กลับถึงบ้านเฉียวซีได้ส่งมอบความรับผิดชอบในการประสานงานให้กับพี่ชายใหญ่ของนางส่วนตนเองก็เป็เถ้าแก่เนี้ยผู้วางมือจากงานสิ่งที่นาง้าจะพูดล้วนกล่าวไปหมดแล้ว เชื่อว่าพี่ชายใหญ่ของนางจะต้องจัดการเื่นี้ได้เป็อย่างดี
เมื่อกล่าวไว้แล้วว่าทั้งครอบครัวจำต้องพร้อมใจทำงานร่วมกันก็ต้องแบ่งงานให้เขาทำหลีกเลี่ยงไม่ให้พี่ชายใหญ่ของนางคิดว่าตัวเองเป็คนไม่มีประโยชน์
เฉียวซงได้งานทำแล้ว เขาตบหน้าอกเพื่อรับประกันว่าจะทำได้สำเร็จลุล่วงแน่นอน
งานของเฉียวซงดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่ว่าจะเป็คนตระกูลฮัวตระกูลหลี่หรือผู้ที่จะมาช่วยงานคนอื่นๆ พวกเขาล้วนตอบตกลงในทันทีคนที่เฉียวซงหามานั้นโดยพื้นฐานแล้วเป็คนที่มีสัมพันธไมตรีที่ดีกับครอบครัวเฉียวมาก่อนเขาไม่ได้ใจกว้างพอที่จะขอให้บ้านที่ชอบนินทาลับหลังมาช่วยงานแม้ว่าหัวหน้าครอบครัวจะเป็คนดี แต่ภรรยามักจะเป็คนที่ปากไม่มีหูรูดซึ่งมีคนไม่กี่คนที่เต็มใจขอให้บุคคลเช่นนี้มาทำงานถึงเวลานั้นอาจเกิดเื่ขึ้นก็เป็ได้
ครอบครัวที่ถูกขอให้มาช่วยงาน มีครอบครัวไหนจะไม่ใกับความเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ของพี่น้องตระกูลเฉียวอาศัยการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ กับร้านอาหารในเมืองก็ทำให้ครอบครัวเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้แล้วทว่าตอนนี้พวกเขายังไม่รู้เื่บางเื่ไว้พวกเขารู้ว่ากำแพงที่ต้องก่อยาวถึงเพียงใด ความประหลาดใจยิ่งจะมากยิ่งขึ้นสามารถตามครอบครัวที่ร่ำรวยเงินทองไม่กี่ครอบครัวในหมู่บ้านทันแล้ว
ไม่ว่าพวกเขาจะคิดยังไง เวลาสองวันก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เถ้าแก่โรงงานทำอิฐและกระเบื้องนำอิฐสีฟ้ามาส่งถึงบ้านตามเวลาที่ตกลงกันไว้
เถ้าแก่เฉินออกจากโรงงานแต่เช้ามืด เมื่อมาถึงหมู่บ้านเฉียวฟ้าก็สว่างแล้วมีเกวียนหลายเล่มมาที่ทางเข้าหมู่บ้านเฉียว และลากอิฐสีฟ้าเข้ามาในหมู่บ้านเฉียวเพลาโดนกดลงถนนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดๆ ไปตามถนน
สิ่งที่บรรทุกอยู่คืออิฐสีฟ้า ตัวเกวียนจึงค่อนข้างหนักจุดที่ล้อกดลงจึงมีร่องรอยฝากไว้เป็ทาง
เกวียนจำนวนมากถึงเพียงนี้เข้ามาในหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเฉียวก็ตกตะลึงในทันทีคนจำนวนมากวิ่งไปมุงดูที่ทางเข้าหมู่บ้านโดยไม่คำนึงถึงความหนาวเย็น
หลังจากสอบถามเื่นี้ก็รู้ว่าอิฐสีฟ้าเหล่านี้กำลังจะถูกนำไปที่บ้านของพี่น้องตระกูลเฉียวอิฐสีฟ้าจำนวนมากถึงเพียงนี้ พวกเขาวางแผนจะสร้างบ้านหรือไทยมุงเ่าั้ต่างพากันตกตะลึงกับความคิดของตัวเอง
แต่บางคนก็เหมือนกับว่าจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรู้ว่าเดิมทีพวกเขาก็มีความเคลื่อนไหวมาตั้งนานแล้ววันก่อนมีคนอื่นเห็นเฉียวซงไปที่บ้านของคนสองสามครอบครัวในหมู่บ้านในเวลานั้นพวกเขาไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไร ตอนนี้อิฐสีฟ้าเหล่านี้ปรากฏขึ้นแต่ยังคงมีอะไรที่ไม่เข้าใจ ดูๆ แล้ว ชีวิตของพี่น้องตระกูลเฉียวดีขึ้นแล้วจริงๆ แม้แต่บ้านยังสามารถสร้างได้แล้ว
“เ้าบอกว่า อิฐสีฟ้าเหล่านี้พี่น้องตระกูลเฉียวเป็ผู้ซื้อจริงหรือไม่ใช่เื่โกหกสินะ”หลังจากที่เกาซื่อเห็นอิฐสีฟ้าเหล่านี้ก็รู้สึกอิจฉาอย่างบอกไม่ถูกในหมู่บ้านมีเพียงบ้านของนางและบ้านผู้ใหญ่บ้านที่ใช้อิฐสีฟ้าสร้างบ้าน คิดไม่ถึงเลยว่าครอบครัวพี่น้องตระกูลเฉียวที่เคยถูกนางดูถูกก็จะสร้างบ้านด้วยอิฐสีฟ้าความรู้สึกที่ว่าตนอยู่เหนือกว่าของนางหายไปในทันที รู้สึกไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง
อิฐสีฟ้ามากถึงเพียงนี้ต้องใช้เงินมากเท่าไรเล่าในตอนแรกบ้านของนางก็ไม่ได้ใช้อิฐสีฟ้าสร้างทั้งหลัง
เจียวซื่อชายตามองเกาซื่อ และเอ่ยขึ้น“ในเมืองมีโรงงานอิฐและกระเบื้องเพียงแห่งเดียวเท่านั้นใครจะไม่รู้ว่าเถ้าแก่เฉินเป็คนเช่นไร เขาจะกล้าหลอกลวงคนอื่นได้อย่างไรเห็นคนอื่นกำลังจะสร้างบ้านใหม่ รู้สึกเคืองใจสินะ”เจียวซื่อไม่กลัวไม่ได้กลัวเกาซื่อ คนในหมู่บ้านไม่มีใครไม่รู้ความคิดของนางพูดถึงคนอื่นั้แ่เช้ายันค่ำ ชอบแต่นินทาคนอื่นลับหลังอยู่เรื่อย
“เ้าหมายความว่าอะไร เหตุใดกล่าวหาว่าข้าเคืองใจเสียแล้วอิฐสีฟ้ามากมายถึงเพียงนั้นต้องใช้เงินหลายสิบตำลึงเชียว พวกเขาขายปลาแค่นั้นจะหาเงินได้มากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ อย่าล้อเล่นเลยใครจะไปรู้ว่าเงินเหล่านี้…”
“หยุด เ้าอยากจะพูดอะไรก็พูดไปแต่อย่ามาพูดต่อหน้าข้าระวังภัยจะออกมาจากปากเ้า”เื่ซุบซิบนินทาของจวี้เซียนโหลวไม่ใช่เื่ที่ควรเอามาพูดได้ยินมาว่าเื้ัของเถ้าแก่คนนี้คือคนเมืองหลวง ไม่แน่ว่าครอบครัวอาจจะเป็ข้าราชการก็ได้
“เอ๊ะ ข้าพูดแล้วจะทำไมหรือ” เกาซื่อไม่รู้สึกว่าตนเองผิดเลยแม้แต่น้อยครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น กับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ถึงเพียงนี้ในระยะเวลาสั้นๆแค่ครึ่งปี จะไม่ให้คนสงสัยได้อย่างไร แม่หนูเฉียวซีผู้นั้นก็ไม่ใช่คนดี ครั้งนั้นนางเห็นพวกเขาไปจับปลายังอ้างเหตุผลมากมายกล่าวว่าที่บ้านไม่มีเงินจึงต้องจับปลามากินประทังชีวิตอะไรทำนองนั้นแม่หนูจอมโกหก แต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้จับปลาเพื่อนำมากินเองแต่ขายให้ร้านจวี้เซียนโหลวในเมือง นั่นคือร้านอาหารที่ดีที่สุดเชียวลูกชายของนางไปมาแล้วหลายครั้ง ทั้งยังไปกับเถ้าแก่ของพวกเขา อาหารประเภทผักง่ายๆ ของที่นั่นขายได้ถึงสิบกว่าอีแปะเงินสิบกว่าอีแปะคนหนึ่งครอบครัวสามารถใช้จ่ายได้ตั้งหลายวัน
“ไม่ทำไมหรอก พูดกับข้าไปก็ไม่มีประโยชน์มีเื่อะไรเ้าก็ไปพูดกับครอบครัวเฉียวโน่น” เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเ้าเลยเหตุใดจึงชอบยุ่งกับเื่ชาวบ้านถึงเพียงนั้น เป็ไทยมุงก็พอแล้วบ้านเ้าเงินก็มี จะไปอิจฉาคนอื่นเขาทำไม
“เหอะ ข้ามีหรือจะไม่กล้า” เกาซื่อไม่ได้กลัวจริงๆ งานสงสัยแล้วจะทำไมหรือ เงินเหล่านี้สะอาดหรือไม่ก็ยังต้องพูดกัน
“หึ…” เจียวซื่อเปล่งเสียงเยาะเย้ยออกมาทางจมูก นางจะไปทำอะไรได้ไม่ใช่จะทำให้เสียชื่อเป็ที่สุดเลยหรือแต่อย่างไรเสียก็มีเพียงนางเท่านั้นที่ทำเช่นนั้นได้
หลังจากที่เถ้าแก่เฉินสอบถามเกี่ยวกับที่ตั้งบ้านของเฉียวซีแล้วเขาก็นำขบวนเกวียนไปที่ท้ายหมู่บ้าน สำหรับบรรดาไทยมุงเหล่านี้เขาเห็นมาบ่อยจนไม่รู้สึกแปลกใจแล้ว
เมื่อไปถึงครึ่งทางก็พบกับเด็กผู้ชายที่เจอกันวันนั้นเข้า “เถ้าแก่เฉินท่านมาแล้วสินะ ข้ากำลังคิดจะไปรับพวกท่านที่ทางเข้าหมู่บ้านพอดี”พอเฉียวซงได้พบเถ้าแก่เฉิน เขาก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ข้าซาบซึ้งใจในความตั้งใจดีของพ่อหนุ่มน้อยเหลือเกิน เ้านำทางข้าไปเถิด”
“ขอรับ เชิญทางนี้”
เมื่อมาถึงที่หมาย เถ้าแก่เฉินก็สั่งให้คนขนของลง ทุกคนทำมาจนคุ้นเคยแล้วต่างพากันนำอิฐสีฟ้าลงมาจากเกวียนหลายเล่มนั้น
เมื่อฮัวเจ๋อิและหลีก่วงรู้ข่าว พวกเขาก็ทยอยมาช่วยงานนำอิฐสีฟ้ามารวมกันในที่จุดเดียว
หลังจากขนอิฐสีฟ้าลงหมดแล้ว เฉียวซีก็ชำระเงินส่วนที่เหลือ
แล้วเถ้าแก่เฉินก็พาขบวนเกวียนจากไปอย่างรีบร้อน
“แม่หนูซี ตอนบ่ายพวกเราจึงจะมาทำงานก็แล้วกัน”ฮัวเจ๋อิเห็นกระเบื้องสีฟ้ามาส่งแล้ว จึงคิดอยากจะรีบเริ่มงานรีบจบงานหากช้าไปกว่านี้จะต้องพบกับหิมะเป็แน่หากหิมะตกก็ทำได้เพียงซุกตัวอยู่ในบ้านออกไปไหนไม่ได้แล้ววันที่หิมะตกนั้นหนาวเกินไปจริงๆ
“ได้เ้าค่ะ จะคิดค่าแรงให้เป็หนึ่งวัน” เฉียวซีเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ต้องๆ ครึ่งวันก็พอแล้ว”เขากลัวว่าจะต้องพบกับวันหิมะตกเข้าจึงกล่าวว่าจะมาทำในตอนบ่ายไม่ใช่เพราะโลภอยากได้ค่าจ้างอีกครึ่งวันของนาง
“ท่านอา เื่นี้ท่านฟังแม่หนูซีเถิด”เฉียวซงเห็นด้วยกับการตัดสินใจของน้องสาว อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ แล้วคาดว่าอีกไม่กี่วันหิมะน่าจะตก ไม่รู้ว่าปีนี้หิมะจะตกอย่างไรขออย่าให้มีภัยพิบัติจากหิมะเถิด
“เอ่อ…”
“เอาเถอะ ฟังพ่อหนุ่มซงกับแม่หนูซีก็แล้วกัน”หลีก่วงดึงฮัวเจ๋อิเพื่อให้เขาไม่ต้องพูดอะไรต่อแล้วเด็กทั้งสองคนนี้ล้วนมีความคิดความอ่านแล้ว ผู้ที่อยู่ข้างหน้าเขาในตอนนี้ไม่ใช่เด็กอีกแล้วแต่คือผู้ที่เป็เสาหลักของบ้าน “พ่อหนุ่มซง แม่หนูซี พวกเรากลับไปก่อนก็แล้วกันไว้ตอนบ่ายจะกลับมาใหม่” หลีก่วงดึงฮัวเจ๋อิไปจากบ้านเฉียว
“ท่านพี่หลีท่านดึงข้าทำไม พวกเขายังเด็กการจะหาเงินได้มากถึงเพียงนี้ไม่ใช่เื่ง่าย”ออกมาจากบ้านเฉียวได้ไม่ไกล ฮัวเจ๋อิก็ผละออกจากหลีก่วง
“เ้านี่นะ จะมองพวกเขาว่าเป็เด็กอีกไม่ได้แล้วยามนี้ในครอบครัวเฉียวแม่หนูซีเป็เ้าบ้าน นางว่าอย่างไรย่อมถือว่าเป็ไปตามนั้นเราต้องถือว่านางมีฐานะเทียบเท่ากับเรา” หลีก่วงอธิบายกับเขา
ฮัวเจ๋อิคิดทบทวนคำพูดของหลีก่วงครู่หนึ่งเขาไม่ควรคิดว่าพวกเขาเป็เด็กอีกต่อไปมีเด็กบ้านไหนที่เริ่มตั้งหน้าตั้งตาหาเลี้ยงชีพั้แ่ยังเด็กถึงเพียงนี้กันเล่า “เฮ้อ ข้าเข้าใจแล้ว”
ใน่บ่าย บ้านของเฉียวซีก็เริ่มทำงานอย่างคึกคัก และผู้ที่มาทำงานถึงได้รู้ว่าพี่น้องตระกูลเฉียวซื้อที่ดินรอบๆที่พวกเขาไปแล้ว อิฐสีฟ้าเหล่านี้ล้วนใช้สร้างกำแพงรอบบริเวณบ้านความสามารถช่างยิ่งใหญ่เสียจริงมีเพียงครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยเท่านั้นจึงจะใช้อิฐสีฟ้าสร้างกำแพงครอบครัวชาวไร่ชาวนามีแต่ใช้อิฐสีฟ้าสร้างบ้านและสร้างกำแพงด้วยโคลนเหลืองเหตุใดพวกเขาจึงทำเช่นนี้
หลังจากทำงานหนักมาสิบวันในที่สุดกำแพงรอบบริเวณบ้านของเฉียวซีก็สำเร็จเสร็จสิ้นยามนี้เมื่อมองไปทางซ้ายจากหน้าหมู่บ้านจะเห็นกำแพงรอบบริเวณบ้านของพวกเขาได้ในพริบตา ถือเป็หลังแรกของหมู่บ้านจริงๆ
ผู้คนในหมู่บ้านเฉียวจึงตระหนักได้ว่าครอบครัวเฉียวไม่เหมือนเดิมแล้วจริงๆเดิมคิดว่าพอพวกเขาสูญเสียพ่อแม่ไปพวกเขาคงจะสิ้นหวังมากแน่ๆแต่วันนี้กลับตบหน้าของพวกตนไปแล้วจริงๆ ใครจะไปคิดว่าในระยะเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งเดือนพวกเขาจะสามารถมีทรัพย์สินในบ้านมากมายถึงเพียงนี้ได้ ทำธุรกิจกับจวี้เซียนโหลวชีวิตดูมีความหวังขึ้นมากทีเดียว
บรรดาครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวเฉียวต่างรู้สึกชื่นใจแทนพวกเขา
ไม่ว่าครอบครัวเฉียวจะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรควรจะเป็เช่นไรก็เป็เช่นนั้น คำพูดไม่ดีเ่าั้ที่เกาซื่อเล่าไปทั่วหมู่บ้านพวกเฉียวซีได้ฟังแล้วกลับไม่ได้สนใจนาง ปากงอกขึ้นมาบนร่างของคนอื่นนางอยากจะพูดก็พูดเสียเถอะ พวกเขาจะใช้ชีวิตของพวกเขา ไม่ได้ขัดขวางผู้ใดหรือเื่ใดเลย
อิจฉาก็ดี ชื่นชมก็ดี ล้วนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาตราบใดที่พวกเขาไม่คิดริเริ่มที่จะทำลายความสงบสุขของหมู่บ้านนี้คำพูดของนางมีแต่จะทำให้ชื่อเสียงของนางแย่ลงเรื่อยๆและความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านก็จะแย่ลงเรื่อยๆ เช่นกัน
นางมักจะรู้สึกว่าลูกชายของนางเก่งกาจมาก ในสายตาของคนอื่นเงิน 1ตำลึงต่อเดือนเป็สิ่งที่น่าภาคภูมิใจ แต่วิสัยทัศน์ของเฉียวซีไม่ได้สั้นกุดเช่นนั้นให้ความสำคัญแต่เพียงปัจจุบันไม่สนใจอนาคต หากนางยังเป็เช่นนี้ต่อไปเื่ไม่ดีของลูกนางก็จะถูกเชื่อมโยงกับนางไปทั้งหมดลักษณะของนางคงจะสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของลูกชายของนาง!
เมื่อมีกำแพงกั้น ผู้อื่นก็ไม่สามารถมองเห็นทุกสิ่งในบ้านของเฉียวซีได้ต่อไป
เหมันตฤดูมาถึง อากาศเย็นลงเรื่อยๆ เกล็ดหิมะปลิวไปในท้องฟ้า
มาที่นี่แปดปีแล้ว นี่เป็ปีที่แปดแล้วเมื่อก่อนยามที่เห็นหิมะแม่ของนางมักจะบังคับให้นางอยู่แต่ในบ้านสำหรับผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ทางใต้ หิมะเป็เื่ที่พบเห็นได้ยากมากทีเดียว
หิมะด้านนอกยังไม่หยุดตกเฉียวซีพาน้องชายของนางวิ่งออกจากบ้านไปด้วยความตื่นเต้น
“ฟู… พี่รอง หนาวจะตายอยู่แล้ว พวกเรารีบกลับเข้าไปเถอะ”เฉียวไป่ตัวสั่นทันทีที่เขาก้าวออกจากบ้าน มันหนาวมากจนเขาไม่อยากออกไปข้างนอกเลยและเขาไม่รู้ว่าวันที่อากาศเย็นถึงเพียงนี้เหตุใดพี่รองจึงอยากออกมาข้างนอก
“สร้างตุ๊กตาหิมะอย่างไรเล่า หนาวแค่นี้ จะกลัวอะไร เร็วเข้า”เย็นก็เย็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไฟในใจยังลุ่มร้อนอยู่ นางจะสร้างตุ๊กตาหิมะ 3ตัว โดยสร้างตามรูปลักษณ์ของคนในครอบครัวของนาง
“ไม่เอา ข้าไม่ไป ท่านไปเองเถิด” เขาหนาว หนาวจนทนไม่ไหวแล้ว
“เ้านี่แย่จริงๆ ถ้ายังจะหนาวอยู่เ้าก็กลับไปซุกอยู่บนเตียงเสียไม่ต้องลุกขึ้นมาเลย” เฉียวซีดูท่าทางโมโหมาก