“แม่สื่อหลิว นี่มันเื่อะไรกันแน่ ทำไมสกุลโจวถึงได้ทำเช่นนี้ หากถอนหมั้นไปแล้วิหัวของข้าจะทำเช่นไรเล่า?” นางซูคว้ามือแม่สื่อหลิวมากุมไว้ น้ำตาไหลอาบแก้ม พร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสะอื้น
แม่สื่อหลิวเห็นท่าทางสะอึกสะอื้นของนางซูก็รู้สึกกังวล เมื่อเห็นสีหน้าของนางซีดเซียวขึ้นเรื่อย ๆ จึงรีบเอ่ยปลอบ “แม่นางซูไม่ต้องกังวล ร่างกายของเ้ายังไม่ดีฉะนั้นอย่าได้กังวลไปเลย”
ขณะนั้น หลี่ิหัวที่ได้ยินก็เดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยน้ำสองใบในมือท่าทางร้อนรน หลี่ิเยว่เห็นพี่สาวของตนจึงรีบเดินตามเข้าไปติด ๆ
หลี่ิเยว่ที่เห็นอาการของนางซูจึงรีบอาสายกน้ำไปให้ และไม่ลืมหยดน้ำพุิญญาลงไปอย่างลับ ๆ นางประคองหลังมารดาและป้อนน้ำให้ จากนั้นจึงเงยหน้าสบตาพร้อมเอ่ยถามอย่างจริงจัง “ท่านแม่ ได้โปรดเชื่อข้า เื่นี้ขอให้ท่านเชื่อฟังข้าได้หรือไม่เ้าคะ?”
จากนั้นจึงหันไปหาพี่สาวและเอ่ยขึ้นว่า “พี่หญิงใหญ่ พี่เชื่อใจข้าใช่หรือไม่? หากเชื่อข้า ก็ช่วยไปเรียกพวกพี่ใหญ่กลับมาที”
หลี่ิหัวพยักหน้าแรง ๆ ก่อนจะหมุนกายออกไปจากเรือนตะวันออก หลี่ิเยว่ประคองนางซูนั่งพิงหัวเตียง จากนั้นหันไปหาแม่สื่อหลิวและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “อีกประเดี๋ยวท่านช่วยเล่าเื่ให้พวกข้าฟังั้แ่เริ่มต้นอีกครั้งด้วยเ้าค่ะ หาก้าป้ายผูกดวงกับของหมั้นคืน ท่านก็ต้องเล่ามาอย่างละเอียดและชัดเจน หากไม่เล่าหรือบิดเบือนความจริง พวกข้าจะเอาป้ายผูกดวงกับของหมั้นไปยื่นคำร้องที่ศาลาว่าการ”
แม่สื่อหลิวถอนหายใจและรอให้พวกหลี่อวิ๋นห้าวกลับมา ก่อนจะเล่าเื่ทั้งหมดอีกครั้ง “อันที่จริงเื่มันเป็เช่นนี้ เมื่อวานแม่ของโจวซิ่วไฉ่มาหาข้า บอกว่าคนที่หมั้นหมายกับพวกเขาต้องเป็ผู้หญิงสกุลหลี่ หลานสาวของหลี่ต้าชวนบ้านสามสกุลหลี่ แต่ในตอนนี้ลูกสาวของพวกเ้าไม่ใช่หลานสาวของหลี่ต้าชวนอีกแล้ว ดังนั้นจึงไม่เหมาะสมที่จะแต่งงานกัน”
หลี่ิเยว่หรี่ตาก่อนจะสบถเสียงเสียงเ็า “เหอะ! สกุลโจวจะพลิกลิ้น เปลี่ยนจากการแต่งงานกับพี่หญิงใหญ่ของข้า ไปแต่งกับหญิงสกุลหลี่คนอื่นสินะ!”
“เป็เช่นนั้น ความหมายของสกุลโจวคือพวกเขายอมรับเพียงหลานสาวของหลี่ต้าชวน ดังนั้นวันนี้ข้าถึงได้มาที่นี่” ความจริงแล้วแม่สื่อหลิวนั้นดูิ่สกุลโจวอยู่หน่อย ๆ แต่คนที่จับมือผูกแขนให้คู่หนุ่มสาวในวันนั้นคือตัวนางเอง ดังนั้นนางจึงไม่อาจไม่มาปรากฏตัวที่นี่วันนี้ได้
หลี่ิเยว่หรี่ตาและครุ่นคิด… ‘พวกหลี่ต้าชวนและคนบ้านนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในเื่นี้หรือไม่ ถึงต่อให้ไม่มีแต่ก็ไม่อาจเว้นไว้ได้ ทำเช่นนี้เจตนาของครอบครัวโจวก็ชัดเจนแล้ว หากอยากถอนหมั้นนัก เช่นนั้นก็ถอนสิ!’
“สกุลโจว้าเปลี่ยนคู่แต่งงานเช่นนี้ไม่ได้ พวกเรายอมให้ถอนหมั้นเท่านั้น แต่ไม่ยอมให้เปลี่ยนคู่แต่งงาน ข้าไม่สนใจว่าสกุลโจวจะอยากแต่งกับใคร นั่นเป็เื่ของสกุลโจวไม่เกี่ยวกับพวกข้า” ร่างเล็ก ๆ ตัดสินใจพูดออกมาอย่างหนักแน่น ถูกต้อง นี่คือการ ‘ตัดสินใจ’ ไม่ใช่การ ‘เอ่ยถาม’
แม่สื่อหลิวรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่สกุลโจวพูดเมื่อตอนนั้นว่า “แม่สื่อหลิว พวกข้า้าเพียงถอนหมั้น หากพวกเขาไม่ถอน เช่นนั้นก็พูดเื่เปลี่ยนคู่แต่งงานก็แล้วกัน”
ในเวลานี้เองนางก็เข้าใจความหมายของสกุลโจวในที่สุด ความจริงแล้วพวกเขาอยากถอนหมั้น ส่วนเื่เปลี่ยนคู่แต่งงานนั้นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ และตอนนี้ฝ่ายหญิงก็้าถอนหมั้นและไม่เปลี่ยนคู่แต่งงานเด็ดขาด ซึ่งก็ตรงกับความ้าของสกุลโจวที่บอกนางมา ดังนั้นแม่สื่อหลิวจึงพยักหน้าแล้วหยิบของหมั้นกับสัญญาหมั้นหมายออกมา จากนั้นจึงเขียนจดหมายถอนหมั้นอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ พี่หญิงใหญ่ ไม่ต้องเสียใจไปนะเ้าคะ คนเช่นนั้นไม่้าเราก็ไม่เป็ไร ท่านแม่ ลองคิดดี ๆ นะเ้าคะ หากพี่หญิงใหญ่ได้แต่งงานกับคนสกุลโจวคนนั้นจริง ท่านคิดว่านางจะมีชีวิตที่ดีจริง ๆ หรือเ้าคะ?” หลังจากแม่สื่อหลิวจากไปแล้ว หลี่ิเยว่ก็พูดกับมารดาและพี่สาวอย่างจริงจัง
“ท่านแม่ หากิหัวแต่งเข้าครอบครัวเช่นนี้ไปย่อมไม่ได้มีชีวิตที่ดีแน่ ท่านคิดดู ตอนนี้คนผู้นั้นเป็เพียงซิ่วไฉ่ แต่กลับรังเกียจคู่หมั้นตัวเองเสียแล้ว หากต่อไปเขาสอบได้จู่เหรินจิ้งชื่อล่ะก็ เขายังจะเอ็นดูิหัวของเราอยู่หรือ?” / “นั่นสิ! ท่านแม่ ตอนนี้พวกเราเห็นธาตุแท้ของโจวซวี่แล้ว ข้าว่านี่นับเป็เื่ดีสำหรับพี่หญิงใหญ่แล้ว ท่านแม่ ตอนนี้สิ่งที่พวกเราต้องทำคือมีชีวิตที่ดีขึ้นให้ได้ เพื่อต่อไปจะได้หาคนที่ดีกว่านี้ให้พี่หญิงใหญ่ได้” หลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่ต่างผลัดกันเอ่ยปากพูดปลอบใจ
หลี่ิหัวมองดูพี่น้องของตนพร้อมกับพยักหน้าอย่างหนักแน่น นางเอนกายเข้าไปใกล้มารดาพร้อมกับพูดเสียงแ่เบา “ท่านแม่ ความจริงแล้วตัวข้าเองก็ไม่ได้ชอบการหมั้นหมายในครั้งนี้ ท่านแม่อาจจะไม่รู้ แต่ครึ่งปีก่อนข้าเห็นหลี่เถาฮวากับโจวซวี่พลอดรักกันเ้าค่ะ ท่านแม่ ตอนนี้ได้ถอนหมั้นไปแล้ว ตัวข้าก็รู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อย”
นางซูเบิกตากว้าง เมื่อมองดูบุตรสาวคนโตน้ำตาก็ยิ่งไหลริน กอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนแน่นพลางร้องไห้โฮเสียงดัง
.
.
ณ บ้านหลี่ต้าชวน
หลี่เถาฮวาเดินไปเดินมาอย่างเป็กังวลอยู่ภายในห้อง สายตาคอยทอดมองออกไปข้างนอกเป็ระยะ ราวกับกำลังรอคอยใครบางคนอยู่ ขณะที่นางกำลังรออย่างใจจดใจจ่อนั้น ร่างร่างหนึ่งก็เดินเข้ามา
เมื่อเห็นคนมา หลี่เถาฮวาจึงรีบเข้าไปถาม “หลี่จวิน สกุลโจวตัดสินใจเื่แต่งงานได้แล้วหรือยัง พวกเขาเปลี่ยนมาแต่งกับข้าใช่หรือไม่?”
หลี่จวินเหลือบมองคนถามก่อนจะยื่นมือออกมา “ตกลงกันแล้วว่า ถ้าข้าไปสืบข่าวให้ เ้าจะให้ข้าสิบเหรียญทองแดง เอาเงินออกมาให้ข้าก่อนแล้วข้าจะบอก”
หลี่เถาฮวาหยิบเหรียญทองแดงออกมาจากกระเป๋า ยัดใส่มือของหลี่จวินโดยไม่แม้แต่จะนับ ก่อนจะรีบเอ่ยถาม “ได้ความว่าอย่างไร รีบพูดมา”
เมื่อหลี่จวินได้เหรียญทองแดงแล้วจึงเปิดปากบอก “ข้าเข้าไปในบ้านพวกเขาไม่ได้ ข้าเลยรอให้แม่สื่อหลิวออกมาเสียก่อน จากนั้นจึงไปถามเอากับนาง แม่สื่อหลิวบอกว่านางซูตกลงที่จะถอนหมั้นเท่านั้น ไม่เปลี่ยนคู่แต่งงาน”
“อะไรนะ พวกมันมีสิทธิ์อะไรถึงไม่ตกลงเปลี่ยนคน หลี่ิหัวกล้าดีนักนะที่ทำเช่นนี้!” หลี่เถาฮวาที่ได้ยินว่าเื่หมั้นหมายถูกยกเลิกไปแล้วจึงหงุดหงิด นางเดินไปมาอยู่ในห้องแต่กลับไม่กล้าที่จะทำอะไรกระโตกกระตาก
หลังได้รับเหรียญทองแดงและพูดจนจบแล้ว หลี่จวินก็วิ่งออกไปทันที เขาอยากกินน้ำตาลปั้นจึงบอกให้เถ้าแก่คนขายรอเขาแล้ว
.
.
ฝ่ายแม่สื่อหลิวก็มอบหนังสือถอนหมั้นและป้ายผูกดวงคืนให้กับนางโจวแล้วเช่นกัน รวมถึงบอกเล่าเหตุการณ์ที่บ้านหลี่หงให้นางฟังอีกครั้ง ก่อนที่สุดท้ายจะปฏิเสธคำขอของสกุลโจวที่ขอให้นางเป็แม่สื่ออีกครั้งแล้วกลับบ้านไป
.
.
เมื่อหลี่ิเยว่เห็นว่ามารดาของตนหลับไปแล้ว จึงให้น้องเจ็ดกับน้องแปดนอนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ จากนั้นจึงออกไปที่แปลงสมุนไพรด้วยกันกับคนอื่น ๆ
“พี่ใหญ่ พี่สาม น้องห้า น้องหก ตอนนี้พวกเ้ารู้แล้วใช่หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงอยากให้พวกเ้าสอบราชการได้น่ะ หากคนในครอบครัวเรามีชื่อเสียงติดตัว สกุลโจวมีหรือจะดูิ่พวกเราเช่นนี้ได้!”
ทันทีที่หลี่ิเยว่เดินมาถึงสวนหลังบ้าน นางก็จับจ้องไปที่บรรดาพี่ชายน้องชายทั้งสี่และเอ่ยปากขึ้น
เมื่อเห็นพวกเขามีสีหน้าครุ่นคิดจึงพูดต่อ “พี่ใหญ่ หากพวกพี่ยืนหยัดได้ ก็จะเป็ที่พึ่งพิงของผู้หญิงอย่างพวกข้า ต่อไปทางที่พวกพี่เดินจะยิ่งมั่นคงและสูงขึ้นเรื่อย ๆ และชีวิตของพวกเราก็จะยิ่งมั่นคงยิ่งขึ้นเช่นกัน”
“พี่ใหญ่ น้องสาม น้องห้า น้องหก ที่น้องสี่พูดมาถูกต้องแล้ว ยิ่งพวกเ้าเก่งกาจขึ้น อย่าว่าแต่พวกเราจะมีชีวิตที่ปลอดภัยเลย แม้แต่ตอนแต่งงานออกเรือนไปอยู่บ้านสามี พวกเขาก็ยังต้องเกรงใจเรา ดังนั้นในอนาคตพวกข้าจะเชิดหน้าชูตาได้ไม่เป็ที่ดูิ่หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกเ้าแล้ว” ตอนนี้หลี่ิหัวคิดได้แล้ว นางก็เพียง้าจะมีชีวิตที่ดีในอนาคตเท่านั้น
เหล่าบุตรชายบ้านหลี่หงหันมาสบตากัน ก่อนจะตัดสินใจอย่างลับ ๆ พวกเขามองไปที่พี่น้องสองสาวพร้อมกับเอ่ยอย่างหนักแน่น “พี่หญิงใหญ่/น้องรอง พี่สี่/น้องสี่ ไม่ต้องกังวล พวกข้าจะตั้งใจเรียน หากสอบเป็ข้าราชการไม่ได้นั่นเท่ากับว่าผิดต่อความลำบากของพวกเ้าแล้ว” นี่คือคำสัญญาที่เด็กชายทั้งสี่คนให้ไว้อย่างหนักแน่น
และด้วยคำสัญญานี้ทำให้ในอนาคตข้างหน้า บรรดาพี่ชายน้องชายบ้านหลี่หง ไม่ว่าจะพบเจอกับเื่อะไร ลำบากยากเย็นเพียงไหน พวกเขาก็จะไม่มีวันยอมแพ้และพยายามทำให้สำเร็จจนได้
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง