ตื่นเต้น
คือความรู้สึกของควีนเมื่อมองไปยังสนามสอบที่เต็มไปด้วยนักเรียนมากมายจากหลากหลายสถานที่เตรียมตัวที่จะเข้าเรียนที่นี่โรงเรียนพรีเบสต์เอเวที่ถือเป็โรงเรียนมัธยมที่ติดอันดับ1 ใน 10 ของประเทศในทุกๆปีเป็โรงเรียนที่ใครๆต่างก็้าสอบเข้าโดยเฉพาะที่ห้องพิเศษอย่างห้อง GIFTED ที่ควีน โมน่า และอัลมอนด์กำลังจะสอบ
แม้เลขที่สอบจะไกลกันแต่แปลกที่เมื่อนั่งแยกกันแล้วพวกเธอกลับอยู่ห่างกันไม่มากและอยู่ใกล้กันมากพอที่ควีนและโมน่าจะพูดคุยกันพวกเธอจึงพูดคุยกันตลอดเวลาที่รอจนถึงเวลาที่ต่างคนต่างแยกกันไปสอบห้องของตัวเอง
หลังเวลาสอบหมดลงพวกเธอก็ลงมาพบกันที่จุดนัดพบ
“เจ๊ทำได้ไหม”ควีนถาม
“ไม่อะมั่วเอา” โมน่าตอบ
“ไม่ต่างกันอะแต่ไม่เป็ไรเจ๊โทน่าซะอย่าง ทำได้อยู่แล้ว!” ตัวเธอนี่แหละที่รู้ดีที่สุดดวงของเธอและโมน่าในเื่เรียนน่ะมันพุ่งแรงสุดๆชนิดที่ว่าขนาดข้อสอบที่พวกเธอทำแทบไม่ได้เลยยังได้คะแนนสูงเกือบติดท็อปห้องตั้งหลายครั้ง ครั้งนี้ก็คงเหมือนกันแต่เพื่อกันเอาไว้ ขอพรกับรูปปั้นเ้าสัวที่เขาว่ากันว่าคนจะมาบนเพื่อให้สอบติดดีกว่า
‘สาธุ ขอให้เธอ โมน่า กับอัลได้เรียนที่นี่ด้วยกัน ติดห้องเดียวกันด้วยเถอะสาธุ’
‘เป็ไปไม่ได้...’ ควีนรู้สึกช็อกเมื่อถึงวันประกาศสอบตัวเธอและอัลนั้นติดตัวจริงแต่ทว่าโมน่านั้นกลับอยู่สำรองลำดับกลางๆ‘บ้าน่า โมน่าเนี่ยเหรอ เฮ้ย แต่เจ๊แกเรียนดีกว่าฉันอีกนะ’
ควีนแปลกใจมากถึงแม้โมน่าจะร่วงจากห้องคิงไปอยู่ห้องที่อยู่ลำดับท้ายในปีสุดท้ายของชั้นประถมศึกษาเพราะลืมส่งการบ้านทั้งเทอมเพราะเหตุหลายๆอย่างแต่เธอก็เชื่อว่าโมน่าจะยังคงเรียนได้ดีเหมือนเดิมแม้จะอยู่ท่ามกลางคนที่เรียนไม่เก่งและไม่อยากเรียนก็ตามแต่ทั้งๆที่พวกเธอไปเรียนพิเศษคณิตศาสตร์ด้วยกันตลอด และโมน่ายังเรียนเร็วกว่าเธอตั้งใจเรียนกว่าเธอแถมโมน่ายังไปเรียนเสริมภาษาอังกฤษต่างจากเธอที่ใช้สัญชาติญาณเพราะความเคยชินแต่ผลกลับออกมาว่าโมน่าสอบไม่ติดเนี่ยนะ เป็ไปไม่ได้!
ควีนหันไปดูว่าโมน่าจะเสียใจไหมแต่สายตาของเธอก็ไม่ได้เศร้าเสียใจอะไรมากนักควีนจึงคิดว่ายังมีโอกาสเพราะในเมื่อสอบไม่ติดห้องนี้ โมน่าไปเรียนห้องธรรมดาก็ได้พวกเธอจึงพูดคุยกันและไปกินข้าวกลางวันพร้อมกับครอบครัวของควีน
หลังทานข้าวเสร็จควีนและครอบครัวก็ต้องไปยืนยันสิทธิ์จึงให้โมน่านั่งรอกับปะป๊าของเธอโดยในขณะที่เธอกำลังเดินไปเธอก็พบกับป้ายประกาศบอกห้องเรียน IEC
ซึ่งจากการอ่านรายละเอียดทำให้รู้ว่าเป็ห้องเรียนพิเศษเหมือนกันสอบพร้อมๆกับห้องธรรมดา เรียนทุกวิชาเหมือนกันแต่จะเรียนภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้นและค่าเทอมยังถูกกว่าห้อง EP กว่าครึ่งอีกด้วยทำให้คุณแม่ของควีนสนใจอยากให้ควีนสมัครแม้ควีนจะอยู่ใน่เบื่อหน่ายภาษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนแต่หากค่าเทอมมันไม่แพงมากและคุณแม่อยากให้เธอเรียนและในเมื่อตัวเธอก็ไม่ได้อยากอยู่ห้องGIFTED มากขนาดนั้นทั้งการเรียนภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ยากอะไรสำหรับเธอ ฉะนั้นเธอเรียนก็ได้
แต่คุณแม่ของเธอก็ไม่แน่ใจเมื่อเจอคุณแม่ของฟ้าใสก็เลยสอบถามซึ่งคุณแม่ของฟ้าใสก็ตอบกลับมาว่า “ถ้าหนูติดห้องกิฟต์แล้วก็สมัครไม่ได้นะคะ”
ควีนเห็นคุณแม่ผิดหวังนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้เศร้าอะไรมากนักพวกเธอจึงจูงกันไปยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนที่นี่และกลับบ้านทันที
ซึ่ง 1-2ปีหลังจากนั้นพวกเธอทั้งคู่ก็มาทราบจากคุณครูที่สอนว่า ถ้ายังไม่ได้ยืนยันสิทธิ์เธอจะสอบเข้าห้องIEC ก็ได้ทำให้ควีนเศร้าไปหลายวันเนื่องจากมานึกทีหลังว่าเธออยากเรียนที่ห้องนั้นมาก
ก่อนการเข้าเรียนแน่นอนว่าต้องมีการปรับพื้นฐานควีนที่ยังไม่หายเศร้าจากการที่ครอบครัวของโมน่าไม่ให้โมน่าเข้าเรียนที่พรีเอเวเพราะทางนั้นบิกว่า ‘ถ้าเรียนห้องธรรมดาเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน’ โมน่าจึงไปสอบและได้เข้าเรียนที่เลดี้ฟอร์ทซึ่งเป็โรงเรียนมัธยมใกล้บ้านแทน ควีนจึงแทบไม่มีเพื่อนเลย เธอเลยยึดติดกับคำพูดของคุณแม่ที่บอกว่าให้เกาะติดกับอัลมอนด์เอาไว้ทำให้เธอไม่ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่เลยยกเว้นแต่อี้เซียวและบอลที่เป็เพื่อนกับอัลมอนด์จากที่เรียนพิเศษของเขา
ปึก!
“หือ?” เสียงหน้าผากของควีนดังขึ้นเบาๆเนื่องจากกระแทกกับโต๊ะนึกดูดีๆแล้วเธอเหมือนรู้สึกว่ามีอะไรมาดันเบาๆที่ด้านหลังหัวเธอจึงเงยหน้าขึ้นมา
“ตื่นได้แล้ว”เมื่อเธอเห็นมือที่ลอยอยู่ข้างๆและใบหน้าของอัลมอนด์ที่มองมาทำให้เธอได้รู้ว่าอัลมอนด์นี่เองที่ผลักหัวเธอลงเพื่อที่จะปลุกเธอที่เผลอหลับกลางคาบเรียนวิทยาศาสตร์
ควีนขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจแต่เธอก็เข้าใจดีว่าไม่ควรหลับกลางคาบเรียน เธอจึงพยายามตั้งสติและตั้งใจเรียนวิทยาศาสตร์ซึ่งอย่าว่าแต่วิชานี้เลยทั้งคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่เรียนตอนปรับพื้นฐานเธอล้วนรู้สึกตามไม่ทันทั้งนั้น สมองของทุกคนทำด้วยอะไรกันนะทำไมถึงตามการเรียนพวกนี้ทันกันอย่างสบายๆเลย เธอไม่เข้าใจพวกเขาเอาซะเลย
แต่เธอก็มองไปรอบๆห้องที่เริ่มมีคนแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนจากโรงเรียนเก่าเหมือนเธอแล้วทั้งๆที่ตอนวันแรกๆมีเพียงเธอคนเดียวที่แต่งกายด้วยชุดนักเรียนจากโรงเรียนเก่า
เพราะได้ยินจากลูกพี่ลูกน้องว่าเขาใส่ชุดนักเรียนเก่ามาและอาจารย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอที่ไม่อยากรีบร้อนและให้แม่จ่ายเงินซื้อชุดใน่ที่มีคนสั่งซื้อกันเยอะเท่าไหร่จึงใส่ชุดจากโรงเรียนเก่าที่เธอชอบและภูมิใจมาเพราะต่างจากโรงเรียนอื่นที่ไม่มีเครื่องประดับอื่นหรือมีแค่โบว์อันเล็กๆชุดนักเรียนของเธอทั้งดูเรียบร้อยเพราะใส่เสื้อไว้ในกางเกง มีเนคไทด์และใส่เข็มกลัด ทำให้ดูทั้งเรียบร้อยและน่ารักยังไงล่ะ!
ควีนมองรอบห้องอย่างสนอกสนใจมีทั้งชุดนักเรียนที่ดูน่ารักจากโรงเรียนอินเตอร์ชุดนักเรียนที่ดูสะดุดตาจากกระโปรงสีแดง และชุดนักเรียนมัธยมต้นถูกระเบียบเป็สิ่งที่เธอรู้สึกว่ามันแปลกตามากเพราะไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนเธอจึงตั้งใจฟังสลับกับดูรอบห้องอย่างสนอกสนใจและแปลกใจว่าทำไมคนที่มาจากโรงเรียนเดียวกันบางคนกลับไม่นั่งด้วยกันแต่เลือกที่จะแยกกันนั่งคนละโต๊ะ ทำไมไม่อยู่กับคนที่รู้จักจากโรงเรียนเดียวกันนะ? เธอไม่เข้าใจเอาซะเลย
แต่ไม่นานเธอก็ปัดมันออกจากหัวและเลือกที่จะตั้งใจเรียนแทนเพราะแค่นี้เธอก็เหมือนจะตามที่ทุกคนเรียนไม่ทันกันแล้ว...
“เธอหน้าเหมือนเพื่อนเค้าเลยชื่อ หงส์หยก” คืออะไร? ้าอะไร? คือสิ่งที่ควีนคิดเมื่อเข้าสู่ง่วันท้ายๆของการปรับพื้นฐานแต่มีเด็กผู้หญิงใส่แว่นคนหนึ่ง จากการแนะนำตัวเธอชื่อ ใจดีเป็เด็กผู้หญิงที่มีเสียงใจดีและรอยยิ้มสดใสแต่ทว่าเพราะอะไรไม่รู้เมื่อเห็นหน้าเธอคนนี้แพรวากลับนึกถึงหมีแพนด้าขึ้นมาซะได้
เด็กสาวคนนั้นเข้ามาพูดคุยกับเธอสุดท้ายก็ขอนั่งด้วยที่โต๊ะของเธอ อัลมอนด์ อี้เซียว และบอลทำให้วันนั้นควีนรู้สึกทั้งแปลกใจและว้าวุ่นใจ เธอไม่เข้าใจว่าใจดีมาคุยกับเธอทำไมอะไรเป็เหตุให้เธอคนนั้นอยากมานั่งกับเธอทั้งๆที่ที่ผ่านมาใจดีก็นั่งที่อื่นไกลจากโต๊ะของเธอแต่แม้จะไม่เข้าใจแต่ควีนก็ไม่ได้ไล่ใจดีไปเธอปล่อยให้ใจดีนั่งข้างๆเธอตลอดคาบเรียนโดยที่แทบไม่ได้พูดคุยอะไรกับใจดีเพิ่มเติมเลยแม้จะไปพักกินข้าวควีนก็ไปกินกับเพื่อนจากโรงเรียนเก่าที่เป็เพื่อนสนิทของเธอทั้ง5 คนอย่าง บัตเตอร์ ม่านมุก ม่านไหม ลูกหว้า และอุไรเหมือนเคยโดยที่ไม่ได้ชวนใครในห้องไปด้วยแม้แต่อัลมอนด์
และหลังจากวันนั้นใจดีก็กลับไปนั่งที่เดิมโดยที่ไม่ได้นั่งข้างควีนอีก โดยที่ควีนได้แต่สงสัยว่าสุดท้ายแล้วเธอคนนั้นมาพูดว่าเราหน้าตาเหมือนเพื่อนเขาทำไมนะ?