จวนสกุลหลิว
ลี่เฉี่ยวรู้ว่าเฟยิถูกจับไปขังอยู่ที่องค์ชายรองเซิ่นนางอยากจะไปช่วยเฟยิ นางจึงขอบิดาเข้าวังอีกครั้งเพราะหลังจากเกิดเื่ที่นางพาสาวใช้ตัวปลอมเข้าวังไปด้วยนั้นนางก็ไม่ได้เข้าวังไป เรียนอีก นางอ้างว่าก่อนที่นางจะหมั้นหมายกับองค์กชายรองนางอยากจะทำความรู้จักองค์ชายรองให้มากเผื่อวันข้างหน้าจะได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็สุข หลิวอี้เฉิงก็ยินดีให้บุตรสาวเข้าวัง เขาคิดว่าบุตรสาวตนน่าจะคิดได้แล้วว่าควรจะเลือกใครมาเป็สามีในอนาคต
รุ่งเช้าหลิวอี้เฉิงและลี่เฉี่ยวนั่งรถม้าเข้าวังด้วยกัน
ถึงหน้าตำหนักเหยาเซิ่น ก็เหลือบเห็นสีฮ่าวหรานและบุตรสาวอยู่กับองค์ชายรอง
“คารวะองค์ชายรอง” หลิวอี้เฉิงทำการคารวะองค์ชายพร้อม ลี่เฉี่ยวย่อก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อทำการคารวะเช่นกันลี่เฉี่ยวหันไปทางสีฟางเหนียง ด้วยสายตาไม่เป็มิตรเหมือนแต่ก่อน แต่สีฟางเหนียงเหล่ตามองแล้วทำหน้าเจิด ไม่สนใจหลิวอี้เฉิงกล่าวถึงเื่ที่มาในวันนี้ ต่อหน้าสีฮ่าวหราน
“บุตรสาวกระหม่อมตกลงจะหมั้นหมายกับพระองค์และในวันนี้นางอยากจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระองค์ให้มากเพื่อจะได้รู้ว่าอะไรที่พระองค์ชอบหรือไม่ชอบ นางจะได้ปฏิบัติต่อพระองค์ให้พอพระทัยนางขอมาเรียนรู้จากแม่นมพ่ะย่ะค่ะ”
“เพคะหม่อมฉันประสงค์เช่นนั้น” ลี่เฉี่ยวยิ้มเล็กน้อยเพื่อแสดงความจริงใจ
สีหน้าของสีฮ่าวหรานเห็นได้ชัดแสดงออกถึงความไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ต้องรอการตัดสินใจขององค์ชายรอง
สิ่งนี้เป็ความประสงค์ของชายรองอยู่แล้ว
“ได้สิถ้าเ้า้าเช่นนี้ข้าก็ยินดี”
เมื่อสีฮ่าวหรานได้ยินก็อดที่จะพูดขึ้นไม่ได้เพราะก่อนหน้าองค์ชายรองได้ตกลงจะรับบุตรสาวของสีฮ่าวหรานเป็ภรรยาเช่นกัน
“เช่นนั้นบุตรสาวของกระหม่อมล่ะพ่ะย่ะค่ะ”
“ออข้าบอกกับท่านไม่ละเอียดเอง บุตรสาวของท่านก็เป็พระชายารองของข้าอีกคน”
สีฮ่าวหรานถึงกับหน้าชาเหมือนโดนตบหน้าเข้าอย่างจังแต่ก็ทำได้เพียงยืนนิ่งๆและตอบกลับสั้นๆไปว่า
“พ่ะย่ะค่ะ”
ส่วนสีฟางเหนียงได้ยินเช่นนั้นนางถึงกับโกรธมือไม้สั่นพูดออกมาเบาๆ
“ชายารองงั้นเหรอ”
องค์ชายรองให้ลี่เฉี่ยวกับฟางเหนียงออกไปข้างนอกพวกเขายังคงหารือกันต่อ
ลี่เฉี่ยวเดินนำหน้าฟางเหนียงโดยไม่มีท่าทีจะอยากคุยกับฟางเหนียงเลยฟางเหนียงเดินตาม เมื่อพ้นหน้าตำหนัก ฟางเหนียงก็พูดขึ้นว่า
“ชายาองค์ชายรองเ้าคิดว่าจะมีวันนั้นจริงๆเหรอ”
“มีสิวันที่ข้าได้เป็พระชายาเอก เ้าเป็พระชายารอง เ้าก็ได้ยินกับหูตัวเ้าเองแล้วนี่”
ลี่เฉี่ยวพูดเสร็จก็เดินจากไปหาแม่นมขององค์ชายรอง
ฟางเหนียงโมโหเืขึ้นหน้า
“มันไม่ง่ายอย่างที่เ้าคิดหรอกตำแหน่งชายาเอกต้องเป็ของข้า”
ผ่านไปหลายวันลี่เฉี่ยวยังคงเข้าวังมาเรื่อย ๆเพื่อหาเบาะแสของเฟยิ
จนวันหนึ่งลี่เฉี่ยวเห็นองค์ชายรองดูท่าทางแปลกๆนางจับตาดูองค์ชายรอง เขาเดินไปด้านหลังตำหนัก ปัดหญ้าที่รกหนาออกเป็ประตูทางเข้า มีห้องใต้ดินเขาเดินหายเข้าไปในนั้น ลี่เฉี่ยวแอบตามเข้าไปด้านในมีแสงไฟตามจุดทางเดิน เดินเข้าไปอีกหน่อยก็มีคนเฝ้าปากทาง อยู่สองคน นางจึงหยุดตามอยู่แค่นั้นโดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าด้านในมีอะไรนางก็เดินออกมาก่อนเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้เสียก่อน
องค์ชายรองเดินเข้าด้านใน ก็เจอกับเฟยิที่ถูกทำร้ายทรมาน หน้าตาบอบช้ำมีเืไหลซึมออกตามร่างกาย จึงเอ่ยถามผู้คุมขัง
“มันยังไม่ยอมเปิดปากอีกอย่างงั้นเหรอ”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย”
องค์ชายรองเดินเข้าไปใกล้จับที่ใบหน้าเฟยิที่ก้มอยู่ ยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้หันมาฟังที่เขากำลังจะพูดดวงตาที่ลืมขึ้นเพียงเล็กน้อย มององค์ชายรองอย่างจดจ้อง
“ข้าละนับถือเ้าจริงๆถึงความอดทนกับการทรมาน ความเ็ปเช่นนี้ แต่ข้าอยากรู้ว่าเ้าจะทนกับความเ็ป แทนคนของเ้าได้หรือไม่”
ดวงตาที่ลืมขึ้นเพียงเล็กน้อยของเฟยินั้นเปิดกว้างขึ้นสายตาจ้องเขม็งถึงความโกรธ ทำให้องค์ชายรองรับรู้ได้ จึงพูดไปว่า
“ทำไม... เ้าแค้นข้าเหรอ แล้วจะทำอะไรข้าได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เฟยิพยายามเปล่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบา
“ท่านคิดจะทำอะไร”
“บอกไปก็ไม่สนุกสิ ฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะดังลั่นแล้วเดินจากไป
หลังจากลี่เฉี่ยวได้เห็นห้องใต้ดินในหัวของนางคิดอยากจะกลับเข้าไปในนั้นอีกครั้งห้องใต้ดินนั้นจะใช่เป็ที่กักขังของเฟยิหรือไม่เขา้าใครสักคนร่วมมือด้วยนางเดินกลับไปกลับมาในที่เดิม ๆอยู่หลายรอบ ก็คิดได้ว่ายังมีอีกคนที่พอช่วยนางได้นั่นคือซ่งจ้านผิงและจ้านผิงก็ยังคงอยู่ในวัง นางเดินไปใกล้บริเวณตำหนักขององค์รัชทายาทแอบส่องมองว่าจะเจอจ้านผิงเหรอไม่นางถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปด้านในโดยทหารที่เฝ้าอยู่ด้านหน้า
“พวกเ้ารู้ไหมว่าข้าเป็ใครข้าคือว่าที่คู่หมั้นองค์ชายรองเซิ่นนะ”
นางใช้ข้ออ้างว่าเป็ ว่าที่คู่หมั้นขององค์รองเซิ่นทว่ามันไม่ได้ผลนางยังถูกไล่ให้กลับไปนางเดินก้มหน้าเสมือนหมดเรี่ยวแรงแกว่งแขนช้าๆ เดินไปได้ประมาณ ห้า ก้าวก็มีเสียงเรียก
“หลิวลี่เฉี่ยว”
ลี่เฉี่ยวเงยหน้าขึ้นในทันใด ดวงตานางเบิกกว้างแล้วพูดขึ้นว่า
“จ้านผิง”
เป็จ้านผิงที่กำลังกลับมา ทั้งสองหาที่สงบคุยกันจ้านผิงเล่าให้ ลี่เฉี่ยวฟังก่อนหน้าเขาได้เจอกับหลี่ซีห่าว หลี่ซีห่าวมาขอให้จ้านผิงช่วยตามหาเฟยิแล้วยังมาเจอลี่เฉี่ยวให้ช่วยตามหา เฟยิอีกถึงแม้ในใจจ้านผิงไม่อยากจะช่วยเฟยิเลยแต่ทว่าเขารับรู้ได้ว่าเฟยิไม่ใช่คนเลวอะไร และยังคิดที่จะช่วยองค์รัชทายาท จ้านผิงกับลี่เฉี่ยวหารือกันเื่ที่ลี่เฉี่ยวไปเจอห้องใต้ดินพวกเขาต่างคิดว่าน่าจะเป็ที่กักขังเฟยิ แผนการที่จะช่วยเฟยิถ้ามีแค่พวกเขาสองคนคงจะสำเร็จได้ยาก จำต้องร่วมวางแผนกับหลี่ซีห่าว
สองวันต่อมาหลังมีแผนที่เข้าไปช่วยเฟยิลี่เฉี่ยวต้องเอาใจองค์ชายรองเซิ่น เพื่อ้าป้ายคำสั่งขององค์ชายรองนางหาชาดีๆที่องค์ชายชอบ ตามที่เคยรู้มาจากแม่นม ชงชามาถวายให้องค์ชายรอง ในเมื่อเป็ชาที่องค์ชายชอบ องค์ชายก็รู้สึกว่านางใส่ใจตั้งใจที่จะมาเป็ภรรยาที่ดี องค์ชายรองยิ้มกริ่มสีหน้าสุขใจและพูดขึ้นว่า
“เ้าชั่งใส่ใจข้าเสียจริงรู้ว่าข้าชอบอะไรก็หามาให้”
“ เพคะ เป็หน้าที่ของหม่อมฉันที่จะต้องดูแลพระองค์เป็อย่างดีจะไม่ทำให้องค์ชายผิดหวังที่เลือกหม่อมฉันเพคะ”
“ดี พูดได้ดี”
ลี่เฉี่ยวเข้าไปรับถ้วยชาที่องค์ชายรองดื่มหมดนางแสร้งสะดุดล้มใส่องค์ชายรองมือโอบกอดองค์ชายรอง องค์ชายรองก็ประคองนางไม่ให้ล้มลงองค์ชายรองจ้องที่ใบหน้าลี่เฉี่ยวเขารู้สึกว่าเหมือนนางกำลังเปิดโอกาสให้
องค์ชายรองจับไหล่นางทั้งสองข้างเดินถอยหลัง นั่งลงบนเตียง โน้มตัวจะจูบลี่เฉี่ยว ลี่เฉี่ยวใช้มือปิดที่ปากองค์ชายรอง ตอนนี้นางกำลังใจสั่นรู้สึกกลัว แต่ทว่านางต้องทำตัวเป็ปกติเพื่อไม่ให้องค์ชายรองสงสัยในตัวนาง นางจับมือองค์ชายมากุมไว้ แล้วพูดว่า
“องค์ชายเพคะ หม่อมฉันยินดีที่จะเป็ภรรยาขององค์ชายถ้าแต่ถ้าหากเื่แบบนี้เกิดขึ้นก่อนการแต่งงาน แล้วรู้ถึงหูเหล่าขุนนางหม่อมฉันเกรงว่าองค์ชายจะถูกครหา เสื่อมเสียชื่อเสียงเพคะ”
องค์ชายรองเชื่อคำของลี่เฉี่ยวเหมือนว่าตอนนี้องค์ชายจะหลงเสน่ห์ในตัวนางมากขึ้น และเชื่อใจนาง
ลี่เฉี่ยวเดินออกจากห้ององค์ชายรองครั้นพ้นหน้าห้องนางก็รีบไปหาจ้านผิงทันทีนางยืนรอด้านหน้าประตูทางเข้าตำหนักองค์รัชทายาท แจ้งทหารให้ไปรายงานจ้านผิงสักพักจ้านผิงก็ออกมา ด้วยความตื่นเต้นนางจับมือจ้านผิงดึงไปคุยในที่เงียบจ้านผิงเหลือบตามองที่มือลี่เฉี่ยวจับเขาแน่น เขาแอบคิดในใจ
(ถ้านางมีใจให้ข้าสักนิด ห่วงใยข้าเหมือนที่ห่วงใยเฟยิคงจะดีข้าไม่ปล่อยเ้าไปเด็ดขาด)
แต่ทว่าลี่เฉี่ยวไม่ได้คิดเื่อื่นใดนอกจากรีบร้อนที่จะคุยกับจ้านผิงเพื่อช่วยเหลือเฟยิ ลี่เฉี่ยวโชว์ป้ายขององค์ชายรองนางได้มาในขณะที่นางแสร้งล้มใส่องค์ชาย
“เ้าถึงกับยอมเสี่ยงเพื่อเขา” จ้านผิงพูดน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ข้าเป็สาเหตุที่ทำให้เขาต้องโดนจับข้าต้องรับผิดชอบกับเื่นี้”
“เป็เพียงแค่การรับผิดชอบใช่ไหม”
ลี่เฉี่ยวไม่ตอบคำถาม นางปัดไปพูดอย่างอื่น
“อีก 2ชั่วยามเราจะลงมือใช่ไหม ไม่มีเวลาแล้ว”
“ใช่ เราต้องรีบก่อนที่องค์ชายจะรู้ตัวเดี๋ยวข้าจะรีบแจ้งซีห่าว ให้ดำเนินการตามแผน”
ทั้งสองตกกันเสร็จจ้านผิงก็ส่งคนไปรายงานหลี่ซีห่าวให้ดำเนินการตามแผน