คนผู้หนึ่งจะกับไปแก้ไขสิ่งใดในอดีตได้ ดีเพียงใดหากเพียงแต่ทำวันนี้ให้ดี ชีวิตเขาล้วนสิ้นแล้วความทุกข์ หยางหว่านกับจี้โม่ กอดก่ายกันบนแท่นนอนเสร็จสมอารมณ์หมายลักลอบพบกันในคืนเดือนมืด
“พี่จี้โม่ ทุกอย่างที่เราทำล้วนไม่ผิดเป็อาจารย์ที่กดดันเราทั้งคู่ ข้าไม่เคยมีใจให้อาจารย์มีเพียงความแค้นฆ่าพ่อที่ไม่อาจลืมเลือนในเมื่อใจเราสองคนต่างรู้ดีแต่อาจารย์กลับ โป้ปดว่าเขาเป็ผู้ที่ชุบเลี้ยงเราทั้งคู่มา”
“หากฆ่าเขาเคล็ดวิชาที่ สืบทอดจึงหายไปจนสิ้นเ้าก็รู้ว่าอาจารย์เป็เพียงผู้เดียวที่ได้รับการสืบทอดเคล็ดวิชามาจากอาจายร์ปู๋เตี่ยงเลี่ยง”จี้โม่ยังไม่อยากจะให้หยางหว่านสังหาร ปู้ตานซิน เพราะด้วยสุดยอดเคล็ดวิชานั้น เป็หนึ่งในสุดยอดเคล็ดวิชาที่ใต้หล้าลวนยอมสยบ
“พี่จี้โม่แล้วท่านจะปล่อยให้ข้าต้องเป็ของอาจารย์ ท่านทนได้หรือ”
“แน่นอนว่าข้าไม่อาจทนรับมัน แต่หยางหว่าน หากเราได้ สำนักเกาซิ่งซึ่งควรเป็ของเราแต่เดิม ปู้ตานซิน อายุเพียง28ปีก็ได้เป็เ้าสำนัก อีกทั้งยังได้สุดยอดเคล็ดวิชาแต่เพียงผู้เดียว ปลิดชีพบิดาของเราทั้งสองอ้างคุณธรรม นำเราสองคนมาชุบเลี้ยงใต้หล้าต่างชื่นชมยกย่องเขา มิใช่เพราะเชื่อเื่ที่เขาปั้นน้ำเป็ตัวแต่หากเป็เพราะเกรงกลัวปู้ตานซิน หากมีคนเชื่อที่เขาพูดเสียทั้งหมด เื่ที่เขาสังหารบิดาเราทั้งสองจะเล็ดลอดมาให้เราได้ยินหรือไร”
“อุบายใดจึงจะให้เขามอบเคล็ดวิชา”
“เ้าแกล้งยอมจำนนแต่งกับเขาเอาใจอาจารย์เสียหน่อย ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้เ้าโดยแท้ ฟังจากที่เขาพูดเขาลุ่มหลงเ้าไม่น้อยเป็ปรมาจารย์หาใช่เซียนบน์จึงจะตัดขาดทางโลก เ้าเพียงเอาใจเขา สิ่งใดที่เขามีนำมาเป็ของเราเสียทั้งหมดปู้ตานซิน อาจจะยากหยั่งถึงแต่ใจของเขามีเอาที่ เื่นี้จึงง่ายดาย”
“รอ เราต้องอดทนรอสิ่งที่้า ใช่หรือไม่ ข้าเคยได้ยินเื่เล่าว่าอาจารย์ปู่เตี่ยงเลี่ยงมีสุดยอด เคล็ดวิชาถึงสองแต่ ปู้ตานซิน บอกกับใครๆ ว่าเขาได้มาเพียงหนึ่งคือสุดยอดเคล็ดวิชาในการท่องกาลเวลา ท่านพี่จี้โม่ท่านคิดว่าอีกสุดยอดเคล็ดวิชานั้นคือสุดยอดเคล็ดวิชาใดกันแน่”
รัชศกก่อนหน้านั้น
คนตัดฟืนหอบมัดฟืนไว้ที่บนหลังก้มหน้าดื่มน้ำในลำธารแก้กระหาย เพียงครู่เดียว
“อ้ากกก”ร่างทั้งร่างถูกกระชากลงไปในน้ำเืสีแดงไหลปะปนไปกับสายน้ำทว่าร่างกายกับหายวับไปกับคลื่นน้ำที่สลายไปเช่นกัน เสียงร่ำลือเื่ปีศาจ และชาวบ้านที่เริ่มสูญหายไปทีละคนสองจากคนตัดฟืนเป็นายพรานจากนายพราน เป็พ่อค้าล้วนหายไปบริเวณ ลำธารใสห่างออกไปไม่ไกลจากหมู่บ้าน เื่เล่าเื่ปีศาจกินคนจึงโด่งดังไปทั่วผู้คนล้วนหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้แหล่งน้ำแห่งนั้น แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อลำธารแห่งนั้นเป็ที่พึ่งพา ดื่มกิน ชำระล้างร่างกาย
“อาจารย์ หยางหว่าน อยากจะไปด้านล่างหุบเขากับอาจารย์เสียงเล็กออดอ้อน เกาะแขนเกาะขาปู้ตานซิน ที่กำลังจะลงเขาเพื่อหาความสำราญ ความสำราญของเขาหาใช่สุรานารี หากแต่เป็เพียงการลงเขาไป ให้ผู้คนกล่าวขาน ให้ผู้คนทักทายเขา หลายเดือนแล้วที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือน สำนัก กระบี่ฟ้าที่ เป็ดังสหายใน ไม่กี่สำนักที่ล้วนต่างถูกค้ำคอด้วยคำว่าคุณธรรม ปู้ตานซิน แวะเวียนไปที่นั่น หลายเดือนในครั้งหนึ่งเพียงเพื่อพบปะเ้าสำนัก พูดคุยถึงเื่ราวคุณธรรมที่ควรมีส่วนร่วมในยุทธภพ ซึ่งเขาคิดว่ามันสำคัญไม่น้อย หากไม่ลงจากเขาเสียบ้างผู้คนอาจหลงลืมหน้าตาของเขา อาจลืมเลือนสิ่งที่จะต้องกล่าวขานถึงเขา เช่นนั้น ปู้ตานซินจึงยอมไม่ได้หากจะมีผู้ที่พยายามจะเอ่ยเขาทว่ากับนึกชื่อเขาไม่ออกว่าเขาเป็ใคร ในยามที่พบหน้ากัน
“เ้าพึ่งจะขึ้นเขามาได้แค่ เจ็ดเดือนยังไม่เหมาะจะลงไปนัก ครั้งนี้ข้าให้ศิษย์น้องของเ้า หลงตั๋วร่วมเดินทางเพราะจะต้องส่งเขาลงไปเยี่ยมเยือน ฝ่าา”หลงตั่วยืดอก ด้วยความดีใจไม่ได้แย่อะไรบางทีอาจารย์ก็ใจดี กับเขาไม่น้อยเพียงแต่ เขาที่มักจะยุยง ศิษย์พี่ทั้งหลายให้เห็นข้อเสียของอาจารย์ด้วยความแค้นเคืองที่อาจารย์ หักหน้าเขาไม่เหลือชิ้นดี
“อาจารย์ หยางหว่านคิดถึงท่านแม่ของนางเช่นกัน”จี้โม้ พูดแทนหยางหว่าน ปู้ตานซินยิ้ม จี้โม้เติบดตขึ้นมากที่เขาทำล้วนเพื่อหยางหว่านหลายอย่างในเวลาเจ็ดเดือนที่ผ่านมานี่อาจเป็เพราะร่วมทุกข์สุขกันมาจนสนิทกันดังพี่น้องหรืออาจเป็เพราะ์ลิขิตไว้แล้วให้สองคนได้เห็นอกเห็นใจกัน
“แล้วเ้าไม่อยากลงไปหรือจี้โม่”
“ข้าเป็บุรุษ เื่อ่อนแอเช่นนี้ไม่พึงกระทำในวันที่ยินยอมขึ้นเขามากับท่านพ่อข้าสัญญากับท่านแม่ไว้ว่าจะเชื่อฟังอาจารย์รีบสำเร็จวิชาโดยเร็วกลับไปดูแลท่านแม่”ปู้ตายซินยิ้มบางไจี้ดม่ก็คือจี้โม่ไม่ว่า จะเป็จี้โม่ในวัยสามขวบเกือบจะสี่ขวบหรือว่าจี้โม่ในวัย18ปีล้วนไม่ต่างกัน
“ตกลงข้าให้ศิษย์พี่หยางหว่านของเ้าลงไปกับข้า”เขา ให้หยางหว่านเป็ศิษย์พี่ของจี้โม่ในการที่เขากลับมาในครั้งนี้เพื่อที่ หยางหว่านจะได้รู้สึกว่าตัวเองาุโกว่า ไม่คิดเกินเลยหรือมีใจให้กับจี้โม่ที่เป็ศิษย์น้องเป็เพียงหหนึ่งในหลายอย่างที่เขากลับมาเปลี่ยนแปลงไม่ให้มันซ้ำรอยเดิม และเขาไม่อยากได้ยิน หยางหว่านเรียกจี้โม่ว่า..ศิษย์พี่..หรือพี่จี้โม่อย่างที่เคยได้ยินแม้คำพูดเรียก ..พี่จี้โม่..ก็บาดใจเขา
รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าน้อย หลงตั่วเองเหมือนจะดีใจกว่ายิ่งกว่า รีบป่าวประกาศไปทั่วสำนักว่าเขาจะได้ลงเขาทำเอาคนอื่นอิจฉาที่ได้ติดตามอาจารย์ลงไปเขาไป
“ก็ข้าเป็ถึงไท่จือ อาจารย์เองก็รู้ข้อนี้จึง ให้ข้าลงไปด้วยเกรงใจ เสด็จพ่อที่ป่านนี้คงอยากพบข้าเต็มทน”หวังต้าฉินส่ายหน้าไปมา เขาไม่เคยลงเขา สามปีทาแล้วหากลงไปก้แค่ ด้านล่างเพื่อส่งศิษย์น้องจูจ้าน กับเหมยกัวรับเสบียงขึ้นมาดูแลเลี้ยงดูศิษย์น้อยใหญ่ ข้างบนเขาอุดมสมบูรณ์มีทุกอย่างครบครัน เขาจะอยากลงไปเสี่ยงอันตรายทำไมกัน เขารู้ดีว่าหากอาจารย์นำหลงตั๋วไปด้วยต้องมีเหตุผลบางอย่าง หาใช่เกรงใจฝ่าาเหมือนที่หลงตั๋วคุยโม้ไว้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าด้วยเื่ใดกัน
“ดีแล้วเ้าได้ลงเขา แต่ให้รู้ไว้ว่าค่ายกลขาลงโหดหินกว่าขาขึ้น อาจารย์จึงต้องพาเ้าลงไปอยู่ให้ตัวติดอาจารย์ไว้จึงดี” หวังต้าฉินเตือนหลงตั่ว ที่ยังหลงคิดว่า ปู้ตานซินเห็นแก่บิดาเพียงแค่จะพาไปเยี่ยมฮ่องเต้อย่างที่เขาคิด
เพียงสะบัดมือปู้ตานซินก็พาทั้งสองคนผ่านด่านค่ายกลไปง่ายดาย
หยางหว่านชื่นชมอาจารย์ยิ่งนักเพียงแต่นางอายุเพียงเท่านี้ยังรู้สึกว่าอาจารย์ช่างหล่อเหลางดงามราวเทพ์อีกทั้งฝีมือร้ายกาจจนคิดว่าคงไม่มีใครสามารถต่อกรกับอาจารย์ของหยางหว่านได้ ความชื่นชมและปลาบปลื้ม ที่ได้เดินเคียงข้างอาจารย์ ไม่เพียงแต่หยางหว่านหากแต่หลงตั่วกับรู้สึกว่าตัวพองโตเหมือนอึ่งอ่าง รู้สึกภาคภูมิที่ได้ ลงเขาโดยไม่ต้องผ่าด่านคล้ายกลที่ใครๆ ก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่า แทบจะเอาชีวิตไม่รอดหากไม่ได้ฝึกกรำจนครบหนึ่งปีบนเขาเป็ศิษย์ของปู้ตานซิน แต่นี่เขากับหยางหว่านเพิ่งจะฝึกฝนไปแค่เจ็ดเดือน
“อาจารย์ศิษย์พี่ คงจะเมื่อยล้า ข้าอาสาให้ศิษย์พี่ขี่หลังจะดีไหม”ปู้ตานซินทำสีหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับคิดว่า เ้านี่ มีน้ำใจหรือว่าแสร้งทำไปดีต่อหน้าเขาเท่านั้น