“ประเทศดีอาดูเอลนี้ช่างใจร้ายกับท่านฟินน์เหลือเกิน ทั้งๆ ที่ท่านเป็เทพองค์เดียวที่รักมนุษย์เท่ากันหมด…แต่ไอ้เทพจอมอิจฉาริษยาอย่างอดุลย์ มันกลับพยายามไม่ให้คนได้รู้ตัวตนของท่านฟินน์
เพราะพวกมันอยากจะผูกขาดความศรัทธาที่สำคัญยิ่งของพวกท่านทั้งหลาย ไว้กับตัวของมันเอง”
ทุกถ้อยคำที่ออกมาจากปากของนักบวชหนุ่ม ทุกท่าทีโศกเศร้าที่เขาแสดงออกมาให้กับคนของหมู่บ้าน ที่เขาอาศัยอยู่ได้ฟังและได้เห็น มันยิ่งสร้างความะเืใจให้กับเาาวบ้านที่กำลังตั้งใจฟังคำพูดของนักบวชหนุ่มอยู่ที่โบสถ์ของเขา
ชาวบ้านทุกคนต่างรับรู้ได้ถึงความทุกข์ใจของนักบวชหนุ่มคนนั้น พวกเขารอดชีวิตมาได้ก็เพราะท่านฟินน์และนางฟ้าของพระองค์ แต่ที่ผ่านมาพวกเขากลับไม่รู้การมีอยู่ของเทพองค์นี้เลย เมื่อคิดตามไปหญิงชราบางคนที่จิตใจอ่อนไหวก็ทำได้เพียงแต่หลั่งน้ำตาที่โศกเศร้าของเธอออกมาด้วยความเห็นใจ
“แต่นั่นไม่ใช่ความจริงที่โศกเศร้าเพียงเื่เดียวที่เกิดขึ้นกับพวกเรา พวกคุณรู้ไหมว่าเราเติบโตมากับการที่ถูกสั่งสอนว่าไอ้พวกตัวประหลาดน๊อบไฮจากทวีปฝั่งตรงข้าม มันเลวทราม มันเข้ามาเข่นฆ่า มายึดดินแดนของพวกเรา….แต่ความจริงแล้วพวกมันเลวด้วยกันทั้งหมด พวกมันเป็คนของอดุลย์เหมือนกันทั้งนั้น มันตั้งใจหลอกให้พวกเราฆ่ากันเอง”
ไม่ทันที่เาาวบ้านจะเลิกโศกเศร้ากับความสงสารที่ท่านฟินน์ได้รับ พวกเขากลับทราบความจริงที่ไม่เคยรับรู้มาก่อนจากนักบวชที่อยู่ตรงหน้า จนตกตะลึงไปตามๆ กัน
พวกเขาต่างหันไปคุยกับญาติข้างๆ ตนเอง ด้วยความตกตะลึงที่ถูกหลอกมาตลอดชีวิต จนเกิดเสียงเจี๊ยวจ๊าวพูดคุยกันไปมาทั่วภายในโบสถ์ก่อนที่เสียงเ่าั้จะเงียบลงเพราะมือที่ชูขึ้นมาของนักบวชหนุ่ม
“หลักฐานคืออะไรอย่างงั้นเหรอ…เพราะพวกเราทุกคนเป็ลูกของท่านฟินน์ยังไงล่ะ ท่านไม่มีทางเห็นด้วยกับการเข่นฆ่ากันเองของพวกเราแน่นอน แต่นั่นไม่ใช่สำหรับอดุลย์ เขา้าให้ลูกของท่านฟินน์เหลือน้อยที่สุด มันเลยพยายามปลุกปั่นเราให้ฆ่ากันเอง ทั้งๆ ที่ไม่ว่าเราจะเป็เผ่าพันธุ์ไหนเราก็คือลูกของท่านฟินน์”
“เราคือลูกของท่านฟินน์ เราคือลูกของท่านฟินน์”
ถึงแม้ว่าพวกชาวบ้านจะได้ยินเื่ราวความเสียหายที่เกิดจากพวกตัวประหลาดจากประเทศน๊อบไฮมาขนาดไหนก็แล้วแต่ แต่ในใจลึกลึกพวกเขาก็ไม่เคยเห็นด้วยกับการเข่นฆ่ากันเลย เมื่อได้ยินคำพูดของนักบวชหนุ่มที่สนับสนุนความคิดในส่วนลึกของตัวเอง พวกเขาก็โห่ร้องออกมาด้วยการสรรเสริญเทพฟินน์ที่มีความเมตตาและความคิดเดียวกับพวกเขา
“เราคือลูกของท่านฟินน์ เราคือลูกของท่านฟินน์”
ยิ่งเสียงที่แสดงความเคารพต่อท่านฟินน์ประหนึ่งท่านเป็พ่อของพวกเขาดังขึ้นมากแค่ไห นมันก็ยิ่งสร้างรอยยิ้มที่เบิกบานให้กับนักบวชหนุ่มพร้อมกับร่วมะโว่าเราเป็ลูกของท่านฟินน์ไปพร้อมกับชาวบ้านอยู่นานกว่าพวกเขาจะสงบลงและเขาถึงเริ่มพูดปิดท้ายออกมา
“ขอบคุณทุกคนมากจริงๆ ขอบคุณมากจริงๆ ครับ ก่อนที่ผมจะได้หยุดส่งต่อคำสอนของท่านฟินน์ผมขอให้ความเชื่อมั่นกับพวกคุณว่า พวกคุณไม่ได้คิดผิดเลยพวกคุณยังมีพี่น้องที่รู้ความจริงในข้อนี้อีกหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมของดาวมอเดนนี้
พวกคุณไม่ได้โดดเดี่ยว
พวกคุณไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยที่คิดอย่างนี้
พวกคุณคือคนส่วนมากต่างหาก แค่พวกเขาไม่สามารถแสดงตัวออกมาได้เพราะอดุลย์มันได้ควบคุมผู้มีอำนาจของโลกนี้ไว้หมดแล้ว แต่เราจะสู้เราจะไม่ท้อ ขอบคุณมากครับพี่น้องทุกท่าน”
ทันทีที่นักบวชหนุ่มเดินออกจากไมค์เสียงปรบมือชื่นชมก็ดังขึ้นไปทั่วเพื่อส่งมันให้เป็กำลังใจให้กับนักบวชหนุ่ม ที่พยายามปกปิดน้ำตาของเขาไว้ด้วยความยินดี และไม่อยากให้ชาวบ้านได้เห็น แต่มีหรอที่พวกเขาจะไม่รู้
ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่นักบวชหนุ่มด้วยความชื่นชม มันยิ่งทำให้เขาซ่อนสิ่งนั้นไว้ไม่ไหวอีกต่อไปและหลั่งน้ำตาด้วยความยินดีออกมา
จนทำให้ชาวบ้านต่างมองเขาอย่างเอ็นดู ถึงความจริงใจที่เขามี ก่อนที่นักบวชหนุ่มจะแสดงความเขินอายออกมาและรีบเดินขึ้นชั้นบนของโบสถ์ไป ผมกรอกพร้อมกับเสียงพูดคุยเอ็นดูในความน่ารักของนักบวชหนุ่ม
โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าเมื่อเขาเดินขึ้นชั้นสองมา ความเขินอายและน้ำตาเ่าั้จะหายไปหมดภายในพริบตา เหลือไว้แต่เพียงรอยยิ้มแฉ่งและสีหน้าเ้าเล่ห์ของเ้าตัว ที่วิ่งเยาะๆ อย่างมีความสุขไปยังห้องโถงใหญ่ที่อยู่ชั้นบนที่เหล่าสมาชิกรวมตัวกันอยู่
เมื่อเขาเปิดประตูห้องโถงเข้าไปด้วยใบหน้าระรื่นของตัวเองก็รีบะโทิ้งตัวลงบนเตียงที่ซินซินกำลังนั่งเล่นเกมอยู่ และนอนยิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่จะไปสะกิดซินซินที่กำลังขมักเขม่นกับการเล่นเกมของเขาอยู่
“เลิกเล่นเกมได้แล้วเราจะวางแผนการต่อไปกัน”
“ขอแป๊บหนึ่ง เกมเก่าๆ พวกนี้มันสนุกกว่าที่คิดเยอะเลย…อีกอย่างมีสมาชิกเป็ล้านแล้วไม่ใช่รึไงจะวางแผนอะไรอีก”
ทันทีที่ซินซินแซวเื่สมาชิกที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา มันก็ทำให้วายและเทียน่าที่นั่งอยู่ในห้องด้วยหลุดหัวเราะออกมา กับคำพูดขี้โม้ใหญ่โตที่อินพูดไปเพราะหมู่บ้านนี้เพิ่งเป็หมู่บ้านแรกที่พวกเขาเข้ามาใส่ความเชื่อจอมปลอมให้
แต่เสียงหัวเราะของกลุ่มสมาชิกมันก็ทำให้อินหลุดหัวเราะออกมาด้วยเมื่อคิดถึงเื่โกหกที่ตัวเองพึงพูดไป ก่อนที่จะกลิ้งตัวบนเตียงไปกดหยุดเกมของซินซินและดึงเขาให้ลุกมานั่งร่วมกับทุกคนเพื่อวางแผนการของตนเอง
“ต่อไปนี้เวลาพวกนายว่างก็หัดไปเดินเล่นข้างนอก และทำตัวให้ดูน่าเคารพสมเป็เทพจากบนฟ้าหน่อยละกัน ่นี้เราต้องสร้างความผูกพันระหว่างเรากับพวกเขาก่อน จะได้ทำอะไรๆ ง่ายขึ้น”
“แต่นายเป็คนแต่งเื่พวกนั้นมาคนเดียวนิ จะให้พวกฉันออกไปหรอ ถ้าโดนถามอะไรขึ้นมาพวกฉันจะตอบยังไงละ”
ซินซินที่ต้องแปลงตัวเป็นางฟ้าก็แสดงความกังวลของเขาออกมาจาก สิ่งที่อินสั่งให้ทำ เพราะกลัวว่าจะทำให้แผนของพวกเขาแตกออก
“ไม่เป็ไรหรอกยังไม่ใช่วันนี้สักหน่อย ให้ฉันพูดคำสอนโกหกต่างต่างไปสักพักก่อน จนมันกระจายไปถึงหูของกลุ่มคนที่ไม่ได้มาโบสถ์ แล้วฉันจะแทรกเื่ที่ว่านางฟ้ากับองครักษ์ของเขา ห้ามพูดถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากท่านฟินน์ และเพื่อไม่ให้มันดูห่างเหินเกินไปฉันจะบอกว่าท่านฟินน์อนุญาตให้พูดกับตัวแทนอย่างนักบวชเท่านั้น”
ถึงแม้ว่าซินซินและวายจะพยักหน้าให้กับอินออกมาแ ต่เมื่ออินเห็นว่าพวกเขายังมีสีหน้าที่เป็กังวล ก็พยายามพูดเพื่อให้เขาสบายใจขึ้นไปอีก
“พวกนายไม่ต้องห่วงถ้าดำเนินแผนการไปเรื่อยๆ แล้วอนาคตฉันอาจจะเลือกคนที่ดูงมงายกับความเชื่อของพวกเรามากที่สุด มาเป็นักบวชด้วย
หลังจากนั้นพวกเขาจะไปเผยแพร่เื่ขี้โม้ต่างๆ เอง โดยที่พวกเราไม่ต้องเข้าไปยุ่ง ถึงเวลานั้นแค่ทำตัวให้ดูน่าเคารพก็พอ…่แรกนี้ก็พยายามกันหน่อย”
“โอเค แต่ที่พวกฉันต้องทำมีแค่นี้หรอ”
วายที่ฟังคำสั่งจากอินเมื่อเห็นอินหยุดพูดลง เขาก็ถามขึ้นมาต่อพร้อมกับชี้ไปที่เทียน่าผู้ติดตามของตัวเองที่กำลังว่างงานอยู่
“เทียน่าระหว่างนี้ต้องเดินทางไปรับซื้อพวกยาชาและพวกยาสมานแผลของวาเรีย เพื่อมาสกัดยาวิเศษของเรา ที่อีกไม่กี่อาทิตย์ต่อไปนี้อาจจะต้องได้ใช้จำนวนมาก…ยังไงก็พยายามไปติดต่อนัดเจอกันไกลกว่าที่นี้ให้มากๆ หน่อยพวกที่แอบลักลอบเอายาจากโรงพยาบาลมาขายมันไว้ใจไม่ได้หลอก จะให้รู้แผนการของเราไม่ได้”
“ได้ค่ะคุณอิน แต่ว่าก่อนหน้านี้ที่ฉันไปติดต่อรับซื้อล่าสุด เขาถามว่าจะไม่รับเป็แบบที่บรรจุใส่หลอดพร้อมเข็มฉีดให้แล้วเหรอคะ มันจะใช้งานง่ายกว่านะ”
“ไม่ได้ ไม่ได้ เอาเป็แค่ตัวยามาผสมเองนั่นแหละ เราต้องทำตัวยาของเราให้เป็แบบยาทา และต้องให้ดูลึกลับเข้าไว้ อีกอย่างระหว่างนี้ซินซิน วายถ้ามีใครมาขอความช่วยเหลือจากนายก็พยายามฟังไว้ด้วยล่ะ ถ้าเป็เื่ของคนที่อยู่หมู่บ้านอื่นด้วยได้ยิ่งดี ยังไงเราก็ต้องเก็บคนจากหมู่บ้านรอบๆ นี้ให้เป็สาวกของเราให้หมด”
เมื่ออินได้มอบหมายหน้าที่ให้กับกลุ่มของเขาจนหมดพวกเขาก็มองหน้ากันไปมาอย่างเชื่อใจ ก่อนที่จะนำมัดมาชนกันและพูดสโลแกนของพวกเขาออกมา
“เพื่อความสุขสบายขั้นสูงสุดของชีวิต”