หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นตึกๆ...
จิณณพยายามเงยขึ้นไปมองใบหน้าดิบเถื่อนนั้นแล้ว แต่มัดกล้ามล่ำสันเรียงตัวสวยของชายวัยสี่สิบปลายๆมันเร้าร้อนอย่างล้นเหลือ โดยเฉพาะขนอุยที่พาดยาวลงมาั้แ่สะดือ ความดกหนาของมันบ่งบอกได้เลยว่าใต้กางเกงในตัวนั้นมันเหมือนป่าดงดิบปานใด อนาคอนด้าตัวใหญ่กำลังหลับใหลซ่อนตัวใต้หัวยางยืด
แม้วันนี้ท้องฟ้าจะดูอึมครึม แต่ใบหน้าขาวใสของเด็กหนุ่มกลับร้อนรุ่มแดงก่ำจนเหงื่อแตกไปทั่วแผ่นหลังขาวละเอียด!
“มาหาน้ำหรอ” เสียงทุ้มต่ำอันนุ่มลึกเอ่ย
“ค…ครับ”
“น้ำไม่ได้บอกหรือไงว่าจะไปต่างจังหวัด”
“อะไรนะครับ”
“พึ่งออกไปเมื่อเช้านี่เอง กว่าจะกลับก็อาทิตย์หน้านู่น”
จิณณ์พยักหน้าและถอนหายใจ
เมื่อหยิบโทรศัพท์เปิดขึ้นมาดูก็เจอกับข้อความขอโทษขอโพยของเพื่อนสาวตัวเอง น้ำทักมาบอกว่าเธอนั้นลืมส่งข้อความหา ว่าตอนนี้ได้เดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อพาแม่ไปเยี่ยมญาติประมาณหนึ่งอาทิตย์ การขับรถหลายสิบกิโลเพื่อมาหาเพื่อนสนิทเสียเปล่า และท่าทางดังกล่าวผู้เป็พ่อก็ดูออก
“น้ำไม่ได้บอกสินะ ลูกสาวพ่อนี่เป็อย่างนี้ตลอดเลย”
“ไม่เป็ไรครับลุงพล”
“ว่าแต่จิณณ์มาทำอะไรล่ะ”
“แค่…จะมาทักทายน้ำน่ะครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”
“แค่นั้นหรอ แล้ววันนี้ได้ไปไหนต่อมั้ย”
“ไม่ครับ”
“ไหนๆก็มาแล้ว ช่วยลุงทำสวนหน่อยสิ ไม่รู้วันนี้คนงานหายหัวไปไหนหมด”
“ด….ได้ครับ”
จิณณ์รีบตบปากรับคำ...
ไม่มีอะไรที่เด็กหนุ่มจะชื่นชอบไปมากกว่าช่วยพ่อเพื่อนกล้ามล่ำทำสวนอีกแล้ว สมัยก่อนจิณณ์มักเสนอตัวอาสาช่วยลุงพลทำนู่นทำนี่เสมอ แม้จะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ถือว่ายังดีกว่านั่งอยู่บ้านคนอื่นไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดร่างหนาใหญ่ จิตใจของร่างเล็กมักไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยสักครั้ง และยิ่งโตขึ้นและกาลเวลาเปลี่ยนผัน ความรู้สีกนั้นก็ยิ่งทวีพูนมากกว่าเดิมหลายเท่า
แต่ถึงจะชอบถ้ำมองพ่อของเพื่อนสาว จิณณ์ก็ยังยับยั้งอารมณ์ของเขาและทำได้เพียงเก็บเอาไปฝันเท่านั้น
“ขอบใจนะ เดี๋ยวลุงไปแต่งตัวก่อน”
“ครับ ลุงพล”
ชายร่างใหญ่ฉีกยิ้มเชิงขอบใจ ก่อนจะเดินกลับไปอาบน้ำตามตุ่มและหาเสื้อผ้าใส่เตรียมทำงาน ไหนๆวันนี้ก็ไม่ได้เจอกับเพื่อนสนิทอย่างที่ตั้งใจ จิณณ์ก็ขอใช้เวลาเดินทางหลายกิโลเสพสมบรรยากาศกับชายฉกรรจ์ร่างหนาใหญ่ไปแล้วกัน
ระหว่างที่กำลังรอช่วยพ่อเพื่อนทำสวนนั้น เมฆบนท้องห้าก็เริ่มรวมตัวกันเป็สีเทาเข้มมากขึ้นทุกที