“ทำไมไม่ขึ้นไปหยิบล่ะ ฉันให้โอกาสเธอแล้วนะ”
ดวงตาสวยที่มีหยาดน้ำตากบอยู่เต็มยิ่งทำให้อารัญนึกสนุกมากขึ้น เขาคิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่เลือกใช้วิธีนี้จัดการกับพรบุหลัน และยิ่งเห็นเธอเ็ป รวดร้าวจิตใจ เขาก็ยิ่งสนุกมากขึ้น
รอยยิ้มหวานๆ คำพูดไพเราะ และดวงตาสวยหวานที่มองเขาอย่างตื่นตะลึง เขินอาย ประหม่าในสีหน้า หายวับไปไม่เหลือ ที่เห็นมีเพียงแต่ความผิดหวัง ความทุกข์ และเ็ปอย่างแสนสาหัสเท่านั้น เขาสะใจจริงๆ และหากรัชนีกรจะรับรู้ได้ เธอก็คงจะร้อนรนอยู่ในปรโลกเพราะลูกสาวตกเป็ของเล่นของเขาเสียแล้ว
“ฉันต้องทำยังไง คุณถึงจะปล่อยฉันไป”
คิ้วเข้มของอารัญขมวดเข้าหากัน เมื่อจู่ๆ พรบุหลันก็ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ไม่ห่อร่างกายเพื่อปกปิดความสวยงามของเรือนร่างไว้อีก ทว่าเส้นผมยาวสลวยของเธอก็ยังช่วยบดบังบางส่วนที่ควรจะเปิดเผย และเมื่อประกอบกับดวงตาฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาและเสียงสะอื้นที่เธอพยายามปรับให้เข้มแข็งขึ้นนั้น พรบุหลันกลับเหมือนมีอำนาจแห่งความลุ่มหลงฉาบไล้ไปทั่วทั้งร่างกาย จนเขาต้องบดเบียดกรามเข้าหากันแน่น เพื่อสะกดกลั้นตัวเองไม่ให้ลุ่มหลงไปกับสิ่งที่เธอคาดการณ์เอาไว้
“ใช้หนี้ให้หมด”
“ใช้หนี้ยังไงคะ บอกสิ่งที่คุณ้ามา ฉันจะได้ไปจากที่นี่”
“ทำงานให้ฉัน...บนเตียง”
ไม่แค่คำพูดของเขาที่เอ่ยบอก แต่สายตาหยามเหยียดที่ตวัดมองเรือนร่างของเธอก่อนจะวกขึ้นไปบนเตียงก็สื่อความหมายตามนั้นจริงๆ สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนหากเธอ้าจะไปจากที่นี่ก็คือ ทำงานให้เขาบนเตียง ซึ่งคงมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เขา้า แต่เธอทำไม่ได้
“งั้นก็ฆ่าฉันเลยค่ะ ฉันจะชดใช้หนี้ของแม่ด้วยชีวิตของฉัน แม้ฉันจะไม่เข้าใจเื่ของคุณกับแม่ แต่ฉันก็ยอมตาย เพราะฉันจะไม่มีวันทำงานบ้าๆ นั่นแน่”
“หึ! ตายมันง่ายไปสำหรับเธอ เพราะมันเจ็บแค่แป๊บเดียว มันไม่เท่ากับที่ฉันเจอ มันไม่สาสมกัน เธอต้องเจ็บต้องทรมานไม่ต่างจากฉัน หรืออาจจะมากกว่า บอกแล้วไงว่าทบต้นทบดอก”
“คุณอารัญ! คุณจะเอายังไงกับฉันกันแน่ ชีวิตคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับฉัน ฉันให้คุณ ก็เหมาะกันแล้วนี่ คุณยังจะ้าอะไรอีก”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่้าชีวิต ้าให้เธอทำงาน...บนเตียง แต่ที่เธอพูดมาก็ถูกนะ ชีวิตคือสิ่งมีค่าที่สุดของเธอ เพราะเรือนร่างที่ใช้แล้วแบบนี้ ฉันก็ไม่ได้้าสักเท่าไหร่ ก็แค่อยากสนุก”
พรบุหลันชะงักเพราะคำพูดของเขา ‘เรือนร่างที่ใช้แล้ว’ นั่นก็แปลว่าเขาคิดว่าเธอมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นมาแล้ว และคำพูดต่อมาของอารัญก็ทำให้เธอเข้าใจเื่ทั้งหมด
“ฉันไม่ได้อยากทับรอยไอ้ครูบ้านนอกแบบนั้น เพราะฉันกลัว...กลัวว่าเธอจะติดใจของยุโรปเสียจนกลับไปกินของพื้นบ้านไม่เป็อีก”
“ใช่ค่ะ ฉันก็ไม่อยากให้ใครมาทับรอยพี่กรเหมือนกัน ร่างกายและหัวใจของฉันเป็ของพี่กรคนเดียว คุณคงไม่อยากเป็ชู้กับเมียคนอื่น”
“พูดได้ดี น่าภาคภูมิใจแทนแม่ของเธอจริงๆ เพิ่งเผาไปสองวัน ลูกสาวก็ประกาศว่ามีผัวซะแล้ว”
“คุณอารัญ! คุณไม่ต้องมาพูดเยอะ คุณบอกมาเลยว่าคุณจะเอายังไง ยังไงฉันก็ทำงานบนเตียงให้คุณไม่ได้ ถ้าคุณจะบังคับฉัน ฉันขอตายดีกว่า คุณจะเอายังไง คุณก็พูดมา ไม่ต้องมาช้า”
แรงผลักดันจากที่เขาหยามเหยียดแม่ทำให้เธอหมดหนทาง อะไรที่จะทำให้ไปจากที่นี่ได้ เธอก็จะทำ เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเขาอีก ไม่ต้องได้ยินถ้อยคำเหยียดหยามแม่แบบนั้นอีก
น้ำเสียงกราดเกรี้ยวและดวงตาวาววาบเป็ประกายยามที่เขาพูดเสียดสีรัชนีกรยิ่งทำให้อารัญนึกสนุก ยิ่งพรบุหลันแสดงอารมณ์โกรธออกมาต่อหน้าเขาได้ นั่นแสดงว่าเธอต้องทำอะไรได้อีกเยอะ และเรือนร่างที่สวยงามนี้คงไม่มีดีแค่ความหอม คิดได้ดังนั้นอารัญจึงยิ้มกว้างก่อนจะก้าวไปนั่งบนเตียงเพื่อออกคำสั่ง
“ลุกขึ้นแล้วเต้นให้ฉันดู”
“คุณจะบ้าหรือไง! ฉันเต้นไม่เป็”
“เลือกเอา จะเต้นหรือจะทำงาน”
“ก็ฉันเต้นไม่เป็ คุณจะให้ฉันเต้นอะไร”
“เต้นตามสัญชาตญาณยั่วเย้าไงล่ะ ผู้หญิงอย่างเธอทำได้อยู่แล้ว เพราะเื่ยั่วเื่อ่อยผู้ชายน่ะงานถนัด และถ้าเธอทำให้ฉันตื่นเต้นได้ ฉันก็จะปล่อยเธอไป”
พรบุหลันสะท้านไปทั้งร่างเพราะสายตาของเขาคือความสนุก ความสะใจ และความร้ายกาจที่ผู้ชายคนนี้จะมีได้ ส่วนเธอนั้นกลับเหมือนยืนอยู่บนปากเหว จะะโลงไปก็ไม่ได้เพราะถูกกักกันเอาไว้ในกรง หรือถ้าออกจากกรงได้ จอมมารที่ขังเธอไว้นั้นก็้าสิ่งแลกเปลี่ยน และสิ่งที่จอมมาร้าก็ยากทั้งสองอย่าง ทว่าเมื่อต้องเลือก เธอก็ควรจะเลือกอย่างแรก เพราะอย่างหลังนั้นให้เธอตายเสียดีกว่า
“ฉันขอเวลาสิบนาที”
อารัญแค่นยิ้ม ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ก้าวเดินออกจากห้องนอนแทนคำตอบ และเมื่อพ้นออกมา ลมหายใจที่อัดอั้นก็พรั่งพรูออกมาทันที ด้วยความตื่นตัวของร่างกายที่กำลังสร้างความทรมานให้ตัวเขาเอง เพราะพรบุหลันช่างสร้างความตื่นตัวให้เขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ตลอดหลายชั่วโมงที่เธอสลบไสลอยู่ในห้องนั้น เขาไม่ได้ออกไปไหน สิ่งที่เขาทำคือลอบมองเธอผ่านหน้าจอโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดในห้อง ได้เห็นเธอร้องไห้คร่ำครวญและได้เห็นตอนเธอยิ้มเมื่อสำรวจร่างกายแล้วพบว่าไม่ได้บุบสลายไป นั่นยิ่งทำให้เขาแค้น
เมื่อเธอแสดงออกว่าหวงแหนร่างกายไว้ให้ไอ้ครูบ้านนอกนั่น ‘รักผัว’ คำนั้นตรึงอยู่ในสมอง แล้วเธอยังกล้ามาหว่านเสน่ห์ใสซื่อใส่เขา สายตาของเธอที่มองเขาในครั้งแรกที่พบกันนั้น ‘อ่อย’ ชัดๆ
สิ่งที่พรบุหลันเป็ก็ไม่ได้ต่างไปจากที่รัชนีกรเป็เลย มีผัวอยู่แล้วแต่ยังอ่อยผู้ชายคนอื่นได้อย่างหน้าด้านๆ และเธอก็คงหวังว่าเขาจะติดกับความสวยงามของเธอไม่ต่างจากครั้งที่เคยติดกับรัชนีกร แต่เขาในวันนี้ไม่ได้เป็ควายหนุ่มที่ยอมให้รัชนีกรสนตะพายได้โดยง่ายอีกแล้ว วันนี้เขาเป็กระทิงเปลี่ยวที่พร้อมจะขวิดแทงไส้ผู้หญิงที่คิดจะเอาสายตะพายมาคล้องจมูกเขา และตอนนี้ก็เช่นกัน
เมื่อสิ่งที่เขาเห็นผ่านจอมือถือก็คือ เรือนร่างงดงามถลันขึ้นไปบนเตียงเพื่อคว้าเอาผ้าห่มมาคลุมกายโดยเร็ว ก่อนที่เธอจะนั่งนิ่งบนเตียงเพื่อใช้ความคิด สีหน้าและท่าทางของเธอไม่ได้มีความหวาดหวั่นดังเดิม แต่เป็ความครุ่นคิด ถึงเธอจะคิดยังไงก็ยังช้ากว่าเขาอยู่ดี ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งนั้นเด็ดขาด ไม่มีทางที่เขาจะไว้วางใจพรบุหลันเหมือนกับครั้งหนึ่งที่เคยไว้วางใจรัชนีกรอย่างเต็มหัวใจ เพราะเขาจะคอยดูเธอทุกฝีก้าว
พรบุหลันหวั่นวิตก ตามองไปที่ประตูห้องบ่อยครั้ง เพราะแม้ในห้องนี้จะไม่มีนาฬิกา แต่เธอก็ประเมินได้ว่าน่าจะได้สิบนาทีแล้วที่อารัญเดินออกไป แต่ทำไมป่านนี้เขายังไม่เข้าอีก แม้ว่าเธอจะไม่อยากให้เขากลับเข้ามาเลยก็ตาม แต่ถ้ายังมัวช้าอยู่แบบนี้ เวลาก็จะเดินไปเรื่อยๆ และท้องฟ้าด้านนอกก็ไม่มีแสงอาทิตย์
ในเวลานี้จะทำอะไรก็ต้องทำ ขอเพียงเธอรักษาร่างกายนี้ไว้ได้ จะต้องอับอายมากกว่านี้เธอก็ยอม เพราะหากเธอไม่ทำแล้วอารัญคิดทำอะไรที่ร้ายแรงมากกว่าที่เกิดขึ้น เธอคงเหมือนตายทั้งเป็ แค่เขาเข้าใจผิดเื่เธอกับภากร แม้จะน่าละอายที่เธอแอบอ้างเอาภากรมาเป็สามี แต่เธอก็ไม่มีทางอื่นที่จะรักษาพรหมจรรย์ไว้ได้ ให้เขาเข้าใจผิดแล้วด่าว่าเธอหน้าไม่อาย นั่นย่อมดีกว่าที่จะปล่อยให้เขาทำอย่างที่เธอกลัว
“จะทำอะไรก็ต้องทำนะจันทร์ ขอแค่ออกไปจากที่นี่ให้ได้ ป่านนี้พี่กรกับเกดคงจะโทร. หาให้วุ่นแล้ว”
พรบุหลันคาดเดาได้เลยว่าโทรศัพท์ของเธอที่อยู่กับเขาคงมากมายไปด้วยสายเรียกเข้านับครั้งไม่ถ้วน เพราะเธอรับปากกับภากรว่าจะโทร. บอกความคืบหน้าทุก่เวลากับเขา เพื่อเขาจะได้ไม่ต้องเป็ห่วง แต่ั้แ่มาถึงที่หน้าออฟฟิศของแฟรงเกนส์ เธอก็ยังไม่ได้โทร. บอกเขาเลยสักครั้ง
เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับการสัมภาษณ์งาน กับเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น จนกายพาเธอมาที่นี่ เธอก็มัวแต่มองสิ่งรอบตัวเพราะ้าจะจดจำเส้นทางให้มากที่สุด สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่ได้ติดต่อภากรไปเลยั้แ่เช้าจนถึงค่ำ เชื่อได้ว่าป่านนี้ภากรและเกศราจะต้องเป็ห่วงเธอมากแน่
คิดแล้วพรบุหลันก็น้ำตารื้นขึ้นมาจนได้ เมื่อสิ่งที่ภากรเตือนไว้ทั้งหมดนั้นไม่ผิดเลย เธอไม่ควรมา แต่เพราะเธอเชื่อมั่นใจหัวใจตัวเอง เหตุการณ์จึงกลายเป็แบบนี้ เธอน่าจะเจียมตัวให้มาก ไม่คิดเพ้อฝันไปเพราะความหล่อเหลาของเขา ไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่ารู้จักผู้ชายคนนี้ผ่านคำบอกเล่าของแม่มาแล้วเป็อย่างดี ทั้งๆ ที่เธอไม่รู้จักเขาเลยสักนิด
แกร๊ก...
แต่แล้วเสียงดังนรกชังหรือ์สาปก็ดังขึ้น พรบุหลันผวาไปทั้งร่าง แต่ก็ยังพยายามนั่งนิ่งอย่างใจดีสู้เสือ เพราะนี่เป็หนทางเดียวที่เธอจะรอดออกไป
“พร้อม?”
คำพูดกับคิ้วเข้มที่เลิกขึ้นเป็สัญลักษณ์ของคำถามทำให้พรบุหลันอยากจะกรีดร้อง ั้แ่เกิดมาไม่เคยมีใครทำให้เธอรู้สึกแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกที่อยากจะกรีดร้องใส่หน้าเขานับครั้งไม่ถ้วน อัดอั้นสั่นสะท้านหัวใจตอนยังรู้สึกดีๆ กับเขา และก็อัดอั้นสะท้านหัวใจไม่แพ้กันยามที่รู้สึกขยะแขยงดวงตาคมเข้มคู่นั้น
ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอมีหลากหลายอารมณ์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้ ทั้งยามมีความสุข และยามที่ความทุกข์มาเยือนในขณะนี้ คล้ายกับว่าเขากำลังบังคับขืนใจเธอ กักขังหน่วงเหนี่ยวหัวใจของเธอเอาไว้ไม่ให้ได้รับอิสระ แม้ในขณะนี้ก็ตาม
“ว่าไง พร้อมแล้วใช่มั้ยที่จะเต้น... ยั่ว...”
อารัญถามพลางลากเก้าอี้จากมุมห้องออกมานั่งไขว่ห้าง พร้อมกระดิกเท้าอย่างอารมณ์ดี ยิ่งเห็นสีหน้าหวั่นวิตกของเธอเขาก็ยิ่งอารมณ์ดีขึ้น เพราะไม่ว่าพรบุหลันจะมาไม้ไหน จะงัดมารยากี่พันเล่มเกวียนออกมาใช้ เขาก็จะรับไว้ทั้งหมด เพราะเกมนี้เขาเป็คนคุม
“เริ่มสิ ฉันดูอยู่”
“ฉัน...ฉันจะเต้น แต่คุณต้องรับปากฉัน”
ท่าทางยักไหล่พร้อมผายมือมาด้านหน้าราวกับเชื้อเชิญให้เธอพูดเงื่อนไขนั้นออกมา ยิ่งทำให้พรบุหลันกัดริมฝีปากจนเจ็บ ผู้ชายคนนี้เห็นเธอเป็เพียงของเล่นสนุกหรือไม่ก็เป็สัตว์เลี้ยงของเขาจริงๆ สิ่งที่เธอคาดหวังจะได้เห็นจากในสีหน้าเขานั้นไม่มีเลย
“ฉันจะเต้นให้คุณดู แต่คุณต้องรับปากว่าจะปล่อยฉันไปจากที่นี่ วันนี้!” เธอเน้นเสียงเพื่อให้เขารับปากว่าต้องปล่อยเธอในวันนี้จริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอเต้นเสร็จแล้วเขาจะมาตุกติกภายหลัง
“ได้! ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้าเธอกล้าเต้นตามที่ฉัน้า ฉันก็กล้าให้เธอไป เมื่อเพลงจบ เธอไปได้เลย”
พรบุหลันมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงฉายชัดถึงความเกลียดชังเธอจากสายตา และสีหน้าท่าทางเอาจริงของเขาก็ยืนยันว่าเขาพูดจริงทำจริง
“แล้วไหนล่ะเพลง”
“เดี๋ยวสิ เธอมีเงื่อนไข ฉันก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน”
“คุณจะตุกติกอะไรอีก คุณให้ฉันเต้น ฉันก็จะเต้นแล้วไง มันก็ควรจะจบสิ ที่คุณทำกับฉันมันก็เกินพอแล้วนะ คุณยังจะเอาอะไรอีก” พรบุหลันเหลืออดเพราะเขาตั้งใจยั่วให้เธอโมโห ทั้งๆ ที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งน่าละอายที่จะทำต่อไปนี้
“ใจเย็นๆ สิ ฟังฉันก่อน เต้นให้ฉันตื่น และจำไว้ ฉันไม่ได้อยากดูระบำฮาวาย เอาผ้าออกซะ”
“ได้! ฉันจะทำตามที่คุณ้า หวังว่าคุณจะรักษาคำพูด”
อารัญยิ้มมุมปาก หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสูทด้านใน กดหาเพลงที่เขา้า พร้อมกับจับจ้องเรือนร่างที่กำลังจะเปล่าเปลือยตรงหน้าเขาไปด้วย
ท่วงทำนองเพลงที่ดังขึ้นทำให้พรบุหลันหันมองเขาทันที ดวงหน้าสวยแต่ซีดเซียวดูราวกับจะไร้สีเืมากขึ้น เพราะท่วงทำนองออกกลิ่นอายละตินนั้นเร่าร้อนยั่วราคะเป็ที่สุด และหากเธอต้องเต้นให้เข้ากับจังหวะนั้น เธอก็ต้องทำให้ได้ตามที่เคยเห็นเพื่อนๆ เต้นตอนงานเลี้ยงของมหาวิทยาลัยใช่หรือไม่ ซึ่งมันไม่ง่ายเลยเพราะนั่นเป็เพลงสุดฮิตของนักร้องสาวชาวอเมริกัน
เนื้อเพลงนั้นสื่อถึงการถูกหลอกลวง การถูกคนรักหักหลัง จนนักร้องสาวคิดว่านั่นเป็เพียงเื่น่าขำ ไม่ควรไปเสียเวลาจดจำเพราะทั้งหมดนั้นเป็เพียง ‘ภาพมายา’ หรืออาจจะพูดได้ว่าก็แค่คำพูดของคน ‘โกหกเก่ง’ เท่านั้น ทั้งสีหน้าและรอยยิ้มเยาะของอารัญราวกับเขากำลังกล่าวหาว่าเธอเป็ตามนั้น เพราะแม้แต่เพลงเขาก็ยังเลือกสื่อความหมายแบบนั้น
#อารัญคนเลววววว
จะเลวจะร้ายแค่ไหน
ตามอ่านกันต่อนะจ๊ะ