าวได้ว่าตัวของมันนั้นเป็เพียงแค่คนไร้ค่าของสำนักเป็ขยะที่ไม่มีผู้ใดมองเลยแม้แต่นิดเดียว
ตอนนี้ผู้คนมากมายส่วนใหญ่ล้วนแล้วไม่ได้มองเห็นลู่ิคนที่มองเห็นก็เป็พวกที่มักจะกลั่นแกล้งอยู่เป็ประจำ
ลู่ิในวันนี้แต่งกายด้วยชุดของลูกศิษย์ของสำนักเดินมุ่งตรงขึ้นมาบริเวณ้าสำนักเพื่อที่จะมารายงานตัวแน่นอนว่าถ้าไม่มารายงานตัวฐานะของลูกศิษย์ภายในสำนักหุบเขากระบี่มันเองก็จะหลุดไป
ลู่ิเดินตรงขึ้นไปบริเวณ้าสำนักเมื่อตัวของมันเดินขึ้นไปถึงบริเวณ้าโดยใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยามวันนี้ไม่ได้เหนื่อยเหน็ดเลยแม้แต่นิดเดียวแน่นอนว่าก่อนหน้านี้ในตอนที่ร่างกายนั้นอ่อนแอกว่าจะเดินขึ้นมาถึงบริเวณ้าใช้เวลาไปถึงครึ่งวันแถมกว่าจะเดินขึ้นมาร่างกายก็เหนื่อยเหน็ดราวกับว่าจะโดนฉีกกระฉาก
ลู่ิไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนแน่นอนว่าเป็ความรู้สึกที่น่าตกตะลึงแต่ว่าตัวของมันเองก็คาดหวังว่าร่างกายตนเองจะเป็เมื่อเดินขึ้นมาจนถึงบริเวณ้าสำนักพบเห็นประตูขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้า
บริเวณด้านหน้าในตอนนี้คือประตูทางเข้าสำนักบริเวณประตูเป็ประตูเหล็กขนาดใหญ่ถูกเปิดรับลูกศิษย์ของสำนักที่กำลังจะกลับเข้ามา
บริเวณ้ามีป้ายเท็กซ์สีดำสนิทสลักตัวอักษรสีแดงเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า
สำนักหุบเขากระบี่
สำนักหุบเขากระบี่สำนักขนาดใหญ่เพียงแค่ไม่กี่แห่งที่ฝึกฝนและมุ่งเน้นในการนต์บ่มเพาะและก็ขัดเกลาวิชากระบี่อย่างแท้จริงบริเวณประตูสำนักสองข้างมันมีรูปปั้นพยัคฆ์ตั้งเอาไว้
ลู่ิเดินทางมาถึงเท้าทั้งสองข้างหยุดนิ่งภายในใจบังเกิดความคิดมากมายความรู้สึกนับร้อยนับพันที่ประเดประดังเข้ามาในตอนนี้ความรู้สึกมากมายที่ปรากฏขึ้นภายในใจมีทั้งความเครียดแค้นความโกรธแค้น
สำนักแห่งนี้ทำกับตัวของมันเอาไว้เจ็บแสบยิ่งนักหวนกลับมาภายในสถานที่แห่งนี้อีกครั้งความรู้สึกเหมือนเดิมลู่ิพยายามแสดงท่าทางสงบนิ่งก่อนที่จะเดินเข้าไปบริเวณด้านในนั้น
เข้าทำการค่อยๆเดินเข้าไปบริเวณด้านในลู่ิเข้าไปบริเวณด้านในสำนักพื้นที่ของสำนักขว้างขวางสุดลูกหูลูกตายามที่ก้าวพ้นประตูสำนักเข้ามามันเป็ลานกว้างของสำนักที่มีความกว้างขวางเป็อย่างมาก
ภายในสถานที่แห่งนี้มักจะถูกใช้เป็ลานฝึกฝนส่วนร่วมเหล่าลูกศิษย์ของสำนักมีจำนวนมากโดยลูกศิษย์ของสำนักแห่งนี้มันมีมากขนาดที่เรียกได้ว่ามีจำนวนลูกศิษย์นับพันคนเพราะแบบนั้นตัวสำนักจึงมีความใหญ่โตเป็อย่างมาก
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้มองไปทางด้านซ้ายและขวาลู่ิไม่ได้เดินทางมาที่แห่งนี้เป็ครั้งแรกแน่นอนทัศนียภาพบริเวณรอบๆเป็ทัศนียภาพที่คุ้นเคย
ตอนนี้ตั้งใจว่าตนเองนั้นจะเดินทางไปบริเวณด้านข้างของสำนักมุ่งตรงไปยังสถานที่รับเสบียงและก็ลงทะเบียนรายงานตัว
ทางเดินลากยาวไปทางด้านฝั่งตะวันตกหลังจากเดินเข้ามาภายในสำนักบริเวณด้านหน้าสถานที่รายงานตนอยู่บริเวณทางฝั่งตะวันตกของสำนักลู่ิเดินอยู่บนทางเดินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย
เหล่าลูกศิษย์บริเวณรอบๆพวกมันเดินผ่านไปผ่านมาพบเห็นลู่ิเดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้พวกมันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ นั่นมันอะไรกันลูกเต่าลู่เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ด้วยอย่างนั้นหรือคิดว่าตัวของมันจะาเ็เจียนตายไปแล้วเสียอีกไม่พบเห็นโผล่หน้ามาภายในสำนักเลย ”
แน่นอนว่าทุกคนภายในสำนักประหลาดใจข่าวคราวว่าตัวของลู่ิโดนเล่นงานจนาเ็สาหัสกระจายไปทั่วสำนักตอนนี้พบเห็นมันมาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้จึงรู้สึกประหลาดใจ
เห็นแบบนี้ลู่ิเองก็ถือว่าเป็ผู้ที่โด่งดังภายในสำนักเช่นเดียวกันตัวของมันเป็ที่รู้จักภายในสำนักกับผู้คนมากมายทว่าการโด่งดังภายในสำนักของมันแตกต่างจากคนอื่น
โดยชื่อเสียงภายในสำนักนั้นเต็มไปด้วยชื่อเสียงด้านลบผู้คนมากมายตราหน้าว่าตัวของมันนั่นเป็คนไร้ค่าลู่ิหาได้สนใจสายตาของเหล่าผู้คนมากมายที่อยู่บริเวณรอบๆตัวของมันเคยโดนสายตาดูถูกพวกนี้มองมาทั้งชีวิตยามนี้โดนมองอีกสักครั้งมันจะเป็อันใดไป
ใบหน้าเลยเต็มไปด้วยความเรียบเฉยก้าวเดินไปบริเวณด้านหน้าเรื่อยๆบริเวณทางเดิน้าสำนักสถานที่แห่งนี้เป็ทางเดินที่มุ่งตรงไปยังหอรายงานตัว
เดินอยู่บนทางเดินไม่นานนะก็ได้เดินทางไปที่หอรายงานตัว
ณ หอรายงานตัว
ภายในสถานที่แห่งนี้เป็อารามที่มีความสูงประมาณห้าชั้นภายในสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่เก็บหบัญชีและก็พวกรายละเอียดทั้งหมดภายในสำนัก
มีลูกศิษย์มากมายมารายงานตัวภายในสถานที่แห่งนี้แต่่นี้ยามเช้าของวันลู่ิเดินทางมาถึงก็พบเจอผู้คนมากมายตัวของมันตั้งใจว่าจะเดินทางมาเพียงแค่รับเสบียงอาหารในส่วนของตนเองเท่านั้น
ลู่ิหานกล้าเดินตรงเข้าไปหาผู้ที่เป็คนจัดการบัญชีก่อนที่จะเอ่ย“ นามลู่ิมารับเสบียงอาหารของเดือนนี้ ”
เมื่อทำการเอ่ยไปแบบนั้นลูกศิษย์ที่จัดการดูแลเกี่ยวกับเื่พวกนี้เงยหน้าขึ้นมามองมันมองเห็นลู่ิก่อนที่จะสะบัดมือแล้วก็พูด “ เดือนนี้ไม่มีของเ้าไสหัวไป!!! ”
ดังกล่าวออกมาอย่างไร้เยื่อใยไมตรีพูดออกมาราวกับว่าตัดขาดลู่ิแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยจ้องมองไปที่มัน
คนผู้นั้นมองเห็นว่าลูกนิ่งไม่เดินออกไปและยังคงยืนจ้องมองมันมันขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วพูดขึ้น“ เดือนนี้ไม่มีของเ้าภายในสำนักในตอนนี้มีลูกศิษย์ชุดใหม่เข้ามาเสบียงอาหารของสำนักไม่พอเลยจำเป็จะต้องตัดเสบียงอาหารของเ้าส่วนนั้นไป ”
ลู่ิกัดฟันแน่นแม้ใบหน้าจะเรียบเฉยแต่ภายในใจมีความรู้สึกมากมายในขณะที่ยืนอยู่นั่นเองเสียงด้านหลังดังขึ้นมา “ ฮ่าๆๆเกรงว่าคนไร้ค่าอย่างเ้าจะไม่มีที่ยืนภายในสำนักแห่งนี้แล้วกระมัง ”
จบบท