ภายในถ้ำมืดสลัว ผนังและเพดานเรืองแสงสีน้ำเงิน บนพื้นมีน้ำเจิ่งนอง มีบ่อน้ำที่มีคริสทัลสีชมพูและปลาเผือกแหวกว่ายอยู่
มือข้างหนึ่งของลัคนาจับฝักดาบไว้ เตรียมจะใช้นิ้วดันออกมาได้ทุกเมื่อเสียงฝีเท้าของแต่ละคนดังก้อง บรรยากาศวังเวงชวนอึดอัด
“อีกนิดก็น่าจะถึงแล้วขอรับ” ภีมกล่าว นิชพรที่เดินนำหน้าพยักหน้าเล็กน้อย
ลอร์น่ามองเพื่อนด้วยความเป็ห่วง เดาได้ไม่ยากว่าสิ่งที่นิชพรจะขอคือการคืนชีพของเรืองฤทธิ์หรือถ้าเรียงคำพูดดีๆ อาจจะทำให้ทุกคนในบาเรียที่เคยจากไปคืนชีพขึ้นมาได้ ปัญหาใหญ่คือการตอบปัญหาของสิ่งที่เรียกว่า‘เสือแห่งสนธยา’ มันไม่น่าจะง่ายขนาดนั้น เธอสังหรณ์ไม่ดี
“แก...ภีมสินะ คิดจะขออะไร?” ฮิบิคิพูดน้ำเสียงโกรธๆฝ่ายภีมก็หันหน้ามาด้วยรอยยิ้ม
“อะไรกัน ผมจะขออะไรเลวร้ายทำไมขอรับ? ก็แค่นักเดินทางที่ผ่านมา”
“แล้วตอบปัญหานี่ตอบยังไง? ถ้าตอบได้แล้วจะสมคำปรารถนาคนไม่แห่กันมาเหรอ? แล้วนี่อะไร...ไม่มีใครมาสักคนนอกจากนาย”ลอร์น่าถามสิ่งที่ค้างคาใจอยู่
“เรามีคุณ ‘กุญแจ’ อยู่ด้วยนี่ครับ ใช่ไหม?”
พูดจบ ฮิบิคิชักดาบออกมาชี้หน้าภีมอย่างไม่ลังเล ลอร์น่าเอื้อมมือจับด้ามขวานส่วนนิชพรหันมามองเขา มือทั้งสองข้างสวมกรงเล็บอยู่
“กุญแจ...ตัวตนที่จะปลดกลอนอิสรภาพของเหล่าผู้คนในบาเรีย ทำไมเื่แบบนี้นักเดินทางอย่างผมจะไม่เคยได้ยินขอรับ? ไม่ต้องห่วงขอรับ ‘ผู้เล่น’ น้อยคนนักจะสนใจเื่หยุมหยิมจนมา่ชิงกุญแจไป”เขาเว้น่
“พาเราไปหาเสือที่ว่าเถอะ” นิชพรตัดบท เธอเดินลึกเข้าไปในความมืด ภีมก้าวฉับๆ ตาม คนที่เหลือจึงไม่มีทางเลือกนอกจากจะเดินลึกเข้าไปอีก
พวกเขามาถึงบ่อน้ำขนาดใหญ่
น้ำใสสะอาด คริสทัลแท่งใหญ่หลายแท่งอยู่ในน้ำสะท้อนแสงฟ้า มีดวงแสงสีขาวลอยออกมาเหมือนหิมะที่ลอยขึ้นฟ้ากระจกทรงกลมอยู่สูงบนผนัง และเหนือบ่อน้ำบนเพดานถ้ำก็เป็รูที่สามารถมองเห็นท้องฟ้ายามสนธยาได้
ลัคนาเดินไปััน้ำเหมือนต้องมนต์ พอนิ้วแตะก็เกิดระลอกคลื่น ภาพท้องฟ้าที่สะท้อนอยู่ในกระจกส่องแสงจ้าแสงเ่าั้รวมเป็รูปร่าง มีวงแหวนแบบเดียวกับแอปริคอตและซอร์ดแพนด้าปรากฏบนผืนน้ำเธอหน้าถอดสี ถอยหลังไปอย่างหวาดกลัว
กำลังจะมีคนตายอีกแล้วเหรอ?
ร่างที่ปรากฏออกมาััผิวน้ำด้วยเท้าอย่างแ่เบา
“ทไวไลท์ ไทเกอร์ เลเวล ??? มินิบอส ทไวไลท์แคเวิร์น”
“เหล่ามนุษย์เอ๋ย เหตุใดจึงเรียกข้า?” ทไวไลท์ ไทเกอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
เสือสีขาวมีรูปร่างสง่างาม กลางหน้าผากและเท้าทั้งสี่มีเครื่องประดับทำจากทองฝังอัญมณีดวงตาดำขลับแวววาวดั่งนิล บนหลังมีลายสีน้ำเงิน ส่วนที่งดงามที่สุดคือหางที่มีลักษณะเหมือนเปลวไฟที่ลุกโชนเป็สีท้องฟ้ายามสนธยาประดับประดาด้วยดวงดาว
‘เสือแห่งสนธยา’ นั่งลงบนผืนน้ำ
“โอ เหล่าผู้คนแห่งบาเรีย ร่ำลือกันมานานว่าร่างกายอ่อนแอแต่จิตใจดั่งหินผาพวกเ้ามีธุระอะไรกับข้า?”
วิธีพูดทำให้ลัคนานึกถึงฟูรฟูร เธอจ้องมองร่างกายอันสวยงามของเสือตรงหน้าท้องฟ้าที่สะท้อนบนร่างของมันไหววูบทุกครั้งที่ขยับตัว
“ท่านเสือแห่งสนธยา ท่านสามารถทำให้ความปรารถนาของผมเป็จริงได้ไหมขอรับ?” ภีมผลักลัคนาและนิชพรพ้นทาง เสนอตัวไปเป็คนแรก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เสือดูเหมือนกำลังยิ้ม
“ข้าเป็ตัวตนที่สามารถบิดเบือนโลกนี้ได้ หากเ้าสามารถตอบปัญหาของข้าได้เ้าจะได้สมดังปรารถนา เ้าพร้อมหรือไม่?”
“ขอรับ แน่นอน”
ปึง เสียงกำแพงหินเลื่อนมาปิดทางออก MT มองด้วยความใ กังวลว่าถ้าออกไม่ได้ตลอดกาลจะทำอย่างไร หากแต่ภีมยังมองเสือแห่งสนธยาด้วยความหลงใหลเสือเองก็ถามคำถามโดยไม่สนใจท่าทีของใคร
“ครั้งหนึ่งมีพี่สาวน้องสาว คนหนึ่งให้กำเนิดอีกคน และคนนั้นก็ให้กำเนิดคนแรกสองคนนั้นคือใครกัน?” เสือสะบัดหางอันงดงามรอคอยคำตอบจากภีมนักเดินทางหน้าซีด
“จะเป็ไปได้อย่างไรขอรับ...คนที่เกิดมาทีหลังจะให้กำเนิดคนที่ให้กำเนิดตัวเอง...เป็ไปได้อย่างไรขอรับ...? ถึงจะมีคนแบบนั้นจริงๆ ผมจะรู้จักหรือขอรับ?” ภีมหน้าเจื่อน เสือที่นั่งอย่างสงบบนผืนน้ำยังรอคอยคำตอบ สะบัดหางเป็จังหวะเหมือนเร่ง
“ผมไม่รู้...ผมไม่รู้...” ชายหนุ่มในเสื้อคลุมเอามือขูดใบหน้าเหมือนกับว่าถ้าทำแบบนั้นคำตอบจะหลุดออกมาเอง
“นั่นคือคำตอบของเ้าหรือ?” เสือแห่งสนธยาถามอย่างสงบนิ่งมันลุกขึ้นแล้วเดินมาใกล้อย่าสง่างามทำให้น้ำเกิดระลอก “จงมาเป็ส่วนหนึ่งของท้องฟ้าเสีย”
ภีมตัวแข็ง หางอันสวยงามปัดเข้าที่ใบหน้าของภีม ศีรษะของเขาก็หายไปทันทีโดยไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องอุ้งเท้าสีขาวปลอดประดับด้วยทองตะปบเข้าที่ร่างกายของภีม แล้วสิ่งที่ยืนยันการมีตัวตนของภีมทั้งหมดก็หายไป
เสือกระโจนอย่างนิ่มนวลกลับไปยังที่เดิมกลางบ่อน้ำที่สะท้อนเงาของมัน หิมะที่ลอยขึ้นจากบ่อน้ำยิ่งทำให้ภาพน่ากลัวเมื่อครู่เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
“คำตอบของปัญหาเมื่อครู่คือ ‘กลางวันและกลางคืน’ ถ้าไม่มีผู้ใด้าลองอีกข้าจะปล่อยพวกเ้ากลับ”
คนที่เหลือมองสัตว์ที่งดงามนั้นด้วยความรู้สึกหวาดกลัวและใระคนกัน ภาพภีมถูกลบไปเมื่อครู่ฝังลงในความทรงจำเรียบร้อยแต่อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็กลับได้โดยไม่าเ็ล้มตาย
ถึงต้องปล่อยโอกาสขอพรอะไรก็ได้หลุดมือ แต่พวกเขาสามารถเดินหนีมินิบอสตัวนี้ได้เฉยๆถือว่าเป็สถานการณ์ที่ดีมาก
“เดี๋ยวค่ะ” นิชพรพูด มองตรงไปที่เสือแห่งสนธยา
“เ้า้าตอบปัญหาใช่ไหม?”
“อย่านะ!” ลอร์น่าะโห้าม แต่มีพลังงานบางอย่างทำให้เธอเข้าไปหานิชพรไม่ได้เธอลนลานทุบกำแพงล่องหน
“ค่ะ” เด็กสาวตอบ เธอถอดกรงเล็บออกจากมือแล้วเหน็บไว้ที่เอว
“สิ่งใด มีเสียงเพียงเสียงเดียว แต่ตอนเช้ามีสี่ขา ตอนกลางวันมีสองขาและตอนเย็นมีมีสามขา? คิดให้ดี อย่าให้ข้าผิดหวัง”
นิชพรก้มหน้า เสือมองเธอนิ่งๆ เวลาเพียงชั่วครู่ยืดยาวเหมือนกับชั่วโมง
“คำตอบคือคน” เธอพูดสั้นๆ เสือเบิกตาแล้วเอียงคอเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ
“แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่ผู้คนในบาเรียจะตอบคำถามนั้นได้ พวกเ้าไม่เคยมีสี่ขาเกิดมามีสองขาและจะไม่มีวันมีสามขา ข้าประทับใจในตัวเ้ายิ่งนัก บอกนามของเ้ามา”
“นิชพร”
สามคนที่ดูอยู่อ้าปากค้าง นิชพรสามารถตอบคำถามของเสือตัวนั้นได้
“ดี นิชพร ในโลกที่รอพรากชีวิตของเ้านี้ เ้าปรารถนาสิ่งใดกัน?”
“...”
“นิชพร..ขออะไรน่ะ?!” ลอร์น่าไม่สามารถได้ยินเสียงที่ออกมาจากริมฝีปากของเพื่อนรักเธอได้แต่ร้องเรียกอยู่หลังม่านพลัง
“ดี ถ้านั่นคือสิ่งที่เ้า้า ข้าจะพาเ้าไป” เสือแห่งสนธยาตวัดหางแล้วดึงตัวนิชพรมานั่งบนหลังของตัวเองมันลอยขึ้นจากผืนน้ำสู่ท้องฟ้า
“นิชพร! นิชพร! จะทิ้งฉันไว้เหรอ นิชพร!” ลอร์น่าร้องแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเสือแห่งสนธยาพาเพื่อนรักของเธอบินลับตาไป
“นิชพร!!!”
ลอร์น่ากรีดร้องเหมือนคนที่กำลังแหลกสลาย
ลัคนาทรุดลงตรงนั้น เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆ นิชพรหายไปแล้ว
“ออกจากที่นี่เร็วเข้า!” ฮิบิคิะโ ผนังหินกลับไม่ยอมเปิดออก
ตอนนี้ทั้งสามติดอยู่ในถ้ำ มีทางออกเหลืออยู่ทางเดียวคือผ่านรูเหนือศีรษะ
“ฉันต้องตามนิชพรไป!” ลอร์น่าพยายามหาทางปีนขึ้น ตรงกันข้าม ลัคนาเดินตรงไปยังผืนน้ำเธอใช้มือััมันอีกครั้ง
เด็กสาวก้าวขาลงไปในน้ำ
“ลัคนา!” ฮิบิคิะโแล้ววิ่งเข้าไปหา ร่างของลัคนาหล่นลงไปในน้ำดังจ๋อมผมสีน้ำตาลไหม้สยายบนผืนน้ำใส เท้าของเธอเหยียบบนแท่งคริสทัลใต้น้ำ แสงสีสวยงามสะท้อนในดวงตาของเธอฮิบิคิพยายามเอื้อมมือไปดึงแขนเธอขึ้นมาแต่ร่างของเด็กสาวกลับลอยขึ้นเหมือนกับหิมะเ่าั้ไม่มีผิด
ฮิบิคินึกอะไรออก เขาเองก็ลงไปในน้ำเช่นกัน เมื่อเข้าใกล้ผืนน้ำก็ได้กลิ่นหอมหวนประหลาดน้ำเรืองแสงจางๆ โอบอุ้มเขา ทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนสี
เด็กหนุ่มหันไปกวักมือเรียกลอร์น่าให้ลงมา ทั้งสามลอยขึ้นพร้อมหิมะ ดูเหมือนกับดวงิญญาที่กลับสู่ผืนฟ้า
ทิวทัศน์ของดินแดนแห่งนี้อยู่เบื้องหน้า เมื่อมองจากมุมสูงก็สวยจนแทบลืมหายใจบาเรียสีชมพูอยู่มุมหนึ่ง เมืองอยู่ตรงกลาง และรอบด้านคือพื้นที่หลากหลาย
ลอร์น่ามองหานิชพรอย่างร้อนรน แต่เธอก็ไม่มีวี่แววว่าอยู่ที่ใดเลย เธอะโเรียกแต่ไม่มีเสียงขานรับน้ำตาหยดหนึ่งไหลถึงคางก่อนจะร่วงลงสู่บ่อน้ำเบื้องล่าง
ทั้งสามคนยืนอยู่เหนือเพดานถ้ำ ล้อมช่องที่พวกเขาเพิ่งออกมา
“แล้ว...นิชพรอยู่ไหน?” ฮิบิคิถามขึ้น ลัคนาส่ายหน้าด้วยสีหน้าหนักใจ
“เธอขออะไรกับเ้าเสือนั่น...? ทำไมต้องเอานิชพรไปด้วย? ลัคนา ฮิบิคิ ตอบหน่อยสิ”
“...” ลัคนาก้มหน้ามองพื้น แสงสีส้มอ่อนสาดลงบนทุกสิ่งทุกอย่างทำให้มองใบหน้าของเธอได้ไม่ชัดนักแต่ตอนนี้เด็กสาวใกล้จะร้องไห้
“นั่นสินะ...ขอโทษ ฉันรั้งนิชพรไว้ไม่ได้ กลับกันเถอะ ถ้าค่ำแล้วจะลำบาก”ลอร์น่าตัดบทเอาดื้อๆ ปีนลงผนังหินไปคนแรก
“ลอร์น่า!” ลัคนาร้องเรียก ลอร์น่ายกหลังมือปาดน้ำตาแล้วรีบปีนลงไป
ฮิบิคิวางมือบนไหล่เธอก่อนจะคะยั้นคะยอให้ปีนตาม
...
ออโรร่าบาเรียเงียบเหงา
ถึงทุกทีมจะกลับมา แต่ทุกคนก็ไม่มีแก่ใจจะพูดอะไรยิ่งเมื่อรู้เื่นิชพรก็เว้นเสียแต่....
“ทำไมพวกเธอถึงไม่หยุดนิชพรไว้?”
อรุโณทัยกล่าวเสียงเข้ม สายตามองตำหนิทั้งสามคน
“ก็จะให้ทำไง? มันมีม่านพลังอะไรก็ไม่รู้มากันแล้วนิชพรก็ขออะไรก็ไม่รู้จนโดนพาตัวไป เธอไม่ได้ตายสักหน่อย” ฮิบิคิเถียงเสียงแข็งแทนลัคนาและลอร์น่าร่างเล็กยืนหยัดกั้นไว้ไม่ให้อรุโณทัยเข้าไปใกล้สองสาวมากกว่านี้
“แต่เท่ากับว่าเราเสียสมาชิกไปอีกคน! เื่แบบนี้ยอมรับได้ที่ไหน?” หัวหน้าสาวพูดฉุนเฉียว “นิโคไลก็แล้ว เรืองฤทธิ์ก็แล้ว คราวนี้ก็นิชพรอีกพอกันที ลัคนา ฮิบิคิ ลอร์น่า ห้ามเธอสามคนออกนอกบาเรียเด็ดขาด เข้าใจไหม?!”
“เกิดอะไรขึ้นกับการที่จะใช้ยัยนี่หารหัสล่ะ?” เด็กหนุ่มพูดเหยียดๆ
“มันจะมากไปแล้ว ถ้าไม่ระวังไว้ฉันจะปลดนายออกเมื่อไหร่ก็ได้ จำไว้”
“บาเรียบางแค่นี้จะออกก็ออกได้อยู่แล้ว! ทำไมฉันต้องฟังคนที่หน้ามืดคิดอะไรไม่ได้นอกจากหารหัสล่ะ? คิดถึงความรู้สึกของพวกพ้องบ้างสิ!”
“ลัคนาเป็กุญแจ เราเสียกุญแจไม่ได้ หน้าที่ของนายั้แ่วันแรกที่ได้เจอกันยังไม่เปลี่ยนนั่นคือดูแลลัคนาตลอดเวลา ที่ฉันให้ลัคนาไปเสี่ยงชีวิตข้างนอกก็มากพอแล้ว ยิ่งตายกันต่อเนื่องฉันจะไม่ให้ออกไปอีกแล้วเข้าใจไหม? ไม่มีทางให้ออกไปอีก!” ประโยคสุดท้ายเธอเปลี่ยนไปะโใส่หน้าฮิบิคิเด็กหนุ่มย่นหน้าหนี
“รหัส...มันคืออะไรกันแน่คะ หัวหน้า?” ลัคนารวบรวมความกล้าถามไปตรงๆอรุโณทัยหยุดกึก หันมาตอบด้วยสีหน้าที่ยังไม่อ่อนลงแม้แต่นิด
“เกี่ยวกับแผนที่นั่นแหละ” หญิงสาวพูดแค่นั้นก็หันหน้าจากไป
...
ลัคนาเดินขึ้นชั้นสองพร้อมกับลอร์น่าอย่างเหนื่อยอ่อน ลอร์น่าเดินเลยไปอีกห้องหนึ่งส่วนลัคนาตรงไปที่เตียงของตัวเอง
“นาน่า?” อริสมองมาด้วยแววตาห่วงใยคนอื่นหลับกันไปแล้ว แต่อริสยังฝืนความงัวเงียเพื่อรอเธอกลับมา
“อริส ทำไมวันนี้ไม่ยอมนอน?” เด็กสาวนั่งลงบนเตียงแล้วถามเพื่อนอย่างประหลาดใจ
“วันนี้มีเตียงว่างเพิ่มเตียงหนึ่ง” เธอพูดแค่นั้นแล้วหยุดไป เมื่อนั่งนิ่งๆร่างของเธอราวกับตุ๊กตา “นาน่า...เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ?”
ลัคนาเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้อริสฟัง
“พอเล่าแล้วเบาใจขึ้นบ้างไหม?” อริสถามอย่างอ่อนโยน
“อริส ทำไมถึงต้องทำดีกับฉันละ? เพราะฉันเป็กุญแจเหรอ?” ลัคนาเผลอถาม ั้แ่ถูกอรุโณทัยเรียกว่ากุญแจ เธอก็คิดเื่นี้มาตลอด
“นาน่าก็คือนาน่า ไม่ว่าจะเป็กุญแจหรือคนธรรมดา รู้ไหม? บนไหล่ของคุณรินคำมีคำว่า ‘อัลฟ่า’ เขียนอยู่ด้วย”
ลัคนาให้อริสดูคำว่ากุญแจบนไหล่ของตัวเอง เธอพยักหน้า
“ตำแหน่งเดียวกันเลย ถึงเป็อัลฟ่า แต่คุณรินคำก็คือคุณรินคำ ค่าของเธอไม่ได้กำหนดที่ว่าเธอเป็อัลฟ่าแต่เพราะเธอเป็รินคำ...รินคำที่เลือกจะเป็หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนและพาทุกคนมายังที่ปลอดภัย”
ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง
“อริส คิดว่านิชพรจะไปไหนเหรอ?” ลัคนามองออกไปนอกหน้าต่าง
“คงจะ...ไปในที่ที่ไม่มีใครไปถึง ถ้าให้เดา คำขอของนิชพรน่าจะเป็อะไรทำนองว่า‘ขอให้แข็งแกร่งขึ้น’ ก็ได้” อริสมองตามด้วยสายตาลอยๆ แล้วหาวออกมา
“ราตรีสวัสดิ์” พูดจบเธอก็ล้มลงนอนหลับปุ๋ยทันที ลัคนายิ้มอย่างเอ็นดูแล้วดึงผ้าห่มคลุมร่างอริสส่วนตัวเธอเองก็นอนหลับบ้าง ในหัวมีความคิดแล่นไปมา
นั่นสินะ พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาเตรียมอาวุธ เตรียมตัวออกไปลาดตระเวนแล้วฮิบิคิคงโมโหน่าดู เขาก็โมโหง่ายอยู่แล้วด้วย จริงสิ พักหลังนี้ถึงจะอยู่ในบาเรีย เขาก็อารมณ์ดีขึ้นตั้งเยอะคงไม่เป็ไรหรอก
ถึงจะทำหน้าหงุดหงิดตลอดเวลาแต่จริงๆ ก็ใจดีนะ ถึงความทรงจำแรกๆ จะมีแต่ฮิบิคิทำหน้าหงุดหงิดก็เถอะ
พอคิดเรื่อยเปื่อยสักพัก พยายามหยุดสมองไม่ให้คิดไปถึงเื่ไม่ดี ความเหนื่อยล้าก็ดึงเธอเข้าสู่ห้วงนิทรา