บทที่ 21 งานเลี้ยงได้เริ่มขึ้น
หลังจากที่ ชิว หลิงซี ออกไปแล้ว ชิวเหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปร่วมงานเลี้ยงกันบ้างเถอะข้าก็อยากจะเห็นแล้วว่ามันมีอะไรน่าสนใจขนาดไหน”
หลิว เฟ่ยหงส์ ก็ขานตอบ “ขอรับท่านอาจารย์”
ทุกคนจึงเริ่มเดินทางไปที่งานเลี้ยง
ชิว เหวินเจี้ยน กับ ชิว ซานฟู่เป็คนเดินนำหน้าสุด ส่วน ที่เหลือก็เดินกันตามลำดับความสำคัญเป็3ประมุขแห่งดินแดนเมฆานั่นเอง ที่มีสถานะต่ำสุดในตอนนี้จึงต้องเดินตามอยู่ข้างหลังสุด
ทั้ง3ประมุขแห่งดินแดนเมฆา ได้เพียงแต่คิดในใจว่า‘นี่สถานะของพวกเรามันยังไงกันแน่ ทำไมคนของดินแดนเมฆาเช่นพวกเราจะต้องเดินตามเป็คนรับใช้เช่นนี้สถานะเช่นนี้มันสลับมั่วซั่วไปกันใหญ่แล้ว’ประมุขทั้ง3คนทำได้เพียงแค่คิด เพราะถ้าหลุดปากพูดออกไปแล้วหละก็ คงจะตกตายั้แ่เริ่มอ้าปากแล้ว
หลิว เฟ่ยหงส์ ที่รู้ว่าพวกมันทั้ง3คนคิดอะไรกันอยู่ก็ได้แต่แอบขำในใจ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าใครรู้เข้า พวกมันคงจะโดนหัวเราะเยาะอย่างแน่นอนแค่เพียงคิดข้าก็ขำขึ้นมาแล้ว”
และแล้วทุกคนก็ได้มาถึงงานเลี้ยงที่คนทั้งตระกูลชิวช่วยกันจัดขึ้นมา
เป็งานเลี้ยงที่มีขนาดใหญ่อย่างมากแทบจะครอบคลุมทั้งเขตแดนของตระกูลชิว เลยก็ว่าได้
ชิว ซานฟู่ ก็ได้พยักหน้าและกล่าวขึ้นมา “งานเลี้ยงใหญ่โตดีเหมือนกันดูท่าว่าจะมีการแข่งขันอะไรสักอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไอ้เ้าน้องชายบ้านั่นมันก็ชั่งคิดเหมือนกันนะนี่”
ชิว เหวินเจี้ยนก็ได้กล่าวเสริมขึ้นมา “เสด็จพ่อคิดว่าถ้าเกิดมีการ จัดการแข่งขันขึ้นมาข้าสามารถที่จะเข้าร่วมได้หรือไม่”ชิว เหวินเจี้ยน เพียงแค่พูดเล่นๆออกมาเท่านั้น เขาไม่คิดที่จะร่วมแข่งขันอยู่แล้ว
ชิว ซานฟู่ ได้แต่ยิ้มแห้งๆแล้วก็ตอบกลับลูกชายของเขาไป “ไอ้เข้าร่วมมันก็ได้อยู่หรอกนะแต่ว่าเ้าจะไม่รังแกผู้อื่นเกินไปหน่อยหรือเ้านั้นไม่สมควรที่จะมาแข่งอะไรกับงานเฉลิมฉลองเช่นนี้เพราะมันจะทำให้ผู้คนหมดสนุกกันได้”
ชิว ซานฟู่ ได้คิดไปถึงตอนที่ถ้าเกิดชิว เหวินเจี้ยน ลงแข่งจริงๆหละก็ คงชนะคนอื่นๆได้ภายในพริบตาแหงๆ แบบนั้นการแข่งขันจะไปมีความหมายได้อย่างไรกัน
ชิว เหวินเจี้ยน เพียงแค่ขำอยู่ในใจเพราะเขารู้ว่าเสด็จพ่อของเขาคิดอะไรอยู่
แต่ทว่าเวลาต่อมาก็ได้มีเสียงประกาศดังสนั่นขึ้น “วันนี้ เป็วันที่ข้าได้เลื่อนขั้นมาเป็เขตแดนนักสู้ข้าจึงคิดที่จะจัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อพวกท่าน ที่มาร่วมงานของข้าเช่นกัน และข้าก็ได้เตรียมการแข่งขันประลองยุทธ์เอาไว้แล้วข้าหวังว่าพวกท่านจะสนุกกับงานเลี้ยงในวันนี้” ถูกต้องเป็เสียงของชิว ซานเฟิง นั่นเอง ที่ได้เปล่าประกาศออกไป
เมื่อทุกคนในงานเลี้ยงได้ยินเสียงประกาศก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ ชิว ซานเฟิง แต่ก็ทำให้เกิดเสียงฮือฮากันเป็อย่างมากเนื่องจากงานเลี้ยงในวันนี้จะมีการประลองกันเกิดขึ้นและที่สำคัญเขาไม่ได้ระบุอายุเอาไว้ด้วย
แต่สักพักนึงเสียงเอะอะโวยวายก็ได้หยุดลงเมื่อมีคนผู้หนึ่งกำลังเดินเข้ามาที่งานเลี้ยงอย่างช้าๆ นั่นก็คือ ชิว ซานเฟิงเ้าภาพงานเลี้ยงนั่นเอง
ทุกคนได้หันมาทาง ชิว ซานเฟิงเป็ตาเดียว และได้เริ่มกล่าวทักทาย
“ท่านชิว ซานเฟิง ท่านนั้นทิ้งห่างตระกูลของข้าไปแล้ว ขอให้ท่านทรงอายุยืนนาน”
“ท่านชิว ซานเฟิง ข้านั้นอยากที่จะถามท่านเกี่ยวกับการบรรลุเขตแดนนักสู้”
“ท่านชิว ซานเฟิง . . . . .”
เมื่อเสียงทุกคนเริ่มพูดถามเขาอย่างไม่หยุดหย่อนทำให้ ชิว ซานเฟิง เริ่มที่จะเกิดอาการรำคาญขึ้นมา เขาจึงรีบกล่าวตัดบทของทุกคนด้วยเสียงที่ดังสนั่น“เอาหละทุกคน วันนี้พวกท่านนับว่าเป็แขกผู้มีเกียรติของตระกูลชิวข้าจึงจะต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่มาร่วมสนุกกันในวันนี้ ถ้าอย่างนั้นเมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว ข้าจะเริ่มบอกกฎกติกาการแข่งขันเลยก็แล้วกัน”
ชิว ซานเฟิง เริ่มที่จะอธิบายกฎกติกาไปทีละข้อ
“ข้อ1 อายุเท่าใดก็ได้ไม่มีจำกัดถ้าพวกท่านคิดว่าแข็งแกร่งพอ”
“ข้อ2พวกท่านสามารถใช้อาวุธได้ตาม้า”
“ข้อที่3ห้ามทำร้ายร่างกายจนทำให้อีกฝ่ายถึงแก่ชีวิต”
“ข้อที่4พวกท่านสามารถเลือกคู่ต่อสู้ได้ตาม้าไม่ว่าจะใครหรือกี่คนก็ได้ถ้าเกิดเขายอมรับการท้าดวล”
“ข้อสุดท้ายข้อที่5 ผู้แพ้ไม่สามารถสู้ต่อได้อีกเป็ครั้งที่2 ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฏเหล่านี้ด้วยถ้าใครทำผิดกฏแม้แต่ข้อเดียว จะถูกปรับแพ้ภายในทันที”
ชิว ซานเฟิง ก็ได้ประกาศเสียงดันสนั่นเป็ครั้งสุดท้าย “ทุกคนสามารถเริ่มการประลองได้เลย ณ บัดนี้”