ตอนที่ 17 หอลี่จิ้ง
หลี่เฉินอันออกไปจากร้านธัญพืชหลี่จี้แล้ว จากนั้นก็ไปซื้อเชื้อสุราต่อ เมื่อคิดว่าซื้อของทุกอย่างมาครบแล้ว ดังนั้นจึงได้หันกลับเดินไปทางตรอกเอ้อร์จิ่งโกว
เขามิได้สังเกตเห็นว่าหน้าต่างชั้นสองของโรงน้ำชาตรงหัวมุมตะวันออกนั้นถูกเปิดอยู่ และมีใบหน้าหนึ่งกำลังมองลงมาจากทางหน้าต่างบานนั้น
ใบหน้านั้นกำลังจ้องมองเขา
เกิดรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้น
เขาผู้นั้นก็คือ หลี่เฉินตง
คืนวันที่ 3 เดือน 3 ตอนที่กลับมาจากทะเลสาบฮั่วผิง ยามเห็นท่าทางตกที่นั่งลำบากของท่านแม่ และท่าทางาเ็จนพิกลพิการของพวกบ่าวรับใช้ ถึงได้ทราบว่าพี่ชายหน้าโง่ที่เพิ่งเดินผ่านกันตรงหน้าประตูมาก่อเื่ใหญ่โตที่จวนอย่างคาดไม่ถึง
ดังนั้นเขาจึงเขียนคำร้องเรียน และส่งเื่ของหลี่เฉินอันไปยังศาลาว่าการในวันที่ 4 เดือน 3
วันนี้ศาลาว่าการได้ส่งคนมาจับตัวหลี่เฉินอันที่ตรอกเอ้อร์จิ่งโกว ตามกฎหมายของแคว้นหนิง หลี่เฉินอันที่ถูกขับไล่ออกจากจวนแล้วก็ไม่ถือเป็บุตรชายคนโตของตระกูลหลี่อีกต่อไป การกระทำของเขาคือการบุกรุกเข้ามาทำร้ายคนในจวน อย่างน้อยก็จะถูกพิจารณาให้จำคุกหนึ่งปี
ด้วยประวัติอาชญากรจนติดคุกนี้... ต่อให้หลี่เฉินอันจะมีความสามารถยิ่งใหญ่เพียงไร ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่มีทางได้เป็ขุนนางอีกแล้ว !
ท่านแม่บอกว่าเขาเปลี่ยนแปลงไปมาก ราวกับเปลี่ยนไปเป็คนละคน
จากที่เห็นใน่หลายวันนี้ เขาได้เปลี่ยนแปลงไปมาโดยแท้จริง แต่แล้วอย่างไรเล่า ?
ขอเพียงจับเ้าเข้าคุกได้ มีเพียงกฎหมายเท่านั้นที่จะสามารถจัดการกับเ้าได้ !
หลังจากหนึ่งปีให้หลังที่เ้าออกมา... เ้าก็จะถือว่าเป็คนไร้ประโยชน์ แต่ตัวข้าหลี่เฉินตงกลับสอบได้จวี่เหรินแล้ว !
ยามเ้าพบเจอข้า ก็จะต้องคุกเข่าลงกับพื้นและเรียกข้าว่าใต้เท้าจวี่เหริน !
ส่วนร้านสุรานั้นย่อมไม่อาจฟื้นฟูกิจการได้อีก เงินที่เขาลงทุนไปเ่าั้ก็จะเสียเปล่า
“ข้าจะทำให้เ้าคลุ้มคลั่ง ! ข้าจะทำให้เ้าต้องลงทุนอย่างสูญเปล่า ! ”
ความหดหู่ใจของเมื่อวันที่ 3 ณ ทะเลสาบฮั่วผิงในตอนนี้ได้หายไปจากใจของเขาแล้ว จู่ ๆ เขาก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
นั่นคือพี่ชายของเขา !
ถึงแม้จะมีบิดาร่วมกัน แต่ก็ต่างมารดา
เขาไม่เคยเรียกขานอีกฝ่ายว่า ‘พี่ชาย’ มาก่อน เพราะ.......หลี่เฉินอันคือความผิดพลาดของตระกูลหลี่
เขาไม่คู่ควร !
เขาหยิบกาน้ำชาขึ้นมา หลี่เฉินตงมองไปยังเ้าหน้าที่สองนายที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูร้านสุรา ในยามนั้น หลี่เฉินอันก็กำลังเดินไปตรงหน้าเ้าหน้าที่ทั้งสองนายพอดิบพอดี
ต่อจากนั้น เขาก็จะถูกกุมตัวไป
แล้วหลังจากนั้น......หลี่เฉินตงก็จะนำเื่นี้ไปบอกกับท่านพ่อ และท่านแม่ของเขาก็จะได้กลายเป็ฮูหยินใหญ่ของตระกูลหลี่ และสองแม่ลูกคู่นั้นก็จะต้องถูกขับไล่ออกไปเช่นกัน !
……
……
หลี่เฉินอันยืนอยู่หน้าประตู
เ้าหน้าที่ทั้งสองได้ออกมาขวางทางของเขา
ในมือของเ้าหน้าที่าุโหนึ่งในนั้นถือเอกสารราชการหนึ่งฉบับ เขามองหลี่เฉินอัน จากนั้นก็เอ่ยถามว่า “เ้าคือหลี่เฉินอัน ใช่หรือไม่ ? ”
หลี่เฉินอันพอจะคาดการณ์ได้แล้วว่าเกิดเื่อะไรขึ้น สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว ลอบคิดว่าหากอยากให้เื่นี้จบลงอย่างสงบสุข คงต้องเชิญท่านผู้าุโฮัวหม่านถิงมาเท่านั้นแล้ว
“เป็ข้า ท่านทั้งสองมาด้วยเหตุอันใดหรือ ? ”
เ้าหน้าที่อายุน้อยอีกนายส่งเสียงในลำคอขึ้นมา “เ้ายังไม่รู้แจ้งในเื่ที่เ้ากระทำลงไปอีกอย่างนั้นหรือ ? ”
“อ่า ขอบังอาจถามว่าท่านกำลังหมายถึงเื่ใดกัน ? ”
“ข้าขอถามเ้า เมื่อยามค่ำวันที่ 3 เดือน 3 เ้าได้กลับไปจวนหลี่หรือไม่ ? ”
“อืม ข้ากลับไปจริง”
“ข้าขอถามเ้าอีกว่า หลังจากเ้าเข้าจวนหลี่ไป ได้กระทำการอุกอาจลงมือทำร้ายผู้คนในจวนหลี่หรือไม่ ? ”
หลี่เฉินอันส่ายหน้า “นายท่าน ข้ามิได้กระทำการอุกอาจแต่อย่างใด ข้าเพียงลงทัณฑ์หญิงชั่วกับบ่าวอีกห้าคนก็เท่านั้น ! ”
เ้าหน้าที่หนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด และะโเสียงดังว่า “นี่มันเรียกกระทำการอุกอาจมิใช่หรือไร ? ”
เขายื่นนิ้วชี้ไปทางหลี่เฉินอันและตวาดลั่น “ในกลางวันแสก ๆ เ้ากลับบุกไปยังจวนหลี่โดยตั้งใจจะชิงทรัพย์และสังหาร มีคนฟ้องร้องเ้ามา ด้วยโทษทั้งหมดของเ้า ใต้เท้าห้องสืบสวนของเราจะมาพิจารณาด้วยตนเอง”
“ตามพวกข้าไปยังศาลาว่าการ”
ด้านนอกร้านมีเ้าหน้าที่มาเยือนสองนาย ยามนี้เ้าหน้าที่กำลังด่าทอหลี่เฉินอันด้วยเสียงก้องกังวาน ดังนั้นพ่อค้าหลายร้านจึงออกมาล้อมดูด้วยความสงสัย ถึงเพิ่งได้ทราบว่าเดิมทีเ้าหลี่เฉินอันวิ่งไปก่อเื่ที่จวนหลี่มาอย่างอุกอาจ
“ข้าว่าแล้ว เ้านี่ดูก็รู้ว่ามิใช่คนดีอะไร”
“ในอดีตแสร้งทำเป็ใสซื่อ แต่เื้ักลับวิ่งเข้าบ่อนพนัน ข้าก็ว่าเขานำเงินจากที่ใดมาทำร้าน จะต้องเป็เงินที่เขาขโมยจากจวนหลี่มาเป็แน่ ! ”
“...แต่อย่างไร จวนหลี่ก็คือบ้านของเขา ด้วยความกล้าของเขา พวกเ้าคิดว่าเขากล้าไปก่อเื่ที่จวนหลี่หรือ ? ”
“แต่พวกของศาลาว่าการอยู่ที่นี่แล้ว ชี้ตัวแจ้งนามเพื่อจับเขา เยี่ยงนั้นต้องเป็คนของจวนหลี่ที่ฟ้องเขา นอกจากนี้บิดาของเขาไล่ออกจากจวนหลี่มาแล้ว ก็มิถือเป็คนจวนหลี่อีกต่อไป”
“มิสามารถตัดสินคนจากภายนอกได้ คนที่ในยามปกติดูไม่สะดุดตาก็จะยิ่งโเี้ จากที่ข้าเห็น เขากล้าชิงทรัพย์แม้แต่กับจวนหลี่ ไม่แน่วันใดอาจจะมาปล้นพวกเราก็เป็ได้ ! ”
“……”
ด้านนอกเสียงดังเอะอะจนดังเข้าไปในลานบ้าน
หนิงฉู่ฉู่ที่ยังอยู่ในลานบ้านไม่ออกไปไหนคิ้วขมวดขึ้นมา “ไคหยาง เ้าออกไปดูสิ”
“หม่อมฉันน้อมรับคำสั่ง ! ”
ไคหยางเดินออกมาก็ชะงักไปชั่วครู่ นางเห็นเ้าหน้าที่หนุ่มมือหนึ่งกดดาบที่เอว ส่วนอีกหนึ่งมือยื่นออกไปหมายคว้าตัวหลี่เฉินอัน
หลี่เฉินอันย่อมไม่มีทางยอมจำนน เขาจะต้องหาใครสักคนมาช่วยเขาให้ได้
และคนที่จะช่วยเขาได้อยู่ในสำนักศึกษาเฉี่ยนโม่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
เขาเชื่อว่าด้วยอิทธิพลของผู้าุโฮัว จะต้องทำให้เขารอดจากเื่นี้ไปได้อย่างง่ายดายเป็แน่
ท่าไม่ดีอย่างไรก็ต้องให้ท่านผู้าุโฮัวทราบว่าตนถูกขังอยู่ในคุกใหญ่ บางทีเขาอาจจะเห็นแก่กวีบทนั้นและช่วยตนออกมาได้
“ประเดี๋ยวก่อน”
หลี่เฉินอันถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลิกฝ่ามือกลับจับมือของเ้าหน้าที่หนุ่มเอาไว้
“เื่นี้ต้องมีเงื่อนงำเป็แน่ ! ”
“ข้าไม่สนว่าเ้าจะมีเงื่อนงำอันใด เื่ทั้งหมดเอาไว้ไปคุยกันที่ศาลาว่าการ ! ”
“ท่านทั้งสองโปรดรอประเดี๋ยวก่อน ข้าอยากไปพบคนผู้หนึ่ง”
เ้าหน้าที่หนุ่มหมดความอดทนคิ้วขมวดนิ่ว และในยามที่กำลังจะกล่าวบางอย่าง ด้านเ้าหน้าที่าุโกลับโบกมือ “หลี่เฉินอัน เ้าอยากไปพบผู้ใด”
“ท่านผู้าุโฮัวหม่านถิง”
เห็นได้ชัดว่าเ้าหน้าที่ทั้งสองนายต่างก็ทราบถึงชื่อเสียงของฮัวหม่านถิง พวกเขาต่างชะงักไปชั่วครู่ แต่เ้าหน้าที่หนุ่มผู้นั้นกลับหัวเราะขึ้นมา
“ข้าขอบอกเ้า ผู้าุโฮัวพักอยู่ที่เมืองหลวงเมืองยวี่จิง การไปเมืองยวี่จิงรวมเวลาทั้งไปและกลับก็ต้องใช้เวลานานถึงครึ่งเดือน พวกข้าคงไม่อาจรอเ้าได้ถึงครึ่งเดือนหรอกนะ”
“นอกจากนี้... หลี่เฉินอัน เ้ามีฐานะอันใดกัน”
“ผู้าุโฮัวมีฐานะอันใดกัน”
“คนอย่างเ้าหลี่เฉินอันสามารถรู้จักกับผู้าุโฮัวได้ด้วยหรือ ? หากเ้ารู้จักท่านผู้าุโ เหตุใดยังต้องทำกิจการอยู่ที่ตรอกเอ้อร์จิ่งโกวนี้อยู่กัน ผู้าุโฮัวพูดเพียงหนึ่งคำ อย่างน้อยเ้าก็สามารถไปเป็คนเฝ้าประตูของตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงสักจวนได้แล้ว”
“หากเ้ากล่าวว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครสักคนในเมืองกวงหลิง ข้ายังพอเชื่อได้ เ้าลองมองตัวเ้าดู แม้แต่จะโกหกยังทำไม่เป็ ซื่อสี จับกุมตัวเขาไป ! ”
เ้าหน้าที่หนุ่มนามซื่อสีชักมือกลับมาในทันที ในยามที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้า คาดไม่ถึงว่าจะมีเสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง
“ช้าก่อน”
เ้าหน้าที่สองนายหันกลับมา ก็เห็นสตรีท่าทางองอาจยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา
เ้าหน้าที่หนุ่มแสยะยิ้ม “ท่านผู้นี้... วีรสตรีหรือ เ้าก็อยากออกหน้าช่วยเขารึ ? ”
“พวกเ้ารอประเดี๋ยวก่อน ข้าเข้าไปข้างในสักครู่แล้วจะออกมา มิจำเป็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือนในการเดินทางไปเมืองหลวง ! ”
ไคหยางหันหลังเดินเข้าไป ซื่อสีมองไปทางเ้าหน้าที่าุโ “ท่านหัวหน้า”
“รอประเดี๋ยวก่อน”
“...ขอรับ”
ชาวบ้านที่รับชมความสนุกอยู่ด้านนอกไม่ทราบแล้วว่าแสดงไปถึงบทไหนแล้ว
คาดไม่ถึงว่าเมื่อครู่เ้าโง่นั่นจะเอ่ยว่ารู้จักกับฮัวหม่านถิง นักปราชญ์ใหญ่แห่งแคว้นหนิง แน่นอนว่าเขากำลังโกหก เพราะเ้าโง่นี่มิเคยออกไปจากตรอกเอ้อร์จิ่งโกวตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่การไปเมืองหลวงเลย
เ้าหน้าที่ทั้งสองต่างก็มองแผนการหลบหนีของเขาออกในชั่วพริบตา เดิมคิดว่าเขากำลังจะถูกนำตัวไปลงทัณฑ์แล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีหญิงงามเพียงนั้นเดินออกมาจากเรือนด้านหลังของเขา
นี่คือหญิงงามที่หลี่เฉินอันซ่อนตัวไว้หรือ ?
แม่นางนั้นงดงาม แต่ร้านของเขาน่ะ หรือจะเป็ดั่งห้องทองคำ ?
น่าเสียดายแม่นางผู้นี้เสียจริง !
ฟังจากเสียงของนางก็ทราบว่าเป็คนนอกพื้นที่ คาดว่าคงมิรู้ภูมิหลังของหลี่เฉินอัน จนถูกเขาหลอกลวงเข้าให้แล้ว
เ้าหมอนี่ ในอดีตมิเคยข้องแวะกับใคร เดิมก็แสร้งทำตัวน่าสมเพช ใครจะไปคิดว่าเขาจะมีจิตใจคิดร้ายซ่อนอยู่
หลี่เฉินตงที่นั่งอยู่บนชั้นสองของโรงน้ำชาเองก็ได้ยื่นหน้าออกไปมองเช่นกัน
ระยะห่างมิได้ไกลมาก แถมเสียงของพวกเขาก็ดังอย่างมาก หลี่เฉินตงจึงได้ยินบทสนทนาเ่าั้
ยามหลี่เฉินอันเอ่ยนามของฮัวหม่านถิงออกมา ทำให้เขาตกตะลึงโดยแท้จริง
เขาเองก็ทราบเื่ที่ฮัวหม่านถิงขึ้นมาบนเรือสามชั้นและอยู่ที่ห้องด้านหลังเรือ เขาเองก็ทราบว่าฮัวหม่านถิงยังอยู่ที่เมืองกวงหลิงโดยแท้จริง แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็คาดไม่ถึงว่าหลี่เฉินอันจะรู้จักกับฮัวหม่านถิงด้วย
เขาและเ้าหน้าที่ทั้งสองนายต่างก็คิดเหมือนกัน เดิมคิดว่าเ้าหน้าที่ทั้งสองจะเปิดโปงคำโกหกของหลี่เฉินอันและนำตัวเขาไปยังศาลาว่าการ แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีสตรีคนหนึ่งมาออกหน้าแทนเขา
แล้วนี่นางเป็ผู้ใดกัน ?
ทำไมเ้าหน้าที่ทั้งสองนายถึงไม่ลงมือ ?
หรือว่ายังมีลูกไม้อะไรอีกอย่างนั้นหรือ ?
เมื่อลองครุ่นคิดดู หลี่เฉินตงก็ไม่คิดว่าเ้าพี่ชายโง่เขลาอายุ 17 ปีผู้นั้นจะรู้จักคนใหญ่สักคนในเมืองกวงหลิงได้
หลี่เฉินอันในยามนี้ก็ค่อนข้างสับสนเช่นกัน
สตรีเมื่อครู่คือคนที่มาพร้อมกับคุณชายรูปงามเมื่อตอนเช้า คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะยังไม่ไปอย่างนั้นหรือ
ใช่แล้ว คุณชายรูปงามผู้นั้นคือขันทีจากวังหลวง......เหมือนว่าสถานะขันทีของเขานั้นจะอยู่สูงอย่างมาก สตรีผู้นี้คงจะเป็องครักษ์ของเขา
หากขันทีรูปงามผู้นั้นแทรกแซงเข้ามา เยี่ยงนั้นเื่ร้ายของตนก็ได้กลับกลายเป็เื่ดีโดยแท้จริง เขาไม่ต้องไปติดหนี้บุญคุณครั้งใหญ่กับผู้าุโฮัวแล้วเช่นกัน
เพียงแต่......ในเมื่อเขาเป็ขันที การที่นำบทกวีขึ้นไปบนเรือนั้นมีความหมายเช่นไรกัน ?
ในยามที่กำลังคาดเดาอยู่กับตัวเอง ไคหยางก็เดินออกมา
“พวกเ้าสองคนเข้ามาด้านในสักครู่”
ซื่อสีมองเ้าหน้าที่อาวูโส เ้าหน้าที่ท่านนั้นพยักหน้า
ทั้งสองเดินตามไคหยางเข้าไปใน ไคหยางมิได้พาทั้งสองเข้าไปยังเรือนด้านหลัง แต่กลับแสดงป้ายคำสั่งไปทางพวกเขา
ซื่อสีชะงัก เขาไม่เคยเห็นป้ายคำสั่งนี้มาก่อน แต่เ้าหน้าที่าุโด้านข้างของเขากลับตะลึงงัน
“หอลี่จิ้ง......ใต้เท้า”
เ้าหน้าที่าุโรีบโค้งคำนับ “ไม่ทราบว่าใต้เท้าหอลี่จิ้งอยู่ที่นี่ เพียงแต่... เพียงแต่หลี่เฉินอันผู้นั้น......?”
“กลับไปและบอกกับใต้เท้าของพวกเ้า เดิมทีหลี่เฉินอันเป็บุตรชายคนโตของจวนหลี่ เื่เล็ก ๆ อย่างการลงทัณฑ์บ่าวชั่วเยี่ยงนี้มิจำเป็ต้องให้เขามาพิจารณาคดี”
“ข้าน้อยน้อมรับคำสั่ง” เ้าหน้าที่าุโกระชากเสื้อของซื่อสี “ไป ! ”
ทั้งสองเดินออกมาด้านนอกร้าน เ้าหน้าที่าุโมองไปทางหลี่เฉินอันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน
เขายกมือคำนับ และกล่าวด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย “คุณชายหลี่ เข้าใจผิดไปแล้ว เป็เื่เข้าใจผิด ภายภาคหน้าหากมีใครมารังแกท่าน บอกกับเฉินเอ้อโก่วผู้นี้ได้ เอ้อโก่วยินดีจะยืนหยัดเพื่อท่าน”
“ขอตัวลา”
“จงแยกย้ายเสีย” เฉินเอ้อโก่วะโไปทางพ่อค้าที่ล้อมวงอยู่ “คุณชายหลี่ถูกใส่ร้าย พวกข้าได้ตรวจสอบกันเป็ที่แน่ชัดแล้ว หากพวกเ้ากล้าปากพล่อย ระวังข้าจะมาลงโทษพวกเ้าทุกคนข้อหาใส่ร้ายป้ายสี ! ”
ฝูงชนที่ล้อมรอบอยู่นั่นต่างก็ตกตะลึง นี่มันเกิดเื่อะไรกันขึ้น ?
หลี่เฉินอันย่อมเดาเหตุการณ์ได้ เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าขันทีรูปงามท่านนั้นจะมีอิทธิพลใหญ่โตเพียงนี้
หลี่เฉินตงที่อยู่บนโรงน้ำชาชั้นสองก็ตะลึงงันเช่นกัน.......แท้จริงแล้วเป็ผู้ใดกันที่คอยหนุนหลังเขาอยู่ ?
หรือว่าท่านฮัวหม่านถิงจะอยู่ด้านในนั้น ?
ซื่อสีและเฉินเอ้อโก่วเดินไปจนถึงต้นทาง เขาถึงได้หันหน้ามามองและเอ่ยถามว่า “หัวหน้า หอลี่จิ้งคือสิ่งใด ? ”
“กลุ่มปีศาจสตรี ! ”
“แม้แต่เทพเซียนก็ควบคุมไว้ไม่ได้”
“จำป้ายนั้นไว้แล้วหรือไม่ ? ป้ายนั้นมีด้วยกันสามประเภท แบ่งเป็ป้ายทอง ป้ายเงิน และป้ายทองแดง ภายภาคหน้าหากเห็นป้ายนั้น ไม่ว่าจะเป็ประเภทใด ต่อให้เป็คดีร้ายแรงครั้งใหญ่โตก็อย่าได้เอ่ยปากโต้แย้งโดยเด็ดขาด ! ”
“...ร้ายกาจถึงเพียงนี้เลยหรือ ? ”
“พวกตาไร้แววต่างก็ถูกคนของหอลี่จิ้งสังหาร หากเ้ารังเกียจชีวิตที่ยืนยาว จะลองดูก็ได้ ! ”