บทที่ 2
ดินแดนตะวันออก
ข่าว : พนักงานสาวบริษัทเอกชนหัวใจวายตายที่ภายในห้องพัก
พาดหัวข่าวใหญ่โตที่กำลังเป็ที่พูดถึงภายในโลกออนไลน์
“ นี่มันอะไรกันชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ ”
“ นั่นสินั่นสิชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆด้วย ขนาดนอนอยู่เฉยเฉยยังหัวใจวายตายได้เลย ”
“ ตัวของฉันคงต้องรีบทำการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองแล้วสิ ”
กลายเป็ที่พูดถึงมากมายหลังจากที่มีคนพบศพซูฉี
..
ในด้านของซูฉี
ซูฉีนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังจากลงจากรถม้า นางขอเวลานั่งสงบใจของตนเองกับเห็นการที่เกิดขึ้น หลังจากที่สอบถามข้อมูลจากลี่ถัง
ในตอนนี้ผ่านมาหนึ่งชั่วโมงเต็มเต็มในการนั่งสงบใจอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ยืนยันได้แล้วว่าตนเองนั้นมาอยู่ภายในร่างกายของซูมี่ นางร้ายในนิยายที่ตนสาปแช่งในทุกทุกตอน
แม้ว่าเื่นี้จะยากเกินความคิดและความเป็จริง แต่อย่างไรเสียมันเองก็จำเป็จะต้องยอมรับให้ได้ ตัวของนางลองมาทุกวิถีทางแล้วไม่ว่าจะเป็การหลับอีกหนึ่งครั้ง หรือแม้ว่าจะเป็การทดสอบความเ็ป
ทุกอย่างล้วนแล้วเป็ความจริงเทียบเท่าได้ว่าตอนนี้ตัวของนางนั้นอยู่ภายในร่างกายนี้
ซูฉีเดินตรงไปที่หนองน้ำเล็กๆที่ตั้งอยู่ใกล้ใกล้ ใช้ใบหน้าของตนเองชะโงกหน้าไปมองดูเงาสะท้อน
ผิวน้ำที่นิ่งสนิทสะท้อนภาพของหญิงสาว่วัยประมาณสิบแปดใบหน้าสละสลวยงดงาม มีริมฝีปากสีแดง มีดวงตาคมกริบ มีคิ้วสีดำเรียวยาว มีเรือนผมสีดำขลับ ใบหน้าของคุณหนูผู้เยาว์วัย มองดูผิวพรรณก็รู้ทันทีว่าเป็คนมีฐานะ
‘ นี่คือซูมี่ เรามาอยู่ภายในร่างกายของนางจริงๆอย่างนั้นหรอ แทบไม่อยากเชื่อเลยแต่ว่าในตอนนี้ก็โดนเนรเทศมาที่ชายแดน… ’
แม้จะทำใจเชื่อได้ยากแต่เื่ที่เกิดขึ้นเป็เื่จริง ซูฉีสงบใจหันไปมองหญิงสาวนามลี่ถัง
‘ ลี่ถังบ่าวรับใช้คนสนิทของซูมี่ ตัวของนางเป็ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์และภักดี ตามเนื้อเื่ภายในนิยายนางเป็คนที่มักจะห้ามคุณหนูของตนเองอยู่บ่อยครั้ง แต่ซูมี่ จิตใจโเี้ไร้ความปรานีไม่ฟังคำห้ามหรือตักเตือนของบ่าวรับใช้ผู้หวังดี ’
‘ สุดท้ายแล้วคนที่ตามซูมี่หลังจากโดนเนรเทศก็มีเพียงลี่ถังผู้นี้งั้นรึ? ’
ในตอนอ่านนิยายรู้สึกสงสารในตัวละครลี่ถัง นางเป็หญิงสาวใบหน้างดงาม แถมยังมีจิตใจที่ดีงามแตกต่างจากผู้ที่ตนเองรับใช้
แต่นางเองก็ซื่อสัตย์กับผู้เป็นายเป็อย่างมากมักห้ามและตักเตือนอยู่เป็ประจำ แต่ว่าซูมี่กลับไม่เคยเชื่อฟัง ถ้าเกิดว่านางร้ายผู้นี้เชื่อฟังคำตักเตือนของบ่าวรับใช้คงไม่มีชะตากรรมในการโดนเนรเทศ
‘ ทว่าเหตุใดตัวของคนที่ถูกเนรเทศถึงกับเราได้ละ!!!! ’
นางกรีดร้องอยู่ภายในใจของตนเอง ยกฝ่ามือของต้นขึ้นมากุมขมับ ชะตากรรมบ้านี่มันอะไรกัน
“ คุณหนูเ้าคะถ้าพวกเราไม่รีบเดินทางเข้าไปภายในเมืองจะแย่เอานะเ้าคะ ได้ยินว่าดินแดนฝั่งตะวันออกมีพวกโจรแล้วการต่อสู้มากมาย ข้าคิดว่าพวกเราควรเดินทางเข้าไปภายในเมืองก่อน ” ลี่ถังกล่าวอย่างกังวลใจ
ซูฉีหันมองแล้วนึกได้ ตนเองสับสนอยู่เช่นนี้มาซักพักใหญ่ใหญ่แล้ว
ถ้ายังคงสับสนแบบนี้ต่อไปเรื่อยเรื่อยมีแต่ว่าตนเองนั้นจะย่ำแย่ นางก้มหน้าของตนเองขบคิดอยู่ภายในใจ ‘ ถ้านี่เป็นิยายบุปผาซ่อนเร้นที่ตัวของเรารู้จักจริงๆ ตามชะตากรรมที่อ่านซูฉีโดนในราเทสต์มาที่ดินแดนตะวันออก ‘
‘ ดินแดนอันแสนห่างไกลอยู่ติดแถบชายแดนเต็มไปด้วยการต่อสู้กับชนเผ่ามากมาย ดินแดนแห่งนี้ไม่เพียงแค่มีการรบราฆ่าฟันแถมมันยังเป็ดินแดนที่แห้งแล้งปลูกพืชพันธ์ไม่ค่อยเจริญเติบโต ’
‘ นักเขียนทำการเขียนให้ตัวละครนี้มาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้คงเห็นว่ามันเป็การลงโทษที่เหมาะสม เพราะการอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่แตกต่างจากการตายทั้งเป็สำหรับคุณหนูอันแต่ใจอย่างซูมี่ ’
‘ แล้วในตอนนี้ตัวของเราจะเอาอย่างไรดีล่ะ ’
เมื่อมองไปด้านหน้า ดินแดนแถบนี้เป็ดินหยาบกว้างขวางเป็อย่างมากแต่มันกลับมีพืชพรรณสีเขียวที่น้อยจนได้
เมืองที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าแม้จะกล่าวว่าเมืองก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปาก ขนาดกำแพงที่เป็กำแพงหินยังไม่สามารถก่อสร้างได้ครบถ้วน
เมืองชายแดนแห่งนี้มีการฆ่าฟันและการต่อสู้อยู่เป็ประจำ จึงทำให้ภายในเมืองนั้นได้รับความเสียหายอยู่บ่อยครั้ง การซ่อมแซมเมืองเป็ไปอย่างล่าช้าเพราะกำลังคนและกำลังซับแทบจะไม่มี
หลังจากที่ยืนทอดถอนใจอยู่สักพักช่วยไม่ได้กับสตาร์กรรมชีวิตแบบนี้ จึงต้องเดินมุ่งตรงเข้าไปภายในเมือง
ในตอนนี้เดินมุ่งตรงเข้าไปภายในเมืองอย่างช่วยไม่ได้ หนึ่งนายดึงบ่าวทั้งสองเป็สตรี เดินเข้ามาภายในสถานที่แปลกหูแปลกตาสะพายห่อผ้าเดียวเอาไว้
ซูฉีก็กังวล แต่จะทำอย่างไรได้ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็คงจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดหนึ่งตอนนี้
ซูฉีรู้สึกสงสัยว่าทำไมตนเองถึงมาอยู่สถานที่แห่งนี้ได้ ถ้าอยากจะหาคำตอบเกี่ยวกับเื่นั้นตัวของนางก็ต้องเอาชีวิตรอดก่อน
ท้องนภา้าเริ่มเปลี่ยนสี บ่งบอกให้รู้ว่าใกล้เข้าสู่่ยามเย็น
เมืองแห่งนี้เข้ามาด้านในเมืองไม่ได้เป็เมืองที่ไร้ความเจริญเสียทีเดียว มันเองก็เป็เมืองที่พออยู่ได้ ที่ว่าเมืองแห่งนี้มันเป็เมืองที่ไร้ซึ่งความเจริญเป็เพราะงบประมาณส่งมาถึงเมืองแห่งนี้น้อยนิด
ในขณะที่กำลังเดินอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายเมืองชายแดนแห่งนี้มีผู้คนอาศัยอยู่มากพอควร
เดินสำรวจมาสักพักซูมี่หยุดเท้าทั้งสองข้างของตนลงหันมองลี่ถังแล้วถาม “ ตัวของเ้ามีเงินหรือไม่? ”
“ เ้าค่ะถึงแม้ว่าจะมีไม่มากแต่ตอนที่ก่อนโดนเนรเทศมาค่าเก็บเงินได้เล็กน้อย ”
“ มีอยู่เท่าไหร่? ”
“ สิบห้าเหรียญทองแดง… ”
ซูฉีเหลือบตามองบนนางแทบจะหงายหลัง สำหรับคนที่อ่านนิยายเื่นี้รู้ดีเงินห้าสิบเหรียญทองแดงถ้าใช้ชีวิตภายในเมืองหลวงเพียงแค่ข้าวสามมื้อก็หมดแล้ว
“ แต่ว่าคุณหนูไม่ต้องกังวลเ้าค่ะที่พักนายท่านเคยมีที่ดินอยู่ที่เมืองนี้เป็บ้านหลังเล็กๆพอให้พวกเราไปอยู่อาศัยได้”
เมื่อได้ยินว่ามีบ้านดวงตาของนางเปล่งประกายขึ้น “ บ้านอย่างงั้นรึที่ใดกันนำทางไปเลย!!! ”
นางกระตือรือร้นอย่างน้อยการใช้ชีวิตภายในร่างของนางร้ายที่เคยเป็คนร่ำรวยมาก่อนก็ไม่เสียเปล่าเสียทีเดียว
คิดว่าชีวิตภายในเมืองแห่งนี้จะมืดมนแล้วเสียอีก แต่ดูเหมือนว่าจะยังมีความหวังอยู่บ้าง
“ ก็ยังดีอย่างน้อยก็มีคฤหาสน์ที่บริเวณชายแดนแบบนี้? ”
…
บ้านไม้หลังเล็กๆตั้งอยู่ด้านหลังเมือง เป็บ้านไม้ที่มีเพียงแค่สองห้องตั้งอยู่บนที่ดินกว้างเพียงเล็กน้อย แถมสภาพบ้านยังผุพังและก็ยังเต็มไปด้วยความทรุดโทรม
ซูฉีดวงตาเบิกกว้างขึ้นหนาอ้าปากค้างมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตน ในตอนนี้แสดงใบหน้าท่าทีราวกับว่าสติหลุดออกจากร่างกายอีกแล้ว
ภาพของคฤหาสน์ต่างแดนที่ตนเองวาดฝันเอาไว้หลุดลอยออกไปจากหัว
“ นี่งั้นรึ! ”
นางหันถามลี่ถัง ลี่ถังพยักหน้ากลับ นางเงยหน้ามองบนอีกครั้งอย่างเหนื่อยใจ
ในขณะที่กำลังยืนสติหลุดอยู่บริเวณบ้านไม้หลังเก่าเก่า อยู่อยู่มีท่านยายผู้หนึ่งเดินผ่านหน้าหญิงชราหลังค่อมล้มลงเพราะหมดแรงเดิน
ซูฉีคว้าจับร่างกายของท่านย้ายผู้นั้นเอาไว้ได้ทันเวลาในทันใดเอง
ตึ้ง!!!
เสียงบางอย่างดังแทรกเข้ามาภายในหู ก่อนที่จะมีภาพบางอย่างปรากฏขึ้นภายในหัวของตนเองเป็ข้อความ
[ ช่วยเหลือหญิงชราได้หนึ่งแต้มความดี ]
จบบท