หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    มารในใจของเหยาเซียน

            จบจากคู่หว่านเจียงอี้ผู้คนก็พากันตบมือเพื่อแสดงความเคารพและให้กำลังใจต่ออัจฉริยะทั้งสอง เฮ่ยหยาที่นั่งอยู่บนชั้นบนสุดก็ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมินิกายซากศพเหมือนจะเป็นนิกายสายกึ่งมารที่ใช้ร่างกายและศพของคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมาขัดเกลาและนำมันมาเสริมสร้างร่างกายของตนเองทำให้มีพลังร่างกายที่ทนทานและพิษก็ไม่สามารถทำอะไรร่างกายศพได้และการที่เฮ่ยหู่สามารถต้านทานหว่านเจียงอี้ได้นานขนาดนี้ก็ทำให้เฮ่ยหยาภูมิใจเเล้ว

            จะต้องรู้ว่าหว่านเจียงอี้คือชายหนุ่มที่ถูกขนาดนามว่าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่รุ่นเยาว์และผู้ที่ไม่เคยพ่ายแพ้ตั้งแต่บ่มเพาะพลังมาสำหรับรุ่นเยาว์หว่านเจียงอี้คือราชันที่แท้จริงแต่ในตอนนี้มีอัจฉริยะหลายคนที่เฉิดฉายออกมาซึ่งมีค่าพอที่จะท้าทายหว่านเจียงอี้ได้

            "คู่ที่สอง เหยาเซียน เจอกับ ป้ายหลิน"

            เหยาเซียนในชุดสีแดงสดเหินขึ้นเวทีประลองด้วยท่าทางสง่างามดุจนางฟ้านางสวรรค์เปลวเพลิงที่ร้อนแรงลุกไหม้อยู่รอบกายนางป้ายหลินเองก็ขึ้นเวทีประลองมาด้วยสีหน้าสงบนิ่งข้างหลังป้านหลินมีพิณโบราณอยู่ป้ายหลินนำพิณโบราณออกมาตั้งไว้ข้างหน้าแล้วนั่งลง

            "เจ้าคิดจะสู้ด้วยวิธีนั้นจริง ๆงั้นหรือ" เหยาเซียนถาม

            "แน่นอนนี่คือวิธีต่อสู้ของข้า" ป้ายหลินกล่าว

            "'งั้นข้าก็ไม่ขอเกรงใจละ" เหยาเซียนกล่าว

            "เริ่มการประลองได้"

            "ติ๊ง!!!!"

            เสียงพิณโบราณดังขึ้นมาในทันทีเหยาเซียนที่กำลังจะโจมตีพรันหยุดชะงักภายในใจของเหยาเซียนตื่นตระหนกจิตวิญญาณของนางกำลังถูกโจมตีและคุกคาม

            ป้ายหลินนั่งดีดพิณออกมาด้วยท่วงท่าสง่างามเสียงของพิณโบราณทำให้สีหน้าของเหยาเซียนเริ่มเหม่อลอยและดวงตาเริ่มหม่นหมอง

            "นี่มันการโจมตีทางวิญญาณไม่ใช่แค่นั้นแต่ยังสามารถควบคุมจิตวิญญาณเด็กนี่สามารถฝึกฝนทักษะที่หายากยิ่งได้ถึงขนาดนี้เลยงั้นรึ"เหยาจีกล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก

            "นางเกิดมาเพื่อใช้พิณความสามารถของนางและพรสวรรค์ที่น่าทึ่งของนางใช้เวลาเเค่10 กว่าปีก็นำหน้าข้าไปเเล้ว"หญิงชราที่เป็นอาจารย์ของป้ายหลินกล่าว

            "ดูเหมือนแม่หนูเหยาเซียนจะเจอศึกหนักเเล้ว" เมิ่งต้วนกล่าว

            เหยาเซียนที่ยืนนิ่งภายในจิตใจของเหยาเซียนปรากฏภาพของนางในวัยเด็กตัวนางนั้นเกิดในสถานที่ชนบทและห่างใกลจากดินแดนเทวะแต่ว่าในวันที่นางเกิดได้มีปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดมีเปลวเพลิงที่เป็นรูปร่างนกฟีนิกซ์อัมตะบินวนอยู่บนท้องฟ้าครอบครัวของนางนั้นเป็นครอบครัวธรรมดาและไม่ได้บ่มเพาะพลังผู้คนในหมู่บ้านจึงพากันคิดว่านางคือเทพลงมาจุติ

            และเมื่อนางโตขึ้นจน10 ขวบความงดงามของนางเริ่มฉายแววออกมาความงดงามของนางทำให้เจ้าเมืองต้องตาและต้องการรับนางไปเป็นภรรยาเมื่อนางอายุ16 ปี แต่นางไม่ยอมพ่อและแม่ของนางจึงพานางหนีแต่ก็ถูกคนของเจ้าพบและถูกสังหารภาพของพ่อแม่นางถูกสังหารนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของนางมาจนถึงทุกวันนี้และในตอนนั้นเองที่พลังของนางได้ตื่นขึ้น

            เปลวเพลิงที่ร้อนแรงได้แผดเผาทำลายคนของเจ้าเมืองจนหมดนางที่ตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังและจิตใจแตกสลายได้พุ่งไปยังตำหนักเจ้าเมืองและเเผดเผาทำลายคนในตำหนักเจ้าเมืองจนหมดเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ไปทั่วทำให้นางราวกับปีศาจอัคคีและในวันนั้นเป็นวันที่เหยาจีได้พบตัวนางและรับนางมาเป็นบุตรบุญธรรมและเลี้ยงดูนางเหมือนลูกแม้ๆและเปลี่ยนเเซ่ของนางเป็นเหยา

            น้ำตาเริ่มใหลออกมาภายในโลกแห่งความจริงร่างของเหยาเซียนแสดงความโศกเศร้าและมีน้ำตามากมายใหลออกมา ราวกับตนได้กลับไปอยู่ในเหตุการณ์ที่น่าเศร้านั้นอีกครั้งจิตใจของเหยาเซียนกำลังจะแตกสลายอีกครั้งแต่ในตอนนั้นเองก็มีแสงสีขาวส่องสว่างขึ้นภายในจิตใจของนางภาพชายหนุ่มผู้หล่อเหลาและมักจะแสดงสีหน้าจริงจังและมุ่งมั่นเสมอปรากฏขึ้นทำให้จิตใจของเหยาเซียนสงบ

            จิตใจของเหยาเซียนเริ่มอบอุ่นขึ้นมาในทันทีเพียงแค่ภาพเดียวพร้อมกับแสงสว่างเล็กทำให้เหยาเซียนหลุดจากการถูกควบคุมของป้ายหลินร่างกายของเหยาเซียนระเบิดเปลวเพลิงออกมาเเววตาที่หม่นหมองก็กลับมากระจ่างใสอีกครั้งป้ายหลินที่นั่งดีดพิณอยู่ก็หยุดลงในทันทีพร้อมกับมีเลือดใหลออกมาที่มุมปากของนาง

            "ข้าไม่คิดว่าภายในจิตใจของเจ้าจะยังมีแสงแห่งความหวังที่แรงกล้าขนาดนั้นหลงเหลืออยู่ชายหนุ่มคนนั้นคงเป็นแสงแห่งความหวังของเจ้าสินะ"ป้ายหลินหันมองไปทางหยางจื่อที่นั่งอยู่

            หยางจื่อรู้สึกแปลกใจที่ป้ายหลินมองมาที่ตนและแสดงสีหน้าสับสนออกมา ทำให้เหยาเซียนอดที่จะยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

            "บอกตามตรงถ้าหากข้าไม่ได้รู้จักกับเขาข้าก็คงพ่ายแพ้ไปเเล้ว"เหยาเซียนกล่าว

            "อย่างงั้นรึ เฮ้อ ข้าแพ้เเล้ว" ป้ายหลินกล่าว

            การต่อสู้ของทั้งสองจบลงด้วยความรวดเร็วทั้งสองเพียงแค่อยู่กหับที่ของตนโดยไม่ได้ขยับแต่ก็สามารถตัดสินผลแพ้ชนะได้นี่ทำให้ผู้คนที่ไม่มีความรู้ทางด้านจิตวิญญาณรู้สึกงุนงง

            "ในที่สุดนางก็กำจัดมารในจิตใจได้เเล้วสินะ"เหยาจีกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะเบือนสีหน้าไปทางหยางจื่อ

            "ประมุขหยางเทียนอวี้ข้ามีเรื่องหยากจะหารือกับท่านหลังการประลองจบจะเป็นการรบกวนประมุขหยางเทียนอวี้หรือไม่" เหยาจีกล่าว

            "ไม่เลย ไม่เลย" หยางเทียนอวี้กล่าว

            เหล่าเซียนสวรรค์ต่างก็แสดงความแปลกใจซีคุ่ยที่นั่งอยู่ข้างๆหยางเทียนอวี้อดไม่ได้ที่จะเอียงคอและกระซิบถามหยางเทียนอวี้

            "ไม่ใช่ว่านางตกหลุมรักเจ้าหรอกนะหรือว่านางคิดจะแต่งงานตอนอายุปูนนี้" ซีคุ่ยกล่าว

            "ผู้อาวุโสกล่าวอะไรไร้สาระออกมากันเดี๋ยวนางก็ได้ยินหรอก"หยางเทียนอวี้กล่าวด้วยความตื่นตระหนก

            "ก็น้ำเสียงของนางตอนที่เรียกหาเจ้ามันแสดงออกถึงความสุขออกมาอย่างมากล้นไม่ว่ายังไงนางก็อายุมากกว่าเจ้า เจ้าคงไม่รังเกียจนางหรอกนะ ฮ่า ฮ่า"ซีคุ่ยกลาว

            "........"หยางเทียนอวี้

            "ตาแก่ถ้ายังไม่หุบปากข้าจะช่วยเผาเจ้าให้เป็นเถ้าถ่านซะ"เหยาจีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            "จ๊ะ........"

            ------------------------------------------------------------------------------------

            ​

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน