ปราบตื่นขึ้นในยามเช้าด้วยอาการที่งัวเงียแลเมาค้าง เขาะเิพลังปราณออกเพื่อขจัดแอลกอฮอล์ที่ค้างในกระแสเืออก
“ ฟู่ว “ เขาเป่าปากออกอย่างแรงเมื่อสติกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
เขาเร่งจัดแจงตนเองอย่างรวดเร็วแลไปที่โรงอาหารของศูนย์วิจัย เขามองยังอาหารที่ถูกจัดไว้ล้วนแต่เป็ของชั้นเลิศมิว่าจะเป็เนื้อของอสูร์ ผักิญญาต่างๆ มันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าหากสิ่งเหล่านี้ถูกแจกจ่ายให้กับผู้คนกิน ผู้คนที่ไม่สามารถฝึกวรยุทธได้จะเป็เช่นใด
แต่มันก็เป็เพียงความคิดเพราะราคาของมันนั้นแพงมหาโหด เนื้ออสูร์ต่ำสุดก็กิโลกรัมละหนึ่งพันเหรียญโลกาแล้ว ผักิญญากรัมละสิบเหรียญโลกา ราคาขนาดนี้ต่อให้ร่ำรวยขนาดไหนหากต้องจ่ายทุกวันเห็นทีขนหน้าแข้งมีร่วง
ชายหนุ่มเพิ่งรู้ว่าที่ต้องจัดหาอาหารเช่นนี้ก็เพราะ ที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้นั้นมิได้มีเวลามากมายในการฝึกฝนเพราะทุกคนทำงานหนักมาก เหล่าทหารก็ออกตรวจตรารอบค่ายกว่าจะกลับเข้ามาก็มืดค่ำแลเช้าทุกคนจึงมิได้ฝึกฝน การชดเชยด้วยอาหารถือเป็สิ่งที่เหมาะสม
เขาเลือกกับข้าวสามอย่างแลข้าวิญญาอีกหนึ่งถ้วย แล้วเดินมานั่งกับเหล่าทหารเพื่อพูดคุยเื่ราวๆ
“ อสูรพวกนี้เข้าโจมตีแบบใดบ้าง “ ปราบเอ่ยถามทันที
“ พวกมันมิเลือกเวลา มีมีรูปแบบ นึกอยากจะมาก็มา “ ร้อยเอกผู้หนึ่งเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ อสูรที่มาระดับใดเป็ส่วนหน้า “ ปราบเอ่ยถาม
“ ส่วนหน้าของพวกมันจะมีอสูรระดับสองหนึ่งตัวที่เป็หัวหน้านำโจมตี แลที่เหลือนั้นเป็ระดับหนึ่ง “ ผู้กองเอ่ย
“ ปืนเลเซอร์หากใช้นานเกินไปก็ร้อนต้องคูลดาวน์ หาไม่แล้วปืนะเิพวกมันจึงย่ามใจบุกเข้าอย่างต่อเนื่อง “ จ่าสิบเอกป้อมปืนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ ปืนเลเซอร์แม้นทรงประสิทธิ์ภาพสามารถสังหารพวกมันได้หลายตัวในครั้งเดียว แต่กว่าจะยิงได้แต่ละนัดพิธีรีตองเยอะ “ จ่าอีกคนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ ได้ข่าวว่าเอ็งใช้ปืนดัดแปลงสามสิบม.ม. “ ผู้กองเอ่ย
“ ใช่ เป็รุ่นที่สอง รุ่นแรกหนักเป็ร้อยโล ลำบาก รุ่นใหม่นี้เบากว่าแล้วคล่องกว่า “ ปราบเอ่ย
“ ที่นี่ก็เคยใช้ปืนสามสิบม.ม.แต่มิยักกะล้มพวกมันได้ “ ผู้กองเอ่ยถาม
“ มันอยู่ที่ดินขับแลหัวะุ “ ปราบเอ่ย
“ เป็ยังไงเอามาดูซิ “ ผู้กองเอ่ย
ปราบพยักหน้าแล้วนำะุสามสิบม.ม.ออกมาวางลงบนโต๊ะ
ผู้กองหยิบขึ้นมาดูแล้วพลิกไปมาก่อนจะมองหน้าชายหนุ่ม
“ ดินขับมากกว่าเดิม หัวะุอาบสารกำเนิดควานร้อน “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ ผู้กองพยักหน้า
“ ไว้เอ็งลองยิงให้ดูสักตัว “ เขาเอ่ย
“ ไม่มีปัญหา “ ปราบเอ่ย
เมื่อจัดการอาหารแล้วเสร็จปราบมายังห้องทำงานของเขาที่ถูกทิ้งร้างไปนานเพราะมิมีนักล่าคนใดอยากมาที่นี่
เมื่อเข้ามาภายในเขาพบว่ามันยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ทุกอย่างถูกเชื่อมต่อกับฐานปฏิบัติการที่ศูนย์ขอนแก่น
ชายหนุ่มทิ้งร่างลงนั่งที่เก้าอี้แล้วมองยังจอภาพที่ฉายภาพจากด้านนอกด้วยกล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่ตามต้นไม้แลโดรนแมลงที่บินว่อนทั่วผืนป่า
เขาพยายามศึกษาสภาพของผืนป่าอย่างตั้งใจ เพราะนี่เป็สถานที่ใหม่ของเขาเขาจึงอยากรู้พื้นที่แบบทะลุปรุโปร่ง
ปราบใช้เวลาทั้งวันในการศึกษาสภาพผืนป่าเขามีความเข้าใจมันราวสามส่วน แต่ก็มิยากอะไรเพราะมีอัลตรอนคอยช่วยเหลือ
กลางดึกของคืนนั้น
“ วี้ด วี้ด “ เสียงสัญญาณเตือนดังลั่นพร้อมกับสัญญาณไฟสีแดงวับวาบ
ชายหนุ่มเร่งออกจากห้องพักแล้วเข้าประจำที่ป้อมอย่างรวดเร็ว
เขามองฝ่าความมืดเข้าไปภายในผืนป่า ร่างของเขาพลันสะท้านเมื่อพบเจอกับฝูงหมาป่าเกราะเหล็กนับร้อยตัว
“ มันมาจากไหน “ ปราบเอ่ยถาม
“ หมาป่าเกราะเหล็กพวกนี้มันเร่ร่อนอยู่ในแถบนี้มานานแล้ว “ จ่าผู้หนึ่งเอ่ย
“ ลองดู “ ปราบเรียกปืนดัดแปลงของเขาออกมาแล้วขึ้นลำ
เขาประทับปืนในท่ายืนแลแนบใบหน้าลงกับพานท้ายปืน ดวงตาของเขามองลอดผ่านกล้องอินฟราเรดจับความร้อน
ศูนย์กล้องจับที่ตัวหัวหน้าที่เป็ระดับสองสูงสุด นิ้วชี้ที่แตะที่โกร่งไกปืนเลื่อนเข้าแตะที่ไกปืน
“ เปรี้ยงงง “ ะุสามสิบม.ม.พุ่งออกอย่างรวดเร็ว
“ เปรี้ยงง “ นัดที่สองพุ่งออกตามติดในทิศทางที่ต่างกัน
ผู้กองที่มองอยู่บนอาคารสูงให้แปลกใจว่าทำไมไม่ยิงที่จุดเดิมเผื่อจะซ้ำมันได้ทัน
แต่แล้วเขาก็อ้าปากค้างเมื่อเห็นหัวของหมาป่าตัวหัวหน้าะเิกระจุย
“ มันเป็ยังไงหนอ “ เขาพึมพำ
“ ปราบเอ็งยิงแบบไหน “ ผู้กองเอ่ยถามผ่านวิทยุ
“ ผู้กองผมดูการเคลื่อนไหวที่มันถนัดก่อน เมื่อรู้ว่ามันถนัดการเคลื่อนไหวไปทางไหน ผมจึงยิงนัดแรกเพื่อให้มันใแล้วนัดที่สองยิงดัก “ ปราบเอ่ย
“ ยอดเยี่ยม เป็วิธีที่ยอดเยี่ยม “ เขาเอ่ย
ผู้กองพยักหน้าช้าๆ เขารู้สึกทึ่งกับชายหนุ่มยิ่งนัก เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าปราบผู้นี้อายุเพียงน้อยนิดจะมีกลยุทธที่ชาญฉลาดยิ่ง
เมื่อฝูงหมาป่าเกราะเหล็กแตกกระเจิงชายหนุ่มทะยานร่างเข้าผืนป่าอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงเขามองจ้องยังหมีั์ระดับสองขั้นสูงตัวหนึ่งที่กำลังจะฉีกร่างหมาป่ากินเป็อาหาร
“ มันเป็ฝีมือของข้า “ ปราบเอ่ย
“ โฮกก “ หมีั์ร้องลั่นแล้ววาดกรงเล็บเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
“ ย้ากก “ ปราบะเิพลังออกพร้อมกับเหวี่ยงหมัดออกสุดแรง
“ ตูมม “ ร่างของหมีั์ะเิออกครึ่งตกตายในทันใด
ปราบยิ้มแล้วเก็บร่างของทั้งสองลงไปแล้วทะยานร่างกลับอย่างรวดเร็ว
เหล่าทหารพลันกลืนน้ำลายลงคอเมื่อชายหนุ่มกลับมา
พวกเขาอยากรู้เป็อย่างยิ่งว่าชายหนุ่มทำได้เช่นใด
“ มีเพียงพวกมันที่จะตอบโจทย์นี้ได้ “ ปราบเอ่ย
“ เนื้ออสูร “ เหล่าทหารเอ่ยพร้อมกับพ่นลมหายใจออกอย่างแรง
“ เป็ไปไม่ได้ มีแต่ตายกับตาย “ จ่าคนหนึ่งเอ่ย
“ ผมนี่ใง “ ปราบเอ่ย
เขาเล่าเื่ราวของเขาให้ทุกฟัง พวกเขาพลันสะท้านทั่วร่างเพราะไม่อยากจะเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถกินเนื้ออสูรได้
“ ทำไมเราจะกินได้เพียงเนื้ออสูร์ “ ปราบเอ่ย
“ ก็จริง “ ผอ.ศูนย์วิจัยเอ่ย
“ เอ็งลองกินให้ดูก่อน “ ผู้กองเอ่ย
ปราบยิ้มออกแล้วนำมีดสั้นออกมาแลเนื้อของหมาป่าเกราะเหล็กออกมาแล้วทำการย่าง
เขาวางฝ่ามือเหนือชิ้นเนื้อหมาป่าที่ยังดิบ แลปล่อยพลังปราณของเขาใส่ชิ้นเนื้อ
มินานนักกลิ่นหอมของเนื้อย่างพลันล่องลอยปกคลุมทั่วอาณา ทุกคนสูดดมกลิ่นเข้าไปพลันเืลมเดือดพล่าน
“ มันมีฤทธิ์ร้อนแต่มันกลับไม่ได้ร้อนแรงในร่าง “ เขาเอ่ย
เมื่อเนื้อหมาป่าสุกได้ที่ ชายหนุ่มนำออกมาให้ทุกคนดูแล้วเทียบกับเนื้อหมาป่าเกราะที่ยังดิบ
“ จะเห็นว่าเมื่อเนื้อสุกแล้วปราณอสูรจะสลายไป ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือนอกจากพลังปราณที่บ้าคลั่ง “ ปราบเอ่ย
“ ที่สำคัญขณะที่ทำการย่างต้องปลดปล่อยพลังปราณของตนเองขจัดปราณอสูรด้วยทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นปราณอสูรจะกัดกินร่างของเราจนตายรึกลายเป็อสูรไปอีกตัว “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ เหล่าทหารพยักหน้า
ปราบยิ้มออกแลยัดเนื้อหมาป่าเกราะเหล็กย่างเข้าปากแล้วเคี้ยวแก้มตุ่ย