บทที่ 13 หาคนอุ้มบุญ
คฤหาสน์ตระกูลฟู่
เมื่อเยี่ยเจียกลับมาถึง และเพิ่งจะถอดรองเท้าที่บริเวณทางเข้า แม่สามีก็ตรงเข้ามาหา “ไข้ลดหรือยัง”
“ค่ะ แทบจะหายดีแล้วค่ะคุณแม่” เยี่ยเจียตอบทั้งรอยยิ้มใสซื่อ
เมื่อเห็นสีหน้าดูไม่เหมือนคนป่วยของเยี่ยเจีย แม่สามีจึงเขม่นมองด้วยความไม่พอใจ “ดูสิ ฉันเพิ่งบอกให้ดูแลสุขภาพ และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการมีลูก แต่เธอกลับป่วยในทันทีหลังจากที่ฉันเตือนไป”
“ถ้าไม่อยากมีลูก ก็บอกฉันตรง ๆ มาได้เลย ไม่ต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้หรอก”
เมื่อถูกแม่สามีพูดอย่างนั้น เยี่ยเจียจึงก้มหน้าหงอยไปถนัดตา
เธอรู้ว่าแม่สามีมีนิสัยปากร้าย ยิ่งโต้เถียงกลับไป สถานการณ์ก็จะยิ่งแย่ลง
อีกฝ่ายเห็นเยี่ยเจียก้มหน้านิ่งเงียบไปเหมือนคนถูกรังแก แลดูน่าสงสาร จึงคลายโทสะลงไปเล็กน้อย
เธอเดินเข้ามาหยิบกระเป๋าในมือของเยี่ยเจีย จากนั้นก็ส่งต่อให้แม่บ้าน “ป้าอู่ วันนี้ทำอาหารบำรุงร่างกายหน่อยแล้วกัน ตุ๋นซุปซี่โครงหมูใส่หัวมันเทศ แล้วก็ชงน้ำผึ้งมาด้วยล่ะ”
“เพิ่งหายไข้วันนี้ คงยังเจ็บคออยู่ ถ้าได้ดื่มน้ำผึ้งอุ่น ๆ น่าจะทำให้รู้สึกดีขึ้น หลังจากฟื้นไข้ใหม่ ๆ ร่างกายคงจะรู้สึกอ่อนเพลีย ถ้าง่วงก็กลับไปพักผ่อนในห้องนอนซะนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณแม่” เยี่ยเจียรู้สึกซาบซึ้งใจจริง ๆ
แม่สามีของเธอเป็คนดี เพียงแต่เป็คนปากร้ายกับเธอเท่านั้น
เมื่อนั่งลงบนโซฟาที่โถงรับแขก เยี่ยเจียก็รับน้ำผึ้งจากป้าอู่มาด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะป้าอู่”
คุณนายฟู่มองเยี่ยเจียด้วยสายตาเวทนา ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนัก ๆ “บอกฉันหน่อยสิ ในเมื่อร่างกายเธอเป็แบบนี้ ถ้าให้เธอตั้งครรภ์แล้วเกิดอะไรขึ้นมา ลูกชายฉันต้องเป็คนเดือดร้อน แต่ถ้าไม่มีทายาท ตระกูลฟู่ของเราก็คงได้ถึงคราวจบสิ้นแน่ ๆ เื่ราวน่าลำบากใจขนาดนี้ ทำไมต้องให้ครอบครัวเราเป็ฝ่ายตัดสินใจด้วย”
“สองวันมานี้ฉันก็ได้แต่คิดไม่ตก ทั้งการทำเด็กหลอดแก้ว หรือหาคนอุ้มบุญ วิธีพวกนี้ฉันก็ได้คิดไว้หมดแล้ว เธอลองไปปรึกษาอวิ่นซางดูนะ คุยกับเขาสักหน่อย นี่เป็วิธีที่ดีที่สุดที่ฉันคิดได้แล้วสำหรับพวกเราในตอนนี้”
เยี่ยเจียดื่มน้ำผึ้งจนหมด หลังจากวางถ้วยชาลง เธอก็มองไปที่แม่สามีแล้วพูดว่า “คุณแม่คะ หนูไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมาแล้ว หมอบอกว่าหนูสามารถตั้งครรภ์ได้ค่ะ”
“จริงเหรอ ดีจริง ๆ!” คุณนายฟู่ยิ้มเสียจนเหงือกแห้ง
ที่เยี่ยเจียพูดไปแบบนั้น ก็เพื่อหลอกให้แม่สามีสบายใจไปก่อน เธอไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดมากและทำอะไรมากไปกว่านี้
เมื่อรู้แบบนั้น คุณนายฟู่ก็เร่งเร้าสะใภ้ขึ้นมา “งั้นก็ดีแล้วละ ่นี้เธอก็ดูแลสุขภาพให้ดี ๆ นะ รีบกลับไปพักผ่อนในห้องเถอะ”
“ก่อนเธอจะมา อวิ่นซางก็โทรมาบอกแล้ว เขาบอกว่างานที่บริษัทค่อนข้างเยอะ รวมถึงงานวันก่อตั้งบริษัทก็ใกล้เข้ามาแล้วด้วย ทำให้เขาไม่ว่างมาดูแลเธอมากนัก ่นี้เธอกับเขาก็อยู่ที่นี่กันดีกว่า ฉันเองก็จะได้ช่วยดูแลเธออีกแรง”
“ค่ะคุณแม่ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน” เยี่ยเจียพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มใสซื่อ
เมื่อกลับมาในห้องนอน เยี่ยเจียก็ทิ้งตัวลงบนเตียง และถอนหายใจยาวเหยียด
การโกหกแม่สามีทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยมาก เธอสามารถพูดออกไปตรง ๆ ได้ว่า ฟู่อวิ่นซางไม่ยอมให้เธอมีลูก และเขาก็กำลังพัวพันอยู่กับผู้หญิงคนอื่น
แต่ถ้าพูดแบบนั้นออกไป ผลที่ตามมาคือเธอจะถูกขับไล่ออกจากตระกูลฟู่อย่างแน่นอน
เธออาจจะหย่าร้างจากฟู่อวิ่นซาง แต่เธอก็ไม่อยากจากเขาไป
หากเธอไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเื่นี้ เธอจะยังคงรักษาชีวิตหลังแต่งงานกับฟู่อวิ่นซางต่อไปได้หรือไม่
เธอจะยังได้อยู่เคียงข้างเขาต่อไปหรือเปล่า
เมื่อคิดถึงเื่เหล่านี้ สมองของเยี่ยเจียก็ปั่นป่วนไปหมด หัวใจก็รู้สึกอึดอัด และเจ็บแน่นราวกับถูกหินก้อนใหญ่ทับเอาไว้
เวลาผ่านเลยไปจนกระทั่งถึงสี่ทุ่ม ฟู่อวิ่นซางก็กลับมา
ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามา แล้วเปิดไฟ “คุณหลับไปแล้วเหรอ วันนี้นอนเร็วจังนะ”