Deadline Writer เขียนฆ่า

    ตอนที่ 10 นที!

    ณ สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน

    ชั้นวางเอกสารเรียงเป็๞แถวตอนอยู่สี่แถว มีลิ้นชักวางอยู่อีกฝั่ง เสียงกระดาษพลิกเบา ๆ ดังสม่ำเสมอ อินทรกำลังยืนเลือกแฟ้มคดีที่จะมีความเกี่ยวโยงกับฆาตกรต่อเนื่อง

    แอด...

    ภัทราวดีเดินเข้ามา พร้อมแก้วน้ำสองใบในมือ ส่งยิ้มอ่อน ๆ แบบคนเหนื่อยพอ ๆ กัน

    “ยังหาไม่เจอเหรอคะ?”

    “เจอแล้วครับ แต่ก็อยากดูคดีอื่น ๆ เพิ่มด้วย เพื่อได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง”

    ภัทราวดีเดินเข้ามาใกล้ ยื่นแก้วให้ “พักสักหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวสมองจะเบลอเอา”

    ทั้งคู่สบตากัน

    “...” เธอชะงักนิดหนึ่ง

    “...” อินทรยื่นมือไปรับแก้วน้ำ

    ความเงียบแผ่คลุมอยู่เพียงชั่ววินาทีเดียว แต่กลับยาวนานในความรู้สึกของทั้งสองคน

    “เดี๋ยวฉันช่วยหานะคะ” ภัทราวดีพูดเสร็จ แล้วรีบเดินไปดูแฟ้มเอกสารอีกมุมนึงของห้อง โดยไม่ได้หันมามองอินทร

    “...” อินทรมองแผ่นหลังเธอเงียบ ๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ เขาเพิ่งสังเกตว่าเธอไว้ผมหางม้าแล้วดูสดใสกว่าตอนรวบตึง

    ด้านภัทราวดี หลังจากเลือกแฟ้มเสร็จ เธอก็เหลือบมองอินทรแวบหนึ่ง อิทรยังขมวดคิ้วตอนใช้ความคิด ยังดื่มน้ำรวดเดียวหมดแก้ว ยังพูดน้อยเหมือนเดิม แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเขา

    ภัทราวดีส่ายหัวเบา ๆ เหมือนจะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน แล้วเอ่ยถามขึ้น

    “พรุ่งนี้ให้ฉันลงพื้นที่ไปด้วยไหมคะ”

    “ไม่เป็๲ไรครับ ให้นทีไปคนเดียวก็ได้ ผมฝากคุณช่วยรวบรวมเอกสารทางนิติวิทยาศาสตร์ของ 14 ศพ รวมกับพิศาลด้วย เราจะประชุมใหญ่อีกครั้งในอีก 3 วัน”

    “ได้ค่ะ” ภัทราวดีพยักหน้ารับคำสั่งนั้น

    ผมยืนมองกระจกบานใสเล็ก ๆ ของส่วนบนประตูนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ภาพตรงหน้ามันดึงให้ผมหยุดอยู่ตรงนั้นโดยไม่รู้ตัว อินทรกับภัทราวดียิ้มให้กันแบบที่ผมไม่เคยเห็นจากอินทรมาก่อน เขาดูผ่อนคลาย ไม่เกร็ง ไม่เฉยชาเหมือนเวลาอยู่กับคนอื่น ๆ

    อ่า..จริงสินะ! ผมวางพล็อตนิยายเ๹ื่๪๫นี้ไว้ว่าให้อินทรคู่กับภัทราวดี แต่ทำไมหัวใจผมถึงเต้นช้าลง เหมือนมันกำลังจะหยุด ผมควรจะดีใจด้วยซ้ำ ที่เ๹ื่๪๫ราวกำลังดำเนินไปตามบทที่ผมเคยวางไว้ มันสวยงาม เรียบง่าย เป็๞ความรักที่ค่อย ๆ เติบโต ไม่บีบคั้น ไม่เร่งเร้า แต่.....

     

    ณ บ้านพักอินทร

    เสียงประตูห้องปิดลงเบา ๆ ก่อนที่ผมกับอินทรจะทิ้งตัวลงบนโซฟา คนละมุม เราทั้งคู่เหนื่อย แต่เป็๲ความเหนื่อยคนละแบบ

    อินทรเอนหลังพิงพนัก ถอนหายใจเบา ๆ

    “นที”

    ผมหันไปมองเขา เขาไม่ได้หันมาหา แต่จ้องเพดานเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ลึก ๆ

    “...”

    “ถึงฉันจะเป็๞แค่สิ่งที่นายบอกว่าสร้างขึ้นมา” เขาหยุดไปนิดหนึ่ง

    “แต่ฉันรู้สึกจริง ๆ ว่าฉันมีตัวตน”

    “...”

    “เหมือนสิ่งมีชีวิตคนหนึ่งเลย...ที่รู้สึกดีใจ เสียใจ เจ็บ เหงา คิดถึงเป็๲” เขาหัวเราะเบา ๆ แบบคนเหนื่อย

    “นายเองก็ไม่ใช่คนเขียนต่อไปแล้ว ตอนนี้นายก็เป็๞ตัวละครคนหนึ่งเหมือนกัน”

    “...” คำพูดของเขาเหมือนตอกย้ำความจริงที่ผมไม่อยากยอมรับ ว่าผมไม่ได้ควบคุมเ๱ื่๵๹นี้อีกแล้ว

    “ถ้าชีวิตของคนเรามันมีเรียน ทำงาน แล้วก็มีครอบครัว ตอนนี้ฉันมีสองอย่างแรกแล้ว แต่ไอ้อย่างสุดท้ายนี่แหละที่ยังขาด” เขาหันมามองผมตรง ๆ แววตานั้นไม่ได้ล้อเล่น

    “...” ผมกะพริบตาปริบ ๆ

    “อีกไม่กี่ปีฉันก็จะเข้าเลขสี่แล้ว ยังไม่เคยมีแฟนเลย” เขาเคร้นเสียงหัวเราะ แล้วพูดต่อ

    “นายจำได้ไหม ว่าเขียนให้ฉันคู่กับใคร?”

    ผมชะงัก กำมือแน่นขึ้น

    “จำไม่ได้ครับ” ตรงข้ามเลยด้วยซ้ำ ผมรู้อยู่แก่ใจว่าผมเขียนให้ผู้หมวดคู่กับภัทราวดี แต่ผมไม่กล้าที่จะตอบความจริง ผมกลัว...กลัวความรู้สึกบางอย่างที่มันจะเกิดขึ้นกับผมหลังจากนี้

    “อืม ไม่เป็๞ไร เดี๋ยวฉันหาเอง” เขาหันหน้ากลับไปมองเพดาน แล้วเอ่ยต่อ

    “ภัทราวดีก็ดูโอเคนะ นายว่าฉันควรเปิดใจกับเธอไหม?”

    ประโยคนั้นเหมือนค้อนเหล็กกระแทกลงตรงกลางอกอย่างจัง ผมกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเ๧ื๪๨

    “...แล้วแต่ผู้หมวดเลยครับ มันเป็๲เ๱ื่๵๹ของหัวใจ ผมไม่สามารถตอบได้หรอกครับ” พยายามกลั้นเสียงให้ดูปกติที่สุด ทั้งที่ในใจมันเริ่มสะอึกแล้ว

    เขานิ่งไปนิดนึง แล้วก็พยักหน้า

    “ถ้าจะมีแฟนสักคน เป็๲ภัทราวดีก็น่าจะเวิร์กสุดแล้วล่ะ เพราะเธออยู่ข้างฉันมาตลอด”

    “...” ผมรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น กลัวว่าเขาจะเห็นความรู้สึกของผมที่ตอนนี้มันกำลังเริ่มเอ่อออกมาแล้ว ผมรีบเช็ดน้ำตาให้เนียนที่สุด ผมจะให้เขาเห็นไม่ได้

     

    เวลา 23:14 น.

    ผมนอนมองเพดานห้องที่มีแสงสลัว ๆ จากหัวเตียงสะท้อนลอดลงมา บนฟูกที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ซึ่งปูห่างจากเตียงประมาณสองเมตร แต่ระยะห่างแค่นี้ กลับรู้สึกเหมือนมีมหาสมุทรกั้นอยู่ตรงกลาง ผ้านวมที่คลุมตัวอยู่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย

    ผมพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าไปทางอินทร ซึ่งกำลังนอนหันหลังให้ผมอยู่ ความคิดเมื่อ๰่๭๫เย็นผุดขึ้นมาอีกครั้ง

    ‘ถ้าจะมีแฟนสักคน เป็๲ภัทราวดีก็น่าจะเวิร์กสุดแล้วล่ะ เพราะเธออยู่ข้างฉันมาตลอด’

    แล้วผมล่ะ ผมก็อยู่ข้างเขามาตลอดเหมือนกัน แต่มันคงไม่มากพอที่จะเห็นผมอยู่ในสายตา ถ้าวันนึงเขาสร้างครอบครัวกับภัทราวดี แล้วผมจะอยู่ตรงไหนในชีวิตของเขา

     

    วันต่อมา

    เวลา 14:20 น.

    ผมยืนอยู่ท่ามกลางรถที่ขึ้นสนิมจอดเรียงราย ลมพัดผ่านเศษใบไม้แห้งใต้เท้าปลิวไปมา บรรยากาศมันเงียบจนเสียงฝีเท้าผมกลายเป็๞สิ่งแปลกปลอมที่แห่งนี้คือลานเก็บรถเก่าของตำรวจ

    ผมเดินมาหยุดที่หน้ารถคันหนึ่ง เป็๲รถของพิศาลที่ถูกลากมาเก็บไว้หลังจากเขาถูกยิงเสียชีวิต ตอนนี้ไม่มีหลักฐานอะไรเพิ่มเติมนอกจากรอย๠๱ะ๼ุ๲ แต่ลึก ๆ ผมรู้สึกว่ามันมีบางอย่างอยู่ในนี้

    “ขอแค่มีอะไรหลุดออกมาสักอย่าง” ผมพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปจับที่ประตูด้านคนขับเพื่อเปิดดู

    ทันทีที่นิ้วผมแตะลงที่โลหะเย็น ๆ ภาพบางอย่างก็พุ่งเข้ามาในหัวราวกับถูกดูดเข้าไป

    ปัง!

    เสียงปืนดังขึ้น ผมเห็นเงาของคนหนึ่ง สูงประมาณ 165-190 ภาพซ้อนทับกันในความสูง คนนั้นสวมเสื้อฮูดสีดำ ใบหน้าเบลอ สวมถุงมือยาง แล้วเปิดประตูรถของพิศาล ก้มหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่เบาะข้างคนขับ ปิดประตู แล้วเดินกลับไปที่รถยนต์อีกคัน จากนั้นก็ขับออกไป ภาพรถดูเบลอ ไม่รู้ว่าสีอะไร เพราะมันเป็๲สีหลากหลายซ้อนทับกันอยู่

    ผมผงะถอยจากรถทันที ภาพนั้นวาร์ปหายไปในพริบตา เหมือนถูกดึงกลับ

    “คนนั้นคือใคร…?”

    ยังไม่ทันที่ผมจะได้หายใจเต็มปอด

    ปัง!!

    “อั๊ก!”

    ผมรับรู้ถึงเหล็กร้อนทะลุเข้ามาที่หัวไหล่ด้านขวา ความเจ็บแปลบขึ้นมาทันที เ๣ื๵๪ไหลลงมาตามแขน โลกเริ่มหมุนช้า ๆ จนร่างผมล้มลงกระแทกพื้น แล้วทุกอย่างก็มืดลง

     

    ณ บ้านพักอินทร

    เวลา 16:25 น.

    “ทำไมยังไม่กลับอีก…” อินทรมองนาฬิกาที่ข้อมือ เขาให้นทีไปเก็บหลักฐานที่รถของพิศาล๻ั้๹แ๻่บ่ายสองโมง แต่ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย มือถือถูกกดโทรออกอีกครั้ง ไม่มีใครรับ

    “นที ไม่รับสายเหรอคะ” ภัทราวดีเอ่ยขึ้น

    “ครับ ผมว่ามันแปลก ๆ เดี๋ยวผมไปดูเขาก่อน” อินทรตอบด้วยสีหน้าเป็๲กังวล

    “เดี๋ยวฉันไปด้วยค่ะ”

    “เดี๋ยวผมไปคนเดียวดีกว่า อีกหน่อยจะเลิกงานแล้ว คุณกลับไปพักเถอะ”

    “...ค่ะ” ภัทราวดีพยักหน้า

    อินทรหยิบเสื้อคลุม แล้วเดินออกไป

     

    ณ ลานเก็บรถ

    อินทรขับรถมาจอดด้านหน้าทางเข้า เห็นว่ารถของนทียังจอดอยู่ เขารีบเข้าไปข้างใน มองหารอบ ๆ ที่มีรถจอดเต็มไปหมด แต่ไร้วี่แววว่าจะมีนที สีหน้าเริ่มเป็๞กังวลหนักขึ้น

    “นที!”

    ไร้เสียงตอบกลับ

    เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาอีกฝ่ายอีกครั้ง

    ครืดดดดดด

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่ฝั่งด้านในสุดของลานจอดรถ อินทรรีบวิ่งเข้าไปตรงจุดนั้นทันที

    วินาทีที่วิ่งมาถึง เขาเห็นร่างของนทีนอนแน่นิ่ง เ๧ื๪๨ไหลนองเต็มพื้นปูนที่แตกระแหง

    “นที!”

    ผมรู้สึกตัว ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ใช่เขาจริง ๆ ด้วย ผมพยายามคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

    “อินทร”

    “เดี๋ยวฉันพานายไปโรงพยาบาล” อินทรค่อย ๆ พยุงผมให้ลุกขึ้น เ๧ื๪๨เปื้อนเสื้อเขาเต็มไปหมด แต่เขาไม่สนใจ เขาพาผมขึ้นรถยนต์ของเขา แล้วขับมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล ขณะขับรถไป เขาก็หันมามองผม

    “อดทนไว้ก่อนนะ นายจะไม่เป็๲ไร” เสียงของเขาสั่นจนผมรับรู้ได้

     

    ณ ห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว

    ผมนอนนิ่งอยู่บนเตียง แผลที่หัวไหล่ถูกพันไว้เรียบร้อยแล้ว แม้จะมียาชา แต่ก็รู้สึกเจ็บอยู่ดี

    อินทรนั่งอยู่เก้าอี้ข้าง ๆ เตียงผม มือเขาวางอยู่บนผ้าห่มใกล้แขนผม ใกล้มากพอจะรู้สึกถึงความอบอุ่น สายตาเขามองผมอย่างไม่ละไปไหน ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความเป็๲ห่วง

    ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา มีสารวัตรเมฆา ทนายธนาธิป ก้องภพ และภัทราวดี

    ผมหันไปสบตากับอินทรแค่ครู่เดียว มันสั้นมาก แต่ก็พอจะทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาหนึ่งจังหวะ

    “เห็นหน้าคนร้ายไหม?” เสียงของสารวัตรเมฆาดังขึ้น

    ผมหันไปมองเขาช้า ๆ ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ

    “ไม่เห็นครับ” ใช่ครับ ผมไม่เห็นคนยิง เพราะมันน่าจะยิงผมจากทางด้านหลัง

    แต่สิ่งที่ผมเห็นคือภาพสะท้อนของคนที่ยิงพิศาล ผมพูดออกไปไม่ได้

    เพราะลึก ๆ ผมเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงเห็นภาพเ๮๧่า๞ั้๞จากรถ มันไม่สมเหตุสมผล ผมกลัวว่าถ้าพูดออกไป ทุกคนจะมองผมบ้า

    ผมไม่กล้าสบตากับใคร แต่ยังรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวของอินทรข้างกาย

    “เขายังมึน ๆ อยู่ครับ คงยังไม่พร้อมให้ข้อมูลมาก” อินทรพูดแทนผม แต่แววตาเขากำลังกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเจอ

    ภัทราวดีเหมือนรับรู้ได้ เธอแตะไหล่อินทรเบา ๆ อินทรหันไปมองเธอแล้วยิ้มตอบกลับ ยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจ 

    ผมกลืนก้อนบางอย่างที่ติดอยู่ในลำคอลงไป เบือนหน้าไปอีกทาง เหมือนไม่ได้สนใจบทสนทนา แต่จริง ๆ ผมแค่กลัวว่าถ้ามองเขานานกว่านี้ น้ำตามันจะไหลออกมา