บนดาดฟ้าของตึกสูง30ชั้น เมื่อยืนอยู่บนที่แห่งนี้สามารถมองเห็นส่วนต่างๆของเมืองปักกิ่งได้แทบทั้งเมือง
เวลานี้มีหญิงสาวสวมชุดดำรัดรูปใบหน้าของเธอถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากสีดำทั้งหมด เหลือเพียงช่องว่างเอาไว้ให้มองเห็นได้เพียงดวงตาอันเ็าคู่หนึ่ง
“ เป้าหมายจะไปถึงจุดสังหารในอีก5นาที! ” เสียงจากเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นข้างหูเธอ
“ รับทราบ! ” เสียงเฉยชาดังออกมาจากริมฝีปากของเธอ
ครั้งนี้มันก็เหมือนกับทุกครั้งหน้าที่ของเธอมีเพียงกำจัดเป้าหมายที่องค์กรสั่งมาเท่านั้น ตลอดระยะเวลา7ปี งานที่เธอได้รับมอบหมายมาไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว
ด้วยเคล็ดวิชาลับที่เธอฝึกฝนอย่างหนักมาั้แ่เด็กทำให้เธอกลายเป็ผู้เชี่ยวชาญั้แ่อายุเพียง22ปี และหลังจากนั้นเพียง4ปีตอนนี้เธอได้เป็ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงแล้ว
เธอมีชื่อว่าโม่ซินหยานโค้ดเนมส์ของเธอคือแมงป่องดำ นักฆ่ามืออาชีพแห่งองค์กรยมทูตปีกทมิฬ
เป้าหมายในครั้งนี้คือผู้บัญชาการคนสำคัญของฝ่ายทหารจากข้อมูลที่ได้รับมา อีกฝ่ายตอนนี้อยู่ใน่กลับมาปฏิบัติภารกิจลับที่บ้านเกิด
“ ทิศทางลม…โอเค ” เธอพูดออกมาเบาๆ
ปืนสไนเปอร์ไรเฟิลของเธอ ถูกสร้างขึ้นเป็พิเศษ สำหรับสังหารผู้เชี่ยวชาญระดับสูงโดยเฉพาะตอนนี้มันได้เล็งตรงไปยังจุดที่เป้าหมายจะต้องปรากฏตัวออกมาอย่างแม่นยำที่เหลือก็แค่รอให้เธอเหนี่ยวไกออกไป
การจะใช้งานอาวุธสังหารชนิดนี้ได้ต้องใช้ทักษะการควบคุมระดับสูง เพราะมันมีแรงปะทุหนักหน่วงรุนแรงมากตอนที่ลั่นไกออกไปทั้งองค์กรมีเพียงเธอเท่านั้นที่ใช้งานมันได้
ในขณะที่เธอกำลังเฝ้ารอให้ถึงเวลานั้น…
ตุบ!
!!
เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นข้างตัวเธอ
พรึบ!
เธอคว้ามีดที่อยู่ด้านหลังออกมาอยู่ในทวงท่าพร้อมต่อสู้ทันที สายตาที่แฝงรังสีสังหารมองตรงไปยังที่มาของเสียง
…
เด็ก…
เธอเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่มีใบหน้าสิ้นหวัง กำลังยืนอยู่นอกรั้วกั้นบนชั้นดาดฟ้าเหมือนกำลังจะพยายามะโลงไปด้านล่าง
“ เป็ไปไม่ได้ ” ตอนนี้เธอใมากแต่เธอไม่ได้ใเื่ที่เด็กหญิงจะฆ่าตัวตาย แต่เป็เื่ที่เธอไม่รู้สึกตัวเลยตอนที่เด็กคนนี้เดินเข้ามา
หากอีกฝ่ายเป็ศัตรูเธอคงได้ตายไปแบบโง่งมโดยที่ไม่รู้ว่าเป็ฝีมือใครแล้วเธอมองไปที่นาฬิกาที่สวมอยู่
‘ ยังพอมีเวลาอีก3นาที…ฉันไม่สามารถให้เธอมาฆ่าตัวตายตรงนี้ได้หรอกนะไม่งั้นมันจะเกิดความวุ่นวายขึ้น ตอนนั้นคงหลบหนีได้ยากมาก ’
“ หนูจ๊ะ…มาทำอะไรตรงนี้ หลบเข้ามาด้านในก่อนมันอันตราย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพยายามขยับเข้าไปใกล้เด็กหญิงทีละนิด
ฟุ่บ!
แต่มันได้สายเกินไปเด็กหญิงได้ะโลงไปแล้ว
แย่แล้ว..
เธอตัดสินใจพุ่งตัวตามออกไปโดยไม่ทันคิด
หมับ!
เธอสามารถคว้าตัวเด็กหญิงเอาไว้ได้แต่พวกเธอสองคนก็ต้องห้อยตัวอยู่บนตึกสูง30ชั้น แบบน่าหวาดเสียว
ฟู่..
เธอพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกตอนนี้เหลือแค่ต้องพยายามดึงตัวกลับขึ้นไป
‘ เสร็จกัน! นี่มันจะครบ3นาทีแล้ว ’
ตอนนี้มีทางเดียวเธอต้องรีบปล่อยมือจากเด็กหญิงคนนี้แล้วรีบดีดตัวขึ้นไปบนดาดฟ้า ถึงจะทัน ตัวเธอไม่เคยทำพลาดมาก่อนเธอไม่อาจให้ชื่อเสียงของเธอต้องมาด่างพร้อยได้
ยังไงเด็กคนนี้ก็อยากตายอยู่แล้วก็แค่ปล่อยให้เธอตายไปซะ…
ขณะที่เธอกำลังจะทำในสิ่งที่คิดไว้ก็ได้หันไปเห็นแววตาสิ้นหวังของเด็กน้อย ที่ตอนนี้มันเปล่งประกายออกมาเพียงเสี้ยวพริบตาหนึ่งก่อนที่จะหมดสติไป
‘ แววตาแบบนี้อีกแล้ว เป้าหมายของเธอทุกคนก่อนที่จะตายก็จะมีแววตาแบบนี้ประกายแห่งความหวังที่้ามีชีวิตอยู่ ’
เปรี้ยง!
ะุสังหารเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ…
เมื่อมองเป้าหมายที่ล้มลงไปท่ามกลางบอดี้การ์ดนับสิบคน ครั้งนี้ภารกิจของเธอก็สำเร็จไปอีกครั้ง
“ โธ่…นี่ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่ ” เธอพูดออกมาด้วยความสับสน ด้านข้างตัวเธอมีเด็กหญิงนอนหมดสติอยู่
เมื่อครู่นี้เธอตัดสินใจช่วยเด็กหญิงขึ้นมาด้วย ทำให้เวลามันเกินไป1นาที โชคดีที่เธอยังสามารถทำภารกิจได้สำเร็จแบบฉิวเฉียด
“ ดูไปแล้ว…เธอน่าจะมีอายุเพียง6-7ขวบเท่านั้น ” โม่ซินหยานมองไปยังใบหน้าเล็กๆน่ารักของเด็กหญิงที่แม้ตอนนี้เธอจะหมดสติไปแล้ว แต่ยังมีน้ำตาไหลซึมออกมาเรื่อยๆ
“ เด็กคนนี้…ไปเจอเื่ราวอะไรมา ถึงกลายเป็แบบนี้ ”เธอพูดขึ้นด้วยความสงสาร
สุดท้ายแล้วเธอก็ตัดสินใจพาเด็กหญิงกลับไปด้วยกัน เพราะมองเห็นภาพตัวเองในอดีตซ้อนทับกับเด็กคนนี้ แถมยังรู้สึกคาใจเื่ที่เด็กคนนี้สามารถเข้าประชิดตัวเธอได้ง่ายๆ
ใครเล่าจะคาดคิดว่านักฆ่าชั้นแนวหน้าแบบแมงป่องดำจะเลือกช่วยชีวิตเด็กหญิงคนหนึ่งเอาไว้ ทั้งยังตัดสินใจลาออกจากการเป็นักฆ่า เพื่อเลี้ยงดูเด็กหญิงเหมือนกับเป็ลูกสาวตัวเอง
เวลาห้าปีผ่านไป
ภายในบ้านแห่งหนึ่งที่ห่างไกลจากตัวเมืองโม่ซินหยานกำลังนั่งมองไปยังร่างที่หลับไหลอยู่บนเตียงนอนด้วยสาวตาเศร้าสร้อย
เด็กหญิงตัวเล็กๆที่เธอนำกลับมาอยู่ด้วยกันตอนนี้ได้เติบโตขึ้นมาก ในวันนั้นหลังจากเด็กหญิงได้สติขึ้นมา เธอกลับสูญเสียความทรงจำทั้งหมดจำไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเอง
เธอเป็เหมือนตุ๊กตาที่ไร้ความรู้สึก…
มีเพียงอย่างเดียวที่เด็กหญิงคนนั้นให้ความสนใจก็คือตัวโม่ซินหยานเท่านั้น จึงทำให้แทบจะไม่ยอมห่างแม้แต่เพียงซักก้าวเดียวราวกับเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ
“ ปิงหยู…แม่จะต้องช่วยลูกให้ได้ ” โม่ซินหยานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอห่มผ้าให้ลูกสาวแล้วเดินออกมาตรงลานหน้าบ้าน
เมื่อมองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวยามค่ำคืนความคิดของเธอก็ค่อยๆนึกย้อนกลับไปในอดีต
โม่ปิงหยูคือชื่อที่เธอตั้งให้กับเด็กหญิง หลังจากที่รู้ว่าเด็กหญิงสูญเสียความทรงจำไปทั้งยังมองเห็นเธอเป็สิ่งเดียวที่มีความหมายต่อชีวิต ดังนั้นเธอจึงรับเด็กหญิงเป็ลูกบุญธรรม
มันอาจเป็เพราะความรู้สึกบางอย่างในตัวเธอที่ตื่นขึ้น เธอถึงได้ตัดสินใจไปแบบนั้นตัวเธอไม่รู้ว่าการเป็แม่ที่ดีต้องเป็อย่างไรเพราะเธอก็ไม่เคยเจอแม่ของตัวเองมาก่อน
เธอในวัยเด็กเป็เพียงเด็กจรจัดถูกทอดทิ้งต้องดิ้นรนไปวันๆ ก่อนจะถูกองค์กรรับตัวมาฝึกฝนให้เป็นักฆ่า
ด้วยผลงานมากมายของเธอที่จริงเธอสามารถเลือกเป็อิสระได้นานแล้วแต่เพราะ้าตอบแทนบุญคุณจึงเลือกทำงานเป็นักฆ่าต่อไป
แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่กับเด็กคนนี้เธอก็อยากเป็แม่ที่ดีเมื่อนึกถึงแววตาสิ้นหวังของเด็กหญิงที่เธอได้เห็นตอนเจอกันครั้งแรก
เธออยากให้เด็กคนนี้ได้รับความรักแบบที่ตัวเธอเคยโหยหาในอดีต
เพื่อสิ่งนี้เธอจึงได้ถอนตัวจากองค์กรเพื่อมีเวลาดูแลโม่ปิงหยูได้เต็มที่มันต้องใช้เวลาถึงสามปีจึงจะทำให้ลูกสาวของเธอแสดงอารมณ์ความรู้สึกได้เหมือนเด็กปกติ
เมื่อสองเดือนก่อนลูกสาวของเธอกลับมีอาการบางอย่างผิดปกติไป
ร่างกายของเธอเริ่มค่อยๆสูญเสียความรู้สึกเริ่มจากขาทั้งสองข้าง จนตอนนี้เธอไม่สามารถควบคุมร่างกายท่อนล่างได้แล้ว
หากเป็แบบนี้ต่อไปลูกสาวเธอจะตายลงอย่างช้าๆ…
ไม่ว่าจะหาวิธีการรักษาจากหมอที่มีชื่อเสียงซักกี่คนก็ไม่ได้ผลจนสุดท้ายเธอถึงต้องกลับไปที่องค์กรอีกครั้ง
ซึ่งเธอก็ได้รับวิธีรักษามาแต่มันก็ต้องแลกกับการทำงานชิ้นหนึ่งให้องค์กร
“ เพื่อปิงหยู…ตระกลูลี่แห่งเมืองเทียนจินจะต้องถูกลบออกไป!”
สิ้นเสียงของโม่ซินหยานรังสีสังหารที่ถูกเก็บซ่อนไว้นานกว่า5ปีก็ะเิออกมา พลังปราณอันดุดันของเธอมันได้ก่อตัวเป็รูปร่างของแมงป่องสีดำขนาดใหญ่เื้ัเธอ
ตอนนี้โม่ซินหยานได้เข้าสู่ขั้นปรมาจารย์แล้ว…
ตอนแปดโมงเช้า
หลังจากที่ส่งจ้าวหยูเหมยไปโรงเรียนตอนนี้จ้าวเทียนก็ได้เดินทางไปยังตระกลูลี่ตามที่นัดหมายไว้
วันนี้หลังจากรักษาคุณปู่ลี่เรียบร้อยแล้วเขามีความคิดที่จะให้ตระกูลลี่เป็หุ้นส่วนทางธุรกิจในการขายเม็ดยาหยวนตันของเขา
“ ในที่สุดนายก็มาได้ซักที ” ลี่เฟยเมื่อเห็นจ้าวเทียนเดินเข้ามาก็ร้องทักขึ้น ใต้ตาเธอมีรอยคล้ำคล้ายหมีแพนด้าเมื่อคืนเธอเครียดจนนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดถึงเื่อาการาเ็ของปู่เธอ
“ ฉันบอกเธอแล้วไง…ว่าไม่มีอะไรต้องเป็ห่วง ” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มมั่นใจเขารู้สึกขบขันเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของลี่เฟย
หลังจากที่ตามลี่เฟยเข้ามายังห้องด้านในซึ่งตอนนี้มันได้รับการคุ้มกันอย่างแ่าท่านปู่ลี่ตอนนี้กำลังนั่งจิบชาอยู่อย่างสงบ ที่ด้านหลังของท่านเขาได้เห็นสมาชิกครอบครัวตระกูลลี่เกือบ20คนยืนอยู่ด้วยสีหน้ากังกล
ลี่เหยาเหยากับลี่หวูเฉินเมื่อเห็นจ้าวเทียนก็ส่งยิ้มทักทายมาให้
ส่วนคนอื่นๆที่เขาไม่รู้จักก็ได้มองกลับมาด้วยความคิดที่แตกต่างกันไปหลักจากที่ได้ทักทายทำความรู้จักกันเรียบร้อยแล้วท่านปู่ลี่ก็ได้ให้คนอื่นๆที่เหลือออกไปทั้งหมด
“ ก่อนอื่น…ปู่มีเื่บางอย่างที่ต้องบอกเธอก่อนนะ ”ท่านปู่ลี่พูดขึ้นอย่างจริงจัง
“ เื่อะไรเหรอคับ ” จ้าวเทียนถามด้วยความสงสัยเหตุใดถึงไม่เริ่มลงมือรักษาก่อนแล้วค่อยคุยกันทีหลัง
“ ตอนนี้ข่าวที่ว่าปู่กำลังจะได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญลึกลับมันได้ถูกส่งไปถึงศัตรูเก่าของปู่แล้วซึ่งปู่คิดว่าทางนั้นต้องมีการเคลื่อนไหวบางอย่างแน่นอนโชคดีที่พวกมันยังไม่รู้ถึงตัวตนของเธอ”
“ แต่ถ้าวันนี้เธอสามารถรักษาปู่ได้สำเร็จ…ตัวตนของเธอจะถูกเปิดเผยทันทีเพราะข่าวที่เธอเดินทางมาตระกูลลี่วันนี้น่าจะไปถึงหูพวกมันแล้วโดยคนทรยศในตระกูลของปู่เอง ”
“ ถ้าเธอเลือกที่จะไม่รักษาปู่วันนี้…อีกฝ่ายคงไม่กล้าทำอะไรผู้เชี่ยวชาญอย่างเธอแน่นอน” ท่านปู่ลี่อธิบายด้วยความจริงใจท่านไม่อยากให้จ้าวเทียนต้องเดือดร้อนไปด้วย
“ ปู่อยากให้เธอลองคิดทบทวนดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ ”