เหมือนกู้สุ่ยเย่ว์จะยอมรับชะตาอย่างไรอย่างนั้น ถอดชุดทับในตนออกช้าๆ เผยให้เห็นผิวขาวนวลและเอี๊ยมสีแดง
เอวนางเพรียวบาง ทว่าไม่ได้ผอมแห้ง มีขนาดกำลังพอดี หญิงสาวนั่งอยู่ตรงนั้นผมดำสยายดุจน้ำตก นัยน์ตาผลซิ่งส่องประกาย หญิงสาวดวงตากระจ่างใสทว่านัยน์ตาผุดผ่องกลับเจือแววเย็นยะเยือกสายหนึ่ง ดุจราวดอกบัวบนยอดเขาหิมะล่อลวงคนทว่าช่างหนาวเหน็บนัก อาสื่อน่าเหยียนที่เป็นสตรีเหมือนกันเห็นฉากภาพตรงหน้ายังถูกทำเอาเลื่อนลอย นางเหม่อมองฉากภาพงดงามตรงหน้าอย่างบื้อใบ้ขนาดกู้สุ่ยเย่ว์เดินมาตรงหน้าตนยังไม่รู้สึกตัวรอจนนางได้สติกลับมากลับค้นพบว่าตนเองขยับไม่ได้แล้ว
กู้สุ่ยเย่ว์ เ้าทำอะไรข้า!
อาสื่อน่าเหยียนเบิกตากว้าง คิดเอ่ยถามเสียงดังแต่กลับพบว่านางเปล่งเสียงไม่ออก
นางทำได้เพียงเบิกตากว้างอยู่ตรงนั้น ขยับไม่ได้ เปล่งเสียงไม่ได้เบิกตามองกู้สุ่ยเย่ว์ปลดเปลื้องเสื้อผ้านางออก...
ชั่วขณะนั้น ความหวาดกลัวปะทุขึ้นในใจอาสื่อน่าเหยียนนางไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดินมาั้แ่เล็ก ในที่สุดวันนี้ก็ได้พบดาวข่ม
สาวใช้ร่างกำยำสองนางเฝ้าอยู่หน้าประตู หูตั้งตรงฟังทุกความเคลื่อนไหวด้านใน
เวลาค่อนข้างนานแล้ว พวกนางมองหน้าสบตากันในดวงตาฉายแววกังวล หากเ้านายที่อยู่ด้านในมีปัญหาอะไรพวกนางก็อย่าหวังจะมีชีวิตอยู่ต่อ
นานขนาดนี้แล้ว เหตุใดองค์หญิงยังไม่ออกมากัน
เข้าไปดูรึ
องค์หญิงไม่ได้สั่ง หากพวกเราเข้าไปคงถูกตีตาย
ทั้งสองคนเจรจาไร้เสียงครู่หนึ่ง ขณะที่กำลังลังเล...
“เข้ามาเถอะ”
เสียงนายหญิงดังขึ้นแล้ว
สองคนเดินเข้าไปก็เห็นนายหญิงพวกนางนั่งหันหลังให้พวกตนอยู่ริมหน้าต่างส่วนบนเตียง ใช้ผ้าสีแดงห่มร่างร่างหนึ่งอยู่
นายหญิงกำชับไว้แล้ว พวกนางใช้ยาสลบกับกู้สุ่ยเย่ว์จากนั้นส่งนางไปที่ท่านอ๋องฝั่งนั้น
‘อาสื่อน่าเหยียน’โบกมืออย่างหมดความอดทน
สาวใช้สองนางไม่กล้าถามมากความ รีบแบกคนบนเตียงขึ้นเดินออกไปด้านนอก พวกนางออกไปนานแล้วถึงพบว่านายหญิงไม่ได้ตามออกมาทว่าเช่นนี้ก็ไม่ได้ผิดปกติ
เป้าหมายของพวกนางคือส่งกู้สุ่ยเย่ว์ไปที่เตียงท่านอ๋องอย่างไร้สุ้มเสียงให้ท่านอ๋องคิดว่ากู้สุ่ยเย่ว์ปีนขึ้นเตียงเขาเพราะ้าแย่งชิงความโปรดปรานเองระหว่างนี้ ให้คนพบเจอได้น้อยเท่าไรยิ่งดี
หากนายหญิงตามมา ไม่เพียงคนมากยังอาจถูกคนพบเห็นได้ว่าเื่นี้เป็นายหญิงที่ทำ
สาวใช้ทั้งสองคิดเช่นนี้ รีบเร่งฝีเท้าตนเองก้าวทะยานรวดเร็ว
อาสื่อน่าเหยียนที่ถูกสาวใช้ทั้งสองแบกอยู่เหมือนตายทั้งเป็นในความมืดมิด นางโมโหจนใบหน้าเรียวแดงเถือกแล้วโมโหจนอยากตวาดใส่บ่าวโง่สองนางนี้ จากนั้นแขวนกู้สุ่ยเย่ว์โบยตีรอบหนึ่งแต่กระนั้น ไม่ว่าอะไรนางก็ทำไม่ได้แล้ว
สาวใช้สองนางก้าวเดินท่ามกลางราตรีมืดมิดข้ามผ่านทางเดินเล็กๆ ไร้ผู้คน แอบเข้าไปในเรือนท่านอ๋อง เข้าไปในห้องนอนท่านอ๋องวางนางลงบนเตียง
เพราะยัดเงินไว้ก่อนล่วงหน้าตลอดทางที่มาจึงไม่มีผู้ใดพบเห็นพวกนาง นี่ก็เป็การดับมอดความหวังสุดท้ายของอาสื่อน่าเหยียนลงอย่างสิ้นเชิงทุกอย่างที่นางทำไว้ก่อนหน้า เหมือนหยากไย่พันรัดตนเอง ส่งตนเข้าสู่ทางตัน
ตอนนี้ทั้งตัวนางเปลือยเปล่า ห่มเพียงผ้าสีแดงหากถูกคนพบเข้าคงอับอายขายหน้า แต่นางยอมขายหน้าทว่าไม่อยากตายอยู่ในเรือนท่านอ๋อง สุดท้ายถูกกำหนดสาเหตุการตายอย่างกะทันหันถูกกำจัดทิ้งเงียบๆ
นางเพิ่งอายุสิบเจ็ด นางไม่อยากตาย!
กู้สุ่ยเย่ว์สมควรตาย บ่าวโง่สมควรตาย เมิ่งซีอวี้สมควรตายอาสื่อน่าเหยียนวนสาปแช่งคนที่นางชิงชังอยู่หลายรอบแต่กระนั้นก็ไม่ได้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ทั้งหมดนี้ให้นางแต่อย่างใด
เสียงฝีเท้าดังขึ้น เสียงเท้าคนที่มาค่อนข้างสะเปะสะปะเสียง ‘แอ๊ด’ ดังสะท้อนมา ประตูถูกผลักเปิดแล้ว คนผู้นั้นเดินเข้ามาก่อนจะหันหลังไปลงกลอนประตู
ในห้องพลันเงียบสงัดลง หากไม่ได้ยินเสียงเปิดและเสียงปิดประตู อาสื่อน่าเหยียนไม่มีทางรู้ตัวว่าในห้องมีคนเพิ่มมาคนหนึ่งขนทั่วร่างอาสื่อน่าเหยียนลุกชัน
เสียงลมหายใจที่เดิมแผ่วเบาจนเกือบไม่มีค่อยๆ กลายเป็นหอบถี่ ราวกับมีสัตว์ร้ายตนหนึ่งกำลังข่มกลั้นความป่าเถื่อนในใจสุดกำลังอากาศเริ่มเย็นเยียบช้าๆ
อาสื่อน่าเหยียนพลันนึกถึงสาวใช้ร่างแหลกเละที่ถูกหามออกไปจากห้องวันนั้นนางลืมสาปแช่งกู้สุ่ยเย่ว์ไปแล้วตอนนี้นางเหมือนเนื้อบนเขียงที่อีกไม่นานก็จะถูกคนชำแหละ
“แควก!”
ผ้าที่ห่มคลุมนางพลันถูกฉีกออกแสงจ้าสายหนึ่งสะท้อนเข้าสู่สายตานาง อาสื่อน่าเหยียนกะพริบตา แสงจ้าหายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยั์ตาสีโลหิตคู่หนึ่ง
คนตรงหน้าทั้งแปลกหน้าและเคยคุ้น เป็ใบหน้าของท่านอ๋องแต่ใบหน้าที่เดิมหล่อเหลากลายเป็บิดเบี้ยว ความป่าเถื่อนแผ่พุ่งเด่นชัดน่ากลัวเหลือประมาณ ฟันชายหนุ่มขบกันสั่นระริกความเหี้ยมเกรียมแผ่พุ่งออกจากตัวเขา คล้ายอยากจะฉีกทึ้งนางอย่างไรอย่างนั้น
ความคิดอาสื่อน่าเหยียนไม่ผิดชายหนุ่มเหมือนไม่เห็นความงามตรงหน้า ออกแรงบีบคอนางขอเพียงเขาเพิ่มแรงอีกนิดคงบีบคอนางจนหักได้
ขาดอากาศหายใจ หวาดกลัว ทว่าไม่อาจขยับเคลื่อนไหวที่เหลืออยู่มีเพียงความสิ้นหวัง
ในตอนที่อาสื่อน่าเหยียนคิดว่าตนเองคงจบสิ้นแล้ว ชายหนุ่มราวสัตว์ป่าตรงหน้าพลันถูกผลักออกเงาร่างสีดำสายหนึ่งปรากฏตรงหน้านาง
ผู้มาท่าร่างแข็งขันยิ่ง ดูคุ้นเคยคล่องแคล่วกดชายหนุ่มร่างใหญ่ลงพื้นอย่างง่ายดาย โขกศีรษะเขาแรงๆทุบตีจนบุรุษที่โเี้ดุจสัตว์ป่าสลบไป
ผู้มาหยิบมีด กรีดแผลบนตัวบุรุษอย่างรวดเร็วหลายจุดเืสีดำไหลอาบลงมา อาการบิดเบี้ยวบนใบหน้าบุรุษเลือนหายไปทันใด สีหน้าค่อยๆสงบลง
บางทีอาจเพราะกลัวเกินไปอาสื่อน่าเหยียนไม่รู้ตัวว่าตนเองขยับได้แล้ว ตอนนี้ในที่สุดนางก็รู้ตัวว่านางปีนลงมาจากเตียงแล้ว เดินไปตรงหน้าเงาร่างสีดำนั่นมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งตะลึง สีหน้าเหลือเชื่อ “กู้สุ่ยเย่ว์...”
กู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้สนใจนาง มีดนางพาดไปบนคอกงซุนอี้ก่อนทำท่าจะปาดคอ ยังวาดนิ้วกะเกณฑ์อกเขา ราวกับอยากจะแทงลงไปสุดท้ายยังวางไปที่ท่อนล่างของเขา คล้ายกับว่าจะเฉือนแกนกายเขา...
ใจอาสื่อน่าเหยียนส่ายโอนไปตามมีดในมือนางอดเรียกขึ้นไม่ได้ “กู้สุ่ยเย่ว์ เ้าจะทำอะไร”
“เ้าคิดว่าเฉือนตรงที่ใดดีรึ” กู้สุ่ยเย่ว์ขมวดคิ้วคล้ายกับลังเลอยู่
“เขาเป็สามีเ้า เฉือนตรงนั้นไปคงไม่ดีเท่าไรนัก” อาสื่อน่าเหยียนเม้มปากใจว้าวุ่น
กู้สุ่ยเย่ว์เหมือนตั้งใจตรึกตรองคำพูดนาง พยักหน้า หลังจากนั้นขยับไปที่ใบหน้าเขา “ที่นี่รึ”
“หน้าเขาถือว่าอยู่แถวหน้า ข้ากล้ารับรอง ทั้งซั่วอวิ๋นไม่มีหน้าผู้ใดดีไปกว่าเขาแล้วเ้าทำเช่นนั้นจะเป็การเสียของ...” อาสื่อน่าเหยียนเอ่ย
ที่นางต้องตาอวิ๋นอ๋องเมื่อแรกพบในตอนนั้นก็เพราะใบหน้าใบนี้
ปลายมีดในมือกู้สุ่ยเย่ว์ชี้ไปที่อกเขา“เช่นนั้นคงเป็จุดนี้แล้ว เหยียนเอ๋อร์วันนี้พี่หญิงต้องขอขอบคุณคำแนะนำของเ้ายิ่ง”
อาสื่อน่าเหยียนอดเบิกตากว้างขึ้นไม่ได้ตอนนี้เพิ่งรู้ตัวว่านางติดกับเข้าแล้ว กู้สุ่ยเย่ว์้าฆ่าอวิ๋นอ๋องส่วนนางคงต้องกลายเป็มือสังหารโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่
ตาเห็นว่าใกล้กลายเป็นฆาตกรฆ่าอวิ๋นอ๋องไม่เพียงถูกซั่วอวิ๋นสำเร็จโทษ บางทีอาจกลายเป็นชนวนเหตุให้ซั่วอวิ๋นทำศึกใหญ่กับทูเจวี๋ย ทว่าอาสื่อน่าเหยียนกลับไม่มีแม้แต่โอกาสจะส่งเสียงร้องมีดในมือกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้แทงลงไป แต่เป็ชักมือกลับ
ความพยาบาทบนใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์หายไปแล้ว เปี่ยมล้นไปด้วยความอ่อนช้อยของสตรีเปลี่ยนสีหน้าเร็วกว่าท้องฟ้าเสียอีก“ท่านอ๋อง ท่านฟื้นแล้ว”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดี “เดิมทีข้าอยากมาคารวะท่านอ๋องทว่าเพิ่งมาถึงนอกประตูกลับได้ยินเสียงร้อง ข้าเป็ห่วงท่านอ๋องเสียมารยาทพุ่งเข้ามา ข้าเสียกิริยา ขอท่านอ๋องโปรดลงโทษ”
ท่าทางก้มหน้าหลุบตาของกู้สุ่ยเย่ว์ดูแล้วว่านอนสอนง่ายยิ่งนัก
อาสื่อน่าเหยียนมองจนตาเบิกกว้างปากอ้าค้าง
หากเมื่อครู่ไม่เห็นกู้สุ่ยเย่ว์กรีดมีดลงบนตัวอวิ๋นอ๋องหลายแผลบนตัวอวิ๋นอ๋องมีเลือดไหลอาบ นางคงสงสัยว่าที่กู้สุ่ยเย่ว์พูดเป็นความจริงแล้วที่อาสื่อน่าเหยียนได้รับความโปรดปรานไม่ใช่เพราะหน้าตาสะสวยและนิสัยตรงไปตรงมาเท่านั้นแต่ไหนแต่ไรมานางชอบปีนป่ายหากเห็นโอกาสเดิมทีเวลานี้เป็โอกาสดีในการเอาใจอวิ๋นอ๋อง ทว่านางกลับยังตกอยู่ในภวังค์
ผ่านไปครู่หนึ่ง อาสื่อน่าเหยียนถึงได้หุบปากที่อ้ากว้างลง คุกเข่าไปตรงหน้าอวิ๋นอ๋อง “ท่านอ๋องท่านไม่เป็นอะไรกระมังข้ากังวลใจจะแย่อยู่แล้ว” นางพยายามแสดงท่าทางเป็นห่วงอวิ๋นอ๋องสุดความสามารถ แต่มักจะเสียสมาธิ สายตาปรายมองไปทางกู้สุ่ยเย่ว์บ่อยๆกลัวว่ากู้สุ่ยเย่ว์จะควักมีดออกมาแทงสามีนาง แทงแล้วยังพอทำเนา หากไต่สวนขึ้นมากู้สุ่ยเย่ว์ต้องป้ายสีใส่นางแน่นางอาสื่อน่าเหยียนดินไม่กลัวฟ้าไม่กลัวทว่าตอนนี้กลับมีสิ่งที่กลัวจริงๆ แล้ว
กงซุนอี้มองแผลบนร่างกายตนก็รู้ว่าเป็ฝีมือผู้ใดั์ตาสีเทาที่เดิมเ็าของเขา ตอนที่มองกู้สุ่ยเย่ว์อีกครั้งกลับเจือประกายคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
เขามองกู้สุ่ยเย่ว์แสดงละครเงียบๆ อยู่เช่นนั้น
“ท่านอ๋อง พื้นเย็น ท่านลุกขึ้นมาก่อนเถิดบนตัวยังมีตรงไหนไม่สบายอยู่หรือไม่ ข้าไปเรียกหมอให้เพคะ”กู้สุ่ยเย่ว์พูดจบแล้วรีบหันกายคิดจะเดินออกไปด้านนอก
ที่เล่นละครอยู่นานจริงๆ แล้วเพราะอยากปลีกตัวหรอกรึ
“เหยียนเอ๋อร์ เ้าออกไป กู้สุ่ยเย่ว์ เ้าอยู่ก่อน”กงซุนอี้ทลายอุบายกู้สุ่ยเย่ว์ทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
แผนปลีกตัวล้มเหลว กู้สุ่ยเย่ว์ทำได้เพียงยั้งเท้าไว้
อาสื่อน่าเหยียนห่มผ้าเดินออกไปด้านในในห้องเหลือเพียงกู้สุ่ยเย่ว์และกงซุนอี้สองคน
“ชายารัก ประคองข้าขึ้นเตียงเถอะ” กงซุนอี้เอ่ยเชื่องช้า
เขานอนอยู่บนพื้น ทว่ากลับยังทำตัวสูงศักดิ์กู้สุ่ยเย่ว์แค้นจนอยากจะเข้าไปเหยียบสักสองเท้า
“นายท่าน ข้าร่างกายบอบบาง กลัวทำท่านอ๋องล้มไม่สู้ท่านอ๋องเรียกองครักษ์เงาของท่านมาประคองขึ้นเตียงเถอะเพคะ” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย“ชายารักชอบให้องครักษ์เงาเฝ้าดูอยู่ข้างๆ เวลาค้างแรมรึ”กงซุนอี้หรี่ตาเอ่ย “ที่แท้ชายารักมีรสนิยมเช่นนี้”
กู้สุ่ยเย่ว์ “...”
กู้สุ่ยเย่ว์ขบกรามเดินเข้าไป มือข้างหนึ่งของกงซุนอี้โอบอยู่บนไหล่นางกู้สุ่ยเย่ว์คิดออกแรงประคองเขาลุกขึ้น ทว่าอวิ๋นอ๋องกลับไม่ขยับไหวติงอยู่ๆ อวิ๋นอ๋องก็ออกแรง ตัวกู้สุ่ยเย่ว์อ่อนยวบกระแทกเข้าไปในอกเขา กล้ามอกเขาแ่านัก กู้สุ่ยเย่ว์จมูกกระแทกเข้าไปน้ำตาเกือบเล็ดออกมาแล้ว
กลิ่นบุรุษคลุ้งโชยเข้าจมูก กู้สุ่ยเย่ว์คิดขัดขืนแต่กลับพบว่าตนเองขยับไม่ได้แล้ว
หากรู้ว่าต้องเจอเช่นนี้เมื่อครู่นางควรแทงมีดตรงเข้าหัวใจเขา ให้จบสิ้นกันไป ถือว่านางได้แก้แค้นแล้ว
“ชายารักเสนอตนเองเช่นนี้หากข้าไม่ทำอะไรบ้าง คงไม่ใช่บุรุษแล้ว” เสียงบุรุษที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดังขึ้นข้างหู
อวิ๋นอ๋องในตอนนี้เมื่อถอดหน้ากากเย็นชาออก กลายเป็นบุรุษสวมหน้ากากไร้ยางอายผู้นั้นแล้ว เดิมทีกงซุนอี้อยากหาอะไรแหย่แมวในอกเล่น แต่ยังไม่ทันรอให้เขาทำอะไร คิ้วเขาพลันขมวดขึ้นมากรงเล็บแมวข่วนอยู่บนแขนเขาตรงนั้นเป็จุดที่มีแผลของเขาพอดี ความเ็ปนั่นยากที่จะเอ่ยบรรยายนัก
อาศัยจังหวะที่กงซุนอี้เสียสมาธิกู้สุ่ยเย่ว์มุดออกจากอกเขาได้อย่างคล่องแคล่ว หันกายเดินออกประตูไป กงซุนอี้มองอกว่างเปล่าอดรู้สึกเสียดายขึ้นมาไม่ได้