เสียงคำรามแผดก้องสะท้อนไปทั่วทะเลทรายกว้าง ศรีษะทั้ง 3 กระหายการเข่นฆ่ากัดกันไปมาส่งเสียงร้องระงม แสดงท่าทางดุร้ายน่ากลัวกว่าสัตว์ป่าทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนที่ได้ประสบกับตาตัวเองแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือสิ่งมีชีวิตที่มีตัวตนบนโลก สีดำทั้งตัวั้แ่หัวจรดหางยาวเป็พวงสะบัดไหว ไอหมอกสีแดงโลหิตซึมลอยออกมาจากร่างผ่านรูขุมขนปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ ลมหายใจราวกับพายุร้อนหรือไอน้ำเดือดจากหม้อต้มแรงดันพุ่งออกมาจากรูจมูกทุกหัว มันคือสัตว์อสูรที่สามารถทำลายล้างหมู่บ้านขนาดใหญ่ทั้งหมู่บ้านให้พินาจสิ้นได้โดยไม่ต้องสงสัย
จะพวกทาร์ซลากเกวียนก็ดี จะเป็คนของคณะเดินทางที่ถูกพันธะนาการนับร้อยรวมถึงกลุ่มโจรสวมฮู๊ดทั้งหมดก็ดี บัดนี้ไม่มีใครกล้าขยับเขยื่อนไปไหน เมื่อถูกมัจจุราชทมิฬสูงใหญ่มองสะกดกร้าวมันให้ความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนถูกแรงโน้มถ่วงของโลกกดทับจนปวดไปทั้งร่าง เ้าอสูรได้ยินเสียงเต้นของหัวใจทุกดวงนับร้อยๆ ประสานจังหว่ะกันโดยไม่ได้นัดหมาย หูของมันกระดิกไปมารับกับจังหวะเ่าั้ เสียงสะท้อนออกมาจากทรวงอก อึกกระทึกครึกโครมสูบฉีดเืชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน
"เอ้า ตอนนี้เพื่อนของเ้าฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้ว ลองควบคุมมันให้ข้าดูหน่อยสิแม่หนูน้อย"
ชายหนุ่มกล่าวท่ามกลางความเงียบตะลึงของทุกฝ่าย ร่างเล็กของเด็กหญิงนั่งอยู่เหนือศรีษะตรงกลางระหว่างเศียรทั้ง 2 มือขวาถือแส้ยาวสีดำกำขดม้วนเก็บเอาไว้ เธอตื่นตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่แพ้ใครในที่แห่งนั้นหากแต่ต่างกันตรงมุมมองของหล่อนกับพวกเขา ลิซาน่ามองจากที่สูงกว่าเห็นบริบททั้งหมดอย่างชัดถนัดตาก้มมองลงมาหาเ้าของเสียงที่พูดกับเธอ ชายหนุ่มยืนยิ้มและแหงนมองไม่กล่าวอะไรต่อ
"เ้าตัวนี้คือ.....เทียร์บี้งั้นเหรอ? "
เธอเอ่ยเสียงสั่นมองสลับกันระหว่างชายหนุ่มและสัตว์ร้าย
"ใช่" เขาตอบสั้นๆ
"จะบ้าหรือไงพี่ชาย เทียร์บี้ของข้าตัวเล็กเท่าลูกหมาไม่ตัวใหญ่เป็วัวแบบตัวนี้หรอก เ้านี่มันดูยังไงๆ ก็วัวชัดๆ "
"สาบานได้ไหมว่าเ้าเห็นมันเป็วัว นี่ตาหล่อนจะถั่วไปถึงไหนก๊านน"
เขาะโชี้นิ้วด่าด้วยท่าทางยียวนปนโมโห
"เฮ้ออ เอาเถอะจงเชื่อข้า เ้านี่มันคือเทียร์บี้ของเ้าไม่ผิดตัวแน่ ถ้าไม่เชื่อก็ลองสั่งให้มันทำอะไรซักอย่างเหมือนอย่างเคยดูสิ"
"เทียร์บี้ขอมือ"
เธอออกคำสั่งทันที เ้าสัตว์หน้าขนร่างั์นั่งลงกับพื้นยกขาหน้าข้างขวาขึ้นเสมอหูข้างศรีษะ แล้วร้อง.........
"เหมี้ยววววว...." หัวทั้งสามขานขึ้นพร้อมกัน
"หน้าเอ็งมันไม่ให้เลยเฟ้ย...ไอ้แมวผีบ้า"
ชายหนุ่มยืนกอดอกจ้องไปที่ร่างอสูรร้าย เขาขมวดคิ้วจนหนังตาข้างซ้ายกระตุกถี่ยิบกัดฟันแน่น นึกสบถในใจ
"จะอย่างไรก็ตามเ้าควรรู้ไว้" ชายหนุ่มเอ่ย
"หัวทั้ง 3 คือตัวแทนแห่งจิติญญาของมัน ความโกรธเกรี้ยว ความหยิ่งผยอง และความอาจหาญ เทียร์บี้ที่ฟื้นจากความตายโดยเงื่อนไขของสัญญา ร่างสิงสถิตปีศาจ มันกลายเป็ภาชนะมีชีวิตที่ดำรงอยู่ได้โดยแบกเงื่อนไขของการเป็ผู้ต้องคำสาป คำสาปแห่งอสูรพิทักษ์เซอร์เบอรัส ข้าเองอยากรู้นักว่าจิตใจแท้จริงของเ้ากับคำพูดสวยหรูเมื่อครู่ที่เอ่ยออกมา มันคือของจริงหรือไม่"
"ท่านหมายความว่ายังไง? " ลิซาน่าถาม
"อสูรเซอร์เบอรัสเดิมทีเป็ผู้พิทักษ์ประตูนรก บุคคลเดียวที่มีอำนาจสั่งการมันได้คือผู้เป็นายที่มันยอมรับ สำหรับเ้าและเทียร์บี้ข้าได้ถือวิสาสะสาปพวกเ้าทั้ง 2 ภายใต้เงื่อนไขของความภักดี ความภักดีคือคุณสมบัติของทั้งผู้ควบคุมและสัตว์ร้ายตัวนี้ เ้าไม่ทรยศพวกพ้องโดยการทิ้งให้ตายแล้วเลือกวิ่งหนีไป แม้แต่เพื่อนตัวน้อยของเ้าที่ตายไปแล้วเ้าก็ไม่ยอมทิ้งขว้างโดยไม่เห็นว่าคุณค่าชีวิตของตนเองมีมากกว่า และการตายแทนเ้าของนับเป็การกระทำที่หาได้ยากในหมู่สัตว์เดรฉานทั้งหลาย เมื่อไรก็ตามที่เ้าคิดจะใช้พลังแห่งคำสาปนี้แค่เพียงเ้าอธิฐานสัตย์สาบานความภักดีของเทียร์บี้ก็จะตื่นขึ้นและยอมให้เ้าหยิบยืมพลัง "
"ปะ...ปีศาจ นี่มันปีศาจชัดๆ " ใครคนหนึ่งในหมู่โจมสวมฮู๊ดอุทานเสียงสั่น
"จำไว้แม่หนู คำสาปของเ้าคือความภักดี ตราบเท่าที่เ้าและเทียร์บี้มีความภักดีแก่กันและกัน ตราบเท่าที่เ้าไม่ทรยศคนรอบข้างเหมือนเช่นวันนี้ อสูรสถิตจะเป็พลังของเ้า เ้าสามารถใช้มันได้ดังใจนึก แต่เมื่อใดก็ตามที่เ้าทรยศต่อความรู้สึกเหล่านี้ เมื่อนั้นิญญาของเ้าก็จะถูก่ชิงโดยปีศาจเซอร์เบอรัสแล้วอาละวาดเข่นฆ่าทุกคนที่เ้ารักกระทั่งสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป"
ชายหนุ่มอธิบาย
"หมายความว่า หากข้าประสงค์ที่จะ..." เธอเอ่ยทิ้งประโยคพร้อมกับนึกในใจ
ครั้นแล้วสัตว์ร้าย 3 เศียรก็ขยับ มันยกเท้าขวาวาดสูงเลยเหนือศรีษะแล้วตบใส่กองโจรที่รายล้อมอยู่เบื้องหน้าเต็มกำลัง เสียงดังเอ็ดตะโลวิ่งหนีตายระงมขึ้นดังไปทั่ว เศษซากมนุษย์ขาดกระเด็นปนกันเป็กองเนื้อเละ บ้างเหลือเพียงครึ่งตัว บางยับย่นเห็นเพียงแผ่นหนังปนเศษกระดูกแตก เท้าใหญ่เสมอฐานล้อรถแบล็กโฮทั้งคันยกขึ้นจากพื้นเผยให้เห็นโศกนาฏกรรมอันสุดสยองจมกองเือยู่เบื้องหน้า
"พระเ้าช่วย ไม่จริงน่า "
ลิซาน่าอุทานยกมือป้องปาก เธอใกับภาพที่เห็น
"ข้าแค่คิดจะช่วยเหลือท่านพ่อและคนของข้าเท่านั้น แต่แบบนี้มัน....เกินไปแล้ว"
"พลังมหาศาลไม่ใช่จะควบคุมได้ง่ายๆ หรอกนะ" เ้าของเสียงท้วงมาจากเบื้องล่าง
"เซอร์เบอรัสจะตอบสนองความ้าแท้จริงจากใจเ้านายโดยไม่บิดพริ้ว แม้ปากของเ้าจะบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินไป แต่ใจจริงของเ้ากลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอยู่ไม่น้อย จิตของเ้ากับสัตว์ตัวนี้เชื่อมถึงกันอยู่ จงทำความเข้าใจกับตัวเองให้ดีก่อนใช้มัน มิเช่นนั้นพลังของเ้าจะทำอันตรายพวกเดียวกันได้"
บรรดาโจรทั้งหลายต่างพากันวิ่งหนีตายให้วุ่น การตบเพียงครั้งเดียวของอสูรั์ ได้สร้างตัวตนปีศาจร้ายขึ้นในใจแก่พวกเขาทั้งหมด ใครเลยจะบังอาจต่อกรกับสิ่งมีชีวิตแสนอันตรายตนนี้ได้ กลุ่มโจรจำนวนไม่น้อยทิ้งอาวุธเผ่นตะเลิดหนีไปคนละทิศละทาง หนึ่งในพวกนั้นล้มหน้าคว้ำใกล้กับกลุ่มพ่อค้าเร่ พยายามตะเกียดตะกายลุกหนีอย่างไม่คิดชีวิต รีอาร์อาศัยจังหวะนี้ใช้ส้นเท้าสับเข้าที่ต้นคอจนสลบแน่นิ่งไป เกี่ยวด้วยขาลากเข้ามาใกล้ใช้ปากดึงกุญแจจากเอวไขโซ่ตรวนให้แก่ทาร่า
"เร็วเข้ารีบช่วยนายท่านก่อน"
เขาบอกภรรยาสาว ทาร่าใช้มีดพกตัดเชือกร้อยรัดตัวของคล็อกครัชออก จากนั้นจึงปลดปล่อยบรรดาลูกน้องทั้งหลายต่างเร่งกระจายตัวช่วยเหลือกันและกันเป็การเร่งด่วน
"รีอาร์ นี่มันเกิดอะไรขึ้น"
คล็อกครัชกึ่งอุทานกึ่งถาม ตัวแข็งทื่อตาจ้องมองไปยังเ้าอสูรตัวเขื่องเบื้องหน้าห่างออกไปราวๆ เกือบ 200 เมตรซึ่งมีบุตรตรีของตนนั่งควบคุมอยู่บนศรีษะของมัน
"ไม่ทราบขอรับนายท่าน แต่ที่แน่ๆ ไอ้ตัวนี้มันยอมให้คุณหนูขี่ มั่นใจได้ว่ามันคงไม่ทำร้ายเธอแน่นอน"
รีอาร์มองตามเ้านายก่อนผละหันหน้าไปรอบด้านสังเกตุการณ์
เขาตอบโดยไม่คิด และคว้ามือเ้านายวิ่งหลบออกจากกองเกวียนสินค้า หยิบห่อสัมภาระอันมีกระเป๋าใส่หอกสองคมอาวุธประจำกายและมีดสั้นเหน็บท้ายสะโพก ห่างออกไปไม่ไกล กองกำลังโจรซึ่งนำโดยอลิเบลก็เข้าปะทะกับกลุ่มลูกขบวนของคณะเดินทาง ฝ่ายหนึ่งคิดอาศัยจังหวะชุนละมุลหลบหนีออกไป อีกฝ่ายทั้งหนีและไล่ล่าเชลย มันเป็การตะลุมบอลที่วุ่นวายเกินกว่าใครจะควบคุมสถานการณ์ได้
เด็กหญิงมองจากที่สูงเธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตรงกลุ่มคณะเดินทางซึ่งกำลังตกที่นั่งลำบาก รีอาร์พยายามฝ่าวงล้อมออกไปโดยใช้หอกเปิดทาง ในขณะที่คล็อกครัชถูกโอบล้อมคุ้มครองโดยลูกน้องไม่เกิน 5 - 6 คนขนาบแนบข้างตลอดรอบตัว แม้มีกำลังเหนือกว่าแต่เสียเปรียบด้านอาวุธที่ถูกยึดไป หลายคนจำต้องสู้ด้วยมือเปล่าไม่ก็แย่งชิงมาจากโจร ทำให้มีผู้าเ็เป็จำนวนมากแต่ไม่มีใครถึงตาย
"ไปสิ ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าเชื่อว่าเ้าทำได้แน่นอนสาวน้อย มันจะต้องออกมายอดเยี่ยมแน่ๆ ขอแค่เ้าเชื่อมั่นในตัวเองและเทียร์บี้ก็พอ"
ชายหนุ่มบอกกับเธอ เด็กหญิงหลับตาถอนหายใจแล้วใช้มือััขนของมันอย่างอ่อนโยน การกระทำนั้นทำให้แววตาของเ้าอสูรสีดำคลายความเกรี้ยวกราดลงและยืนสงบนิ่งแทนที่ความดุร้าย ลิซาน่าพึมพำเบาๆ กับตัวเองเธอตั้งสติรวบรวมสมาธิ ผ่อนคลายเป็ธรรมชาติที่สุด
"ได้ยินข้าไหมเทียร์บี้" เธอกล่าวในใจ
"จิตของเ้าััข้าได้หรือไม่"
ไม่มีคำตอบจากสิ่งมีชีวิตตนนี้ แต่ว่ามีความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นในจิตของเธอแทน จะด้วยการสื่อสารระหว่างกันหรือเธอคิดไปเองก็ตาม ััที่ส่งกลับมานี้เหมือนจะบอกกับเธอว่า
"ข้าคือเพื่อนของท่าน จงวางใจและอย่าได้หวาดกลัวข้าเลยนายหญิง"
เธอยิ้มทั้งที่ยังหลับตาแล้วเอ่ยขึ้น
"เทียร์บี้ ไปช่วยพ่อของข้าที"
ลิซาน่าออกคำสั่งพร้อมทั้งลูบหัว ดวงตาทั้ง 3 คู่เปล่งแสงสีแดงเมื่อได้ยินคำสั่ง
เทียร์บี้ในร่างใหม่ก็เคลื่อนไหวอีกรอบ ครั้งนี้มันกระโจนพุ่งลงมาใส่กลุ่มของอลิเบลที่กำลังขัดขวางการหลบหนีคณะเดินทาง เสียงดังโครมของร่างั์ที่ทิ้งน้ำหนักลงมาใส่พื้นดังลั่น แต่กลับไม่มีคนตายหรือได้รับาเ็ เ้าอสูรสีดำพ่นลมหายใจร้อนออกมาพร้อมกับคำราม กลุ่มโจรผ้าคลุมส่งเสียงร้องตื่นตระหนกจำต้องใส่เกียร์หมาวิ่งตะเลิดผละหนีไปอีกเส้นทาง อลิเบลล้มตระคลุบดินจากการถูกลูกน้องตัวเองเบียดจนหน้าทิ่ม จมูกที่เืเพิ่งหยุดไหลฉีกลึกมากขึ้นไปอีก เธอกัดฟันกรอดหยิบดาบยาวมาพยุงร่างยืนเตรียมวิ่งหนี แต่ทว่า
"เดี๋ยวก่อนสิ จะรีบไปไหนคะคนสวย ครั้งนี้ข้าจะขอเอาคืนหนี้แค้นที่หล่อนทำไว้กับพวกเรา"
ใครคนหนึ่งยืนดักหน้าหญิงสาวอยู่ก่อนแล้ว หอกเงินยาวราวสอง่แขน สลับคมทั้งปลายและฐานด้ามกวัดแกว่งไปมาเบื้องหน้าของเธอ เอวงามรับสะโพกผายสมส่วนดูงามตา ผิวคล้ำตาคมมนเส้นผมปล่อยยาวสลวยปกใบหน้า ทาร่ายืนจังก้าขวางทางเธอเอาไว้
"โห ปากกล้าดีนี่น่า ก่อนหน้านี้ยังเป็เพียงแค่หุ่นเชิดของพวกเราเท่านั้น อย่างหล่อนจะเอาอะไรมาสู้กับฉันยะ"
"ไว้ประมือดูก่อนก็ได้ ลองถ้าเ้าไม่ใช้วิธีสกปรกแบบครั้งก่อนมีหรือคนอย่างข้าจะสู้เ้าไม่ได้ ไว้ชนะให้ได้ค่อยคุยก็ยังไม่สายนะ ยายจมูกเบี้ยว"
ทาร่าสวนกลับทันที ทั้งคู่ปะทะคารมไม่ด้อยไปกว่ากัน สมกับคำโบราณได้ว่าไว้ สตรีที่ทรงพลังแม้เพียงลมปากก็เข่นฆ่าอีกฝ่ายได้ นอกจากนี้ทั้งสองต่างก็มีความมั่นใจในฝีมือของตนเองไม่น้อย
"ลิซาน่าเ้าไม่ได้รับาเ็ตรงไหนใช่ไหม"
คล็อกครัชะโถามขึ้นมาจากเบื้องล่าง ฝุ่นทรายที่ลอยคลุ้งทำให้เธอมองเห็นบิดาไม่ชัดเท่าที่ควร หัวขนาดใหญ่ของอสูรทั้ง 3 หัวเคลื่อนไหวไปมาและร้องคำรามอยู่ไม่ขาด เกิดเป็เงาบทบังทิวทัศเบื้องล่าง ฝ่ายโจรสวมฮู๊ดบางกลุ่มที่หนีไม่ทันก็เข่าอ่อนแข้งขาไร้เรี่ยวแรงเมื่ออยู่ต่อหน้ามัจจุราชั์ตนนี้ ทยอยทิ้งอาวุธและทรุดลงกับพื้น บ้างฉี่ราด บ้างเป็ลมสลบล้มพับ แม้แต่กลุ่มคณะเดินทางเองก็ใช่ว่าจะไม่ถูกแรงกดดันนี้เข้าคุกคาม
"ท่านพ่อข้าปลอดภัยดีเ้าคะ ท่านพ่อไม่ต้องกลัวนะ เ้าตัวนี้คือเทียร์บี้ มันเชื่องกับข้าและจะไม่ทำร้ายพวกเรา"
เด็กหญิงโบกมือลงมาให้ตอบกลับบิดาด้วยน้ำเสียงใสแช่มชื่น เธอรู้สึกภูมิใจที่ได้อวดสัตว์เลี้ยงตัวโปรดแด่บิดาผู้เป็ที่รัก ด้วยคำสนทนาประโยคนี้ทำให้ลูกขบวนเกวียนของคล็อกครัชรู้สึกอุ่นใจเป็ที่สุด ไม่มีใครวิ่งหนีเว้นแต่กลุ่มโจรผู้รุกราน
อีกด้านหนึ่ง ชายสองคนกำลังยืนจดๆ จ้องๆ ไม่มีใครเคลื่อนไหว หนึ่งร่างสูงโปร่ง กล้ามเนื้องามเคลือบเงาด้วยหยาดเหงื่อสะท้อนแสงอาทิตย์เป็ประกาย ส่วนอีกฝ่ายเป็เพียงเด็กหนุ่มวัยกำลังแตกเนื้อ ในมือกำมีดพกแน่นแต่ดวงตาฉายแววหวาดกลัวออกมาให้เห็นเด่นชัด ไม่มีใครพูดส่งเสียง มันเป็ความเงียบที่รวบรวมบรรยายกาศหนักอึ้งเอาไว้ ยิ่งกว่าแรงกดดันของเมฆทมึฬฟ้าผ่าที่ตั้งเค้าเตรียมจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ
"อึ้ก..อย่าเข้ามานะ"
ลีโอะโเตือนเมื่อเห็นอีกฝ่ายขยับเท้าก้าวเข้ามาหา กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ลงคออันแห้งผาด มีเหงื่อผุดซึมออกมาจากใบหน้าไหลย้อยอาบไปจนถึงลำคอ
"นี่กลัวข้าขนาดนั้นเลยเหรอ หึหึหึ อะไรกันหนุ่มน้อย เ้าไม่ได้เตรียมใจจะถูกคนอื่นฆ่าในขณะที่เ้าจ้องจะฆ่าผู้อื่นก่อนหรือนี่"
ประโยคที่สวนกลับมาเย็นเยือกแต่คมกริบทะลวงผ่านเข้าไปถึงทรวงในหนุ่มน้อยลีโอ
"ไม่ได้ล้อเล่น....แววตาของเขาเอาจริง คนคนนี้..คิดจะฆ่าเราจริงๆ "
# โปรติดตามตอนต่อไป
บทประพันธ์ : ัขาวเล่าเื่