พิมพิราย่อตัวไหว้อย่างอ่อนช้อย“สวัสดีค่ะคุณหญิง”
คุณหญิงสายสมรรับไหว้พร้อมกับมองลอดแว่น“สวัสดีจ้ะหนู”
แล้วพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็รีบแนะนำว่า “คุณหญิงครับนี่คุณพิมพิราเลขาของผมครับ”
เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จสรรพ คุณหญิงสายสมรก็ถามว่า“อ้าว แล้วคุณโรสล่ะคะท่าน?”
“อ๋อ...คือว่าคุณพิมพิรามาทำงานแทน่ที่คุณโรสลาคลอดน่ะครับคุณหญิง” พลเอกณรงค์ฤทธิ์บอกคุณหญิงสายสมรพยักหน้าหงึกๆ “อ๋อค่ะ”
แล้วคุณหญิงก็มองลอดแว่นอีกที
“เอ หนูนี่หน้าคุ้นๆ อยู่นะคะเราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าคะ?” คุณหญิงสายสมรถามด้วยความสงสัยก็หญิงสาวตรงหน้าช่างคุ้นหน้าคุ้นตาซะเหลือเกิน!
พิมพิรารีบตอบว่า “ไม่เคยหรอกค่ะคุณหญิง”
“งั้นเหรอคะ งั้นก็ช่างเถอะคะ” คุณหญิงสายสมรพยักหน้าแล้วก็หันไปพูดกับพลเอกณรงค์ฤทธิ์ว่า “อุ้ยตายจริง! ขอโทษค่ะท่าน มัวแต่ชวนคุยเพลิน เชิญค่ะท่าน เชิญข้างในเลยค่ะ”
คุณหญิงเชื้อเชิญพลางเดินนำไปที่เก้าอี้ด้วยตัวเอง
“ครับคุณหญิง” พลเอกณรงค์ฤทธิ์เดินตามคุณหญิงสายสมรเข้าไปในงานพิมพิราก็รีบเดินตามไปติดๆ
“เมื่อครู่นี้คุณน้องจิตตรีก็เพิ่งจะมาถึงเหมือนกันค่ะแหมนี่นัดกันมารึเปล่าคะท่าน ถึงได้มาถึงไล่ๆ กันเลย” คุณหญิงสายสมรแซวยิ้มๆ พลเอกณรงค์ฤทธิ์ชะงักกึก! ‘หยึ๋ย...’
“นี่คุณจิตตรีก็มาด้วยเหรอครับคุณหญิง?”
“มาซิคะท่านเพิ่งจะเดินเข้าไปเมื่อกี้นี้เองค่ะ” คุณหญิงสายสมรบอกยังไม่ทันจะขาดคำ เสียงแหลมๆดั่งเสียงเปรตจากนรกอเวจีก็ดังนำมาก่อนตัวเลยเชียว “ต๊าย...ตายคุณพี่นี่คุณพี่ก็มางานนี้ด้วยเหรอคะไม่เห็นบอกจิตตรีเลยนะคะ”
จิตตรีเดินตรงเข้าไปต่อว่าพร้อมกับทำท่าจะเข้าไปควงแขนพลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบหันไปกระซิบเรียกพร้อมกับขยิบตากับเลขา “คุณพะพิมครับ”
“อ้อ...ค่ะท่าน” พิมพิรารีบเดินไปยืนขนาบข้างกันไม่ให้จิตตรีเข้าใกล้เ้านาย‘หุๆๆๆ ยัยป้าคานทอง คราวนี้แหละฉันจะเอาคืนมั่งล่ะ...’
จิตตรีหน้าบึ้งทันควัน! ‘กรี๊ด!...นี่คุณพี่เอาอีนังนี่มาด้วยเหรอ!?’
พิมพิรายืนอยู่ข้างๆ เ้านายทำหน้าที่เป็ไม้กันหมาเธอจิกสายตาเ็าใส่อีกฝ่าย
‘หนอยน่ะอีนี่...น่าตบให้คว่ำนัก!’ จิตตรีรีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ แล้วยิ้มหวานให้อดีตพี่เขย “แหม...นี่ถ้าคุณพี่บอกจิตตรีซักคำล่ะก็...จิตตรีคงไม่ปล่อยให้คุณพี่ต้องมากับเลขาหรอกค่ะ”
ทั้งปากทั้งน้ำเสียงหวานหยดแต่ดวงตาฉายแววร้ายกาจจิกใส่เลขาหน้าหวาน ฉึก! ฉึก! ฉึก!...
พิมพิราก็จิกตามองตอบอย่างท้าทาย ‘ฉึก! ฉึก! ฉึก!...เชอะ! ยัยป้าคานทอง!’
พลเอกณรงค์ฤทธิ์แย้มยิ้มให้พร้อมกับพูดว่า“ขอบคุณครับคุณจิตตรี แต่ผมไม่อยากจะไปรบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหรอกครับ”
‘เฮอะ...เื่อะไรจะบอกล่ะนี่ถ้ารู้ว่าต้องมาเจอกันล่ะก็...จ้างให้ก็ไม่มาหรอกเฟ้ย!’
คุณหญิงสายสมรรีบเบือนหน้าไปแอบยิ้มขำที่เห็นจิตตรีถูกปฏิเสธก็พอจะรู้ข่าวมาบ้างว่าจิตตรีจ้องจะงาบอดีตพี่เขย แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจะๆ วันนี้เองก็ดูซิ...ฝ่ายหญิงอุตส่าห์ทอดสะพาน แทบจะเอาตัวใส่พานประเคนให้ ส่วนฝ่ายชายก็เอาแต่ตั้งท่าปฏิเสธ
ก็น่าเห็นใจท่านนายพลยิ่งนักถ้าจิตตรีจะมีนิสัยละม้ายคล้ายคุณหญิงจิตตราบ้าง ท่านนายพลก็คงจะสนใจอยู่หรอกแต่นี่...แตกต่างกันลิบลับ จนแทบจะไม่อยากเชื่อว่าเป็พี่น้องกันจริงๆก็ไม่รู้ว่าได้บัตรเชิญไปยังไงเพราะตัวคุณหญิงไม่เคยคิดจะเชิญจิตตรีมาร่วมงานอยู่แล้วคุณหญิงจึงรีบช่วยกันท่าให้
“เชิญท่านไปนั่งเถอะค่ะนี่ก็ใกล้จะเริ่มการแสดงแล้วล่ะค่ะ” แล้วคุณหญิงสายสมรก็หันไปบอกกับจิตตรีว่า “ขอตัวก่อนนะคะคุณน้องจิตตรี”
คุณหญิงสายสมรรีบพาท่านนายพลกับเลขาไปนั่งที่เก้าอี้ด้วยตัวเองจิตตรีได้แต่ยืนฟึ่ดฟัดกระฟัดกระเฟียด ‘หนอยแน่ะ!...อีคุณหญิง! เสือกไม่เข้าเื่จริงๆ!’
เมื่อส่งท่านนายพลกับเลขาไปนั่งที่เก้าอี้แถวหน้าแล้วคุณหญิงสายสมรก็ขอตัวไปต้อนรับแขกต่อ
“นี่หล่อน พอจะรู้ไหมว่าเลขาของท่านณรงค์เป็ลูกเต้าเหล่าใครกัน?”คุณหญิงสายสมรถามกับบรรดาเพื่อนๆ ที่เป็คุณหญิงด้วยกัน เพราะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคุณเลขาหน้าหวานมากๆแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน?
แล้วก็ได้คำตอบกลับมาทันทีว่า “อ้าวนี่หล่อนจำไม่ได้เหรอจ๊ะ? ก็เด็กคนนี้ไงที่รำถวายพระพรเมื่อตอนงานห้าธันวาน่ะเด็กคนนี้แหละที่ฉันชี้ให้หล่อนดู แล้วหล่อนยังให้คนไปทาบทามจะส่งเข้าประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ปีนี้ไงล่ะแหมลืมง่ายจังนะหล่อนนี่”
เพื่อนที่เป็คุณหญิงด้วยกันจีบปากจีบคอบอกคุณหญิงสายสมรนึกขึ้นได้ “ต๊าย! ถึงว่าซิ ว่าหน้าคุ้นๆ แต่เสียดายจังที่เด็กคนนั้นไม่ยอมเข้าประกวดนี่ถ้าเด็กคนนั้นยอมเข้าประกวดล่ะก็...รับรองว่าคว้ามงกุฏปีนี้มาครองแน่ๆ เลยเชียว”
แล้วคุณหญิงสายสมรก็มองไปทางพิมพิราอย่างแสนเสียดาย
จนกระทั่งใกล้จะถึงเวลาเปิดม่านคุณหญิงจึงรีบไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองแขกทุกคนที่มาในงานต่างพากันตบมือ เมื่อพิธีกรหนุ่มรูปหล่อกับพิธีกรสาวสวยเดินขึ้นไปบนเวที
หลังจากพิธีกรกล่าวเปิดงานจบ การแสดงก็เริ่มขึ้นพิมพิรานั่งดูการแสดงอย่างตื่นเต้นและมีความสุข ก็เธอเพิ่งจะมีโอกาสได้นั่งดูใกล้ๆติดหน้าเวทีขนาดนี้เป็ครั้งแรกในชีวิต พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็คอยลอบมองเลขาสาวบ่อยๆ ‘โห คงจะชอบมากถึงขนาดนั่งดูไม่กะพริบตาเลยแบบนี้แฮะ’
เขาแทบจะไม่ได้ดูการแสดงบนเวทีเลย เพราะใบหน้าหวานๆตรึงสายตาของเขาไว้จนไม่อยากจะหันไปมองอย่างอื่น
จิตตรีซึ่งนั่งอยู่แถวที่สิบนับจากหน้าเวทีพอมองเห็นกริยาท่าทางและสายตาของพลเอกณรงค์ฤทธิ์ที่เอาแต่มองนังเลขานั่น เธอก็อยากจะลุกไปกระชากแม่เลขาหน้าหวานมาตบๆๆให้หายโมโห แต่ก็ทำไม่ได้
‘หนอย! อีนังพิมพิรา มึงจงใจแต่งตัวยั่วคุณพี่ชัดๆมันน่าจับตบให้เืกลบปากนักเชียว! แล้วดูคุณพี่ซิ เอาแต่มองมันอยู่นั่นแหละ! โธ่โว้ย! ทีกูไม่เห็นมองมั่งเล้ย! คุณพี่นะคุณพี่!ง จิตตรีนั่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกรอดๆ
จนกระทั่งการแสดงปิดม่านลงแขกที่มาในงานต่างพากันทยอยกลับ จิตตรีอยากจะแล่นไปหาคุณพี่ณรงค์ซะเดี๋ยวนั้น ก็ทำไม่ได้เพราะติดแขกคนอื่นๆที่ยืนออกันอยู่ ‘โอ้ย! ไอ้อีพวกนี้ก็แม่ง!...จะรีบๆเดินออกไปให้มันเร็วๆ หน่อยไม่เป็กันรึไงวะ!มัวแต่ชักช้ายืดยาดกันอยู่ได้ เซ็งจริงๆ เลยโว้ย!’
ครั้นจะก้าวข้ามเก้าอี้ตะกายไปหาก็กลัวว่าคนอื่นจะเอาไปนินทาเธอจึงจำใจต้องรออยู่อย่างนั้น‘โว๊ย!’
ส่วนพลเอกณรงค์ฤทธิ์พอการแสดงจบลง เขาก็หันไปลาคุณหญิงสายสมรซึ่งนั่งอยู่ข้างๆทันที “เอ่อ...คุณหญิงครับ ผมเห็นจะต้องรีบกลับก่อนล่ะครับ”
“อ้าว...ทำไมรีบกลับนักล่ะคะท่าน?”คุณหญิงสายสมรถามด้วยความสงสัย พลเอกณรงค์ฤทธิ์เหลือบตาไปมองทางอดีตน้องภรรยาแล้วก็อึกอักๆ “เอ่อ...เอ่อ...คือว่าผม...”
คุณหญิงสายสมรหันไปมองตามพอเห็นจิตตรี เธอก็พยักหน้าเข้าใจ “อ๋อ...เข้าใจแล้วล่ะค่ะ”
แล้วคุณหญิงก็หันไปพูดกับท่านนายพลว่า“ท่านมีธุระก็เลยจะรีบกลับ ไม่เป็ไรค่ะท่าน ไว้โอกาสหน้าท่านมีเวลาว่างค่อยอยู่คุยกันก็ได้ค่ะเชิญท่านเถอะค่ะ”
“งั้นผมลาเลยนะครับคุณหญิง ขอบพระคุณมากครับ”พลเอกณรงค์ฤทธิ์รีบขอตัวกับคุณหญิง พิมพิราก็รีบยกมือไหว้ลา “สวัสดีค่ะคุณหญิง”
คุณหญิงสายสมรรับไหว้พร้อมกับยิ้มให้แล้วพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็รีบชวนพิมพิรากลับทันที “กลับกันเถอะครับคุณพะพิม”
“ค่ะท่าน”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์พาพิมพิราเดินออกไปทางด้านหลังเวทีโดยเร็วเพราะเคยเดินเข้าเดินออกจนรู้ทาง กว่าจิตตรีจะหลุดจากแถวเก้าอี้ที่นั่งออกมาได้ พลเอกณรงค์ฤทธิ์กับพิมพิราก็นั่งรถออกจากโรงละครไปแล้วแม้ว่าจิตตรีจะเที่ยวเดินตามหาจนทั่วเธอก็ไม่มีทางเจอ ‘เอ...เห็นอยู่เมื่อกี้นี้นี่หว่า...ไปไหนซะแล้วล่ะ?’
“ชอบไหมครับคุณพะพิม?” พลเอกณรงค์ฤทธิ์เอี้ยวตัวหันไปถามเลขาซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะหลังพิมพิรารีบตอบว่า “ชอบค่ะท่าน สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ชวนพะพิมมาด้วย”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ยิ้มรับคำขอบคุณจากเลขาสาวแล้วเขาก็หันกลับไปมองถนนต่อ
เมื่อถึงอพาร์ทเม้นต์ พิมพิราก็รีบลงจากรถอย่างว่องไว“ขอบคุณค่ะท่าน ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
เธอไหว้ท่านประธานเหมือนเช่นเคย พลเอกณรงค์ฤทธิ์ลดกระจกลงแล้วยิ้มให้“ราตรีสวัสครับ”
แล้วพิมพิราก็หันไปลานายนพ “ขอบคุณค่ะน้านพขับรถกลับดีๆ นะคะ”
“ครับคุณพะพิม” นพยิ้มรับ พลเอกณรงค์ฤทธิ์เลื่อนกระจกขึ้นแล้วหันไปสั่งนายนพว่า“ไปได้แล้ว”
นพจึงขับรถออกจากอพาร์ทเม้นต์ โดยที่พิมพิรายืนรอส่งจนกระทั่งรถเบนซ์คันงามลับตาไปเธอจึงเดินขึ้นห้อง
เช้าวันอาทิตย์ นพเดินเข้าไปในครัวพอเห็นนิ่มนวลนั่งอยู่ เขาก็ชวนคุยว่า “ป้านิ่ม ผมว่ามันชักจะยังไงๆ แล้วนะป้า”
นิ่มนวลกำลังนั่งห่อแป้งทำสาคูไส้หมูอยู่กับฟองจันทร์นิ่มนวลจึงเงยหน้าไปถามอย่างสงสัยว่า “ไอ้ชักจะยังไงๆ ของเอ็งนี่มันยังไงล่ะไอ้นพ?”
“นั่นซิน้านพชักจะยังไงเื่อะไรเหรอน้า?” ฟองจันทร์ถามอีกคน นพเลื่อนเก้าอี้นั่งลงแล้วก็หันไปตอบว่า“ก็คุณท่านน่ะซิป้านิ่ม เดี๋ยวนี้นะท่านชวนคุณพะพิมไปไหนมาไหนด้วยตลอดเลยน่ะซิป้าขนาดวันนี้เป็วันอาทิตย์ ท่านยังชวนคุณพะพิมไปดูที่ดินด้วยกันเลย”
“ก็ท่านไปดูที่แล้วชวนคุณพะพิมไปด้วยแล้วมันแปลกตรงไหนล่ะไอ้นพ ท่านไปติดต่อเื่ธุรกิจแล้วเอาเลขาไปด้วย ข้าก็ไม่เห็นมันจะแปลกยังไงเลย”นิ่มนวลพูดไปก็ปั้นลูกสาคูไปด้วย นพเลยรีบพูดให้ฟังว่า “จะไม่แปลกได้ไงล่ะป้า ก็ท่านขับรถไปเองน่ะซินี่แหละที่ผมว่ามันชักจะยังไงๆ แล้วน่ะซิป้า”
“อะไรนะ! ท่านน่ะเหรอขับรถไปเองไอ้ธงไม่ได้ขับรถให้ท่านเหรอ!?” นิ่มนวลหันถามเสียงสูงละมือจากการทำของว่างทันที
“ขับเขิบที่ไหนล่ะป้าไอ้ธงมันยังนอนตูดโด่งอยู่เลย ผมไปรอจะขับรถให้ท่าน ท่านก็บอกว่าไม่ต้องเพราะท่านจะขับรถเองอย่างนี้ป้าว่ามันไม่แปลกเหรอ”
นิ่มนวลได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วย “เออ...แปลกจริงๆด้วยซิ เอ...ท่านนึกยังไงของท่านหว่า ถึงอยากจะขับรถเอง”
เธอเปรยอย่างสงสัย นายนพก็รีบพูดว่า“ท่านก็คงนึกอยากจะอยู่กับคุณพะพิมตามลำพังบ้างน่ะซิป้า”
“น้านพจะบอกว่าท่านชอบคุณเลขาเหรอน้า?”ฟองจันทร์นั่งฟังอยู่ถามแทรกขึ้นมา นิ่มนวลรีบหันไปดุหลานสาวทันที “เอ๊ะ นังฟองนี่ชักจะพูดจาเลอะเทอะใหญ่แล้วนะชอบเชิบอะไรกัน คุณเลขาแกเพิ่งจะยี่สิบกว่าๆ อ่อนกว่าคุณวีอีก ท่านจะไปชอบได้ยังไงล่ะนังคนนี้นี่จะหาว่าท่านเป็พวกวัวแก่กินหญ้าอ่อนรึไงห๊ะ”
นพรีบบอก ก่อนที่ฟองจันทร์จะถูกป้าดุมากไปกว่านี้“ก็ไม่แน่นะป้า ผมเป็ผู้ชายด้วยกัน ผมดูออกนะป้า ว่าท่านชอบคุณพะพิมแน่ๆไม่งั้นท่านคงไม่ชวนไปไหนมาไหนด้วยหรอกป้า แล้วเวลาท่านมองคุณพะพิมนะป้า ตางี้หวานเยิ้มจนน้ำตาลหกเลยล่ะถ้าไม่ชอบ ท่านไม่มองอย่างงั้นหรอก ไม่เชื่อป้าคอยดูซิ”
“น้านพว่าท่านชอบคุณพะพิมจริงๆ เหรอ”ฟองจันทร์ชะโงกหน้าเข้าไปถาม นพรีบย้ำ “ก็เออซิวะ”
พอได้ฟังอย่างนั้น ฟองจันทร์ก็ลุกขึ้นะโดีอกดีใจใหญ่“เย้! ถ้าคุณท่านชอบคุณเลขาจริงๆก็ดีซิจ๊ะ ไชโยๆๆ”
“ดีใจอะไรของเอ็งห๊านังฟอง?”นิ่มนวลหันไปถามหลานสาว ฟองจันทร์หยุดะโแล้วหันไปตอบว่า “ก็ดีใจที่คุณนายจิตตรีอดที่จะมาเป็คุณผู้หญิงของบ้านนี้ซิป้าป้าไม่ดีใจรึไงล่ะ?”
“ดีใจกะผีซิ เกิดท่านคว้าคุณเลขามาทำเมียจริงๆชาวบ้านชาวช่องมันคงเอาท่านไปนินทากันสนุกปากล่ะว่า ท่านเป็พวกวัวแก่กินหญ้าอ่อน เป็สมภารกินไก่วัดแน่ๆ”นิ่มนวลตอบสะบัดๆ นพเลยแกล้งแหย่ว่า “งั้นป้าก็ยุให้ท่านคว้าคุณนายจิตตรีมาทำเมียซิจะได้ไม่มีใครนินทาดี”
“หนอยไอ้นพนี่!” นิ่มนวลหันมาเงี้อมะเหงกใส่ฟองจันทร์ก็ผสมโรงด้วยอีกคน “น้านพยุไปคนเดียวเถอะ ฟองไม่เอาด้วยคนนึงล่ะถ้าคุณนายจิตตรีมาเป็คุณผู้หญิงของบ้านนี้วันไหน ฟองขอลากลับไปอยู่บ้านนอกดีกว่า”
นพรีบโบกมือ “เฮ้ย!น้าก็แค่พูดเล่นเท่านั้นแหละนังฟอง น้าก็คิดเหมือนเอ็งนั่นแหละโว๊ย ถ้าต้องมีนายผู้หญิงเป็คุณนายจิตตรีล่ะก็...น้าก็ขอลาออกกลับไปทำไร่ทำนาดีกว่าไม่อยู่ให้ยัยคุณนายแกจิกด่า เช้ายันค่ำหรอกเฟ้ยอีกอย่างท่านคงไม่ตาถั่วไปคว้าก้อนกรวดอย่างคุณนายจิตตรีหรอกว่ะก็ในเมื่อท่านมีเพชรน้ำงามอย่างคุณพะพิมให้เปรียบเทียบอยู่ทั้งคน จริงไหมจ๊ะป้า?”
เขาหันไปถามนิ่มนวล นิ่มนวลรีบพูดสะบัดๆตอบ “ไม่รู้โว้ย เื่ของเ้านายท่าน ขี้ข้าอย่างพวกเราไม่เกี่ยวแต่ถ้าท่านเกิดหน้ามืดตามัวเอาคุณนายจิตตรีทำเมียเมื่อไหร่ข้าก็ขอลาออกเมื่อนั้นแหละว่ะเอ้า!...นังฟองรีบๆ ปั้นเข้าซิ มัวแต่คุยแล้วเมื่อไหร่มันจะเสร็จล่ะไอ้นพก็ไม่ต้องชวนคุยแล้ว เอ็งก็อย่านั่งเฉยๆ รีบมาช่วยข้าปั้นลูกสาคูเร็วๆ เลย”
พอถูกป้าดุ ฟองจันทร์ก็เลิกคุยแล้วหันไปช่วยปั้นลูกสาคูทันทีส่วนนพก็ถูกใช้ให้ช่วยปั้นลูกสาคูด้วยอีกคน
พิมพิราแต่งตัวด้วยชุดลำลองลงมายืนคอยั้แ่ก่อนถึงเวลานัดพอเห็นรถเบนซ์สีน้ำเงินเลี้ยวเข้ามา เธอก็รีบเดินไปหาทันที แต่เมื่อมองไปที่เบาะหน้าข้างคนขับซึ่งว่างเปล่า‘เอ๊ะ! แล้วท่านล่ะ?’
ครั้นมองไปที่คนขับ เธอก็ต้องแปลกใจ‘เอ๊ะ! น้านพไปไหนทำไมปล่อยให้ท่านขับรถเองแบบนี้ล่ะ?’
เธอเปิดประตูหน้าฝั่งคนนั่งแล้วก็รีบยกมือไหว้ท่านประธาน “สวัสดีค่ะท่าน น้านพไปไหนล่ะคะ?”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ยิ้มให้ ‘กะแล้วเชียวว่าต้องถามแบบนี้’
แล้วเขาก็ตอบว่า “ผมให้นพเขาหยุดพักผ่อนน่ะครับวันอาทิตย์ทั้งทีเขาก็คงอยากหยุดงานบ้าง ผมก็อยากขับรถเองบ้างเหมือนกันครับเชิญครับคุณพะพิม”
“อ๋อ ค่ะท่าน” พิมพิราพยักหน้าเข้าใจแล้วเธอก็รีบเข้าไปนั่งในรถ เมื่อเลขาขึ้นรถแล้วพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็ขับรถออกจากอพาร์ทเม้นต์
“กินอะไรมารึยังครับคุณพะพิม” เขาถามขณะขับรถพิมพิราละสายตาจากถนนหันไปตอบว่า “พะพิมทานนมกับขนมปังปิ้งมาแล้วค่ะขอบคุณค่ะท่าน”
“เหรอครับงั้นเราก็ไปดูที่กันเลยนะครับ”
‘เฮ้อ...ว่าจะชวนไปกินข้าวเช้าซักหน่อยอดเลยเรา’ เขาแอบทำหน้าผิดหวังแล้วก็รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
“ค่ะท่าน” พิมพิรารับคำด้วยน้ำเสียงปกติเธอเก็บซ่อนความสงสัยไว้อย่างมิดชิด ‘เอ พักนี้ท่านทำตัวแปลกๆ เดี๋ยวชวนไปนั่น เดี๋ยวชวนไปนี่เรื่อยเลยแถมยังชอบแอบมองบ่อยๆ ท่านคิดอะไรกับเรารึเปล่าเนี่ย?’
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ขับรถไปเรื่อยๆจนถึงที่ดินเปล่าเนื้อที่ 7 ไร่กว่าๆ ริมถนนลาดพร้าว เขาก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดบนที่ดินผืนนั้นทันที เมื่อเ้านายลงจากรถพิมพิราก็รีบลงจากรถตาม แล้วมองไปรอบๆ
“คิดว่ายังไงครับคุณพะพิม”
พิมพิราทำหน้างงเมื่อจู่ๆ ก็เจอคำถามแบบนี้‘คิดอะไรยังไงของท่านเนี่ย มันหมายความว่ายังไงล่ะหว่า?ถามแบบนี้แล้วใครจะไปตอบได้ล่ะคะ’
“คิดอะไรล่ะคะท่าน?” เธอย้อนถาม พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองใบหน้าหวานๆที่กำลังทำหน้างงๆ เขาก็นึกขี้นได้ว่าเธอยังไม่รู้เื่เกี่ยวกับโปรเจ็กค์ใหม่ที่เขาวางแผนเอาไว้
“อ๋อ ขอโทษทีครับ ผมลืมไปว่า ยังไม่ได้บอกคุณเื่โปรเจ็กค์ใหม่คือผมกำลังจะสร้างคอนโดตรงนี้น่ะครับ คุณคิดว่ายังไงบ้างครับ”
พิมพิราพยักหน้า “อ๋อค่ะ”
แล้วเธอก็มองไปรอบๆ ที่ดิน บางส่วนมีต้นไม้ใหญ่ๆบางส่วนก็เป็พงหญ้ารกๆ ส่วนด้านหน้าที่จอดรถอยู่นี้ เป็พื้นที่โล่ง เพราะถูกใช้เป็ที่จอดรถของคนแถวๆนี้พอมองจนทั่วแล้ว เธอก็หันไปพูดกับท่านประธานตามความคิดของตัวเอง “เอ่อถ้าจะสร้างคอนโด พะพิมเสียดายต้นไม้ต้นใหญ่ๆที่อยู่ตรงนู้นน่ะค่ะ”
เธอชี้ไปที่ต้นไม้แล้วก็พูดต่อว่า “กว่าจะโตได้ขนาดนั้นคงต้องใช้เวลาเป็สิบๆปีมั้งคะ แต่ถ้าไม่ตัดออกก็สร้างไม่ได้ เพราะอยู่แถวๆ ตรงกลางทั้งนั้นเลย แล้วท่านคิดว่ายังไงล่ะคะ?”
เธอหันไปถาม
“ผมก็เสียดายต้นไม้พวกนั้นเหมือนกันครับแต่ถ้าไม่ตัดออกก็สร้างคอนโดไม่ได้อย่างที่คุณพูดนั่นแหล่ะครับ ก็ยังคิดๆ อยู่ว่าจะทำยังไงดี?"
“เอ่อ...แล้วท่านคิดโครงการไว้ยังไงบ้างล่ะคะ?”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์นึกถึงแบบที่เขาคิดไว้คร่าวๆแล้วก็พูดว่า “ผมก็กะว่าจะสร้างเป็คอนโดห้องขนาดสี่สิบตารางเมตร สูงซักสามสิบชั้นมีที่จอดรถสำหรับทุกห้อง มีฟิตเนส มีสระว่ายน้ำ แล้วก็มีสวนหย่อม ขายซักห้องละห้าล้านน่ะครับ”
พอได้ยินว่ามีสวนหย่อมพิมพิราก็รีบเสนอว่า “งั้นท่านก็ให้เขาขุดต้นไม้ใหญ่ๆ พวกนั้นไปไว้ตรงสวนหย่อมซิคะได้อนุรักษ์ต้นไม้พวกนั้น แถมยังช่วยประหยัดงบที่จะต้องซื้อต้นไม้มาแต่งสวนหย่อมด้วยค่ะ”
“เออ จริงซินะความคิดคุณเข้าท่าดีผมชอบ”
พิมพิรายิ้มแป้น ที่ท่านประธานชอบไอเดียของเธอพลเอกณรงค์ฤทธิ์มองใบหน้าหวานๆ รอยยิ้มสวยๆ อยู่นานอย่างพึงพอใจ จนพิมพิรารู้สึกเขินเธอรีบหลบสายตาเบนมองไปทางอื่น พลเอกณรงค์ฤทธิ์หันไปมองรอบๆ ที่ดินอีกครั้ง แล้วเขาก็บอกกับพิมพิราพร้อมกับเปิดประตูรถให้“คุณพะพิมครับ ขึ้นรถเถอะครับ”
“ค่ะท่าน” พิมพิรารีบเข้าไปนั่งในรถอย่างว่องไวเมื่อเลขานั่งเรียบร้อย พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็ปิดประตูให้แล้วเดินอ้อมไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วเขาก็หันไปถามเธอว่า “คุณพะพิมครับ เอ่อ...คือว่าหลังจากดูที่แล้วคุณมีธุระที่ไหนรึเปล่าครับ?”
“ไม่มีค่ะท่านก็พะพิมไม่รู้ว่าท่านจะมาดูที่นานไหม วันนี้พะพิมก็เลยไม่มีนัดไม่มีธุระที่ไหนค่ะ”
เมื่อเลขาสาวบอกเช่นนั้น พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็แอบดีใจเขารีบชวนเธอว่า “งั้นถ้าคุณว่าง คุณไปเดินห้างกับผม ช่วยผมเลือกเสื้อซักสามสี่ตัวได้ไหมครับ?”
“ได้ค่ะท่าน” พิมพิราตอบพร้อมกับยิ้มให้
จากนั้นพลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็ขับรถออกจากที่ดินซึ่งในอนาคตจะกลายเป็คอนโดตามที่เขาวางแผนไว้ เขาขับรถมุ่งหน้าไปสยามพารากอนระหว่างทาง เขาก็ชวนพิมพิราคุยไปตลอดทาง
เมื่อถึงสยามพารากอนเขาก็จอดรถแล้วชวนพิมพิราไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน “เดี๋ยวเราไปกินข้าวกันก่อนนะครับ”
“ค่ะท่าน”
“แล้วคุณพะพิมอยากกินอะไรล่ะครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ถามพิมพิรานิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วก็ตอบว่า “อืมห์ เกี๊ยวซ่าค่ะท่าน”
“ถ้างั้นเราไปร้านฟูจิดีไหมครับ?”เขาชวน พิมพิรารีบพยักหน้าเห็นด้วย “ค่ะท่าน”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ