เมื่อเห็นแววตาอ่อนโยนที่คุ้นเคยของเขา ซูลั่วก็ค่อย ๆ ลดหนามแหลมที่กางอยู่รอบตัวลง
“พี่ใหญ่ พี่รู้เรื่องหมดแล้วเหรอคะ?”
ซูหนานจิ่นพยักหน้า เขาหันไปมองซ้ายขวา “เราเข้าไปคุยกันข้างในดีไหม?”
เมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่ยังคงเหมือนเดิม ซูลั่วเองก็ไม่ใช่คนดื้อรั้นอะไร เธอจึงขยับตัวให้เขาเข้ามาในห้อง
ซูหนานจิ่นมองไปรอบห้องพักคู่ที่ทั้งเล็กและแคบพลางขมวดคิ้ว “ก่อนหน้านี้พี่บอกให้เธอเลือกหอพักแบบห้องสวีทเดี่ยวไม่ใช่เหรอ?”
ซูลั่วทำท่ายอมแพ้ “แบบนั้นมันแพงเกินไปค่ะ ตอนนี้หนูไม่มีเงิน”
พอได้ยินแบบนั้น ซูหนานจิ่นก็รีบเปิดหน้าจอเสมือนจริงของสมองกลขึ้นมาทันทีเพื่อจะโอนเงินให้เธอ
ซูลั่วรีบจับมือของเขาไว้ “พี่ใหญ่ ไม่ต้องโอนเงินมาให้หนูนะคะ หนูจะไม่ใช้เงินของตระกูลซูอีกแล้ว ซึ่งรวมถึงค่าเลี้ยงดูตลอดสิบปีที่ผ่านมาด้วย หนูจดบันทึกไว้หมดแล้ว และจะคืนให้ตระกูลซูทั้งหมดค่ะ”
คำพูดนั้นทิ่มแทงใจซูหนานจิ่นอย่างมาก คิ้วเรียวคมของเขาพลันขมวดเข้าหากันแน่น
“ลั่วลั่ว ทำไมเธอต้องทำแบบนี้ด้วย? เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นความผิดของซูเสี่ยวซีทั้งหมด กลับบ้านกับพี่นะ พี่จะลากยัยนั่นมาขอโทษเธอให้ได้ ส่วนเรื่องที่เธอถูกจับคู่แต่งงานด้วยระบบจับคู่พันธุกรรม...”
ซูหนานจิ่นเงยหน้าขึ้นมองซูลั่วอย่างมีความหวัง “การจับคู่ไม่สำเร็จใช่ไหม?”
ซูลั่วกำลังจะอ้าปากพูด แต่ในตอนนั้นเอง ประตูห้องพักของเธอก็ถูกเคาะขึ้นอีกครั้ง
วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย ทั้งที่เป็นวันแรกที่เธอเข้าพัก แต่กลับมีแขกมาเยี่ยมไม่ขาดสาย
ซูลั่วจึงต้องเดินไปเปิดประตู
แล้วเธอก็เห็นเด็กหนุ่มหูจิ้งจอกในชุดนักศึกษาสีน้ำเงินขาว ยืนพิงกรอบประตูอยู่ด้วยท่าทางเกียจคร้าน
เขาหรี่นัยน์ตาสีน้ำเงินลง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูไม่ออกว่ายิ้มจริงหรือแกล้งทำ
“พี่สาว ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ตอนไปทำไมไม่ปลุกผมเลย...”
ทว่าเมื่อเด็กหนุ่มหูจิ้งจอกเห็นซูหนานจิ่นที่อยู่ในห้อง เขาก็ชะงักไปทันที
รอยยิ้มสบาย ๆ บนใบหน้าพลันหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง และในดวงตาสีน้ำเงินไคลน์คู่นั้นก็เริ่มมีไอน้ำก่อตัวขึ้นช้า ๆ
เขาปั้นหน้าเจ้าน้ำตาแล้วตัดพ้อเสียงดังฟังชัด “พี่ครับ ทำไมในห้องของพี่ถึงมีผู้ชายอื่นอยู่ด้วยละครับ?”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ผู้ชายอื่น’ มุมปากของซูลั่วก็กระตุกทันที ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะบีสต์แมนเผ่าหมาป่าที่มีสัญชาตญาณเฉียบคม ซูลั่วสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากคนตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง
ซูลั่วขมวดคิ้ว “อย่าพูดจาเหลวไหลนะ เขาเป็นพี่ชายของฉัน”
“อ้อ”
ซูหนานจิ่นที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงจึงเดินออกมา ตอนแรกเขายังคงสงสัยอยู่ แต่เมื่อสายตาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มหูจิ้งจอก เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“องค์ชายเก้า! พระองค์มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?!”
หลังจากอดีตองค์ราชินีแห่งดาวอัลฟ่าให้กำเนิดองค์รัชทายาท พระองค์ก็ประชวรและสิ้นพระชนม์ไป หนึ่งปีต่อมา องค์จักรพรรดิก็ได้อภิเษกสมรสกับองค์ราชินีองค์ปัจจุบัน ทว่าหลังจากนั้นหลายปีก็ยังไม่มีรัชทายาท จนกระทั่งในที่สุดก็ได้ให้กำเนิดฉู่ซิงหลาน
เนื่องจากฉู่ซิงหลานเป็นบีสต์แมนจิ้งจอกเก้าหางที่หายากอย่างยิ่ง ทั้งลึกลับและทรงพลัง ภายหลังจึงถูกขนานนามว่าองค์ชายเก้า
ซูหนานจิ่นมียศทหารที่สูงมาก เขาจึงเคยเข้าเฝ้าองค์ชายเก้าหลายครั้ง ดังนั้นเมื่อเห็นคน เขาจึงคุกเข่าลงข้างหนึ่งและทำความเคารพตามธรรมเนียมทหารทันที!
พอได้ยินว่าซูหนานจิ่นเป็นพี่ชายของซูลั่ว ฉู่ซิงหลานก็โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ รังสีคุกคามรอบตัวพลันสลายหายไป เขายื่นมือไปกุมมือของซูลั่วไว้แล้วสอดประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกัน ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาน่าสงสาร
“พี่สาว พี่เข้าใจผมผิดแล้วนะครับ”
เขาหมายถึงข้อความที่ซูลั่วส่งไป
เขาไม่ได้อยากจะหย่าเลยสักนิด
ซูลั่วเองก็ตกใจเช่นกัน เธอเคยเห็นภาพขององค์ชายเก้าบนอินเทอร์เน็ตมาบ้าง แต่เด็กหนุ่มผิวขาวหน้าตางดงามเกินมนุษย์คนนี้ ทำไมถึงดูไม่เหมือนองค์ชายเก้าในอินเทอร์เน็ตเลยเล่า?
เธอยังจำได้ดีว่าองค์ชายเก้าในโลกออนไลน์นั้นดูเย็นชาอย่างยิ่ง แม้จะอายุไล่เลี่ยกับเธอ แต่เพราะแข็งแกร่งและมีระดับการกลายร่างที่สูงมาก จึงได้เป็นถึงผู้บัญชาการระดับสูงของดาวอัลฟ่าตั้งแต่อายุยังน้อย!
“คุณคือองค์ชายเก้าจริง ๆ เหรอ?”
ฉู่ซิงหลานเหลือบตามองต่ำ หูยาวสีขาวของเขาลู่ตกลงเล็กน้อย ท่าทางดูทั้งเศร้าซึมและหงอยเหงา แต่ในขณะเดียวกันก็น่าเอ็นดูจนทำให้คนใจอ่อนยวบ
ซูหนานจิ่นกระแอมเบา ๆ แล้วพูดกับซูลั่ว “ตอนนี้องค์ชายเก้าน่าจะยังอยู่ในช่วงอ่อนไหว เลยอาจจะดูแตกต่างไปจากปกติเล็กน้อย และตามหลักแล้ว ในช่วงเวลานี้พระองค์ไม่ควรจะออกมาเพ่นพ่านข้างนอก...ลั่วลั่ว เธอไปรู้จักกับองค์ชายเก้าได้ยังไง?”
ไปรู้จักกันได้ยังไง? ก็รู้จักกันตอนแต่งงานไง แถมเมื่อไม่นานมานี้ พวกเขายังเพิ่งผ่าน ‘ช่วงเวลาอ่อนไหว’ มาด้วยกัน!!!
ซูลั่วรู้ดีว่าในใจของพี่ใหญ่เต็มไปด้วยคำถาม แต่ในหัวของเธอตอนนี้ก็มีคำถามผุดขึ้นมาไม่น้อยเช่นกัน!
ทำไมแค่ยื่นคำขอแต่งงานส่ง ๆ ไป คู่ของเธอถึงกลับกลายเป็นองค์ชายได้ล่ะ?
นี่มันจะโชคดีเกินไปแล้ว เธอควรไปซื้อลอตเตอรี่ดีไหม? ไม่แน่ว่าอาจจะถูกรางวัลเป็นดาวเคราะห์ทั้งดวงเลยก็ได้!
“พี่ใหญ่คะ เดี๋ยวเราค่อยคุยกันทีหลังนะคะ” ซูลั่วไม่เปิดโอกาสให้ใครได้พูดอะไรต่อ เธอคว้าแขนฉู่ซิงหลานเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูทันที
ทำให้เธอไม่ทันได้เห็นแววตาอ้างว้างที่ฉายวูบขึ้นมาในดวงตาของซูหนานจิ่น
ฉู่ซิงหลานที่ถูกดึงเข้ามาในห้องยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขากวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วทำหน้าเบ้ด้วยความรังเกียจ “เล็กขนาดนี้ ที่แบบนี้คนจะอยู่ได้ยังไง? แถมยังต้องอยู่กันสองคนอีก? พี่อยู่กับใครหรอครับ?”
ซูลั่วถึงกับพูดไม่ออก “แค่คุยกันแป๊บเดียว คงไม่ทำให้องค์ชายเก้าผู้สูงศักดิ์อึดอัดหรอกเพคะ”
“พี่สาว อย่าเรียกผมว่าองค์ชายเก้าสิครับ เรียกผมว่าเสียวจิ่ว หรือไม่ซิงซิงก็ได้”
ซูลั่วถอยหลังไปสองก้าว แววตาของเธอสงบนิ่ง “ตอนที่อยู่ที่ศูนย์บัญชาการกลาง ทำไมคุณไม่บอกฉันว่าคุณคือองค์ชายเก้า?”
นัยน์ตางดงามราวกับอัญมณีของฉู่ซิงหลานเริ่มมีไอน้ำเอ่อคลอ “พี่สาวรังเกียจผมแล้วเหรอครับ?”
มุมปากของซูลั่วกระตุก “นี่ไม่ใช่ปัญหารังเกียจหรือไม่รังเกียจ ถึงแม้ว่าเราจะผ่านช่วงเวลาอ่อนไหวมาด้วยกันแล้ว แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องบอกคุณให้ชัดเจน ฉันเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลซู และตอนนี้ฉันก็ออกมาจากบ้านนั้นมาแล้ว ต่อไปนี้ก็จะไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพวกเขาอีก ดังนั้น ตอนนี้ฉันเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่ง เป็นแค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีญาติพี่น้อง ในสถานการณ์แบบนี้ คุณแน่ใจแล้วเหรอว่ายังจะแต่งงานกับฉัน?”
เมื่อฉู่ซิงหลานได้ฟัง ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที “พี่สาว หมายความว่า ต่อไปนี้พี่ก็จะมีแค่ผมคนเดียวแล้วใช่ไหมครับ?”
ซูลั่ว “...”
เมื่อครู่เธอพูดไปตั้งยาว อีกฝ่ายได้ยินแค่ประโยคนี้ประโยคเดียวเนี่ยนะ?
ซูลั่วนึกถึงคำพูดของพี่ใหญ่ขึ้นมา ฉู่ซิงหลานกำลังอยู่ในช่วงอ่อนไหว ไม่สามารถใช้เหตุผลคุยด้วยได้ อีกทั้งการรับรู้ก็มีปัญหา เมื่อนึกถึงฐานะอันสูงส่งของอีกฝ่าย ซูลั่วจึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ฉันกังวลว่าในอนาคตคุณจะเสียใจทีหลัง ดังนั้น รอให้คุณพ้นจากช่วงอ่อนไหวไปก่อน แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องแต่งงานกันดี ๆ อีกที”
แม้ซูลั่วจะยอมรับว่าเธอตกหลุมรักอีกฝ่ายตั้งแต่แรกเห็น แต่ด้วยสถานะและสภาวะที่ไม่ปกติของเขา เรื่องแต่งงานจึงควรรอบคอบไว้ก่อนจะดีกว่า อย่างไรเสีย เขาก็เป็นถึงเชื้อพระวงศ์
พอฉู่ซิงหลานได้ยินเช่นนั้น หูจิ้งจอกปุกปุยของเขาก็ลู่ตกลงทันที ใบหน้าที่งดงามหมดจดอยู่แล้ว เมื่อมีไอน้ำคลออยู่ในดวงตา จึงทำให้ยิ่งดูน่าสงสารจนคนมองต้องใจอ่อนยวบ
“พี่รังเกียจผมจริง ๆ ด้วย...”
ซูลั่วถึงกับไปไม่เป็น ถ้าเป็นคนอื่นมาทำตัวไม่มีเหตุผลแบบนี้ ป่านนี้คงโดนเธอเตะกระเด็นออกไปแล้ว
แต่คนตรงหน้านี้เพิ่งจะผ่านช่วงเวลาอ่อนไหวมากับเธอ แถมยังเป็นองค์ชายอีก...
ซูลั่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ “การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่นะคะ ต้องรอบคอบ แบบนี้แล้วกัน ฉันเพิ่งจะเปิดเทอม ยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ คุณกลับบ้านไปก่อนดีไหม? แล้วก็...ไปบอกเรื่องของเรากับครอบครัวของคุณด้วย ฉันไม่มีครอบครัวแล้ว ไม่เป็นไร แต่คุณมี ฉันหวังว่าการแต่งงานของเราจะได้รับการอวยพรจากครอบครัวนะคะ”
ฉู่ซิงหลานเอียงคอ คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าที่ซูลั่วพูดมีเหตุผล
เขาจึงพูดขึ้นอย่างร่าเริง “ถ้างั้น...เดี๋ยวผมพาพี่สาวกลับบ้านผมเลยนะครับ!”