พอพูดถึงเธอ เธอก็มาถึงแล้วเ้าตัวะโขึ้นมาบนรถม้า เธอมีชื่อว่าโคลเอ้ เห็นแบบนี้เธอก็แข็งแกร่งมากนะ
“องค์หญิง”
เธอโค้งให้ฉันแล้วก็เดินไปนั่งฝั่งตรงกันข้ามพร้อมแสดงสีหน้าเสียดายออกมาไม่น้อย แน่นอนว่าคนที่นั่งกอดแขนฉันตอนนี้คือเลวี่
เธอโตขึ้นมาแล้วท่าทางเอาแต่ใจไม่แพ้น้องสาวในโลกเดิมฉันเลยแถมเธอยังชอบเขม่นใส่โคลเอ้บ่อยๆด้วย
ทำไมต้องตีกันด้วยนะฉันส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้มองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า รอบๆรถม้าหรูยังมีกองทัพอัศวินอีกเยอะ
เรียกได้ว่าหรูหราสุดๆก็แบบองค์หญิงเสด็จออกนอกประเทศก็มีการคุ้มครองที่ดีอยู่แล้วใช่ปะละ
ถึงฉันจะไม่ใช่องค์หญิงจริงๆแค่ถูกเก็บมาเลี้ยงเท่านั้นก็เถอะนะแต่เื่นั้นนอกจากท่านพ่อท่านแม่เหมือนจะไม่มีใครทราบเลย
“แล้วลาน่าล่ะ”
ฉันถามเลวี่ ทั้งคู่เหมือนจะสนิทกันมากจนน่าประหลาดนี่ถ้าเลวี่ไม่ใช่น้องสาวฉันคงคิดว่า เลวี่ร่วมมือกับลาน่าเตรียมสังหารฉันแล้วนะ
แน่นอนว่าที่ถามไม่ได้แปลว่าเป็ห่วงลาน่าแต่เพราะไม่อยากอยู่ใกล้ตัวอันตรายแบบนั้นนี่น่า
ลาน่านี่อดทนมาแปดปีเลยนะแผนการฆ่าฉันนี่ค่อนข้างจะเตรียมการอย่างดีละสิคนแบบนี้ค่อนข้างน่ากลัวเพราะมีแผนการซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อมากมาย
ขนาดโคลเอ้ฉันยังระวังตัวจากเธอเลยถึงฉันจะสอนเธอแต่ไม่ได้แปลว่าเธอจะไม่ตลบหลัง โลกนี้น่ะ..ต้องไม่อ่อนข้อโดยเด็ดขาด
ดังนั้นพวกที่มีแผนการสุดลึกล้ำน่ะน่ากลัวจะตายไป.. เลวี่ทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจจ้องมาที่ฉัน
“ท่านพี่จะถามหาเธอทำไม ทั้งๆ ที่…”
เลวี่ไม่พอใจใส่ฉัน..แถมยังเหลือบไปมองโคลเอ้ด้วย นะ.. นี่หรือว่า..เลวี่ก็รู้ถึงแผนการที่ลาน่าจะลอบสังหารฉันแล้วเหรอ
เธอเลยโกรธที่ฉันถามหามือสังหารสินะ!ช่างเป็น้องสาวที่ดีอะไรแบบนี้ ไอ้คำว่า ‘ทั้งๆ ที่…’ ต่อจากด้านหลังนั่นคือ
‘เธอพยายามฆ่าท่านพี่อยู่แท้ๆ’ใช่ไหม?! อีกอย่างที่เหลือบไปมองโคลเอ้คือเพราะมีคนนอกอยู่ด้วยจึงพูดไม่ได้สินะ!!
โอ้ ช่างเป็น้องสาวที่ดีอะไรแบบนี้ฉันซาบซึ้งใจยิ่งนัก แน่นอนที่ฉันเดาความคิดเลวี่ได้เพราะรู้จักเธอมานานหลายปีแล้ว
อันที่จริงที่ฉันบอกว่าเธอสนิทกับลาน่าคือเธอทะเลาะกับลาน่าแถมยังเคยบอกว่าอย่ามาจุ้นจ้านในห้องท่านพี่ได้ไหม!?
อะไรแบบนี้แต่ตอนนั้นฉันไม่แน่ใจอาจจะหูฝาดไปเองแต่ตอนนี้ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าน้องสาวตัวน้อยนี้กำลังแอบช่วยเหลือฉัน
ก็ว่าอยู่บางครั้งเธอก็โผล่มาแต่ไหนไม่รู้ขัดขวางการอยู่สองต่อสองของฉันกับลาน่าที่แท้เพราะรู้ทันนี่เอง..
ด้วยความที่ฉันซาบซึ้งกินใจมากเลยเอื้อมมือไปลูบหัวเลวี่พร้อมกับยิ้มออกมาพลางพูดออกไป
“อืม..พี่เข้าใจในสิ่งที่เลวี่จะบอกนะ ขอโทษนะ”
ขอโทษนะ ที่ทำให้เป็ห่วงนะเลวี่ แล้วดูเหมือนเธอจะดีใจจนออกนอกหน้าแล้วก็ร้องเย้ออกมาอย่างพอใจ
แต่ฉันไม่คิดว่าท่านแม่จะปล่อยให้ฉันไปคนเดียวกับน้องโดยไม่มีคนดูแลและคุ้มกันตอนอยู่ในโรงเรียนแน่ๆ
จะว่าไปทำไมรถยังไม่ออกสักทีละเนี่ยแต่ในตอนนั้นเองประตูรถม้าก็เปิดออก คนที่น่ารำคาญที่สุดในสามโลกก็ปรากฏตัวขึ้น
“โย่ววว เลวี่ เลทิเซีย”
อืม.. ไม่ต้องเดานะผู้หญิงที่ปรากฏตัวขึ้นคือเทพธิดาซิลเวีย ดูเหมือนจะเป็น้องสาวของท่านแม่แต่ว่าผู้หญิงคนนี้น่ารำคาญมากๆ
เป็คนที่เสแสร้งจนแบบว่าเห็นได้ชัดเลยล่ะแค่มองก็รู้ว่านี่แสดงละครอะไรบางอย่างอยู่ไม่ใช่ใจจริง ดังนั้นฉันเลยคิดว่า
ซิลเวียน่ารำคาญมากเพราะถึงจะพยายามแต่ฉันก็มองออกแทนที่จะเลิกทำแต่ดันยังทำต่อเหมือนคิดว่าตัวเองแสดงได้เก่งจนฉันรู้สึกแทบจะทุบโต๊ะด้วยความตลก
ก็ลองนึกสภาพดูตอนที่ดูละครทีวีที่ดูแล้วนอกจากจะดึงอารมณ์ร่วมไม่ได้ ยังแสดงจนทำให้ไม่เข้าถึงว่าไม่ใช่การแสดง
แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสังเกตเห็นเลยทำเอาฉันรู้สึกทึ่งไม่น้อย… แต่จะว่าไปสิ่งที่ซิลเวียซ่อนอยู่คืออะไรกันนะ
เพราะดูออกว่าแสดงอยู่ฉันจึงระวังตัวไว้ได้ดังนั้นฉันจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอเปิดเผยว่าวางแผนทำอะไรอยู่
ั้แ่ใช้ให้ตัดเล็บ อาบน้ำ ซักผ้าเรียกได้ว่าจากเทพธิดากลายเป็ยาจกแต่ไม่รู้ความมั่นหน้าแบบไหนทำให้เธอแสดงต่อไปและเต็มไปด้วยความมั่นใจว่า
ตัวเองแสดงดีที่สุด!
เลยถือเป็คนที่ฉันรำคาญมากแต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไร.. เอ่อ.. อันที่จริงฉันก็ไม่เคยเกลียดใครอยู่แล้วนะ
เอาเป็ว่าช่างมันเถอะ…หลังจากนั้นท่านพ่อท่านแม่ก็โผล่มาบอกลาและพวกเราก็ออกไปจากเมืองหลวง
ก่อนที่จะจากท่านแม่เหมือนจะร้องไห้ด้วยล่ะ..ไม่อยากเชื่อว่าจะดีใจจนร้องไห้ที่ฉันออกจากคฤหาสน์ขนาดนี้
พวกเรามุ่งหน้าออกจากเมืองไม่ใช่ว่าประเทศหนึ่งมันอาณาเขตเล็กๆ มันขนาดกว้างใหญ่หลายพันตารางกิโลเมตรเลยล่ะ
แต่แน่นอนว่าภูมิประเทศไม่ใช่สี่เหลี่ยมจัตุรัสดังนั้นมันอาจจะกว้างยาวใหญ่ แตกต่างกันออกไป
อาณาจักรอาเดฟคืออาณาจักรที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ตั้งอยู่ติดกับชายฝั่งทะเล.. และทางทิศใต้นั้นยังเป็ชายแดนที่คาบเกี่ยวกับแดนปีศาจด้วย
แดนปีศาจนั้นเหมือนจะถูกแบ่งเป็อาณาจักรเช่นกันถึงสิบสองอาณาจักร..แถมอาณาจักรหนึ่งมีขนาดใหญ่กว่าประเทศในแดนมนุษย์มาก จากคำบอกเล่าของลาน่า
ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันมาจากอาณาจักรปีศาจไหนแต่ก็ไม่คิดจะไปแดนปีศาจอยู่แล้วล่ะ..พวกเรามุ่งหน้าไปยังทางทิศตะวันออกตรงกันข้ามกับทะเล
ที่กลางมหาทวีปนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า‘ทะเลสาบแห่งความตาย’ อยู่ ชื่อค่อนข้างน่ากลัวเลยนะเนี่ย
มันอยู่นอกเขตการปกครองของทุกอาณาจักรทั่วทวีปพวกเขาเรียกมันว่า ‘เขตไร้อาณา’ และเขตพิเศษของโรงเรียนทั้งห้าก็ตั้งอยู่ที่นั่น
เป็เขตที่แม้แต่ผู้กล้าก็ไม่อาจสอดแทรกมือได้เพราะอยู่ใต้บัญญัติของโรงเรียนทั้งห้าที่มีมหาปราชญ์คุ้มครอง.. ถ้าฉันเดาไม่ผิดพวกปราชญ์นี้
เหมือนจะอยู่ในระดับพาลาดินซึ่งเทียบเท่ากับผู้กล้าได้เลย.. แถมในโลกนี้พาลาดินยังมีแค่ห้าคนด้วยน่ะนะ
และโรงเรียนลิเบอร์ที่ฉันจะไปก็คือหนึ่งในโรงเรียนของพาลาดินที่ว่านั่นมีทั้งเผ่าปีศาจ เผ่ากึ่งมนุษย์ เผ่าอสูรและเผ่ามนุษย์…
เอาล่ะ.. มาดูกันซิว่าฉันจะเอาตัวรอดในแดนทุรกันดารที่ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวนี่ได้ยังไง
ก็นั่นไงมีคำพูดที่ว่า.. ไม่ขึ้นตรงต่อที่ใดจึงไม่มีคนคอยควบคุม
พวกมันจึงกลายเป็แดนที่น่าจะวุ่นวายมาก!