(5)
หมาหวงก้าง
หลังจากได้เปลี่ยนแผนการเพื่อกดดันให้เขียนฟ้าออกจากบ้าน ธงรบก็กลับมานอนที่บ้านทุกคืนไม่เคยขาดยกเว้นต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศเท่านั้น ่หลังมานี้เขียนฟ้าต้องระวังตัวให้มากขึ้นและยังคงเก็บเื่ในคืนนั้นไว้เป็ความลับ
ในทุกวันเ้าตัวจะออกมายืนรอรับสามีที่หน้าบ้านทำหน้าที่ภรรยาอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้ว่าจะโดนเขาเกรี้ยวกราดใส่หน้าหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังยืนหยัดที่จะทำดีต่อไปเผื่อว่าความดีนั้นจะเป็เกราะคุ้มครองเขา ให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวงที่อาจเกิดขึ้นจากธงรบ
ชะเง้อมองทางอยู่นานก็เห็นธงรบเดินถือกระเป๋าเข้ามาเ้าตัวจึงรีบเดินเข้าไปยื่นมือรับกระเป๋าและเสื้อสูทมาถือไว้เอง
“ทำไมวันนี้กลับเร็วจังครับ”
“ก็อยากกลับเร็ว จะทำไม?”
คำตอบและสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักทำให้รอยยิ้มเจื่อนลงก้มหน้าเดินตามหลังไปอย่างเสียความรู้สึกเดินไปได้แค่สองสามก้าวก็ได้ยินเสียงใครบางคนเอ่ยมาจากด้านหลัง
“รอด้วยดิวะไอ้รบ”
เขียนฟ้าหันขวับไปมองก็เจอกับชายหนุ่มร่างสูงกำยำใบหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วเข้ม ผิวสีน้ำผึ้ง เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเจอหน้าเขา
“อ้าว! คุณนี่เอง” ศิวะเอ่ยทักทายก่อน จำได้แม่นว่าเคยเจอเขียนฟ้าที่ไหนแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะจำเขาไม่ได้เสียอย่างนั้น
“เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอครับ”
“ก็วันนั้นที่คุณร้องไห้แล้วเดินมาชนผมยังไงล่ะ”
เขียนฟ้าขมวดคิ้วพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น“ที่บริษัทใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ”
“อ้อ!คุณนั่นเองยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับ”
“ยินดีเช่นกันครับว่าแต่ทำไมคุณมาอยู่ที่บ้านนี้ล่ะครับ หรือว่า...”เห็นกระเป๋าและเสื้อสูทของลูกพี่ลูกน้องอยู่ในมือก็ถึงบางอ้อ
“ใช่ครับ ผมชื่อฟ้านะครับ เป็ภรรยาคุณรบแล้วคุณล่ะครับ”
“ผมศิวะครับ เป็ลูกพี่ลูกน้องกับไอ้รบพ่อผมเป็น้องชายลุงกลดน่ะครับ”
“อ๋อ ที่แท้ก็คนกันเองนี่เองเชิญด้านในเลยครับ”
“ขอบคุณครับ” เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือภรรยาน้องชายตนเองศิวะก็รู้สึกเสียดายเพราะคงไม่มีโอกาสได้สานสัมพันธ์กับคนคนนี้เสียแล้ว
หลังจากนำกระเป๋าและเสื้อของสามีขึ้นไปเก็บไว้บนห้องแล้วเขียนฟ้าก็นำผลไม้มาให้แขก ซึ่งกำลังนั่งสนทนากับธงรบภายในห้องนั่งเล่น
“ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะนะครับ ผมเอาผลไม้มาให้”กล่าวพลางนำจานผลไม้ไปวางไว้ตรงหน้าศิวะ ส่งยิ้มหวานให้เขาตามมารยาท
“ขอบคุณครับคุณฟ้า”
“ถ้า้าอะไรเพิ่มเรียกผมได้เลยนะครับตอนนี้ขอเข้าครัวไปทำกับข้าวก่อนครับ”
“วันนี้คุณฟ้าลงมือทำกับข้าวเองเลยเหรอครับ”ศิวะถาม
“ใช่ครับ ผมจะเข้าไปช่วยพี่ ๆในครัวทุกวัน เดี๋ยววันนี้จะโชว์ฝีมือให้คุณศิวะได้ทานนะครับ”
“ว้าว! เห็นพ่อครัวแล้วไม่ต้องเดาเลยว่าคงจะอร่อยมาก ๆ”
“อย่าเพิ่งชมเลยครับ รอชิมก่อนดีกว่าบางทีรสชาติอาจจะไม่ถูกปากคุณก็ได้”
“ครับผม สู้ ๆ นะครับ”
“ขอบคุณครับ”
เขียนฟ้าส่งยิ้มให้แขกผู้มาใหม่ก่อนจะเดินออกไปในระหว่างที่คนทั้งสองกำลังสนทนากันอย่างถูกคอนั้น ธงรบก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจ ที่จู่ๆ ตนเองก็เป็เหมือนส่วนเกินเสียอย่างนั้น
“ถ้าจะมองขนาดนั้นมึงไม่ตามไปเลยล่ะ”เ้าของบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น แสดงถึงความไม่พอใจ
“ได้ใช่มะ”
“ไอ้ศิวะ!”
“มึงจะตวาดกูทำไมวะไอ้น้องชายมึงเองก็ไม่ได้สนใจคุณฟ้าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ มึงเคยพูดเองว่าถ้ากูอยากได้ก็จะยกให้ลืมไปแล้วเหรอ” แม้ว่าตอนนั้นจะคิดเล่น ๆ แต่ตอนนี้ศิวะกลับจริงจังเสียแล้ว
“ถึงยังไงตอนนี้มันก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็เมียกูคิดจะทำอะไรมึงก็ดูความเหมาะสมด้วย”
“อะไรว้า ตอนแรกไม่ชอบขี้หน้าเขาแต่ตอนนี้กลับทำเป็หวง กูชักเริ่มจะสงสัยซะแล้วว่ามึงน่ะชอบคุณฟ้าแน่ ๆ”
“กูไม่ได้ชอบ และไม่มีวันชอบด้วย” ธงรบรีบตอบทันควัน
“ถ้าไม่ชอบกูขอนะเห็นครั้งแรกกูก็ชอบแล้ว กูสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเกินเลย จะไม่ทำให้คุณฟ้าเสื่อมเสียจะรอจนกว่ามึงกับคุณฟ้าจะหย่ากันโอเคไหม” สีหน้าของศิวะจริงจังจนอีกฝ่ายถึงกับไปไม่ถูกรู้สึกจุกเหมือนกำลังโดนหยามเกียรติแต่ในเมื่อได้ลั่นวาจาไปแล้วเขาจะไม่ยอมกลับคำเด็ดขาด
“ได้! กูโอเค แต่มึงห้ามทำอะไรเสื่อมเสียมาถึงกูและครอบครัวกูเด็ดขาดเข้าใจไหม”
“กูไม่ใช่มึงนี่หว่าที่คลำดูไม่มีหางก็เอาหมด คนที่กูรักกูจะเทิดทูนบูชาเก็บเอาไว้บนหิ้ง ไม่ยอมทำให้เขาต้องเสียใจและมีมลทินเด็ดขาดมึงสบายใจได้”
“เออ ๆคนอย่างมึงมันดีอยู่แล้วนี่หว่า”
“มึงพูดจริงหรือประชดกูวะไอ้ห่า”
“กูพูดจริง ๆ ขนาดพ่อกับแม่กูยังชมมึงไม่หยุดปากแต่กับกูไม่เคยชมเลยสักครั้ง”
“จริง ๆมึงเป็คนเก่งและมีความสามารถมากนะไอ้รบ เพียงแต่มึงติดเที่ยวเกินไปเท่านั้นเองถ้าเลิกพวกนี้ได้มึงจะเป็ยิ่งกว่าเทพบุตรอีกนะเว้ย”เห็นสีหน้าน้อยใจของน้องชายจึงพูดให้กำลังใจบ้าง กลัวว่าจะเก็บเอาไปคิดมาก
“ไม่ต้องมาปลอบใจกูหรอกกูจะเป็อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้อิสรภาพกลับคืนมา”
“นี่ไงข้อเสียอันดับหนึ่งของมึงโคตรเอาแต่ใจตัวเอง กูนึกภาพไม่ออกเลยว่าเวลาที่คุณฟ้าโดนมึงดุ เขาจะรู้สึกแย่มากแค่ไหนถ้าไม่รักเขาก็อย่าทำให้เขาเสียใจเป็พอ กูจะเป็คนทำให้คุณฟ้ามีความสุขเอง”
คำพูดที่จริงจังของศิวะทำให้ธงรบถึงกับสะอึกเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการเปิดไฟเขียวให้คนอื่นมาจีบภรรยาตนเองมันเป็สิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ
มื้อเย็นวันนี้มีแขกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคนทำให้บรรยากาศครึกครื้นเป็พิเศษ ศิวะเป็ผู้ชายที่เก่งช่างพูดช่างเจรจาและเข้ากับผู้อื่นง่ายทำให้ผู้เป็อาทั้งสองชื่นชมและรักไม่ต่างจากลูกชายตนเอง
“ไปดูงานต่างประเทศเป็ยังไงบ้างล่ะตาศิวะ”กิ่งดาวเอ่ยถามขณะนั่งร่วมรับประทานอาหารอย่างเป็กันเอง
“ได้ไอเดียใหม่ ๆมาพัฒนาบริษัทเราเยอะเลยครับ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ญี่ปุ่นเขาก้าวหน้าไปกว่าเราเยอะผมได้ดิวกับบริษัททางโน้นไว้แล้ว ว่าจะขอเ้าหน้าที่มาช่วยเทรนพนักงานเราครับ” ศิวะตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำไม่มีสะดุดแถมยังยิ้มเก่งอีกต่างหาก เป็เช่นนี้แล้วเขียนฟ้าก็ไม่รู้สึกเกร็งเหมือน่แรกรู้สึกสบายใจกว่าการได้อยู่กับธงรบเสียอีก
“ลุงคิดไม่ผิดเลยที่ส่งแกไปดูงานที่ญี่ปุ่นยังไงก็ฝากด้วยนะ ตอนนี้อาก็แก่มากแล้ว แถมไอ้รองประธานมันก็ไม่ค่อยจะเอาไหนดูแลช่วยน้องมันหน่อยนะ” ทรงกลดรู้สึกวางใจที่อย่างน้อยก็มีศิวะช่วยเหลือลูกชายอีกแรง
“ขอบคุณที่ไว้ใจและเชื่อมั่นในตัวผมนะครับลุง”
“แกก็เหมือนลูกชายลุงคนนึงจะไม่ให้รักและไว้ใจได้ยังไง”
“ขอบคุณครับลุง”
“แล้ววันนี้อาหารถูกปากเราไหมตาศิวะ” กิ่งดาวถามต่อ
“อร่อยมาก ๆ เลยครับป้าผมคงต้องมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ ซะแล้วล่ะ” ว่าพลางมองหน้าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเห็นอย่างนั้นเขียนฟ้าก็ยิ้มตอบตามมารยาท
“ต้องยกความดีความชอบให้หนูฟ้าเพราะทุกเมนูที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ เป็ฝีมือของหนูฟ้าทั้งนั้น” กิ่งดาวกล่าวชมลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจเธอมักจะเอ่ยชมอย่างนี้ต่อหน้าลูกชายบ่อย ๆ เพื่อให้ธงรบรู้ตัวว่าเขียนฟ้าคือคนที่เพียบพร้อมที่จะเป็ภรรยาเขาที่สุดแล้ว
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับคุณแม่”
“ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกครับเป็อย่างที่ป้ากิ่งพูดจริง ๆ นั่นล่ะ วันนี้ผมเจริญอาหารมากจริง ๆอร่อยทุกจานเลย”
“ก็งั้น ๆ ล่ะ”
กำลังจะตอบกลับศิวะแต่ก็มีใครบางคนขัดคอเสียก่อน เขียนฟ้าจึงเลือกที่จะเงียบทำได้เพียงแค่ยิ้มให้เท่านั้น
“จะมีสักครั้งไหมที่แกจะชมหนูฟ้านี่ก็ร่วมเดือนที่แต่งงานกันแล้วนะยังไม่รู้อีกเหรอว่าเมียแกน่ะดีที่สุดในโลกแล้ว” กิ่งดาวต่อว่าลูกชายยกใหญ่
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับแม่”
“ที่พูดมาเมื่อครู่มันยิ่งกว่าด่าเสียอีกอย่าให้แม่ได้ยินแกพูดทำนองนี้อีกนะ ไม่งั้นอย่าหาว่าแม่ไม่เตือน”
“ผมอิ่มแล้วขอตัว”
พูดจบก็ลุกตึงตังขึ้น เหลือบตามองคนที่นั่งข้างกันราวกับเป็คนผิดเสียอย่างนั้นเดินออกไปอย่างเสียมารยาท บนโต๊ะอาหารจึงมีเพียงความเงียบงันแต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยมีศิวะเป็ผู้เรียกบรรยากาศแห่งความสุขให้คืนกลับมานั่นเอง
ธงรบเร่งฝีเท้าขึ้นไปยังห้องนอนมือทั้งสองกำไว้ตลอดทางด้วยความรู้สึกโมโห ที่ใคร ๆต่างก็ไม่เคยเข้าข้างตนเลยสักครั้ง จนทำให้รู้สึกราวกับว่าเป็ตัวประหลาดสำหรับคนบ้านนี้ไปแล้ว
อยู่ในห้องจนรู้สึกสบายใจแล้วก็เดินไปที่ระเบียงเพื่อสูบบุหรี่ ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงเรื่อย ๆจนเสาไฟที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ เริ่มส่องสว่างชายหนุ่มพ่นควันสีขาวให้ลอยคลุ้งไปในอากาศอย่างสบายใจ ทว่าจู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามาที่สวนทั้งสองต่างก็พูดคุยกันอย่างถูกคอ หัวเราะอย่างมีความสุข มีบาง่ที่ศิวะถึงเนื้อถึงตัวเขียนฟ้าทำให้คนเป็สามีถึงกับถลึงตามองอย่างไม่พอใจทิ้งมวนบุหรี่ลงที่พื้นแล้วใช้เท้าบี้จนหมดควัน
“เวลาอยู่กับคนอื่นระริกระรี้เหลือเกินเกลียดฉันมากใช่ไหม ได้! ฉันจะทำให้นายเกลียดจนกระอักเืตายเลย”
เ้าตัวไม่อาจทนเห็นภาพนั้นได้จึงรีบเดินเข้าไปในห้องโดยยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลยว่าทำไมถึงได้โกรธหนักขนาดนี้ทั้งที่เคยเป็คนออกปากเองว่าไม่อยากได้เขียนฟ้ามาเป็ภรรยา แถมยังตอบตกลงยอมให้ศิวะเข้ามาจีบอีกต่างหาก
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น...
ธงรบนั่งกระดิกขารออยู่บนโซฟาจนได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิดเขียนฟ้าชะงักเมื่อเห็นเขากำลังจ้องมองมา เ้าตัวหลบตาแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะเข้าไปอาบน้ำ
“สนุกไหม?”
คำถามของเขาทำให้ชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมองเชิงตั้งคำถาม
“สนุกอะไรครับ”
“ก็สนุกกับการได้คุยกับผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่ผัวไงล่ะ”
“ผู้ชายอื่นที่ว่าคือลูกพี่ลูกน้องของคุณนะครับจะพูดจะจาอะไรก็ให้เกียรติคุณศิวะบ้าง”
“อ้อรู้จักกันแค่วันเดียวก็เข้าข้างกันซะแล้วเหรอ ง่ายจัง” ธงรบว่าพลางลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาเขียนฟ้าได้แต่เดินถอยหลังไปทีละก้าว
เพี๊ยะ!
“คุณจะด่าจะว่าอะไรผมก็ได้แต่เื่นี้ผมไม่ยอมเด็ดขาด ต่อให้ผมจะเสียใจเพราะการกระทำของคุณมากแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยคิดจะมีคนอื่น เพราะผมถือว่าความซื่อสัตย์ต่อกันเป็คุณสมบัติพื้นฐานที่ชีวิตคู่ควรจะมี”
ธงรบใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มจ้องมองดวงหน้าหวานอย่างเอาเื่ ทว่ากลับยิ้มมุมปากราวกับซาตานร้าย
“มีแรงแค่นี้เองเหรอ ตบอีกสิ! ตบแรง ๆ เลย” ชายหนุ่มตวาดลั่น ทำเอาเขียนฟ้าถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความใกลัวธงรบจับมือน้อย ๆ ขึ้นมาตบที่หน้าตนเองหลายครั้งราวกับคนบ้า
“คะ...คุณเป็บ้าอะไร ปล่อยมือผมเดี๋ยวนี้ผมจะไปอาบน้ำ”
“ไม่ต้องห่วงนายได้อาบแน่ เพราะฉันจะเป็คนอาบให้นายเองมานี่!”
“ไม่นะ! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้”
เขาฉุดกระชากไปที่หัวเตียงเพื่อหยิบเอาถุงยางอนามัยที่ศิวะเคยให้ไว้เห็นอย่างนั้นเขียนฟ้าก็รีบสลัดมือเพื่อให้เป็อิสระแต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอจากชายหนุ่ม ธงรบฉายแววตาแห่งชัยชนะให้เห็นก่อนจะลากตัวเข้าไปในห้องน้ำจนสำเร็จ
“ปล่อยผมเถอะนะครับ” เขายกมือไหว้ขอร้องแม้ว่าตอนนี้แผ่นหลังจะชิดกับผนังห้องแล้วก็ตาม
“ปล่อยให้โง่สิ ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องเอานายทำเมียให้ได้”
“ไม่นะ! ผมจะไม่ยอมคุณอีกแล้ว”
เขาพยายามดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด แต่ธงรบกลับใช้พละกำลังที่เหนือกว่าพยายามปลดเปลื้องอาภรณ์ออกทีละชิ้น จนตอนนี้เ้าตัวเหลือเพียงเรือนร่างอันเปลือยเปล่าจับข้อมือไว้แล้วใช้ฝักบัวฉีดเข้าที่ใบหน้า เขียนฟ้าสำลักน้ำแต่ก็ไม่ยอมหยุด จึงต้องนั่งบนพื้นห้องน้ำอย่างจำยอมปล่อยน้ำตาให้ไหลไปพร้อมกับน้ำที่ออกมาจากฝักบัวด้วยความรู้สึกเ็ปใจเขาป่าเถื่อนราวกับตนไม่มีหัวใจซะอย่างนั้น
“พร้อมจะเป็เมียฉันแล้วใช่ไหม หึๆ”
ได้ยินเสียงเหี้ยมเขียนฟ้าก็เอามือปาดน้ำออกจากใบหน้าเปิดเปลือกตาสวยขึ้นช้า ๆ ก็เจอกับความเป็ชายของธงรบผงาดง้ำอยู่ตรงหน้าเงยขึ้นไปก็เจอกับรอยยิ้มของซาตาน เกลียดเขา เกลียดจนไม่อยากให้มาแตะเนื้อต้องตัว
“ฮึก...ผมเกลียดคุณเกลียดที่สุดในโลก”
“ถึงจะเกลียดให้ตาย ฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้นายไปเสวยสุขกับใครแน่นอนตราบใดที่นายยังเป็เมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน” เขานั่งลงแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปประกบจูบอย่างดูดดื่ม
น้ำจากฝักบัวไหลลงมาตกกระทบบนร่างทั้งสองทำให้ทุกััลื่นไหลกว่าปกติ ปลุกอารมณ์หื่นของธงรบได้เป็อย่างดี กอดรัดร่างเล็กไว้อย่างแแ่หัวใจเต้นแรงทุกครั้งเมื่อได้กลิ่นกายหอมเป็เอกลักษณ์ ซึ่งไม่มีใครคนไหนทำให้เขามีความรู้สึกอย่างนี้มาก่อนทุกสัดส่วนบนเรือนร่างงดงามเกินห้ามใจ จนรู้สึกเสียดายที่มอบความเป็สามีให้เขียนฟ้าช้าไปและในค่ำคืนนี้เขาจะมอบความสุขให้อย่างสาสมจนต้องติดใจและเป็ฝ่ายร้องขอมันด้วยตัวเอง