Just For Love 3
“กรี๊ด!! พี่ซันเดย์”
“แม่! หนูอยากได้เขา”
“ซันเดย์! อยากได้ เราอยากได้เขา”
“พ่อของลูก”
“หลัวมาก กรี๊ด!!”
เสียงเหล่าแฟนคลับที่มารอรับซันเดย์หลังจากที่เขาถ่ายเอ็มวีเสร็จใน่เย็นของวันถัดมา ทุกอย่างรอบข้างถูกกลบด้วยเสียงกรี๊ดของแฟนคลับ ซันเดย์ยืนคุยทักทายกับแฟนคลับเล็กน้อยก่อนจะขอตัวกลับ เมื่อขึ้นรถมาได้คนตัวโตก็หลับไปทันทีด้วยความเหนื่อย พี่พลที่ทำหน้าที่ขับรถลอบมองฉันอย่าง้าปรึกษาว่าควรจะทำยังไงดี เพราะซันเดย์ยังไม่ทานข้าว
“ซันเดย์ ซัน”
“อือ”
“อยากทานอะไรไหม”
“สั่งมาเลย”
“ทานห้องนะ”
“ครับ” เสียงคนตัวโตตอบกลับงึมงำไม่หยุด ฉันเองพอได้คำตอบก็ขอให้พี่พลจอดรถที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนจะลงไปสั่งอาหารให้ซันเดย์ ระหว่างที่สายตาก็เหลือบไปเห็นข่าวหนึ่งที่กำลังถูกนำเสนอผ่านสื่อ เป็นักร้องที่กำลังมีชื่อเสียงอยู่ในตอนนี้
‘ยังไม่มีแฟนครับ คนคุยก็ไม่มี ที่จริงผมรอใครบางคนอยู่น่ะครับ’
หัวใจฉันเต้นตึกตักกับประโยคนั้นของคนในทีวี รอยยิ้มของเขาทำเอาฉันตาพร่าไปหมด คิดถึงจัง คิดถึงเขามากเลย
“ข้าวได้แล้วค่ะ”
“อ้อ ขอบคุณค่ะ” สะดุ้งใเพราะเสียงเรียกของพนักงานในร้าน ฉันมองภาพคนในทีวีอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินออกจากร้าน
“พี่พลทานข้าวด้วยกันก่อนไหมคะ?”
“อ้อ ขอบคุณครับแต่ว่าผมอยากกลับไปหาแฟนอ่ะค่ะ แฮ่ๆ คิดถึงเมียแล้วครับ”
“แหม น่าอิจฉาจัง เอางั้นก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้เวลาเดิมนะคะ”
“ได้ครับ” เกือบยี่สิบนทีก็มาถึงคอนโดของซันเดย์ ฉันปลุกคนที่เหนื่อยจากการทำงานให้เข้าคอนโด ฉันขึ้นไปจัดเตรียมกับข้าวให้เขาระหว่างที่เขากำลังอาบน้ำเปลี่ยนชุดและเขียนกระดาษโน้ต บอกเขาว่าจะกลับก่อน ทานข้าวเสร็จให้รีบพักผ่อนพรุ่งนี้เช้าจะเข้ามารับเวลาเดิม
“พี่บีม”
(จ้าว่าไง เป็ยังไงบ้าง) ปลายสายเอ่ยถามทันทีที่รับสาย ฉันไม่ได้กลับบ้านมาสองสามวันแล้วั้แ่ดูและซันเดย์ฉันก็พักที่คอนโดแทน
“พรุ่งนี้งานเสร็จเร็ว หนูขอฟรีไทม์ได้ไหม”
(ได้สิ แล้วจะไปไหน)
“ไม่ได้ไปค่ะ จะอ่านหนังสือสอบแล้ว”
(อ๋อ ได้ๆ เดี๋ยวยังไงตอนเย็นพี่ให้คนเอาข้าวไปส่งนะ จะได้ไม่ต้องออกไปซื้ออะไรดึกๆ)
“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
(จ้า แล้วดูแลซันเดย์เป็ยังไงบ้าง โอเคหรือเปล่า)
“โอเคค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย”
(ดีแล้วล่ะ ถ้ายังไงมีอะไรบอกพี่เลยนะ)
“ค่า หนูไปนอนแล้วนะ คิดถึงพี่นะคะ”
(คิดถึงเหมือนกัน เจอกันวันหยุด)
“ค่ะพี่”
ที่ต้องดูแลซันเดย์มันไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยนะเขาไม่ค่อยเื่มากจู้จี้จุกจิกเท่าไหร่ ไม่สิ ไม่เคยเป็เลยเขาน่ะชอบงอแงนิดหน่อยเวลาเหนื่อยมาก ๆ แล้วหิว ที่เหลือคือดีมากวางตัวดี ให้เกียรติคนรอบข้าง นี่คงเป็เสน่ห์อีกอย่างของเขาล่ะนะ
“ไม่แปลกที่แฟนคลับจะรัก” ฉันพึมพำกับตัวเองเสียงเบาระหว่างที่เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มแฟนคลับซันเดย์ที่ตอนนี้มีทั้งรูปและเล่าความประทับใจ เมื่อเห็นว่าไม่มีดราม่าอะไรจึงเก็บโทรศัพท์และตั้งใจจะนอนพัก
เกือบตีห้าฉันตื่นนอนอาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินทางไปยังคอนโดของซันเดย์เพื่อปลุกคนตัวโต วันนี้มีงานตอนเช้าและตอนบ่ายจะว่างยาวจนถึงพรุ่งนี้เลยล่ะ
“ซันเดย์!”
“อื้อ จะตื่นแล้ว”
“ตื่นแล้วก็ลุก”
“งานเยอะไหมวันนี้”
“ไม่เยอะ มีแค่ตอนเช้า ตอนบ่ายว่างฟรีไทม์เลย”
“อือ เดี๋ยวอาบน้ำก่อน” ซันเดย์ลุกจากเตียงเดินงัวเงียเข้าห้องน้ำไป ส่วนฉันเองก็เตรียมชุดไว้ให้ เกือบเจ็ดโมงเช้าเราถึงได้เดินทางไปยังสตูดิโอถ่ายแบบ ง่านถ่ายแบบของซันเดย์เยอะมากจนฉันเองยังใ วันนี้ก็เป็การถ่ายปกนิตยสาร ที่มีเครือทั่วเอเชีย
“น้องซันเดย์นี่ผิวดีมากเลยนะเนี่ย พี่ล่ะอย่างชอบ”
“ขอบคุณครับ” ซันเดย์เอ่ยตอบกลับ
“แล้วนี่ ผู้จัดการคนใหม่เหรอคะไม่เคยเห็นเลย”
“เข้ามาช่วยดูแลซันเดย์ชั่วคราวค่ะ วันนี้รบกวนด้วยนะคะ” ฉันแนะนำตัวและส่งยิ้มให้กับพี่ทีมช่างแต่งหน้า ซันเดย์ยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้ยินฉันเอ่ยแบบนั้น
“ยิ้มอะไร?” ฉันเอ่ยถามด้วยความข้องใจเมื่อเข้าไปใกล้ยื่นเสื้อคลุมให้กับเขา
“เปล่าครับ” เขายิ้มขำรับเสื้อไปคลุมทับ ตอนนี้เขาสวมเพียงเสื้อกล้ามสีเข้มรอแต่งหน้าเสร็จแล้วเปลี่ยนชุด แต่พอได้เห็นรอยยิ้มเขาแบบนี้ฉันก็อดที่จะหมั่นไส้เขาไม่ได้จริง ๆ
“เสร็จงานแล้วว่างนะ” ฉันบอกซันเดย์
“ไปทานข้าวกันก่อน หิว”
“เดี๋ยวไปส่ง” ฉันบอก มือก็ก้มเก็บของใส่กระเป๋า ก็พวกตารางงานอะไรนั่นแหละ
“ไม่เอา ไปด้วยกัน”
“เลี้ยงไหม?” ฉันแกล้งถาม
“เลี้ยงอยู่แล้วน่า ไปนะ”
“ค่า ๆ ๆ เดี๋ยวบอกพี่พลไว้ด้วย”
“ครับ ตามนั้น” เขายิ้มน้อย ๆ ก่อนจะลุกไปเปลี่ยนชุดที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ เชิ้ตขาวกางเกงยีนดีมากจริง ๆ เวลาอยู่บนเรือนร่างของซันเดย์ ฉันมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองเมินไปอย่างอื่น ห้ามหัวใจไม่ให้เต้นแรงเพราะนั่นคือศิลปินที่ต้องดูแล ห้ามมีเื่ชู้สาวหรือใจเราห้ามหวั่นไหวเด็ดขาด เพราะมันคงไม่เป็ผลดีต่อตัวศิลปินและแฟนคลับเท่าไหร่
“คุณฟาง รบกวนคุยกับคุณบีมหน่อยครับ” พี่พลเดินเข้ามาใกล้ยื่นโทรศัพท์มาให้ ฉันรับมาอย่างไม่อิดออดและเอ่ยทักทายปลายสายทันที
“ค่ะพี่บีม”
(พี่หาคนมาดูแลซันเดย์ได้แล้วนะ วันนี้เราทำงานวันสุดท้ายแล้ว)
“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
(กลับบ้านไหมวันนี้)
“กลับค่ะ เจอกันนะ”
(ได้เจอกัน)
ทำงานช่วยพี่บีมวันนี้วันสุดท้ายสินะ อย่างงั้นวันนี้ต้องฉลองแล้วสิ ส่งซันเดย์เสร็จก็กะว่าจะเข้าไปนอนพักที่คอนโดจากนั้นก็จะกลับบ้านไปหาป้ากับพี่บีม
“คุณผู้จัดการ มาถือเสื้อไว้ให้หน่อยครับ” เสียงทุ้มเป็เอกลักษณ์ของซันเดย์เอ่ยเรียก เอาละ เริ่มทำงานวันสุดท้ายกันดีกว่า ซันเดย์ทำงานได้อย่างมืออาชีพ หลังจากถ่ายชุดสุดท้ายเสร็จทั้งเขาและฉันก็เอ่ยขอบคุณทีมงานที่ทำงานกันอย่างหนักในวันนี้ ซันเดย์เปลี่ยนชุดเป็ชุดที่เตรียมมา
“ขอแวะทักแฟนคลับได้ไหม” ซันเดย์หันมาถามเมื่อเรากำลังอยู่ในลิฟต์ เขาไม่ยอมให้ฉันถืออะไรเลยนอกจากถือกระเป๋าสะพายเขาที่แทบจะไม่มีอะไรเลยนอกจากโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ ส่วนกระเป๋าใส่ชุดที่ใส่มาพี่พลเอาไปเก็บไว้ให้แล้วที่รถ
“ว่าไงครับ”
“อ้อ ได้ค่ะ ยังไงก็ไม่มีงานต่ออยู่แล้ว”
“ขอบคุณครับ” ซันเดย์ยิ้มมุมปาก เมื่อเราเดินออกจากลิฟต์ก็มีกลุ่มแฟนคลับกลุ่มใหญ่ยืนรออยู่ที่หน้าสตูฯ ดีที่ว่าวันนี้อากาศเย็นสบายติดไปทางครึ้ม ๆ ไม่มีแสงแดด เมื่อแฟนคลับเห็นซันเดย์ก็กรี๊ดและยกกล้องตัวละหลายแสนขึ้นมาถ่ายรูปจนได้ยินเสียงชัตเตอร์รัวไปหมด บางคนก็ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายเป็วีดีโอ พอซันเดย์เดินเข้าไปใกล้แฟนคลับ กลุ่มแฟนคลับก็เดินถอยหลังออกจาก มันเป็ภาพที่น่ารักมากจนฉันหลุดยิ้มและขำเบา ๆ ฉันไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ซันเดย์มากเท่าไหร่เพราะบางทีแฟนคลับถ่ายรูปออกมาคงอยากได้รูปของซันเดย์คนเดียวมากกว่า พวกเขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยอีดิทรูปมากจนเกินไป
“ขยับไปไหนเนี่ย” ซันเดย์ว่าเจือเสียงหัวเราะ
“หล่อเกินไปอย่าเพิ่งเข้ามาใกล้ เขิน” เสียงแฟนคลับคนหนึ่งะโกลับมา ทั้งซันเดย์และแฟนคลับต่างหัวเราะลั่น
“โอเคงั้นยืนตรงนี้นะ แต่ขยับเข้ามาจะได้ใกล้ ๆ กัน” ซันเดย์หยุดยืนอยู่กับที่ แฟนคลับก็หยุดถอยหลังและเริ่มถ่ายรูปกันอีกครั้ง
“ซันเดย์ วันนี้มีแฟนคลับจากจีนและญี่ปุ่นมาด้วยนะ” แฟนคลับคนหนึ่งเอ่ยบอกซันเดย์
“จริงเหรอครับ คนไหนอ่ะ”
“คนนี้ ๆ ” แฟนคลับชาวจีนและญี่ปุ่นถูกดันให้ขึ้นมายืนด้านหน้า ซันเดย์ทักทายพวกเขาเป็ภาษาอังกฤษ พวกเขายิ้มกว้างด้วยความดีใจ น้ำตาที่คลอขอบตานั่นทำให้ฉันยกโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปซันเดย์กับแฟนคลับไว้ เดือนที่ถูกดวงดาวล้อมรอบมันสวยงามแบบนี้นี่เอง
“เขาไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษค่ะพี่ซัน”
“เอาแล้วไง ผมพูดได้แต่ภาษาอังกฤษอ่ะ”
“เดี๋ยวแปลให้ ๆ ” แฟนคลับคนหนึ่งยื่นกล่องกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่มาให้ซันเดย์พร้อมกับพูดอะไรสักอย่างเป็ภาษาญี่ปุ่น
“อันนี้เขาบอกว่า กลุ่มแฟนคลับที่ติดตามบ้านเขาร่วมกันทำและฝากมาให้พี่ซันค่ะ”
“ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ ฝากบอกพวกเขาด้วยนะว่าขอบคุณมาก” ซันเดย์พูดจบน้องแฟนคลับที่คิดว่าน่าจะอยู่ม.ปลายก็หันไปแปลให้แฟนคลับคนนั้นฟัง เธอยิ้มกว้างน้ำตาคลอ
“เขาบอกว่า ถ้ามีโอกาสสักครั้งอยากจะมาเจอพี่ซันที่นี่ด้วยค่ะ”
“ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ ถ้ามีโอกาสผมเองก็จะไปหาที่นู่นนะ”
“ว่าแต่ทำไมวันนี้ถึงได้คุยกับเรานานแบบนี้ล่ะคะ” เสียงคนที่ยกกล้องขึ้นถ่ายรูปไม่หยุดั้แ่ซันเดย์เดินเข้ามา เธอลดกล้องลงจากหน้าและเอ่ยถามอย่างสงสัย
“คุณผู้จัดการอนุญาตให้คุยนานได้ครับ” ซันเดย์หันมายิ้มกวน ๆ ใส่ แฟนคลับยิ้มกว้างหันมาขอบคุณฉันเสียยกใหญ่
“ขอบคุณค่ะคุณผู้จัดการ”
“ยินดีค่ะ” ฉันตอบสั้น ๆ ก่อนจะส่งยิ้มให้พวกเขา ฉันปล่อยให้ซันเดย์คุยกับแฟนคลับต่ออีกสักหน่อยก่อนจะขอตัวกลับ
“ไม่เอาแล้วนะ ครั้งหน้าไม่ต้องเอาของมาให้แล้วนะครับ”
“เอาไว้ทานไง พี่เพิ่งไปต่างประเทศมา อยากให้เราได้ทานของอร่อย ๆ ”
“มันเยอะมาก ๆ เลยผมจะชิมทุกอันแล้วขอแบ่งพี่ ๆ ได้ไหมครับ”
“ได้อยู่แล้วค่ะ”
“ขอบคุณครับ ผมไปแล้วนะครับ”
“บ้ายบายค่า”
กว่าศิลปินและแฟนคลับจะยอมแยกจากกันก็เป็เวลานาน ซันเดย์ขึ้นรถเสร็จก็พึมพรำเพลงอย่างอารมณ์ดี เราแวะทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนที่จะไปส่งฉันและซันเดย์ที่คอนโดเขา ข้าวของถูกขนขึ้นไปบนห้องพักของเขาและถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ
“พรุ่งนี้จะมารับกี่โมง” ซันเดย์ที่นอนหลับตาอยู่บนโซฟาเอ่ยถามเบา ๆ
“เดี๋ยวรอฟังตารางงานกับผู้จัดการคนใหม่นะ”
“คนใหม่?”
“ใช่ค่ะ เราทำวันนี้วันสุดท้ายแล้วล่ะ พี่บีมหาคนมาทำได้แล้ว”
“ก็ทำได้นี่ ทำไมไม่ทำต่อ” เขาถามเสียงเข้ม ขยับลุกขึ้นยืนตรงหน้าฉันพร้อมกับจ้องมองอย่างเคืองโกรธ
“ต้องกลับไปสอบแล้ว เดี๋ยวเรียนไม่จบ”
“เฮ้อ เอาเถอะ ขอบคุณที่ช่วยดูแลนะครับ ถึงบ้านแล้วโทรมาบอกด้วย”
“อ้อ ค่ะ”