ฉีเล่ออันเก็บความสงสัยเอาไว้ตัดสินใจแล้วว่าต้องสืบเื่ของอาจารย์หลี่ให้เร็วที่สุด รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
นอกจากเื่ของอาจารย์หลี่แล้วเื่ที่ฉีเล่ออันอยากรู้มากที่สุดก็คือใครเป็คนฆ่าเขา? ฉู่เฉิงหย่วนแม้อยู่ในโรงพยาบาลมีนิสัยดุร้ายแต่เขาก็เป็เพียงนักแสดง ไม่มีความสามารถในการสั่งฆ่าคนฉีเล่ออันต้องรู้รายละเอียดของเื่นี้ทั้งหมด แล้วลากคนที่ทำร้ายเขาออกมาให้หมด!
เขาต้องพยายามจนประสบความสำเร็จจึงจะได้
คืนนี้อาจารย์หลี่ไม่ได้พาฉีเล่ออันไปพบผู้จัดการหวังแต่อาศัยชื่อของฉีเล่ออันเชิญนักแสดงที่คุ้นเคยกันมากินอาหารร่วมกันโดยเฉพาะคนที่ยังมีคิวเข้าฉากด้วยกัน แต่ทุกคนไม่ได้สนุกกันจนดึกดื่น
ตอนกลับมาที่ห้องหูปิงยังชมว่า "เสี่ยวอัน อาจารย์ของนายเป็คนดีมาก!"
ฉีเล่ออันยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร
ท่าทางผู้ช่วยเหออยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดออกมา
ทุกคืนก่อนนอนหูปิงมาก่อกวนผู้ช่วยของเขาสักครู่หนึ่งเป็กิจวัตรหลังจากถูกผู้ช่วยเหอไล่กลับไปจึงจะจบหนึ่งวัน
เมื่อไม่มีหูปิงภายในห้องเงียบลงมาก จู่ๆ ผู้ช่วยเหอพูดว่า "เสี่ยวอันอาจารย์ของนายคนนั้น...สนิทกับนายไหม?"
ฉีเล่ออันเห็นผู้ช่วยเหอถามเกี่ยวกับอาจารย์หลี่ขึ้นมือที่จัดเสื้อผ้าอยู่ก็หยุดลง เขาตอบว่า "ก็ดี...อาจารย์หลี่ดูแลผมดี"
ผู้ช่วยเหอพยักหน้าจากนั้นพูดว่า "เสี่ยวอัน อย่าหาว่าพี่ปากมากอาจารย์หลี่คนนั้น...พี่เคยเจอเขาครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนยามนั้นเขายังเป็ผู้จัดการส่วนตัวอยู่ เขามีปัญหากับนักแสดงที่เขาดูแลอยู่สุดท้าย...ก็เกิดเื่ เขาให้คุณทำอะไรนายก็ระวังตัวหน่อย"
รวม2 ชาติเข้าด้วยกันนี่เป็ครั้งแรกที่ได้ยินคนอื่นพูดเื่ของอาจารย์หลี่นี่เป็ครั้งแรกที่อยากรู้เื่อะไรแล้วมีคนบอก ฉีเล่ออันรีบถามว่า"พี่เหอ...มันเป็เื่อะไรเหรอ?"
ไม่คิดว่าผู้ช่วยเหอกลับส่ายหน้าบอกว่า "พี่ก็ไม่รู้"
ฉีเล่ออันเข้าใจเขารู้ว่าเื่นี้ผู้ช่วยเหอพูดมากไม่ได้ จึงพูดขอบคุณว่า"ขอบคุณครับพี่"
สีหน้าของผู้ช่วยเหออ่อนโยนมากเขาพูดว่า "แม้นายเห็นว่าหูปิงดูทึ่ม แต่เขามีเป้าหมายในใจแล้ว เสี่ยวอันถ้านายอยากเดินบนเส้นทางนี้อย่างยาวนาน นายก็ต้องมีเป้าหมายในใจ"
ทั้งสองคนคุยกันอีกไม่กี่ประโยคก็เตรียมตัวปิดไฟนอนแล้วภายในห้องมืดสนิทไม่นานก็ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของผู้ช่วยเหอฉีเล่ออันนอนอยู่บนเตียง คิดถึงคำพูดของผู้ช่วยเหอ
เป้าหมายในใจหรือชาติก่อนเขาไม่มีเป้าหมายอะไร
วันต่อมาทุกคนไปที่โรงถ่ายด้วยกันวันนี้ถ่ายฉากหลิงตังลาจากเฮ่าหรานกับนางเอกชั่วคราวเป็ฉากอยู่ในป่าต่อสู้กับปีศาจที่แข็งแกร่งมาก หลิงตังเพิ่งกลายร่างได้ไม่นาน มันถูกปีศาจบังคับจนหูกับหางโผล่ออกมาและมีคนผ่านมาเห็นจังหวะนี้เข้าพอดี
หลังจากถ่ายฉากที่แต่งตัวปกติจบลงฉีเล่ออันรีบไปเปลี่ยนเป็ชุด ‘กระต่าย’ ที่มีหูและหาง เตรียมตัวถ่ายต่อ
แต่ไม่คิดว่าถ่ายไปเพียงไม่กี่ฉากจู่ๆ ก็มีนักข่าวสายบันเทิงกลุ่มหนึ่งกรูเข้ามาในโรงถ่าย
รองผู้กำกับพูดอะไรบางอย่างอยู่ข้างผู้กำกับผู้กำกับขมวดคิ้ว จากนั้นะโว่า "พักครึ่งชั่วโมง หูปิงเสี่ยวอันมาทางนี้"
ฉีเล่ออันกับหูปิงเดินเข้าไปหาผู้กำกับบอกว่า "พวกเขาเป็นักข่าวสายบันเทิงที่ผู้ถือหุ้นเชิญมาหูปิงพาเสี่ยวอันไปให้สัมภาษณ์ อีกเดี๋ยวหลินเสวี่ยก็มา"
เห็นชัดว่าหูปิงคุ้นเคยกับการสัมภาษณ์แบบนี้ฉีเล่ออันก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในยุคที่เวยป๋อยังไม่เป็ที่นิยมการกระจายข่าวของละครต้องอาศัยนักข่าวบันเทิงออกข่าว
ทีมงานหลบออกไปแล้วเหลือพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ให้นักข่าวที่มา ฉีเล่ออันกวาดตามองรอบๆ พวกนักข่าวมากันครบแล้วทุกคนล้วนเป็นักข่าวและเป็ช่างภาพในตัว พวกเขารอการปรากฏตัวของนักแสดงหลักใต้เต็นท์บังแดดสีน้ำเงิน
ก่อนหน้านี้ฉีเล่ออันไม่เคยไปออกงานอีเว้นท์ใดๆเลย นี่เป็การโชว์ตัวครั้งแรก หูปิงพาฉีเล่ออันมายังเต็นท์สีน้ำเงิน เมื่อพวกนักข่าวเห็นคนให้สัมภาษณ์มาแล้วต่างก็รวบรวมสมาธิ
แม้ส่วนใหญ่จะยิงคำถามไปหาหูปิงแต่ทุกคนก็ให้ความสนใจฉีเล่ออัน
“หูปิงๆ!มองทางนี้! คนที่อยู่ข้างคุณก็คือนักแสดงที่แสดงบท 'หลิงตัง' ใช่ไหม?”
หูปิงหันหน้าไปมองนักข่าวที่ถามคำถามเขายิ้มและพูดว่า "ใช่ครับ นี่คือหลิงตังตัวน้อย เขาชื่อฉีเล่ออันยังเด็กอยู่ ทุกคนอย่าทำให้เขาใล่ะ"
หูปิงแต่งชุดตัวละครสีดำส่งยิ้มน้อยๆให้ความรู้สึกราวกับเป็เ้าชายสูงศักดิ์เห็นชัดว่าความสัมพันธ์ของเขากับนักข่าวดีไม่น้อย ทุกคนได้ยินแล้วหัวเราะร่าแล้วก็มีนักข่าวถามฉีเล่ออันด้วยคำถามทั่วๆ ไปอีกสองสามคำถาม เช่นแสดงละครครั้งแรกตื่นเต้นไหม คุ้นเคยกับทีมงานหรือไม่ ฉีเล่ออันตอบคำถามทีละคำถาม
"ฉีเล่ออันสวมชุดที่ใช้แสดงแล้วน่ารักมาก!คุณชอบบทบาทของตัวเองไหม?"
"ชอบมากครับ"ฉีเล่ออันรีบตอบว่า "เสื้อผ้าเป็ชุดที่ทีมคอสตูมคิดขึ้นมา ผมก็รู้สึกว่ามันน่ารักมาก"
พูดไปฉีเล่ออันก็เอามือยกมือสองข้างมาด้านหน้า แสดงท่าทางกระต่าย ทำให้คนรู้สึกเอ็นดู
ผ่านไปไม่นานหลินเสวี่ยก็เข้ามา พวกนักข่าวรีบหันไปหาหลินเสวี่ย
รอกระทั่งถามคำถามจบแล้วเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ทั้งสามคนถ่ายรูปตามความ้าของนักข่าวไปไม่น้อย และการสัมภาษณ์ครั้งนี้ก็จบลง
ชาตินี้ของฉีเล่ออันเป็ครั้งแรกที่ได้รับการสัมภาษณ์แบบนี้เขาดีใจมาก
เพราะว่าต้องถ่ายรูปกับนักข่าวไปเกือบหนึ่งชั่วโมงแม้ผู้กำกับจะไม่ได้ว่าอะไร แต่เขาต้องใช้เวลาพักทานอาหารกลางวันถ่ายชดเชย
เดิมทีฉีเล่ออันคิดว่าการสัมภาษณ์กับนักข่าวเป็เพียงการแทรกเื้ัเล็กน้อยไม่คิดว่าผ่านไปไม่กี่วัน เขาได้รับโทรศัพท์ของคุณลุง
ตอนคุณลุงโทรศัพท์มาเป็เวลาสามทุ่มแล้วฉีเล่ออันเพิ่งจะถ่ายฉากกลางคืนเสร็จ ผู้ช่วยเหอบอกเขาว่าเสียงโทรศัพท์เขาดังหลายรอบแล้ว
ฉีเล่ออันมองสายที่ไม่ได้รับสามสายครู่หนึ่งหลังจากเกิดใหม่เขาพยายามไม่คิดเื่ของลุง แต่ไม่คิดว่าคนคนนี้จะโทรศัพท์มาหาเขา
ขณะกำลังคิดเสียงริงโทนดังขึ้นอีกครั้ง ฉีเล่ออันลังเลเล็กน้อย ก่อนหลบไปรับโทรศัพท์อีกด้าน
โรงถ่ายเปิดสปอตไลต์ให้แสงสว่างยามกลางคืนทั้งโรงถ่ายสว่างราวกับเป็เวลากลางวัน มีเพียงเงาที่อยู่บนพื้นเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่ามันไม่ใช่เื่จริงฉีเล่ออันยืนอยู่ที่นั่น มองช่างกล้องยืนสะบัดแขนอยู่ด้านข้างมีหูปิงกับหลินเสวี่ยกำลังแสดงละครกันอยู่ผู้กำกับเริ่มเปิดฉากที่ถ่ายไปแล้วใหม่เพื่อตรวจสอบเนื้อหา
"ฮัลโหล!ฉีเล่ออันใช่ป่าว? ฮัลโหล! พูดสิ!" น้ำเสียงของลุงยังคงเหมือนเดิม ฉีเล่ออันนึกถึงชาติก่อนเขาก็ถูกน้ำเสียงนี้ใช้ศพของเขาสร้างเื่ในโรงพยาบาล!
"เฮ้อ!โทรศัพท์เสียแล้วมั้ง? ยายแก่ คุณมาดูหน่อย!"
ฉีเล่ออันได้ยินเสียงราวกับแสดงตลกของฝั่งนั้นเขายิ้มเ็าแล้ววางสายไป
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยเขาบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของลุงใหญ่เป็แบล็กลิสต์ไว้
"เสี่ยวอัน? ไม่มีอะไรใช่ไหม?" เสียงของผู้ช่วยเหอที่อยู่ด้านข้างทำให้ฉีเล่ออันรู้สึกตัวเขาวางมือถือลงแล้วพูดว่า "ไม่มีอะไร"
ผู้ช่วยเหอไม่พูดอะไรอีกเขาพยักหน้าแล้วพูดว่า "รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ หูปิงใกล้จะถ่ายเสร็จแล้ว"
ฉีเล่ออันปรับอารมณ์ของตนเื่ทางบ้านตนบอกกับคนอื่นไม่ได้จริงๆ เขากลับไปห้องพักเปลี่ยนเสื้อผ้า
แต่คิดไม่ถึงว่าผ่านไปไม่กี่วันลุงจะมาหาเขาที่โรงถ่ายด้วยตัวเอง!
ตอนที่มองเห็นลุงสวมเสื้อสีเหลืองแบกกระเป๋าเป้เดินนำน้องสาวคนเล็กของเขามาฉีเล่ออันรู้สึกราวกับฝันร้ายกลับมาอีกครั้ง
"เสี่ยวอัน? เขาบอกว่าเป็ลุงนาย...พวกเรา..."คนที่รับผิดชอบบันทึกรายชื่อผู้ที่เข้ามาในโรงถ่ายถามฉีเล่ออัน
"ทำไมจะไม่ใช่!นี่เป็หลานผม! หลังจากพ่อแม่เขาตายฉันก็เลี้ยงเขามาจนโต!" ลุงที่เป็พวกเสียงดังทำให้คนกลัวจนทำอะไรไม่ถูก โวยวายขึ้น
ทีมงานได้ยินเข้าก็หันมามองใบหน้าของฉีเล่ออันแข็งเกร็ง เขาพูดว่า "ไม่ ผมไม่รู้จักเขา"
คนทั้งหมดตกตะลึงคุณลุงเองก็ตะลึงงันเช่นกัน
ชุดตัวละครบนตัวของฉีเล่ออันยังไม่ได้เปลี่ยนเขาพูดกับผู้บันทึกรายชื่อของโรงถ่ายว่า "พี่ ผมไม่รู้จักเขา เมื่อหลายปีก่อนหลังจากพ่อแม่ผมตายแล้วครอบครัวไม่มีคนดูแลจึงไปเป็นักเรียนของบริษัทกวงเย่า..."
ผู้บันทึกรายชื่อยังไม่ทันพูดอะไรกลับเป็ทางด้านรปภ. มีปฏิกิริยารวดเร็ว เขาพูดว่า "ใช่ผมก็คิดว่าหน้าตาไม่คล้ายกัน ตอนนี้ใครก็มาอ้างว่าเป็ญาติ มาทางไหนไปทางนั้นเลย!"
พูดไปรปภ.ก็เริ่มไล่คน ผู้บันทึกรายชื่อเริ่มมีปฏิกิริยาแล้ว เขาพูดกับฉีเล่ออันว่า"ขอโทษๆ พี่ผิดเอง เสี่ยวอันทางนั้นยังรออยู่ รีบกลับไปเถอะ เื่ทางนี้พี่จัดการเอง"
ฉีเล่ออันพูดกับผู้บันทึกรายชื่อว่า"รบกวนพี่แล้ว"
พูดจบก็หมุนตัวกลับเข้าโรงถ่ายไม่สนใจลุงใหญ่ที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง
เขาพูดกระจ่างแล้วคนที่อยู่ในโรงถ่ายมีใครไม่เข้าใจความหมายของฉีเล่ออัน?
นำหลานที่พ่อแม่ตายไปขายให้บริษัทกวงเย่าลุงแบบนี้ไม่มีใครเห็นใจ!
เพราะว่าชาติก่อนฉีเล่ออันทำพลาดที่แสดงให้เห็นว่ารู้จักกับลุงั้แ่นั้นเป็ต้นมาก็มีเื่ปวดหัวมากมาย ชาตินี้เขารีบบอกไม่รู้จักคนนี้!ไม่สนใจว่าลุงจะพูดอะไร ฉันล้วนไม่มีญาติอย่างลุง!
รปภ.ของทีมงานไล่ลุงออกไปอย่างรวดเร็ว ฉีเล่ออันดีใจมาก ตอนแสดงละครเขาตั้งใจมากยิ่งขึ้น
ต้องตอบแทนพวกหวังเกาะคนอื่นกินวิธีการของรปภ. ไม่ใช่แค่พูดไม่กี่ประโยคก็ปล่อยไปแล้ว ครั้งนี้เขาถอดใจหรือยัง?
ชาติก่อนฉีเล่ออันถูกครอบครัวลุงใหญ่ทำร้ายอย่างน่าเวทนากลับมาชาตินี้มักมีความรู้สึกอยากเงยหน้าอ้าปากบ้าง แต่หวังว่าลุงใหญ่จะไม่คิดว่าเื่นี้จะจบลง!มรดกของพ่อแม่...เขาก็จะทวงคืน!
"คัท!พักเที่ยงๆ!"
ผู้กำกับสั่งทั้งทีมล้วนดีใจ หูปิงสวมหมวกไปพลางคุยกับฉีเล่ออันไปพลางว่า "เสี่ยวอันพี่เขยพี่เป็ทนาย ถ้านาย้าความช่วยเหลืออะไรก็บอกพี่นะ!"
แม้ตอนถ่ายละครไม่ได้ถามแต่เมื่อถ่ายเสร็จแล้วหูปิงจึงมาถาม
ไอแดดแผดเผากำลังผมของฉีเล่ออันถูกม้วนอยู่ในหมวก หูปิงวางมือบนบ่าของฉีเล่ออันแล้วพูดว่า"ไปๆๆ พี่เลี้ยงข้าวนายเอง!"
ฉีเล่ออันมองหูปิงแล้วหัวเราะ
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d2046ddc3319552b928779826a7f3833
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามีที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามี #readAwriteด้วยน้า