หลังจากทั้งสองคนกลับมาถึงห้องลับใต้ดิน เอเดนก็ได้ถามถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
"พี่!! พี่ไปก่อเื่อะไรมาเหรอ ข่าวดังไปทั่วทั้งเมืองแล้ว" แต่ก็ได้รับสายตาที่ทิ่มแทงจากอเล็กเซีย ทำให้เอเดนถึงกับสะดุ้ง
เขาเลยได้หันกลับไปถามกับเนโครแทนว่าไปก่อเื่อะไรมา เนโครจึงได้เล่าให้กับเอเดนฟังว่าเขาไปจัดการถล่มห้องสังหารด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมกับหัวเราะเบาๆ ทันใดนั้นอเล็กเซียก็ได้เปลี่ยนสายตามาที่เนโครแทน ทำให้เขาชะงักไปแล้วบอกกับเอเดนว่าเขาขอโทษที่อาจทำให้แผนการต่อจากนี้ยากลำบากยิ่งขึ้น
เอเดนไม่ได้ต่อว่าอะไรกับสิ่งที่เนโครทำลงไป เขาได้บอกอีกว่าถ้ายังมีการจัดงานประลอง เขาได้เตรียมแผนการเอาไว้แล้ว และแผนที่เขาเตรียมไว้ก็คือ เขาได้เตรียมะเิเอาไว้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เขาจะทำให้พวกมันสับสนโดยใช้ะเิ อเล็กเซียที่ได้ฟังเช่นนั้นเธอได้หันกลับมาจ้องมองที่เอเดนอีกครั้ง
เอเดนที่ใกับสายตานั่นได้บอกกับทั้งสองคนว่าะเิที่เขาเตรียมไว้เป็แค่ะเิควัน เขาจะใช้สิ่งนี้ในการสร้างความโกลาหล ระหว่างนั้นถ้ามีโอกาสโจมตีก็จะให้ทั้งสองลงมือ เอเดนได้บอกต่ออีกว่า เขาจะขอให้คนที่ไว้ใจได้มาช่วยสร้างะเิควันให้ และจะมีคนที่ช่วยเขาในแผนการต่อจากนี้อีก
แต่การที่จะทำแบบนั้นได้ เอเดนก็้าให้ทั้งสองคนช่วยไปส่งจดหมายที่เขาได้เตรียมเอาไว้ เพื่อส่งให้คนที่ไว้ใจ เขาไม่อยากเสี่ยงใช้วิธีอื่นในการติดต่อหากัน คนที่้าลุกขึ้นสู้เหมือนพวกเราน่าจะยังมีอยู่อีกมาก แต่บางคนไม่แสดงตัวว่า้าต่อต้าน เพราะพวกเขาอาจจะยังกลัว กลัวว่าถ้าทำไม่สำเร็จจะเป็ยังไง แต่ถ้าเราสร้างความเชื่อมั่นให้พวกเขาได้ โอกาสที่พวกเขาจะเข้าร่วมกับเรายิ่งเป็ไปได้สูง เมื่อเอเดนกล่าวจบทั้งสองคนเลยยกหน้าที่ให้ต่างๆกับเอเดนโดยไม่ได้โต้แย้งอะไร
สองวันต่อมา
วันนี้อเล็กเซียและเนโครพวกเขาก็ต่างมีหน้าที่ ที่จะต้องออกไปส่งจดหมายตามที่เอเดนขอ และเพื่อให้แน่ใจว่าเนโครเข้าใจเอเดนจึงได้เอ่ยออกมา
"เนโครนายรู้ใช่ไหมว่าห้ามก่อเื่อีก ไม่งั้นแผนของพวกเราอาจจะจบลงั้แ่ยังไม่ทันจะได้เริ่ม"
"รู้แล้วๆ ไว้ใจได้เลย" ถึงเนโครจะพูดแบบนั้นแต่อเล็กเซียก็ไม่ยอมให้เขาออกไปเพียงลำพัง
"ฉันจะไปด้วย ฉันไม่ไว้ใจนาย เราไม่รู้จักกันมาก่อน ฉันกลัวว่านายจะก่อเื่อีก"
"ตามสบาย อยากทำอะไรก็เชิญ"
"แต่งานของพวกเราจะช้าไปอีกนะพี่"
"นายน่ะเงียบไปเลยเอเดน"
เอเดนไม่กล้าขัดใจอเล็กเซีย เขาก็เลยปล่อยให้ทั้งสองคนทำตามใจ แต่ก็ย้ำว่าจดหมายพวกนี้สำคัญมากต้องส่งให้ถึงมือและห้ามไม่ให้ใครคนอื่นเห็นเด็ดขาดว่าพวกเขากำลังจะทำอะไร
จากนั้นทั้งสองก็ไปยังบ้านเป้าหมายที่เอเดนได้บอกไว้ก่อนหน้านี้
ระหว่างทางเดมอสก็ได้พูดกับเนโคร..
[เ้าจะจัดการกับผู้หญิงคนนั้นเมื่อไหร่ เธอก็เป็ผู้ได้รับพลัง ตอนนี้พลังของเธอยังไม่ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ถ้าปล่อยไว้นาน เธออาจจะเป็ปัญหาใหญ่ของนายในอนาคต]
"เป้าหมายของนายกับฉันคืออะไร การจัดการกับดวงจิตทุกตนใช่หรือเปล่า"
[...]
"เดมอสนายยังไม่รู้จักมนุษย์ดีพอ พวกเราเป็สิ่งมีชีวิตที่ชอบโกหก หลอกลวง และชั่วร้ายยิ่งกว่าที่นายจะจิตนาการได้ซะอีก นายเคยบอกใช่ไหมว่าตัวของนายไม่เคยอยู่ในร่างของมนุษย์ได้นาน ฉันคิดว่านายคงไม่มีโอกาสได้อยู่นานพอจนรู้สันดานของพวกเรา ฉันอยากจะบอกให้นายเข้าใจไว้ มนุษย์น่ะจะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและเพื่อคนสำคัญ"
[เ้าจะใช้ประโยชน์จากเธอ]
.....
ในตอนนี้เส้นทางที่พวกเขาก้าวเดินไป แต่ละเส้นทางมีกองกำลังทหารของเมืองอยู่จำนวนมาก คนพวกนั้นพยายามจะตามหาคนที่ก่อเื่ในเขตต้องห้าม ทำให้ทั้งสองต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ปะทะกับพวกทหาร แม้จะต้องหลบๆซ่อนๆ ทำตัวให้กลืนไปกับคนอื่นๆ และใช้เวลาเดินทางนานขึ้นก็จำเป็ต้องทำ และสุดท้ายพวกเขาก็สามารถหาทางมาถึงบ้านเป้าหมายได้สำเร็จ
หลังจากมาถึงบ้านแต่ละหลังพวกเขาค่อยๆทะยอยมอบจดหมายให้กับคนเ่าั้ จนเสร็จสิ้นภารกิจ
ระหว่างทางกลับ อเล็กเซียก็ได้ถามกับเนโครไปตรงๆ
"ทำไมถึงช่วยพวกเรา ฉัน้าคำตอบที่ไม่ใช่คำว่า แค่อยากช่วย ฉันอยากรู้เหตุผลของนายจริงๆ จุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร"
"ั้แ่เกิดเหตุการณ์หายนะ เธอเคยเห็นโลกภายนอกบ้างหรือเปล่า"
"ไม่"
"ก็แค่นั้นแหละฉันอยากให้ทุกๆ คนได้เห็นโลก โลกที่เป็เหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง"
"นายรู้เหรอโลกข้างนอกมันเป็ยังไง ไม่ใช่แค่เมืองนี้ หรือประเทศของพวกเรา"
"รู้สิ ถ้าเทียบกับที่อื่น เมืองแห่งนี้มันก็คือนรกบนดินดีๆ นี่เอง อย่างน้อยๆ ถ้าได้พาผู้คนออกไปจากที่แห่งนี้ หรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงมัน"
"นายคงผ่านอะไรมาเยอะสินะ"
"... ฉันน่ะเสียคนสำคัญไปหลายคนจากการโจมตีของพวกอสูร ตอนนี้ก็แค่อยากช่วยเท่าที่ช่วยได้"
"แต่นายรู้ใช่ไหม ที่นี่ผู้คนน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจซะอีก"
"...ฉันรู้"
และเมื่อเดินมาได้อีกสักพักเนโครก็ได้เอ่ยถามกับอเล็กเซียถึงสิ่งที่เขาสงสัย
"ตอนที่ฉันเห็นเธอครั้งแรก เธอกำลังใช้ดาบจัดการกับพวกทหาร เธอสร้างมันขึ้นมาได้ยังไง"
เมื่อเนโครถามจบ อเล็กเซียก็บอกไปโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
"ฉันก็แค่รวบรวมพลัง แล้วบีบอัดมันเอาไว้ ตอนที่ทำก็นึกรูปร่างของดาบไปด้วย"
"มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ"
"ใช่ ถ้านายอยากให้ฉันสอน หลังจบการต่อสู้ทั้งหมดเดี๋ยวฉันจะสอนให้"
ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกันก็ได้พบกลุ่มทหารที่กำลังจับตัวผู้คนเอาไว้ พวกมันสุ่มเอาผู้คนจำนวนหนึ่งออกมานับสิบคน ก็เพื่อจะเอามาสอบปากคำต่อหน้าผู้คนภายในเมือง พวกมันใช้วิธีนี้บีบบังคับให้คนที่รู้หรือเห็นเหตุการณ์ในวันนั้น บอกข้อมูลที่พวกมัน้า
ถึงแม้พวกมันจะทำร้ายคนที่จับมาสักแค่ไหน ก็ไม่มีใครออกมาให้ข้อมูลอะไรเลยแม้แต่คนเดียว เมื่อเป็เช่นนั้นทหารนายหนึ่งก็ได้ะโออกมา
"ฉันจะให้โอกาสพวกแกอีกครั้ง ถ้ายังไม่มีใครออกมา คนพวกนี้จะตาย เืที่กำลังจะไหลออกมา มันก็คือความผิดของพวกแกทุกคน"
บรรยากาศมีแค่เพียงความเงียบงัน ผู้คนต่างจ้องมองผู้คนที่กำลังจะถูกสังหารด้วยแววตาอันเศร้าสร้อย
เนโครที่เห็นเหตุการณ์ไม่สามารถทนภาพที่อยู่ตรงหน้าได้ เขาได้เตรียมที่จะออกไปช่วย แต่ในจังหวะนั้นอเล็กเซียก็ได้จับแขนของเขาเอาไว้
"มันเป็กับดัก ถ้านายออกไปทุกอย่างก็จะจบลงทันที ผู้คนในที่แห่งนี้จะถูกลูกหลง พวกเขาจะตายกันหมด นายเห็นหรือเปล่าพวกมันกระจายอยู่ทุกที่ ลองมองรอบๆ ให้ดี บนตัวอาคารหรือผู้ที่ปะปนอยู่กับฝูงชน มันวางกับดักไว้หมดแล้ว อดทนอีกหน่อย"
ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของเนโคร
"ฉันจะให้เวลาพวกแกเพียงแค่นับ3"
3
2
1
" ปั้ง!! เสียปืนดังขึ้น พร้อมกับร่างที่ทรุดลงกับพื้น พวกมันสังหารคนที่ถูกจับตัวไปโดยไม่ลัง
ตอนนี้มีเพียงน้ำตาและความโศกเศร้าของผู้คนที่ได้เห็นเหตุการณ์
"พวกเราจะต้องทำให้สำเร็จ" อเล็กเซียเธอได้เอ่ยออกมาเบาๆ
เนโครได้แต่จ้องมอง โดยไม่เอ่ยอะไรออกมา