แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานสูงจรดเพดานเข้ามาภายในห้องอาหารสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกของบ้านเดชาเกียรติ บนโต๊ะอาหารหินอ่อนยาวเหยียดที่ปกติมักจะเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน วันนี้กลับมีเสียงประหลาดดังแทรกขึ้นมาเป็ระยะ ทำลายบรรยากาศผู้ดีเก่าจนพังทลายไม่มีชิ้นดี
"แจ๊บ... แจ๊บ... ซู้ดดด!"
เมนิตราจงใจเคี้ยวไส้กรอกเสียงดังแจ๊บๆ สลับกับซดน้ำซุปข้าวต้มดังซู้ดใหญ่ หญิงสาวตักอาหารเข้าปากคำโตจนแก้มตุ่ย แสร้งทำเศษขนมปังร่วงหล่นลงบนโต๊ะราวกับเด็กไร้มารยาท ดวงตากลมโตลอบมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเป็ระยะ
'เอาสิ รับไม่ได้ก็ไล่ฉันออกเลย! ทนไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าใบใหม่มาซะไอ้ผัวตู้เย็น! เอาให้รังเกียจจนขยะแขยงไม่อยากใช้ร่วมชายคากันไปเลย!'
เสียงในใจของหญิงสาวกรีดร้องอย่างมาดมั่น หลังจากเหตุการณ์ฉีกเช็คห้าสิบล้านทิ้งเมื่อวาน เมนิตราก็ตั้งปณิธานว่าเธอจะทำทุกวิถีทางให้ธวิณเป็ฝ่ายทนไม่ได้และเตะเธอกระเด็นออกจากบ้านไปเองให้จงได้
ธวิณละสายตาจากแท็บเล็ตในมือ ชายหนุ่มในชุดสูทเตรียมพร้อมไปทำงานจ้องมองภรรยาที่กำลังทำตัวซกมกผิดหูผิดตา หัวคิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยเมื่อเสียงความคิดเจื้อยแจ้วแสนหยาบคายของเธอดังสะท้อนเข้ามาในโสตประสาทอย่างชัดเจน
ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ แทนที่จะแสดงอาการรังเกียจหรือต่อว่าอย่างที่เธอคาดหวัง ธวิณกลับวางแท็บเล็ตลงอย่างเชื่องช้า เขาเอื้อมมือข้ามโต๊ะไปหาหญิงสาว ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยเช็ดคราบซอสที่เลอะอยู่มุมปากของเมนิตราออกให้อย่างแ่เบาและอ้อยอิ่ง
"กินเลอะเทอะเป็เด็กไปได้ ค่อยๆ เคี้ยวสิ ไม่มีใครแย่งเธอหรอก" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือกระแสความอ่อนโยนขึ้นมาหลายส่วน แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เมนิตราชะงักกึก ช้อนในมือแทบจะร่วงหล่นลงชามข้าวต้ม หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ััอุ่นวาบจากปลายนิ้วของเขาทำเอาขนอ่อนตามร่างกายลุกเกรียว
'ผีเข้า! ไอ้ประธานนี่โดนผีปอบเข้าสิงแน่ๆ! ร้อยวันพันปีเดินสวนกันยังไม่เคยมองหน้า แต่วันนี้มาเช็ดปากให้เนี่ยนะ! ขนลุกโว้ย!'
ป้าจันทร์เบิกตากว้างจนแทบถลน หญิงวัยกลางคนยกมือทาบอก ก่อนหมุนตัวเดินเร็วจี๋เข้าครัวทันที
ไม่ถึงสิบวินาที
ไลน์กลุ่ม ‘สมาคมแม่บ้านเดชาเกียรติ’ เด้งรัวจนโทรศัพท์แทบค้าง
คุณพระ! นายน้อยเช็ดปากให้คุณนาย!!! คืนนี้เตรียมซุปโด๊ปสูตรแปดเซียนสแตนด์บายด่วน!
หลังมื้ออาหารเช้าสุดระทึกขวัญ เมนิตราถูกเรียกตัวให้เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของธวิณภายในบ้านหลังใหญ่
ปึก!
แฟ้มเอกสารหนาเตอะถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าหญิงสาว
"เซ็นซะ" ธวิณสั่งเสียงเรียบ ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม แขนแกร่งพาดบนพนักพิงด้วยท่วงท่าสบายๆ ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจล้นเหลือ
"นี่อะไรคะ?" เมนิตราขมวดคิ้ว เอื้อมมือไปเปิดแฟ้มเอกสารออกดู ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างอีกครั้งเมื่อเห็นหัวข้อเอกสารที่ระบุว่า
'สัญญาจ้างตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวประธานกรรมการบริหาร (ตลอด 24 ชั่วโมง) '
"ในเมื่อเธอรักฉันมากจนไม่อยากหย่า ฉันก็ควรจะตอบแทนความรักของเธอด้วยการให้เธอมาอยู่ข้างกายตลอดเวลา... ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว" ธวิณยกยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่ดูน่าหมั่นไส้ที่สุดในสายตาของเมนิตรา
"แต่ฉันเกรงว่าจะทำหน้าที่นี้ไม่ดีค่ะ ฉันเรียนจบสายอาร์ตมา ไม่มีความรู้เื่บริหารธุรกิจเลย คุณธีร์ให้เลขาภูมิจัดการน่าจะดีกว่านะคะ" เมนิตราปั้นหน้านิ่ง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนหวานแบบฉบับภรรยาผู้แสนดี ทว่ามือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำลังกำหมัดแน่น
'สัญญาทาส! นี่มันสัญญาทาสชัดๆ! ไอ้ประธานหน้าเื ไอ้คนขี้งก! ฉีกเช็คห้าสิบล้านของฉันทิ้งไม่พอ ยังจะมาหลอกใช้แรงงานฟรีตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีก ฝันไปเถอะว่าฉันจะยอม!'
ในระหว่างที่ปากพูดปฏิเสธอย่างสุภาพ มือเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะก็ลอบหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา พิมพ์ข้อความรัวเร็วยิกๆ ส่งหา ‘เคลียร์’ เพื่อนสนิท โดยที่ริมฝีปากบางขมุบขมิบท่องคำพูดในใจตามสิ่งที่พิมพ์ลงไป
'แก... ฉันกำลังโดนผัวตู้เย็นเล่นตุกติก บังคับเซ็นสัญญาทาส คืนนี้แกเตรียมหาแผนพาฉันหนีเที่ยวที ขอผับเดิม โซน VIP เด็กดริ๊งก์งานดีด่วนๆ!'
ธวิณที่นั่งฟังเสียงความคิดและอ่านเจตนาทุกตัวอักษรของภรรยาอยู่ถึงกับเส้นเืขมับปูดโปน ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนนูนเป็สัน ความหึงหวงและหวงก้างพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนจุกอก
หนีเที่ยว? ไปผับ? เรียกเด็กดริ๊งก์? หึ... ฝันไปเถอะเมนิตรา!
"เลขาภูมิ!" ธวิณตวัดเสียงกร้าวเรียกคนสนิทที่ยืนอยู่หน้าประตู
"ครับบอส" เลขาหนุ่มก้าวเข้ามารับคำสั่งด้วยใบหน้าตายด้าน
"จัดการล็อกตารางงานของเมนิตราให้ติดกับฉันทุกวินาที ั้แ่ตื่นนอนยันเข้านอน ห้ามให้คลาดสายตาแม้แต่ก้าวเดียว ถ้าเธอหายไปไหนแม้แต่นาทีเดียว... ฉันจะหักเงินเดือนนาย"
"รับทราบครับบอส" เลขาภูมิค้อมศีรษะรับคำสั่ง ก่อนจะปรายตามองคุณนายของบ้านด้วยสายตาที่สื่อความหมายว่า
'กรุณาอย่าหาเื่เดือดร้อนมาให้ผมเลยครับ'
เมนิตราอ้าปากค้าง หญิงสาวกำสมาร์ตโฟนในมือแน่นจนข้อขาว รู้สึกเหมือนถูกปิดประตูตีแมวอย่างสมบูรณ์แบบ
สี่สิบห้านาทีต่อมา
หากเมนิตราต้องตกเป็เบี้ยล่างและถูกลากไปบริษัทด้วย เธอก็จะขอไปในฐานะตัวแม่ที่จะทำให้ประธานจอมเผด็จการต้องปวดประสาทตายกันไปข้าง!
เสียงรองเท้าส้นสูงปลายแหลมปรี๊ดกระทบขั้นบันไดหินอ่อนดังก้องไปทั่วโถงบ้าน ธวิณที่กำลังยืนจิบกาแฟดำรออยู่ที่ตีนบันไดเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนที่ของเหลวสีเข้มในปากจะพุ่งพรวดออกมาแทบไม่ทัน
"แค่กๆ!" ประธานหนุ่มสำลักกาแฟจนหน้าดำหน้าแดง เลขาภูมิต้องรีบดึงทิชชูออกจากกล่องส่งให้เ้านายอย่างรวดเร็ว
เมนิตราเดินนวยนาดลงบันไดมาด้วยความมั่นใจเต็มร้อย หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสูทสีแดงเพลิงรัดรูป คอวีเว้าลึกจนเห็นเนินอกอวบอิ่มรำไร กระโปรงยาวยังผ่าข้างสูงปรี๊ดจนถึงโคนขาอ่อน เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนทุกจังหวะการก้าวเดิน ริมฝีปากบางถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสดเข้ากับชุด ผมดัดลอนใหญ่สยายเต็มแผ่นหลัง ดูเย้ายวนและอันตรายจนไม่อาจละสายตา
'เป็ไงล่ะไอ้ประธานหน้าตาย เจอแฟชั่นสยบมารเข้าไปถึงกับพ่นกาแฟเลยสิ คอยดูเถอะ ฉันจะใส่ชุดนี้ไปเดินร่อนให้ทั่วบริษัท เอาให้คนนินทากันทั้งตึกว่าประธานคุมเมียไม่อยู่!'
ธวิณกำทิชชูในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ั์ตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะผสมปนเปกับความปรารถนาที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เืในกายหนุ่มสูบฉีดอย่างรุนแรงเมื่อเห็นเรือนร่างเย้ายวนของภรรยาที่ถูกเปิดเผยโจ่งแจ้งขนาดนี้
"เลขาภูมิ... เปิดแอร์" ธวิณกัดฟันสั่งเสียงต่ำ พยายามคีพลุคประธานบริษัทผู้เยือกเย็น ทว่าเหงื่อเม็ดเล็กๆ กลับซึมตามไรผม
"เปิดสิบแปดองศาแล้วครับบอส" เลขาภูมิตอบหน้าตาย สายตามองตรงไปข้างหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองคุณนายของบ้านด้วยซ้ำ
เมนิตรายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ หญิงสาวก้าวลงมาจนถึงบันไดขั้นสุดท้าย ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากยั่วโมโห ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ก็ก้าวยาวๆ เข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
ความสูงใหญ่ของธวิณบดบังแสงสว่างตรงหน้า ชายหนุ่มต้อนหญิงสาวจนแผ่นหลังบอบบางถอยไปชนติดกับราวบันไดหินอ่อน ท่อนแขนแกร่งยกขึ้นกั้นทั้งสองข้าง ปิดทางหนีของเมนิตราอย่างสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมบุรุษลอยเตะจมูก ไอความร้อนจากเรือนกายแกร่งแผ่ซ่านจนเมนิตราเผลอกลั้นหายใจ
ธวิณโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนปลายจมูกแทบชนกัน สายตาคมกริบไล่มองั้แ่ริมฝีปากสีแดงสด ลงไปถึงเนินอกที่แทบล้นพ้นคอเสื้อ ก่อนขบกรามแน่นราวกับกำลังสะกดกลั้นอะไรบางอย่างสุดชีวิต
"ถ้าใส่ชุดนี้ไปบริษัท..."
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนคนฟังขนลุกซู่
"เธอจะได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยอยู่แค่ใต้ร่างฉันในห้องทำงานเท่านั้น"
เขาโน้มเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปาก
"ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้"