ตอนที่ 10เปลวเพลิงสีทอง
หยางโฮ้วมองเศษกิ่งไม้ในมือของตนเองรอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏอยู่บนใบหน้า ั์ตาจดจ้องไปยังร่างที่ยังสั่นเทาของเฉียนหลิงพลางกล่าวออกมาเรียบ ๆ “เ้าหาเื่ใส่ตัวเองนะ”
เฉียนหลิงได้ยินเช่นนั้นก็แทบคลั่งเขารีบยันกายขึ้นมาแล้วแผดเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวว่า“ขยะไร้ค่าเช่นเ้าริอาจหาญมาตีข้า! เ้าก่อเื่ใหญ่แล้ว เ้าจะต้องตาย!
หยางโฮ้วเดินเข้ามาพลางส่ายหน้า“เฉียนหลิงเป็เ้าเองที่กระจอกเช่นนี้ ยังกล้าเรียกข้าว่าขยะอีกอย่างนั้นหรือข้าว่าเ้าต่างหากที่เป็ขยะ
เมื่อหยางโฮ้วเห็นบุคคลตรงหน้ายังคงใช้เสียงคุกคามไม่หยุดรอยยิ้มก็จางหายไปจากบนใบหน้าของเขา “เ้าไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ใช่หรือไม่หาใช่ข้าที่จะจบสิ้น แต่เป็เ้าต่างหากเฉียนหลิง
รอยยิ้มเ็าของหยางโฮ้วกระตุกขึ้นที่มุมปากก่อนที่ฝ่าเท้าของเขาจะฟาดอย่างรุนแรงไปยังเฉียนหลิงที่กำลังตกตะลึงความรุนแรงของมันประดุจกระบี่ที่ออกจากฝัก มวลอากาศโดยรอบะเิออกเป็วงกว้าง
“ปัง!” เสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างของเฉียนหลิงกระเด็นลอยออกไปก่อนที่จะตกลงบนกองหญ้าเล็ก ๆ เขากระอักเืออกมากองใหญ่ พร้อมเสียงร้องแหลมโหยหวนน่าเวทนาด้วยความเ็ป
ทั่วร่างเฉียนหลินแทบจะแตกร้าวออกเป็เสี่ยงๆ สายตายังคงจ้องเขม็งไปยังหยางโฮ้วด้วยความอาฆาตเคียดแค้น ทว่าสีหน้าของหยางโฮ้วกลับไร้ซึ่งความรู้สึกมันทำให้เฉียนหลินเริ่มรู้สึกหวาดกลัว แต่ก็ยังขบฟันะโกลับไป “เ้ารอก่อนเถอะเ้ากล้าทำร้ายข้าเช่นนี้ ใครก็ไม่อาจช่วยเ้าได้ พี่ชายข้าจะต้องฆ่าเ้าแน่!”
เฉียนหลิงทั้งโกรธและใในเวลาเดียวกันเขาไม่ใช่เป็ขยะไร้ค่าหรอกหรือ? ทว่าทำไมแค่กิ่งไม้ธรรมดาชิ้นหนึ่งเมื่อครู่กลับเป็การพาดพันที่รุนแรงยิ่งนัก นี่มันเป็ไปได้อย่างไร?
“ข้าก็อยากจะรู้เช่นกัน ว่าข้าจะตายอย่างไร!” ว่าแล้วเขาโยนกิ่งไม้ในมือทิ้งไปเศษกิ่งไม้นั้นเป็เพียงกิ่งไม้ธรรมดาชิ้นหนึ่งที่เขาได้หยิบขึ้นมาจากบริเวณนั้นเค้าได้ทดลองเคลือบด้วยเปลวเพลิงสีทองของเขาเพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ซึ่งสิ่งที่ได้กลับเกินกว่าจินตนาการของเขาเพราะเพียงแค่กิ่งไม้ธรรมดาก็ยังสามารถทนแรงประทะสามพันชั่งได้โดยไม้แตกหักเช่นนั้นหากเป็ร่างกายของเขาที่เคลือบเปลวเพลิงสีทองเข้าไปมันจะแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใดกันหยางโฮ้วกำหมัดแน่นพลางมองไปยังร่างเงาของเฉียนหลิงที่หนีอย่างหัวซุก หัวซุนััได้ว่าตนมีพลังแข็งแกร่งขึ้นเป็อย่างมาก อีกทั้งการฟาดฟันเมื่อครู่ก็ยังไม่ใช่พลังทั้งหมดของเขา
“ข้าจะต้องรีบเพิ่มพลังเสียแล้วถ้าหากว่าหวังย่าและหวังลี่เ้าพวกนั้นรู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่พวกนั้นจะต้องกลับมาสร้างปัญหาให้ข้าเป็แน่” หยางโฮ้วสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนที่จะรีบมุ่งเท้ากลับไปที่บ้านของตน
ณ ร้านตีเหล็กร้านหนึ่งในชุมชนเขตทุรกันดานคงไม่มีใครคาดคิดว่าร้านเล็ก ๆ หลังนี้ ขนาดประมาณหนึ่งห้องภายในจะซุกซ่อนคลังอาวุธชั้นดีเอาไว้เป็จำนวนมาก
หยางโฮ้วเดินเข้ามาภายในห้องหนึ่งที่ภายในประดับด้วยอาวุธมากมาย เขาเงยหน้ามองเหลาอาวุธน้ำงามที่ส่องประกายแสงหลากสีเ่าั้
บ้างก็มีสีแดงฉานสวยสดประดุจเืบ้างก็มีสีเขียวมรกตประดุจหยกบริสุทธิ์ บ้างก็ส่องประกายแวววับดั่งดวงดาวยามราตรีสดใส บ้างก็มีสีเหลืองอำพันหมุนเกลียวรอบด้าน
หยางโฮ้วจดจ้องอาวุธหลากสีน้ำงามเหล่านี้ไม่วางตาก่อนที่จะเกาหัวแกรก ๆ แล้วละสายตาออกจากพวกมัน “ข้าไม่ยุ่งกับมันจะดีกว่าหากมีผู้ใดพบเห็นเข้าคงยุ่งยากมากเป็แน่รอให้พ่อเขากลับมาก่อนค่อยถามเอาดีกว่าว่า เขาได้ของพวกนี้มาจากที่ใดกัน
หยางโฮ้วเดินมายังห้องครัวสายตาจับจ้องไปยังดาบสั้นเล่มงามสีทองแดงรูปร่างคล้ายบังตอที่พ่อของเขาเอาไว้ใช้หั่นเนื้อน้ำหนักของมันราว ๆ ห้าจินเห็นจะได้
“อันนั้นแล้วกัน!”หยางโฮ้วมองไปยังดาบบังตอเล่มงามสีทองแดงที่ไว้ใช้หั่นเนื้อเขาคิดว่ามันคงจะเป็อันที่ด้อยคุณภาพที่สุด ถึงแม้ว่าพ่อของเขาจะบอกว่าห้ามนำมันออกไปข้างนอกโดยให้เงื่อนไขว่าหากเมื่อใดที่เขามีความสามารถของพวกนี้ทั้งหมดก็ล้วนกลายเป็ของข้า…