ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 79 อวี้เอ๋อร์ เจ้าฟังข้าอธิบายก่อน

                เดิมทีกู้อวี้มิได้อยากรับเงินค่าขายหนังสือมาทั้งหมดเขาอยากได้ส่วนแบ่งแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่เป็นเพราะชายหนุ่มเขียนงานออกมาได้ดีมากทั้งยังเป็นสหายของไป๋เฮ่า ลุงของไป๋เฮ่าจึงไม่เห็นเป็นคู่ค้า

                แน่นอนว่าเป็นเพราะเชื่อใจลุงของไป๋เฮ่า กู้อวี้จึงยอมลงนามในสัญญาว่าจะแบ่งส่วนแบ่งกับลุงของไป๋เฮ่าหาไม่แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะไม่โกง หากเป็นผู้อื่นแท้จริงแล้วอาจจะขายได้พันตำลึงแล้วมาบอกว่าขายได้แค่หนึ่งร้อยตำลึงก็ย่อมได้ หากเป็นเช่นนี้จะทำเช่นไรจะไปเอาเงินคืนมาอย่างไร

                ในเวลาเดียวกันหลิ่วเหวินไฉที่ย้ายเข้าไปในอำเภอก็ได้รับเงินค่าขายหนังสือเป็นจำนวนเงินห้าสิบตำลึงเช่นกันเขาไปสำรวจดูตามร้านหนังสือในอำเภอ พบว่านิยายของเขาขายดีเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเขาจะขอขึ้นราคาทางร้านกลับไม่ยินยอม

                เพราะเหตุใดน่ะหรือ

                นั่นเพราะสำนวนการเขียนของหลิ่วเหวินไฉธรรมดาสามัญอย่างไรเล่าข้อดีเพียงข้อเดียวคือเนื้อเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจและน่าดึงดูด ทว่าแท้จริงแล้วเถ้าแก่ร้านหนังสือต้องจ้างนักเขียนมาขัดเกลาสำนวนอีกรอบจึงจะใช้ได้

                ครั้นหลิ่วเหวินไฉทราบเรื่องนี้จึงล้มเลิกเรื่องขึ้นราคาหนังสือ

                ความจริงแล้วเถ้าแก่ร้านหนังสือไม่อยากแบ่งส่วนแบ่งให้แก่หลิ่วเหวินไฉด้วยซ้ำทว่าชายหนุ่มเอานิยายเล่มใหม่มาหลอกล่อ เถ้าแก่จึงต้องจำยอม ทว่าบัญชีที่ให้ดูก็เป็นอีกบัญชีไม่ใช่บัญชีฉบับจริง หลิ่วเหวินไฉไม่มีความรู้ด้านการค้า จึงไม่รู้ว่าตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบแต่ถึงจะรู้ก็ไม่อาจทำอันใดได้อยู่ดี

                หลังจากได้รับเงินมาห้าสิบตำลึง ในใจหลิ่วเหวินไฉรู้สึกปรีดาอย่างยิ่งขอแค่เขาเขียนต่อไปก็จะได้เงินมาใช้ไม่ขาดมือ พอได้เงินมาก็ไปที่ร้านเครื่องประดับเพื่อซื้อกำไลเงินสองวงวงหนึ่งมอบให้มารดา อีกวงเตรียมให้เจ้าใหญ่ที่กำลังมาหาเขาในอำเภอ

                เขาบอกเจ้าใหญ่ว่าได้รับเงินส่วนแบ่งจากการขายหนังสือมาแค่ยี่สิบตำลึงแม้นยามนี้เงินไม่ค่อยพอใช้ แต่เพื่อให้นางมีชีวิตที่ดีในสกุลหยวนแม้จะแค่สักเล็กน้อยก็ดี จึงยอมแบ่งให้ไปสิบตำลึง

                เจ้าใหญ่ยิ้มกว้างด้วยในใจหวานล้ำ พลางคิดในใจว่าหลิ่วเหวินไฉช่างดีกับนางเหลือเกินโดยไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพี่เหวินไฉที่แสนดีต่อนางนั้นพอคล้อยหลังไปแล้วได้ไปซื้อบ่าวรับใช้และสาวใช้อย่างละคนคนหนึ่งคอยรับใช้ยามกลางวัน ส่วนอีกคนคอยรับใช้ยามกลางคืน ชีวิตในแต่ละวันของเขาผ่านไปอย่างสุขสำราญยิ่ง

                เพียงพริบตาก็มาถึงเดือนสิบสอง ในหมู่บ้านเจ้าเจี่ยวมีหิมะตกหนักแทบทุกวันบนถนนปกคลุมไปด้วยหิมะหนาเตอะ เจินเจินใช้เท้าเล็กๆ เหยียบลงไปบนหิมะแล้วพบว่าลึกถึงต้นขาเลยทีเดียวด้วยเหตุนี้จึงไม่มีชาวบ้านคนใดก้าวเท้าออกจากบ้าน ต่างหลบหนาวอยู่แค่ในบ้าน

                หยวนเหล่าเอ้อร์กับเจินเจินไม่ได้ไปที่บ้านสกุลกู้เช่นกัน ถึงแม้เด็กหญิงจะอยากไปหาพี่ชายแต่เนื่องจากหิมะตกหนาเกินไป หยวนเหล่าเอ้อร์จึงไม่อนุญาตให้บุตรสาวออกไป และเพื่อให้นางอยู่บ้านโดยไม่รู้สึกเบื่อหยวนเหล่าเอ้อร์จึงสอนเล่นไพ่ใบไม้[1] ผู้ใดแพ้ต้องแปะกระดาษฟางไว้บนใบหน้าถูกต้อง หลังแยกบ้านออกมา ในที่สุดหยวนเหล่าเอ้อร์ก็สามารถใช้กระดาษฟางได้!

                หยวนเหล่าเอ้อร์ถูกแปะกระดาษฟางบนใบหน้าจนเต็มลามไปถึงริมฝีปากเมื่อไม่มีที่ให้แปะแล้วจึงต้องนำไปแปะบนสมาชิกใหม่ของบ้านนั่นคือเสี่ยวเฮยหรือก็คือสุนัขสีดำตัวหนึ่งแทน

                เจินเจินที่เล่นมานานแล้วยามนี้จึงรู้สึกเบื่อหน่ายและมีความคิดอยากจะออกไปข้างนอกขึ้นมาอีกแล้วหยวนเหล่าเอ้อร์เลยหยิบลูกเต๋าออกมา แล้วชวนบุตรสาวมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง

                ลูกเต๋ามีวิธีเล่นมากมาย เจินเจินฉลาดเฉลียวไม่ถึงสองวันก็เล่นเป็นครบหมดทุกวิธี จนกระทั่งหยวนเหล่าเอ้อร์ไม่รู้จะทำเช่นไรต่อไปดีจึงต้องงัดสุดยอดวิธีขึ้นมานั่นคือกลโกงในการพนัน แต่ผลปรากฏว่าโดนบุตรสาวจับได้เสียก่อน!

                เมื่อไม่สามารถสอนวิธีการเล่นพนันให้แก่บุตรสาวได้ หยวนเหล่าเอ้อร์จึงเล่าให้เจินเจินฟังเกี่ยวกับกลในการหลอกล่อบนโต๊ะพนันและวิธีดึงดูดให้นักพนันเพิ่มเงินพนัน ก่อนจะสอนเรื่องกลโกงในการเอาชนะไปจนถึงวิธีบีบบังคับให้ผู้ที่เล่นพนันแพ้ขายบุตรสาวบุตรชาย ภรรยา ญาติที่เป็นสตรี หรือกระทั่งมารดาเพื่อมาชดใช้หนี้

                เจินเจินฟังบิดาเล่าเรื่องราวอย่างออกรสออกชาติทั้งยังมีความมั่นใจอย่างมากว่าหากนางลงมือโกงจะต้องทำให้ผู้ที่เล่นพนันด้วยยอมขายตัวเองเพื่อใช้หนี้พนันเป็นแน่!

                แลเห็นเจินเจินกล่าวด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจหยวนเหล่าเอ้อร์กลับไม่คิดเป็นจริงเป็นจัง เขาแกล้งทำเป็นชื่นชมว่ายอดเยี่ยมที่สุดเจินเจินคือสุดยอดนักพนันอันดับหนึ่งในใต้หล้า!

                นอกจากนี้หยวนเหล่าเอ้อร์ยังเน้นย้ำอีกว่า เวลาเล่นพนันต้องเล่นให้ชนะเท่านั้นจะแพ้ไม่ได้เป็นอันขาด ทั้งยังสอนสั่งบุตรสาวว่าหากมีโอกาสที่จะเป็นฝ่ายชนะก็ต้องคว้าเอาไว้

                เจินเจินจดจำคำบิดาไว้แล้วเอ่ยถามว่าอีกฝ่ายเคยไปโรงพนันบ้างหรือไม่ซึ่งหยวนเหล่าเอ้อร์ตอบว่าไม่เคย ตัวเขาไม่ได้โง่ถึงเพียงนั้นทว่าความจริงแล้วคนในโรงพนันล้วนรู้กันดีว่า ผู้เฒ่าหยวนไม่สนใจบุตรชายคนรอง หากให้หยวนเหล่าเอ้อร์เข้ามาเล่นแล้วติดหนี้พนันย่อมไม่มีทางใช้คืนให้คนเหล่านั้นจึงไม่ยินยอมให้เขาเข้าไปเล่นต่างหาก

                เพียงพริบตาเวลาก็ล่วงเลยมาถึงวันที่ยี่สิบแปดเดือนสิบสอง วันนี้หิมะตกหนักเป็นพิเศษกู่ซื่อทำโจ๊กล่าปา[2] หม้อใหญ่นางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม หิมะตกหนักเหลือเกินเช่นนี้แล้วนางจะเอาโจ๊กไปให้เจินเจินได้อย่างไร

                นี่เป็นธรรมเนียมที่ได้มาจากบ้านเดิมของนาง พอถึงเทศกาลล่าปา[3] จะต้องทำโจ๊กแล้วนำไปให้ญาติสนิทมิตรสหายที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงบัดนี้นางย้ายมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเจ้าเจี่ยวชาวบ้านที่นี่ไม่มีธรรมเนียมนี้นางจึงไม่ได้ต้มโจ๊กล่าปามาหลายปีแล้วแต่ทว่าสกุลจ้าวไม่เหมือนกัน นางอยากให้เจินเจินได้กินโจ๊กล่าปาฝีมือนางเหลือเกิน

                “ท่านแม่ เดี๋ยวข้าไปเองขอรับ” กู้อวี้ยืนอยู่ด้านนอกห้องบนศีรษะสวมหมวกฟาง บนตัวสวมเสื้อกันฝนที่เท้าสวมรองเท้าหนังที่ทั้งหนาและยาวขึ้นถึงหัวเข่าเป็นรองเท้าที่หยวนเหล่าเอ้อร์กับกู้ซิ่วไฉซื้อหนังมาแล้วจ้างให้ช่างเครื่องหนังในเมืองเย็บให้เป็นพิเศษรองเท้าคู่นี้จึงพอดีกับเท้าของชายหนุ่ม อีกทั้งสวมใส่แล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างมาก

                “ท่านแม่ ข้าไปได้ขอรับ” กู้อวี้เอ่ยเมื่อเห็นมารดามีสีหน้าเป็นกังวล “ข้าไม่มีทางเอาเรื่องขาของข้ามาล้อเล่นเด็ดขาด”

                กู่ซื่อได้ยินบุตรชายยืนยันเช่นนี้จึงยื่นตะกร้าซึ่งใส่หม้อดินไว้พลางกำชับ“เช่นนั้นก็ระวังด้วย”

                “ขอรับ” กู้อวี้รับคำก่อนจะถือตะกร้าเดินออกจากบ้าน

                เนื่องจากหิมะตกหนัก กู้อวี้จึงต้องค่อยๆ เดินอย่างช้าๆไม่นานก็หายไปท่ามกลางหิมะสีขาวโพลน

                ‘ปังๆ’ กู้อวี้ยกมือเคาะประตูบ้านรองสกุลหยวน

                “นั่นใคร” จ้าวซื่อเดินออกมาจากห้องครัว ตะโกนถามอยู่ใต้ชายคาบ้าน

                เสี่ยวเฮยวิ่งพุ่งไปที่ประตูใหญ่ ส่งเสียงเห่าไม่หยุด

                เจินเจินวิ่งออกมาจากในห้องโถง “ต้องเป็นพี่ชายแน่ เสี่ยวเฮย หลบไปเจ้าห้ามกัดพี่ชายรู้หรือไม่”

                หยวนเหล่าเอ้อร์ที่เดินตามออกมาพูดขึ้นมาว่า “จะเป็นไปได้อย่างไรขาเขายังเจ็บ หิมะตกหนักเช่นนี้มีหรือจะกล้าออกมา” พอเปิดประตูก็ได้พบกับบุรุษซึ่งสวมเสื้อกันฝนผู้หนึ่งยืนนิ่งอยู่

                “ท่านอารองหยวน ท่านแม่ข้าต้มโจ๊กล่าปาจึงให้ข้านำมาให้”บุรุษผู้นี้กล่าวทักทายพร้อมกับยื่นตะกร้าออกมาเบื้องหน้า

                “อวี้เอ๋อร์หรือ รีบเข้ามาข้างในก่อนเถิดเพิ่งจะเดินได้เหตุใดถึงรีบร้อนเดินมาที่นี่แล้วเล่า” จ้าวซื่อเรียกให้กู้อวี้เข้าไปในบ้าน

                เจินเจินจูงมือกู้อวี้เข้าไปในห้องโถงอย่างดีอกดีใจ นางบอกแล้วว่าพี่ชายมาทว่าท่านพ่อท่านแม่กลับไม่เชื่อ เฮอะ

                พี่สาวสุนัขจิ้งจอกเคยบอกว่า ‘เช่นนี้เขาเรียกว่ามีใจสื่อถึงกัน’

                กู้อวี้ถอดหมวกฟางและเสื้อกันฝนวางพิงกำแพงเอาไว้แล้วถึงค่อยเดินเข้าไปในห้องโถงทว่าหยวนเหล่าเอ้อร์กลับบอกให้เขาถอดรองเท้าออกด้วย ก่อนจะนำไปผิงไฟให้

                เจินเจินออดอ้อนให้กู้อวี้อุ้ม ทั้งยังพูดว่าคิดถึงพี่ชายอย่างมากหยวนเหล่าเอ้อร์เห็นแล้วรู้สึกปวดใจเหลือเกิน ไฉนบุตรสาวถึงไม่ออดอ้อนตนแบบที่ทำกับกู้อวี้บ้างนะ

                กู้อวี้ปล่อยให้เจินเจินกอดและหอมตนอยู่สักครู่แล้วถึงเอ่ยถามออกไป“กลอนที่ข้าให้เจ้าท่องกับตัวอักษรที่ให้คัด เจ้าท่องและคัดเสร็จแล้วหรือไม่”

                เจินเจินไม่ชอบคัดอักษร จากเดิมที่ต้องคัดตัวอักษรวันละสิบแผ่นกู้อวี้จึงลดเหลือวันละสองแผ่น ทว่าพอเจินเจินได้ยินประโยคนี้แล้วตัวก็ยังชะงักแข็งค้างอยู่อย่างนั้น ก่อนจะชี้ไปที่บิดาพร้อมกับโยนความผิดไปให้“เป็นเพราะท่านพ่อให้ข้าเล่นไพ่ใบไม้และลูกเต๋าเป็นเพื่อนทั้งยังสอนกลโกงในการเล่นพนันให้ ข้าเลยไม่มีเวลาท่องกลอนกับคัดอักษร”

                กู้อวี้หันไปมองหยวนเหล่าเอ้อร์ด้วยแววตาเย็นเยียบ ทำเอาผู้ถูกมองถึงกับเสียวสันหลังวูบ

                “ไม่ใช่นะ อวี้เอ๋อร์ เจ้าฟังข้าอธิบายก่อน…”


    [1]ไพ่ใบไม้เป็นไพ่จีนชนิดหนึ่ง เนื่องจากขนาดของไพ่เท่ากับใบไม้จึงได้ชื่อว่าไพ่ใบได้ว่ากันว่าเป็นต้นแบบของไพ่โป๊กเกอร์ในปัจจุบัน

    [2]โจ๊กล่าปาคือโจ๊กที่กินกันในเทศกาลล่าปา เป็นโจ๊กที่ทำจากข้าวผสมกับธัญพืชรวมแปดชนิด

    [3]เทศกาลล่าปาเทศกาลนี้จะอยู่ในช่วงปลายฤดูหนาว พืชผลซึ่งถูกเก็บเกี่ยวรอเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงชาวจีนทุกคนจึงใช้ช่วงเวลานี้ไหว้บรรพบุรุษและเทวดาฟ้าดิน ในสมัยโบราณการเซ่นไหว้นั้นต้องล่าสัตว์มาเป็นเครื่องสังเวยจึงเรียกเดือนสิบสองว่าล่า และเพื่อเซ่นไหว้เทพเจ้าแปดองค์ ซึ่งภาษาจีนของแปดคือปาจึงเรียกรวมกันว่า ล่าปา

    คล้ายกับเรื่องไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663