บทที่ 2 ดราม่าของลู่เฉิงเหวิน
เดี๋ยวนะ!? ...หลงอ้าวเทียน? บอดีการ์ดที่ฉันเพิ่งรับเข้ามาเมื่อไม่กี่วันก่อนน่ะเหรอ?
คนอย่างฉัน เหลิ่งชิงชิว เนี่ยนะจะไปเลียรองเท้าเขา!?
เหลิ่งชิงชิวยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ สายตาเธอจ้องเขม็งไปที่ลู่เฉิงเหวิน อยากจะะโกัดเขาให้ตายไปเลย!
ลู่เฉิงเหวินผงะ พลางคิดในใจ
‘ยัยผู้หญิงบื้อคนนี้เป็อะไรไป? ฉันอุตส่าห์ไม่หมั้นด้วยแล้ว เธอยังจะมาโมโหเป็ฟืนเป็ไฟอีก?’
‘แต่เธอเป็ผู้หญิงของหลงอ้าวเทียน จะไปผิดใจก็ไม่ได้ซะด้วย ยังดีที่สมองของนางเอกมีรูพรุน น่าจะง้อเอาใจได้ไม่ยาก’
จากนั้นชายหนุ่มก็รีบพูดด้วยรอยยิ้ม “เราไปอธิบายให้ผู้ใหญ่ฟัง ไปกันเถอะ เชิญคุณ...”
เหลิ่งชิงชิวสาวเท้าก้าวยาว ๆ เดินเข้าไปในห้องด้านใน โกรธจนหน้าดำหน้าแดง
ลู่เฉิงเหวิน!
นายอวดดีนักนะ!
สามปี! สามปีเต็ม ๆ ที่นายส่งของขวัญมาให้ฉันทุกวัน ทำดีกับฉันอยู่ตลอด...
หรือว่าสามปีที่เอาอกเอาใจและคอยตามตื๊อเป็สิ่งหลอกลวงทั้งหมดเลยเหรอ?
ตอนนี้เรียกฉันในใจว่า ‘ยัยผู้หญิงบื้อ’ อยู่ตลอด แล้วยังมาว่าสมองฉันมีรูพรุน ทำท่าอยากจะหนีจากฉันไปให้เร็ว ๆ อีก....
เห็นฉันเป็ตัวอะไรแน่?
ฉันอยากจะดูนักว่าที่แท้นายกำลังเล่นอะไรอยู่!
ลู่เฉิงเหวินเดินตามหลังเธอ พลางคิดในใจ
‘ตามแผน! ตามแผน! เวลาสามปีที่เสียไปถือว่าให้สุนัขกินก็แล้วกัน แค่ยกเลิกงานหมั้นกับผู้หญิงซื่อบื้อคนนี้ได้ ในฐานะที่ฉันเป็ตัวร้าย ไปที่ไหนจะไม่มีสาว ๆ มาเอาใจได้ยังไง?’
‘เธอชอบเป็ผู้หญิงในฮาเร็มเองนี่ ช่วยไม่ได้... ก็เธอเกิดมาเพื่อเป็ผู้หญิงในฮาเร็มจริง ๆ’
‘ฉันจะต้องตัดสัมพันธ์กับยัยผู้หญิงบื้อคนนี้ จะมีเยื่อใยไม่ได้เด็ดขาด!’
เหลิ่งชิงชิวอดทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอหยุดเดิน พลางหมุนตัวมาจ้องดูลู่เฉิงเหวินตาเขม็ง
ลู่เฉิงเหวินสะดุ้ง ทันใดนั้นก็หัวเราะขึ้นมา “คุณกลัวว่าผมจะโกหกคุณอย่างนั้นเหรอ? ผม ลู่เฉิงเหวิน ขอสาบานต่อหน้าโคมไฟ ผมจะไม่มีทางกลับคำพูด! ผมบอกแล้วว่าจะยกเลิกงานหมั้น ก็คือยกเลิกงานหมั้น!”
“และนับแต่นี้เป็ต้นไป ผมจะไม่ตามตอแยคุณอีกเป็อันขาด ความจริงถ้าคุณอยากจะพบหน้าผมสักครั้งก็ถือเป็เื่ที่ยากมากนะ ...ั้แ่ตอนนี้เราสองคนไม่มีความเกี่ยวข้องต่อกันอีกต่อไป จะหายไปจากชีวิตของกันและกัน! หายไปเลย คุณพอใจแล้วใช่ไหม?”
เหลิ่งชิงชิวแทบจะะเิตัวตาย
ทำไม? เมื่อก่อนฉัน เหลิ่งชิงชิว เป็นางในฝันของนาย แต่ตอนนี้กลายเป็ก้อนขี้หมาไปแล้วงั้นเหรอ?
เบื่อหน่ายฉันขนาดนี้เลยเหรอ? เบื่อหน่ายจนถึงขั้นรอไม่ไหวแม้แต่นาทีเดียวเลยอย่างนั้นเหรอ?
ผู้ชายแบบนี้! เจ็บใจ... ไม่ไหวแล้ว!
ตอนนี้เอง ประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออก คนของตระกูลเหลิ่งกับตระกูลลู่ต่างก็เห็นพวกเขายืนประจันหน้ากันอยู่ที่หน้าประตู
“อ้าว? พวกเธอทะเลาะกันอีกแล้วสินะ”
“นั่นน่ะสิ มีเื่อะไรเข้ามาคุยกันในห้อง อย่าขวางประตู!”
หลังจากลู่เฉิงเหวินเข้าห้อง เขาก็ไปจับมือพ่อและแม่ของเหลิ่งชิงชิว “สวัสดีครับคุณอา สวัสดีครับคุณอาหญิง”
ก่อนที่ผู้ใหญ่จะพูด ลู่เฉิงเหวินพูดขึ้น “คุณอา คุณอาหญิง พ่อครับ แม่ครับ ผมกับชิงชิวปรึกษากันแล้ว พวกเราไม่หมั้นแล้วครับ”
ลู่เฉิงเหวินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ชิงชิวเธอเป็คนเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว เฉลียวฉลาด และกล้าหาญ เธอน่าจะหาคนที่เหมาะสมกว่า เข้าใจเธอมากกว่าผมให้กับตัวเอง และที่สำคัญที่สุด คนคนนั้นควรจะเป็คนที่เธอรักจากใจจริง พวกเราควรสนับสนุนเธอและอวยพรให้เธอครับ!”
ลู่เฉิงเหวินเสแสร้งทำท่าเศร้า พร้อมทุบอกตัวเอง “ถึงแม้ผมจะชอบเธอมาก ...รักเธอ ทะนุถนอมเธอ มากกว่าที่รักตัวเอง แต่ว่า... ความรักที่แท้จริงคือการเกื้อกูล และเสียสละ!”
กระทั่งลู่เฉิงเหวินเองยังรู้สึกซาบซึ้งใจในคำพูดของตน ในสมองวนบทเพลงน้ำเน่าท่อนนั้นเป็ BGM*[1] ‘…มีรักอย่างหนึ่งเรียกว่าเสียสละ เสียสละนิจนิรันดร์เพื่อความรัก’
ทุกคนต่างนิ่งชะงัก
ลู่ก่วงหงไม่มีทางเชื่อหรอกว่าลูกชายตัวเองจะเป็คนเข้าใจจิตใจคนอื่นเช่นนี้
ฉันเป็พ่อของแก! แกนิสัยยังไงฉันจะไม่รู้เลยงั้นเหรอ?
ไอ้ลูกไม่รักดีคนนี้อาจจะมีแผนอะไรอยู่ก็ได้!
ลู่เฉิงเหวินพึงพอใจต่อละครที่ตัวเองแสดงเป็อย่างมาก!
‘สงสารก็แต่ตระกูลเหลิ่ง ธุรกิจที่สร้างมาหลายรุ่นสุดท้ายก็ต้องตกเป็ของหลงอ้าวเทียน’
‘พวกผู้ใหญ่ตระกูลใหญ่เหล่านี้ก็จริง ๆ เลย ให้ลูกสาวไปเป็ฮาเร็มของคนอื่นไม่พอ ทรัพย์สมบัตินับร้อยนับพันล้านก็ยกให้คนอื่นไปด้วย สมองมีรูพรุนจริง ๆ’
เหลิ่งชิงชิวไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตนเองถึงได้ยินเสียงในใจของลู่เฉิงเหวิน
แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้เื่อะไรบางอย่าง ถ้าเป็ไปตามที่เขาคาดการณ์ แบบนี้มันไม่แย่ไปกันใหญ่เหรอ?
ฉันต้องไปเป็ผู้หญิงในฮาเร็ม? และยังเป็ฮาเร็มของบอดีการ์ดที่ฉันเพิ่งจ้างมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเนี่ยนะ?
งั้นแบบนี้จะปล่อยลู่เฉิงเหวินไปง่าย ๆ ไม่ได้แล้ว เขาต้องมีแผนซ่อนเอาไว้แน่!
ลู่เฉิงเหวินยังคงแสดงละคร เขาอธิบายถึงเหตุผลที่ตัวเองต้องปฏิเสธการหมั้นด้วยความรวดร้าว บอกว่าเป็เพราะตัวเองมีคุณธรรม ยึดถือความถูกต้อง ปรารถนาดีต่อเหลิ่งชิงชิวกับครอบครัวตระกูลเหลิ่ง
เหลิ่งชิงชิวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองเขาแสดงละครด้วยสีหน้าเย็นเยียบ โกรธจนอกจะแตกตาย
ทุกคนต่างก็อึ้ง
ลู่ก่วงหงมองเหลิ่งชิงชิว “ชิงชิว ลูกคิดยังไงล่ะ?”
เหลิ่งชิงชิวยิ้มน้อย ๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงประหม่า
“คุณลุง คุณป้า คุณพ่อ คุณแม่ หนูยินดีจะหมั้นกับพี่เฉิงเหวินค่ะ”
ลู่เฉิงเหวินหันขวับกลับมา เบิกตากว้างที่สุดเท่าที่เคยทำ!
และมองเหลิ่งชิงชิวราวกับเห็นผี
ท่าทีของเหลิ่งชิงชิวเ็า ทว่าที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือรอยยิ้มชวนให้รู้สึกหนาวสะท้านที่เธอส่งมา
ทุกคนในห้องเงียบเสียง
เกิดเื่อะไรขึ้น?
นี่มันเื่อะไรกันแน่!?
[1] BGM ย่อมาจาก Background music เป็ดนตรีที่ไม่มีเสียงร้อง