บทที่ 9
‘Papang & Kong part’
ย้อนกลับไปเหตุการณ์ก่อนวันแต่งงาน..
“ไหนสัญญาว่าวันนี้เธอจะอยู่กับเราไง!? แล้วนี่อะไร..งานด่วน!! มาด่วนอะไรวันนี้!!” หญิงสาวตวาดใส่ปลายสายด้วยความโมโหปนน้อยใจที่จู่ ๆ นัดเดทระหว่างเธอกับเขาก็เป็ต้องล่มไม่เป็ท่า เนื่องจากฝ่ายแฟนหนุ่มจะต้องตามเ้านายไปดูงานที่เกิดปัญหาที่ต่างจังหวัดแบบกะทันหัน
‘ไว้วันหยุดรอบหน้าเราจะชดเชยให้เธอนะ...เราขอโทษจริง ๆ’ ซึ่งเมื่อได้ฟังเสียงทุ้มเอ่ยขอโทษอย่างสำนึกผิด คนเป็แฟนอย่างเธอมีเหรอที่จะไม่ยอมยกโทษให้ อีกอย่างเธอเองก็รู้อยู่ก่อนแล้วว่าการมีแฟนเป็บอดี้การ์ดให้นักธุรกิจใหญ่บวกกับเป็พ่อบุญธรรมของเขาด้วยแล้วคงไม่มีทางที่เขาจะกล้าปฏิเสธ ไม่สิแฟนหนุ่มของเธอคงไม่มีวันที่จะปฏิเสธงานนั้นแน่นอน
“อืม ก็ได้แต่คราวหน้าถ้าผิดนัดอีก...เราไม่ยอมแน่” หญิงสาวเอ่ยอย่างใจอ่อนก่อนจะยอมให้ฝ่ายนั้นวางสายเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ ที่เขานั้นรักยิ่งชีพเผลอ ๆ น่าจะรักมากกว่าตัวเธอซะอีก จากนั้นพะแพงจึงเก็บมือถือใส่เข้ากระเป๋าและเตรียมตัวจะไปรับกาแฟที่ตนสั่งไว้ 2 แก้วสำหรับเธอกับแฟนหนุ่ม
“พะแพง” อยู่ ๆ ก็มีเสียงคุ้น ๆ เรียกเธอจากด้านหลังเมื่อหันกลับไป
“ก้อง?” ชายร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงผ้าสีน้ำตาลอ่อนสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจเหมือนกำลังจะไปไหนสักแห่ง
“วันนี้เธอไม่ได้ทำงานที่เหรอ?”
“อ๋อเราเพิ่งกลับจากบ้านพ่อแม่ที่พัทยาน่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายถามตอบกับฝ่ายหญิงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มด้วยความที่ พะแพงเป็แฟนสาวของหัวหน้าบวกกับอายุไล่เลี่ยกัน
“ดีจังเลย”
“ท..ทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะ?” พะแพงทำหน้าลำบากใจเพราะไม่กล้าที่จะบอกว่าตนนั้นมีปัญหากับแฟนหนุ่มของตัวเอง
“เื่หัวหน้าไม่มีเวลาให้สินะ” หลังจากนั้นทั้งคู่จึงเดินไปหาที่นั่งเพื่อนั่งคุยปรับทุกข์กัน โดยหญิงสาวได้ระบายความในใจเกี่ยวกับตลอดเวลาที่คบกับแฟนหนุ่มว่าเธอนั้นรักชายหนุ่มมากแต่ด้วยเพราะอีกฝ่ายรักงานที่เขาทำอยู่มาก ๆ จึงไม่ค่อยมีเวลาให้กับเธอ ซึ่งในตอนแรกเธอนั้นพยายามทำความเข้าใจด้วยเพราะเขาอยากเป็บอดี้การ์ดตามพ่อ แท้ ๆ และอยากทดแทนพระคุณนายท่านที่รับเขากับลูกพี่ลูกน้อง หรือปุณมาเลี้ยงดูจนโตมาได้ถึงทุกวันนี้ แต่นั่นกลับทำให้เขามักจะละเลยหน้าที่แฟนหลายครั้งที่พวกเขานัดเจอ และฝ่ายชายไม่ได้มาตามนัดหรือแม้กระทั่งยามที่เขากับเธอทะเลาะกัน เขาก็มักปล่อยให้เธออยู่กับความฟุ้งซ่านจนเ้าตัวต้องยอมที่จะเลิกคิดและเป็ฝ่ายยอมเขาทุกครั้ง
มือหนาส่งทิชชูให้หญิงสาวเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเศร้าเสียใจ พลางมองเธอด้วยแววตาของเป็ห่วงเป็ใย และความรัก ใช่..ความจริงแล้วก้องนั้นแอบชอบพะแพงั้แ่ครั้งที่โจได้แนะนำเธอให้กับบรรดาลูกน้องทุกคนได้รู้จักในงานวันเกิดของนายท่าน เพียงแต่เขาต้องหักห้ามใจตัวเองเอาไว้ด้วยเพราะเธอคือแฟนสาวของหัวหน้าที่เคารพและยังนับถือเขาเปรียบดั่งพี่ชายอีกคนหนึ่ง
“เอางี้...เดือนหน้าเราไปเที่ยวกัน”
“ไปเที่ยว? ที่ไหน?”
“บ้านเรา” ก้องจึงเอ่ยปากชวนหญิงเธอไปเที่ยวบ้านของตนเองที่พัทยา เพียงเพราะหวังอยากให้พะแพงมีความสบายใจขึ้น แม้จะเป็เพียงเวลาสั่น ๆ ก็ตามที
ฝ่ายสาวตอบตกลงด้วยเพราะอยากทิ้งเื่ไม่สบายไว้ข้างหลังสักครู่ แล้วค่อยกลับมาสู่ใหม่อีกครั้ง
**********
1 เดือนต่อมา..
พะแพงขับรถมาจอดรอชายหนุ่มอยู่ที่ร้านกาแฟ โดยไม่ลืมซื้อกาแฟเผื่อเ้าตัวไว้ด้วย ไม่นานนักร่างสูงก็ปรากฏตัวพร้อมสะพายกระเป๋าเป้ใบเดิมใบเก่งก่อนจะเดินมายังหญิงสาวที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่เพลิน ๆ และเอ่ยทักแบบกะทันหันจนเ้าหล่อยสะดุ้งใเล็กน้อย
“รอนานมั้ยครับคนสวย!!”
“อุ๊ย!! ก้องงง เธอทำเราใหมด”
“ฮ่า ๆ รอนานมั้ย?” หญิงสาวส่ายหน้าก่อนจะยื่นแก้วกาแฟให้แล้วจะพากันลุกจากโต๊ะแล้วเดินยังรถเก๋งคันสีขาว เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ทั้งคู่นัดกันว่าจะไปเที่ยวผ่อนคลายเื่หนัก ๆ ทั้งหมด
**********
#พัทยา...บ้านของก้อง
“มาแล้วเหรอลูก” เสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยทักลูกชายหัวแก้หัวแทนทันทีที่พบหน้า ซึ่งฝ่ายก้องเองก็เดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็แม่ด้วยเช่นกัน
“สวัสดีครับแม่” หลังจากที่คนแม่ถอนกอดจากลูกชายพลันก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างเพรียวสวมชุดเดรสสีน้ำตาลยืนยิ้มให้เธออย่างเป็มิตร จึงหันไปมองหน้าลูกชายพลางส่งสายตาเป็ในเชิงคำถามว่า เธอคนนี้คือใคร
“อ๋อ นี่พะแพงครับเพื่อนก้องเอง”
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ้า แม่ก็นึกว่าแฟนเราซะอีก”
“ไม่ใช่ครับแม่...เป็เพื่อนกันจริง ๆ” ก้องโต้กลับคนเป็แม่ยิ้ม ๆ เพราะในใจก็อยากให้เ้าหล่อนเป็แฟนกับตนจริง ๆ แต่พอนึกว่าเธอคือแฟนหัวหน้าก็ต้องรีบพับเก็บความคิดนั้นลงไปทันที หลังจากนั้นก้องจึงพาพะแพงไปยังห้องนอนที่ได้มีการโทรบอกคนเป็แม่ให้เตรียมเอาไว้ก่อนที่เขากับเธอจะมาถึงที่นี่
“บ้านเธอน่ารักดีนะ”
“บ้านหรือใครเหรอที่น่ารัก”
“ทั้งบ้านทั้งแม่เธอเลย”
“งั้นตามสบายเลยนะ..เดี๋ยวเราขอตัวไปช่วยแม่เตรียมมื้อเย็นก่อน”
“ให้เราไปช่วยมั้ย?”
“ไม่เป็ไร...เดี๋ยวเสร็จแล้วเรามาเรียก” หญิงสาวพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกไป
ครืดด..ครืดด
ระหว่างกำลังจัดเตรียมข้าวของอยู่ ๆ เสียงสั่นจากมือถือแจ้งเตือนเข้ามาว่ามีใครสักคนกำลังโทรหา หน้าจอแสดงชื่อ ‘โจ’ เป็คนโทรเข้ามา
“ฮาโหล ว่าไงคะเธอ?”
‘ตอนนี้เธอว่างมั้ย?’
“อื้ม..ว่างค่ะ เธอมีอะไรหรือเปล่า?”
‘อ๋อ วันนี้นายน้อยแคนเซิลงานน่ะ ก็เลยกะว่าจะชวนเธอเข้าไปคุยกับพ่อแม่วันนี้เลย’ ปกติหากแฟนหนุ่มโทรหาและบอกเช่นนี้เธอคงจะดีใจมากแน่ ๆ เพียงแต่ครั้งนี้มันต่างออกไปเธอกลับรู้สึกเฉยชา จนเกือบจะแทบไม่สนใจเกี่ยวกับใจความที่อีกคนหนึ่งเป็คนพูด
“อ...เอ่อคือเธอ เป็วันอื่นได้หรือเปล่า?”
‘อ่าวไหนเธอบอกวันนี้ว่าง?’
“คือเราว่าง แต่เรามาเที่ยวทะเลกับเพื่อนน่ะ เลยยังไม่สะดวก”
‘อ่อ...โอเคไม่เป็ไร งั้นไว้เราค่อยนัดเธอก็ได้’ หลังจากนั้น พะแพงขอวางสายจากแฟนหนุ่มทันที โดยบอกว่าเพื่อนที่ชวนเธอมาเที่ยวด้วยเดินมาเรียกตนเพื่อนั่งเรือไปดำน้ำด้วยกัน
**********
่หัวค่ำ...
หลังจากทานมื้อค่ำที่ก้องและแม่ของเขาช่วยกันเตรียมโดยเป็อาหารจำพวกซีฟู้ดเสร็จ ทั้งคู่จึงมานั่งดื่มเบียร์เย็น ๆ ด้วยกัน
“ตอนบ่ายโจโทรมา” อยู่ ๆ หญิงสาวก็เป็ฝ่ายพูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสลัว
“เขาโทรมาบอกว่าอยากจะชวนเธอเข้าไปคุยกับพ่อแม่วันนี้ เขาอยากเข้าไปคุยเื่แต่งงาน” ก้องจากที่ยิ้ม ๆ กลับเปลี่ยนสีหน้าแบบกะทันหันเพียงเพราะประโยคที่ว่า ‘โจอยากเข้าไปคุยเื่แต่งงาน’ แต่เขาก็ต้องรีบปรับสีหน้าไปตั้งใจฟังเ้าหล่อนอีกครั้งเมื่อได้เห็นว่าพะแพงไม่ได้มีท่าทีว่าจะดีใจกับเื่นี้เท่าไรนัก กลับยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
“แต่ทำไม! ทำไมเราไม่รู้สึกว่าเราดีใจที่ได้ยินประโยคนั้นจากเขาเลย...ฮึก...ฮึก” หญิงสาวพูดออกมาทั้งน้ำตาด้วยเพราะตอนนี้เธอรู้สึกสับสน เพราะในใจนั้น เธอมั่นใจว่าเธอยังคงมีโจอยู่อย่างเต็มหัวใจเธอยังรักเขาเช่นเดิมไม่มีเสื่อมคลาย แต่เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับเธอั้แ่เมื่อไร ก้องจ้องมองดวงหน้าหญิงสาวที่ยังคงสะอื้นไห้ก่อนเอื้อมมือไปปากน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยนนั่นทำให้สาวตาของเขากับเธอประสานกัน ท่ามกลางบรรยากาศทั้งสายลมและแสงดาวทั้งคู่ขยับดวงหน้าเข้าใกล้กันก่อนจะประกบริมฝีปากลงโดยไม่รู้ตัว เนิ่นนานพอดูที่ทั้งคู่อยู่ในท่านั้นก่อนที่พะแพงจะเป็ฝ่ายรู้ตัวแล้วผละตัวออกจากชายหนุ่ม
“เราชอบเธอนะพะแพง” ตลอดเวลาที่ผ่านมาพะแพงเองก็ไม่เคยรังเกียจชายหนุ่ม เธอกลับรู้สึกดีด้วยซ้ำที่มีก้องอยู่ข้าง ๆ เวลาที่เธอทุกข์ใจ เธอหันกลับมามองชายหนุ่มช้า ๆ ที่ตอนนี้เขากำลังมีสีหน้าเศร้าสร้อยเล็กน้อยก่อนโผเข้าไปหาพลางมอบจูบให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน
-The End Papang & Kong part-
โปรดติดตามตอนต่อไป..