หลังจากอู๋เซิ่งมองดูที่พักใหม่ถูกสร้างขึ้นอู๋เซิ่งก็เดินตรวจสอบและพบว่ากลิ่นอายความตายหายหมดแล้วตอนนี้ปราณฟ้าดินกลับมาเป็ปกติแล้ว
“อืมน่าจะพอฝึกฝนได้อยู่” อู๋เซิ่งกล่าว
“เอาละข้ามีงานที่ต้องทำอีกมากที่เหลือเ้าก็ฝึกฝนอยู่เงียบๆก็แล้วกันอ้อ หากเ้าอยากจะได้รับแต้มสำนักสามารถรับภารกิจจัดการสัตว์อสูรหรือไม่ก็ปรุงยาให้กับสำนักก็ได้แต่ข้าแนะนำอย่างหลักจะได้รับแต้มมากกว่าและรวดเร็วกว่า” เมี่ยวอิงเยว่กล่าวเสร็จก็จากไป
“ผู้าุโเมี่ยวจื่อมีอะไรจะพูดกับข้างั้นเหรอ”อู๋เซิ่งเห็นเมี่ยวจื่อและหว่านเอ๋อไม่จากไปและยืนมองตนจึงสงสัย
“ข้าก็แค่ไม่เข้าใจด้วยพร์ของเ้าหายไป 4 ปีบวกกับมีท่านพี่อยู่ทำไมพลังของเ้าถึงหยุดอยู่ที่ก่อกำเนิดขั้นกลาง”เมี่ยวจื่อกล่าว
“ในระดับก่อกำเนิดนั้นเป็่สำคัญสำอย่างมากบางคนอาจจะแค่ทำการเติมเต็มพลังปราณให้เพียงพอและฝึกฝนตามเงื่อนไขเล็กน้อยเพื่อทะลวงผ่านแต่ข้าไม่ใช่ สำหรับข้ามันสำคัญมากมันคือการตัดสินเส้นทางในอนาคตอีกด้วยอีกอย่างหากไม่ศึกษาให้ดีในอนาคตก็อย่าหวังว่าจะกลายเป็เซียนได้” อู๋เซิ่งกล่าว
“ดูเหมือนเ้าจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างจริงๆเื่นี้ท่านพี่ไม่ได้สอนเ้าใช่หรือไม่” เมี่ยวจื่อกล่าว
“บอกท่านไปก็ไม่เสียหายแต่เดิมข้ามีอาจารย์อยู่แล้ว และที่ข้าตกลงเป็ศิษย์ของอิงเยว่นั้นเป็แค่ข้อตกลงของเราสองคนเท่านั้นส่วนข้อตกลงแบบไหนท่านไปถามนางเองแล้วกัน”อู๋เซิ่งกล่าวและเดินเข้าไปในที่พัก
เมี่ยวจื่อยืนตกตะลึงอู๋เซิ่งถึงกับกล้าเรียกพี่สาวนางด้วยชื่อตรงๆแถมยังดูเหมือนมีอะไรหลายๆอย่างที่นางต้องถามให้กระจ่าง
“ตกลงมันเป็ยังไงกันแน่”หว่านเอ๋อสับสนไปหมด
“ไปถามท่านพี่ดูก็รู้”เมี่ยวจื่อรีบตามเมี่ยวอิงเยว่ไป
ทางด้านอู๋เซิ่งหลังจากตรวจสอบที่พักเสร็จก็เริ่มนำหินิญญาออกมาและเริ่มวางค่ายกลรอบๆที่พักค่ายกลจำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาในเวลาไม่นานทั้งค่ายกลป้องกันและค่ายกลสังหารถูกสร้างอย่างต่อเนื่องหินิญญา 5แสนก้อนที่อู๋เซิ่งได้รับมาถูกใช้ไปแล้ว 1 แสนก้อน
“ด้วยค่ายกลทั้งหมดนี้ข้าน่าจะฝึกฝนได้อย่างสงบๆสักพัก”อู๋เซิ่งกล่าว
“น้องเล็ก!!!!!!!!!!”
ขณะนั้นเองเสียงที่สดใสดังขึ้นต้วนหนิงเอ๋อและต้วนซิวเอ๋อเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
“คารวะท่านอา”
“หายไป4 ปี เ้าโตขึ้นมาใบหน้าของเ้าหล่อเหลาและดูดีมากกว่าบิดาของเ้าดูเหมือนจะไปทางแม่ของเ้าซะมากกว่า” ต้วนซิวเอ๋อกล่าว
“พวกท่านมาหาข้ามีอะไรหรือเปล่า”
“จะอะไรอีกละข้าใมากที่ได้รู้ข่าวว่าเ้าเป็ศิษย์ของท่านประมุขแถมเ้ายังมีพลังขนาดนั้นอีกทำเอาพี่สาวคนนี้หมดความมั่นใจเลย”ต้วนหนิงเอ๋อกล่าว
“ที่ข้าแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปในระดับเดียวกันหนึ่งเพราะข้าฝึกฝนทักษะที่แข็งแกร่ง อย่าลืมสิว่าอาจารย์ผู้ลึกลับของข้าคือเซียนทักษะที่ข้าฝึกคนเหล่านี้ไม่อาจเทียบได้อยู่แล้ว” อู๋เซิ่งยิ้ม
“นั่นสินะแต่หลังจากนี้หลายคนคงจะหมายตาทักษะของเ้าแน่ๆหลังจากที่เ้าแสดงมันออกมาระดับตัดิญญาเ่าั้จะต้องมองออกอย่างแน่นอน”ต้วนซิวเอ๋อกังวล
“ข้ารู้เพราะงั้นข้าถึงได้เตรียมความพร้อมเอาไว้เสมออ้อนี่สำหรับพวกท่าน ตามจริงข้าได้มอบทักษะระดับเซียนให้กับท่านปู่และท่านพ่อไปแล้วทั้งสองตอนนี้น่าจะใช้เวลาอีกไม่นานก่อนจะทะลวงกลายเป็ครึ่งเซียน”อู๋เซิ่งมอบหนังสือทักษะให้กับทั้งสอง
“ของล้ำค่าแบบนี้ท่านอาจารย์ของเ้าไม่ว่างั้นเหรอ”ต้วนซิวเอ๋อตื่นตระหนกเพราะแม้แต่สามสำนักก็มีทักษะขั้นเซียนสำนักละ1 เล่มเท่านั้นเห็นได้ชัดว่ามันหายากมากๆ
“แน่นอนอยู่แล้วหากท่านอาจารย์ไม่อนุญาติข้าจะกล้ามอบให้พวกท่านได้อย่างไร”อู๋เซิ่งกล่าว
“เช่นนั้นก็ดีในอนาคตตระกูลต้วนของเราจะได้ปรากฏเซียนขึ้นมา ถึงตอนนั้นบิดาของเ้าจะได้ออกตามหามารดาของเ้า”
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกต่อให้ถึงขั้นเซียนก็ใช่ว่าจะสามารถตามหาท่านแม่ได้” อู๋เซิ่งหรี่ตาลงเพราะเขารู้ว่าศัตรูที่ตระกูลอู๋ต้องเจอนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
“อันตรายขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ”เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของอู๋เซิ่งต้วนซิวเอ๋อก็กังวลขึ้นมา
“แต่มันก็ไม่ได้แข็งแกร่งจนไม่สามารถจัดการไม่ได้อย่างน้อยขอแค่ข้ามีเวลามากพอก็สามารถจัดการปัญหานี้ได้”อู๋เซิ่งยิ้ม
“น้องเล็กทักษะพวกนี้มันแปลกๆข้ารู้สึกว่ามันต่างกับทักษะที่ข้าเคยฝึกมากเกินไป”ต้วนหนิงเอ๋อที่นั่งอ่านหนังสือทักษะอยู่กล่าวขึ้น
“พอดีเลยข้าจะอธิบายให้พวกท่านฟังทั้งหมดหากมีขั้นตอนไหนไม่เข้าใจก็ถามข้า” อู๋เซิ่งอธิบายแิและขั้นตอนการฝึกฝนให้กับพวกนางฟังเหมือนกับที่อธิบายให้กับต้วนเทียนและต้วนเฟิงฟัง
ซิ่งทักษะที่อู๋เซิ่งมอบให้ไม่ใช่ทักษะขั้นเซียนแต่มันคือทักษะที่อู๋เซิ่งใช้ความรู้ของชาติก่อนและแนวทางที่จักรพรรดิกระบี่สร้างขึ้นผสานกันเป็ทักษะแบบใหม่แม้ทักษะนี้จะไม่ดีเท่ากับของจักรพรรดิกระบี่และทักษะบงกชส่อง์ของจักรพรรดิอู๋ซูแต่มันเป็ทักษะที่เหนือกว่าขั้นเซียนอย่างไม่ต้องสงสัยสำหรับตระกูลต้วนมันเพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นในอนาคต
หลังจากที่อู๋เซิ่งอธิบายจนทั้งสองเข้าใจทั้งสองก็เริ่มหลับตาฝึกฝนสำหรับต้วนซิวเอ๋อที่ฝึกฝนมาถึงจนถึงระดับตัดิญญานางจำเป็ต้องเริ่มย้อนกับไปฝึกพื้นฐานให้ดีเสียก่อนแต่สำหรับต้วนหนิงเอ๋อนางยังเป็แค่ระดับก่อกำเนิดจึงง่ายสำหรับนาง
ทั้งสองนั่งฝึกฝนอย่างเงียบๆขณะนั้นเองอู๋เซิ่งก็ััได้ถึงสายตาไม่เป็มิตรศิษย์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาอยู่ทางเข้าที่พักของอู๋เซิ่งแต่ละคนปลดปล่อยกลิ่นอายระดับก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์ออกมาทั้งนั้น
“ข้าพึ่งสั่งสอนพวกนั้นไปก็ยังมีพวกโง่เข้ามาหาเื่อีกงั้นเหรอ”อู๋เซิ่งถอนหายใจและเปิดใช้ค่ายกลทำให้พวกต้วนหนิงเอ๋อไม่ถูกรบกวนจากการต่อสู้
“พวกเ้ามาหาข้ามีธุระอะไรละ”อู๋เซิ่งกล่าว
“ข้าก็แค่อยากจะขอคำชี้แนะจากศิษย์ของท่านประมุขเสียหน่อยพอดีอายุของข้า 19 ปีแล้วเลยไม่สามารถท้าประลองเมื่อครู้ได้” ชายหนุ่มกอดดาบเอาไว้กล่าว
“เพราะงั้นเลยอยากจะมาขอท้าประลองกับข้าที่อายุ14 ปีเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองว่างั้น” อู๋เซิ่งเย้ยหยัน
“พูดอะไรอย่างงั้นพวกเรามาด้วยความบริสุทธิ์ใจหากเ้าไม่กล้าก็ไม่เป็ไร”ชายหนุ่มอีกคนกล่าว
“ดูนั่นพวกนั้นเริ่มแล้ว”
“ช่วยไม่ได้คนพวกนั้นเป็ผู้ติดตามของจางไถ จางไถนั้นเคยเป็อัจฉริยะที่คาดว่าจะได้เป็ศิษย์ของท่านประมุขรองจากแค่ฉินอี้เหยาเท่านั้นแต่ตอนนี้ทั้งสองออกไปทำภารกิจยังไม่กลับมาประมุขกลับรับศิษย์สืบทอดพวกเขาคงไม่พอใจและอยากจะแสดงให้คนอื่นเห็นว่ามีเพียงจางไถและฉินอี้เหยาเท่านั้นที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้”
“แต่ศิษย์ของท่านประมุขก็ไม่ธรรมดา8 ต่อ 1 เขายังเอาชนะได้ง่ายๆเลย”
“นั่นแหละต้องมาดูกันว่าใครจะเหนือกว่ากัน”
ศิษย์คนอื่นๆต่างมองห่างๆพวกเขาไม่้าเข้าไปยุ่งกับความขัดแย่งนี้