(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70

    บทที่ 11 อุ้มกลับไปนอนที่ห้อง

    บทที่ 11 อุ้มกลับไปนอนที่ห้อง


    ตอนนี้ตระกูลฉินมีบ้านหลังคากระเบื้องสองห้องหลังใหญ่หนึ่งหลัง ห้องครัว และห้องเก็บฟืนเล็ก ๆ อีกหนึ่งห้อง และมองออกได้ชัดเจนว่าเพิ่งพบเจอกับภัยพิบัติมา ฟืนที่กักตุนไว้มากกว่าครึ่งยังชื้นอยู่นิดหน่อย


    โชคดีที่ตอนนี้อากาศไม่หนาว เป็๲๰่๥๹เวลาที่หน้าร้อนจวนมาเยือน


    ไป๋อวี้ลากผ้าห่ม ทิ้งตัวนอนลงตรงข้ามกับกองฟืนกองหนึ่ง


    สองวันที่ผ่านเธอเผชิญหน้ากับความตึงเครียดและเร่งรีบผิดปกติ ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนเพิ่งได้หายใจหายคออย่างโล่งอก

     

    ฐานะของคนที่มาจากโลกอนาคต แม้จะเคยเริ่มต้นธุรกิจอย่างลำบากลำบน แต่ก็ไม่เคยไปอยู่ในที่ที่ป่าเถื่อนอย่างก่างจื่อหลิ่งมาก่อน


    ขณะที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อย ประตูห้องเก็บฟืนก็เปิดออก


    “เอ๊ะ” ไป๋อวี้หยัดตัวขึ้นเหลียวมองข้างหลัง


    “แม่คะ!”


    ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าดังตึกตักครู่หนึ่ง แล้วฉินเสี่ยวกั่วก็มุดเข้ามาในอ้อมอกเธอ


    “แหะ ๆ แม่คะ หนูจะนอนกับแม่” เด็กน้อยพูดเสียงอ่อนหวาน


    ไป๋อวี้จนใจนิดหน่อย ยื่นมือไปลูบหัวเธอ “พ่อมีเตียงเตาใหญ่โตให้นอน ทำไมลูกไม่ไปนอนกับพ่อล่ะ”


    “หนูไม่อยากได้เตียงกว้าง หนูอยากอยู่กับแม่”


    ฉินเสี่ยวกั่วถูไถศีรษะในอ้อมกอดเธอ


    ชาติก่อนไป๋อวี้ยังไม่ได้แต่งงาน และไม่เคยเป็๲แม่คน ก่อนหน้านี้คิดอย่างเดียวว่าจะปล่อยให้เสี่ยวกั่วอยู่ที่ก่างจื่อหลิ่งไม่ได้ เด็กอย่างเสี่ยวกั่วเป็๲ยิ่งกว่าสัตว์เลี้ยงในสายตาคนพวกนั้น


    พอมาคิดดูตอนนี้แล้ว...


    เธอถามฉินเสี่ยวกั่วเบา ๆ “ลูก…ลูกชอบพ่อกับพี่ชายไหม”


    ฉินเสี่ยวกั่วกล่าวอย่างเบิกบานใจ “ชอบค่ะ พ่อให้หนูขี่ม้าตัวใหญ่ พี่ชายให้หนูกินของอร่อย”


    “งั้นต่อไปหนูอยู่กับพ่อดีไหม”


    ไป๋อวี้รู้ความสามารถในการอยู่รอดของตัวเองดี หนีออกไปก็ต้องลำบากอยู่ระยะหนึ่ง


    แต่ไม่ใช่กับเด็กน้อย…


    คนเขามีพ่อ แถมพ่อของเธอก็มีกำลังความสามารถ ฐานะก็ไม่เลว และรักเธอด้วย จะให้ตนลักพาตัวเธอไประหกระเหินเพียงเพราะเธอมีมิติลับ เป็๲ต้นเรียกทรัพย์ไม่ได้หรอกมั้ง


    ถ้าทำอย่างนั้น เธอก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเดนมนุษย์ก่างจื่อหลิ่งพวกนั้น


    ปล่อยให้เด็กน้อยอยู่กับพ่อของเธอดีกว่า...


    ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ ฉินเสี่ยวกั่วจะพลิกตัวขึ้นมามองเธออย่างตื่นตระหนก “แม่คะ แม่จะทิ้งหนูอีกแล้วเหรอคะ”


    ไป๋อวี้รีบอุ้มเธอขึ้นมาปลอบ “ไม่ใช่นะ...”


    ฉินเสี่ยวกั่วโศกเศร้าเสียใจ “แม่คะ หนูจะเป็๲เด็กดี แม่อย่าทิ้งหนูเลยนะคะ ฮือ...”


    เดี๋ยวนะ! ฉันก็ไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของเธอซะหน่อย!


    เด็กน้อยร้องไห้เหมือนน้ำตาสั่งได้ ทำให้ไป๋อวี้รู้สึกหัวหมุนขึ้นมาทันที


    “กั่วเอ๋อร์เด็กดี ไม่ร้องนะเด็กดี...”


    เพียงชั่วครู่ประตูก็ถูกผลักออกอย่างแรง


    ฉินต้าซานเดินเข้ามา หันหลังให้กับแสงจันทร์พร่างพรายนอกห้อง รูปร่างสูงใหญ่และมีความน่าเกรงขาม


    “เธอพูดอะไรกับลูก!” ฉินต้าซานกล่าวอย่างถมึงทึง


    ไป๋อวี้ “ฉันเปล่านะ...”


    ฉินเสี่ยวกั่วพูดอย่างเศร้าเสียใจ “แม่บอกว่าจะให้หนูอยู่กับพ่ออีกแล้ว”


    ไป๋อวี้ลูบหลังฉินเสี่ยวกั่วด้วยความลนลาน


    ฉินต้าซานเดินเข้ามาย่อตัวนั่งลงข้างกองฟืน แล้วยื่นมือไปลูบหัวฉินเสี่ยวกั่วในอ้อมกอดหญิงสาว


    “กั่วเอ๋อร์ไม่ร้องนะ แม่หนูไม่ทิ้งหนูหรอก”


    เขาแทบจะพูดเน้นทีละคำ


    กัดฟันราวกับว่าการตัดสินใจขึ้นอยู่กับเขางั้นแหละ!


    ฉินเสี่ยวกั่วน้ำตาไหลพราก “จริงเหรอคะ”


    “จริงสิ”


    ฉินต้าซานเอ่ยพลางถลึงตาใส่ไป๋อวี้


    ไป๋อวี้พูดอะไรไม่ออก 


    ฉินเสี่ยวกั่วเงยหน้ามองไป๋อวี้อีกครั้ง “แล้วทำไมแม่ต้องบอกให้หนูอยู่กับพ่อล่ะ”


    ไป๋อวี้พูดอย่างกระอักกระอ่วน “แม่รู้สึกว่าพ่อหนูดีกับหนูไง พ่อหนูไม่ดีเหรอ”


    ฉินเสี่ยวกั่วครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วพูดไร้เดียงสา “พ่อดีกับหนู แต่หนูอยากอยู่กับแม่ด้วย”


    ไป๋อวี้พลันรู้สึกเหมือนโดนต้มขึ้นมาทันที


    ทว่าตัวฉินต้าซานเองกลับคิดไปต่าง ๆ นานา


    เมื่อครู่เขารู้ตัว๻ั้๹แ๻่ที่ฉินเสี่ยวกั่วตื่นเลยแอบตามมา เห็นเธอเดินไปหาแม่ของเธอ


    ขณะที่เขาคิดจะหันหลังกลับไป กลับได้ยินเสียงเสี่ยวกั่วร้องไห้ สิ่งที่เขาคิดในตอนนั้นคือ คืนนี้เสี่ยวซู่เ๽้าเด็กดื้อคนนั้นอาจจะพูดจาเหลวไหลทำผู้หญิงคนนี้๻๠ใ๽


    เธอกลัวว่าเมื่อถึงตอนนั้นจะถูกขับไล่ไสส่งเลยบอกลูกว่าให้อยู่กับพ่อ


    เขาจึงพูดเสียงแข็งกับไป๋อวี้ว่า “เธออยู่ที่นี่ไปเถอะ ขอแค่เธอทำตัวซื่อสัตว์ ไม่มีใครทำอะไรเธอได้หรอก”


    ไป๋อวี้ “อะไร...นะ”


    วินาทีต่อมา ฉินต้าซานก็อุ้มทั้งผู้ใหญ่และเด็กพร้อมผ้าห่มขึ้นมา


    ไป๋อวี้ “!!!”


    ฉินเสี่ยวกั่วอุทานว่า “พ่อคะ จะชูสูง ๆ เหรอคะ”


    ฉินต้าซาน “อืม”


    เด็กน้อยที่เมื่อครู่ยังร้องไห้ก็พลันดีใจจนหัวเราะออกมา


    ส่วนไป๋อวี้ก็โมโหเพราะเขินอาย “นายจะทำอะไรน่ะ!”


    “พาเธอกลับไปนอน เธอจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน” ฉินต้าซานกล่าว


    ไป๋อวี้คิดในใจว่าฉันไม่ได้ฟุ้งซ่านซะหน่อย!


    ฉันไม่อยากนอนกับนายจริง ๆ เหอะ!


    แต่เหมือนว่าคนคนนี้จะคิดอะไรแผลง ๆ อยู่ก็ไม่รู้...


    แสร้งทำเป็๲ว่าหวังดีกับเธอทั้งที่แต๊ะอั๋งเธอแท้ ๆ!


    ฉินต้าซานคงจะมีนิสัย ‘ขึ้นอยู่กับความรู้สึกฉัน ไม่ใช่ความรู้สึกเธอ’


    ที่สำคัญคือแรงก็เยอะมากจริง ๆ...


    เขาแบกทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กกลับเข้าไปที่เตียงหลังใหญ่ในห้อง


    ที่น่าแปลกคือ ในสถานการณ์แบบนี้ ฉินเสี่ยวซู่กลับนอนหลับสบายใจเฉิบ


    ต่อให้ฉินเสี่ยวกั่วที่ถูกโยนลงเตียงจะหัวเราะ ‘เอิ๊กอ๊าก’ ก็ตาม


    ไป๋อวี้๻๠ใ๽จนล้มลุกคลุกคลานไปที่ขอบเตียง


    ฉินเสี่ยวกั่วนึกว่าแม่กำลังเล่นกับเธอเลยรีบคลานตามเข้ามา


    ฉินต้าซานเหมือนจะจะแสยะยิ้ม ก่อนจะนอนลงข้างฉินเสี่ยวซู่แล้วหันหลังให้พวกเธอ


    “รีบนอนซะ” เขาพูดเสียงดุ


    ไป๋อวี้สงบลงหลังผ่านการถูก ‘หามอย่างป่าเถื่อน’ 


    เพราะเธอเป็๲คนถนัดการใช้สมอง ไม่ถนัดการใช้กำลังนี่นา!


    มันทำให้หัวใจน้อย ๆ ของเธอเต้น ‘โครมคราม’ อย่างบ้าคลั่งตอนที่ขยับเข้าไปกอดฉินเสี่ยวกั่ว


    ……


    ตอนแรกนึกว่าคืนนี้จะนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะนอนร่วมเตียงกับผู้ชายซะอีก!


    ปรากฏว่าไป๋อวี้กลับนอนหลับเป็๲ตาย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน


    ซ้ำร้ายเช้าตรู่วันต่อมา ไม่รู้ว่าฉินต้าซานกับฉินเสี่ยวกั่วออกไป๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่


    ทิ้งเธอกับฉินเสี่ยวซู่ไว้บนเตียง


    ฉินเสี่ยวซู่ตื่นมาแล้วพบเธอที่กำลังนอนหลับอุตุอยู่มุมหนึ่ง


    เขารีบคลานเข้าไปบีบจมูกเธอทันที


    ไป๋อวี้สะลึมสะลือลืมตาขึ้น


    ฉินเสี่ยวซู่เอ่ยเสียงกราดเกรี้ยว “เธอนอนห้องเก็บฟืนไม่ใช่เหรอ ทำไมมานอนบนเตียงฉันได้”


    ไป๋อวี้หาวหวอดแล้วผลักเขาออก “พ่อนายอุ้มฉันมา”


    ความหมายก็คือ ‘เธอไม่ได้อยากมาซะหน่อย!’


    ฉินเสี่ยวซู่กล่าว “เธออย่าคิดว่าฉันจะเชื่อเธอ!”


    ดุร้ายจริง ร้องแว้ด ๆ เหมือนลูกหมาป่าแข็งนอกอ่อนใน


    ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมก็อดรนทนไม่ไหวแยกเขี้ยวขู่ซะแล้ว


    ไป๋อวี้ก็คร้านจะถือสาเอาความเด็ก ถามเพียงว่า “มื้อเช้าอยากกินอะไร”


    เป็๲สงฆ์หนึ่งวัน ตีระฆังวันเดียว เธอตั้งใจว่าจะจัดการงานบ้านของตระกูลฉิน


    ฉินเสี่ยวซู่เอ่ยอย่างขึงขัง “ฉันไม่กินของที่เธอทำ!”


    ไป๋อวี้ยิ้ม “อ้อ ฉันทำก่อน ถึงตอนนั้นคอยดูว่านายจะกินหรือเปล่า”


    พูดจบก็รวบผมเล็กน้อยแล้วเดินออกไป


    ในตอนนั้นไก่ก็ขันอีกแล้ว ไป๋อวี้มองตะวันที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าพลางคิดว่าตอนนี้คงเพิ่งตีห้าล่ะมั้ง


    ฉินต้าซานพากั่วเอ๋อร์ไปไหนแต่เช้านะ


    ฉินเสี่ยวซู่๻ะโ๠๲ไล่หลังเธอว่า “ห้ามเธอแตะต้องอาหารบ้านฉันเด็ดขาด!”


    ไป๋อวี้ตรงเข้าไปในครัวโดยไม่สนใจเขาด้วยซ้ำ