กรุงเทพมหานคร
1ชั่วโมงก่อนการอัญเชิญ
“ ท่านนายกครับเกิดเื่ใหญ่ขึ้นเเล้ว !” ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีได้เดินเข้ามาในห้องประชุม
เขาเข้ามาด้วยสีหน้าที่เครียดเป็อย่างมาก
คณะรัฐบาลที่กำลังนั่งหารือกันอย่างดุเดือดก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นที่ปรึกษาที่กำลังตื่นตระหนก
ทุกคนในห้องต่างจ้องมองไปที่ผู้ช่วยคนนั้นด้วยสีหน้าด้วยความสงสัยที่ราวกับว่าจะต้องมีเหตุการณ์ที่ร้ายเเรงเกิดขึ้น
“ ขออนุญาตนะครับท่าน ตอนนี้มีรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา พวกเขารายงานมาว่าเกิดเเผ่นดินไหวระดับ12 รอบชายเเดนของประเทศเราครับทั้งชายเเดนที่ติด พม่า ลาว กัมพูชา เเละ มาเลเซียครับ!!
“ เื่เเบบนี้มันมันเกิดได้ยังไงกัน” ทุกคนในห้องประชุมต่างใกับสิ่งที่ผู้ช่วยได้รายงานออกมาพวกเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าทำไมถึงได้เหตุการณ์ที่รุนเเรงพร้อมกันทั่วประเทศเเละจะต้องรับมือมันคงจะเป็เื่ยากที่ความช่วยเหลือจะเข้าถึงได้ทันเวลาเเละอาจจะต้องมีประชาชนนับล้านชีวิตที่่ต้องประสบภัยในครั้งนี้ ทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบไม่มีใครที่จะกล้าเสนอความคิดเห็นอะไรในเวลาเเบบนี้ได้เเต่เพียงเเค่รอคำพูดจากท่านนายกรัฐมนตรี
“ ทุกท่านในนามของนายกรัฐมนตรี นี้คือสภาวะฉุกเฉินระดับประเทศ ผมขอออกคำสั่งให้ระดมหน่วยงานจากทุกภาคส่วนให้รีบดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือเเละทำการอพยพประชาชนออกจากเขตเเผ่นดินไหวในทันที ”
สิ้นคำพูดจากนายกรัฐมนตรีทุกคนทั้งในห้องก็ต่างรีบออกไปทำหน้าที่ของตนโดยทันที
“ นี้มันเื่บ้าอะไร” นายกได้นั่งลงไปที่เก้าอี้ก่อนที่จะบ่นพึมพำ
ถ้าหากยังเกิดเเผ่นดินไหวที่รุนเเรงเเบบนี้ต่อไปความเสียหายก็จะถูกกระจายเป็วงกว้างอย่างเเน่นอน
อาณาเขตของราชรัฐคัวทอย์น
ปฎิทินกลางปี1693
นักรบจากฝูงบินไวเวิร์นที่ 6 ของราชรัฐคัวทอย์นกำลังออกลาดตระเวนไปทั่วพื้นที่ตามที่ได้รับคำสั่งมา
ยาโกะ อัศวินัของราชรัฐคัวทอย์นเขานั้นได้รับคำสั่งให้ออกมาลาดตระเวนพื้นที่ทางด้านตะวันออกของคัวทอย์น
ยาโกะมองลงไปที่หมู่บ้านด้านล่างของเขาที่นั้นมีเอลฟ์จำนวนที่หลากหลายกำลังใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขโดยที่ไม่ได้กลัวกับภัยคุกคามจากอาณาจักรลอเลีย ยาโกะมองลงไปพร้อมกับถอนหายใจอยู่หลายรอบก่อนที่จะมองขึ้นมาเเละเพลิดเพลิรไปกับทิวทัศน์บนท้องฟ้าที่จะมีเพียงเเค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้เห็นวิวเเบบนี้
ในขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์สายตาของเขาก็ได้ไปสังเกตเห็นอะไรกับอะไรบางอย่างที่ดูเเล้วคงจะไม่ใช่นกอย่างเเน่นอน
“ หืม…จุดขาวๆนั้นมันคืออะไรกัน ”
บนท้องฟ้าที่ควรจะมีเพียงเเต่ยาโกะเเละไวเวิร์นคู่ใจของเขา เขาไม่อาจจะรู้ได้ว่าสิ่งนั้นจะเป็พันธมิตรหรือศัตรูเเต่ถึงอย่างนั้นด้วยที่ว่าเขานั้นก็ได้รับมอบหมายให้ออกมาลาดตระเวนเขาจึงตัดสินใจที่จะบินเข้าไปใกล้กับจุดขาวนั้นทันที
วัตถุที่บินเร็วราวกับสายลม ก่อนที่จะค่อยๆใหญ่จนเห็นได้ชัดเจน เขาก็พอที่จะสามารถยืนยันได้เเล้วว่าเ้าสิ่งนี้จะต้องไม่่เป็มิตรอย่างเเน่นอนเพราะทั้งชีวิตเขาก็ไม่ได้เคยเห็นอะไรเเบบนี้มาก่อน
ยาโกะพยายามมองไปที่วัตถุปริศนาที่มีปีกขนาดใหญ่ถ้าหากในมุมมองยาโกะนั้นเขาอาจจะคิดได้ว่ามันคือสัตว์ที่มีปีกขนาดั์เเต่ปีกของมันนั้นกลับไม่กระพือเเม้เเต่เล็กน้อยเเละหนังของมันนั้นก็ยังหุ้มไปด้วยสีขาวเเละตรงระหว่างกลางกับด้านท้ายก็มีวงกลมที่มีสีด้านนอกเป็สีเเดงข้างในมีสีขาวน้ำเงินขาวเเดงเเละตัวอักษรที่ยาโกะอ่านไม่ที่สะกดว่า “ ราชนาวี ” เเละสิ่งที่ติดอยู่ที่หางของมันเหมือนจะเป็ธงที่มีสีเเดงขาวน้ำเงินเเละจุดเเดงตรงกลางที่ข้างในเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่เป็สีขาวเเต่ยาโกะก็ไม่สามารถที่จะมองให้ได้เห็นอย่างชัดเจน เเต่เท่านี้ก็เพียงพอเเล้วที่เขาจะรายงานกลับไปยังศูนย์บัญชาการของเขา
“ ถึงศูนย์บัญชาการ มีวัตถุไม่ทราบสัญชาติกำลังมุ่งหน้าไปยังไมฮาร์ก มันไม่ค่อยดูเหมือนสัตว์สักเท่าไหร่เเละตอนนี้ผมกำลังพยายามไล่ตามมันอยู่ ”
ยาโกะเเละไวเวิร์นของเขาพยายามบินเข้าไปใกล้กับวัตถุที่ไม่ทราบสัญชาติ เเต่เมื่อเข้าไปใกล้เสียงหึ่งประหลาดก็ดังขึ้น เสียงนั้นเป็เสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ไวเวิร์นที่กำลังบินเข้าไปใกล้ก็เกิดอาการใกับเสียงจากวัตถุนั้นโดยทันที มันตอบสนองโดยที่หยุดเเละกระพือปีกอย่างสุดขีดของมันกลางอากาศเพื่อที่รักษาสมดุลโดยทันทีระยะห่างของเขาเเละวัตถุไม่ทราบสัญชาติเริ่มห่างกันมากขึ้น
ถึงเเม้เขาจะพยายามกลับมาบังคับไวเวิร์นให้บินตามอีกรอบเเต่ว่าเขาก็ไม่สามารถที่จะตามทันไปได้
ความเร็วสูงสุดของไวเวิร์นนั้นอยู่ที่ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับดาวดวงนี้ไวเวิร์นถือว่าเป็สัตว์ที่บินได้เร็วที่สุดในบรรดาสัตว์ปีกเเต่อย่างไรก็ตามไวเวิร์นของยาโกะนั้นไม่สามารถที่จะไล่ตามความเร็วของวัตถุไม่ทราบสัญชาติได้เลย
หอควบคุมกองบินไวเวิร์น
ไมส เ้าหน้าที่สื่อสารประจำหอควบคุม เขาเเทบไม่เชื่อในสิ่งที่อัศวินัอย่างยาโกะรายงานโดยผ่านทางเครื่องสื่อสารมานา เครื่องสื่อสารมานานั้นเป็เครื่องมือไว้ใช้สำหรับการส่งข้อความจากในที่อีกเเห่งสู่อีกเเห่ง
{ ตอนนี้วัตถุไม่ทราบสัญชาติกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองไมฮาร์ก มันไม่กระพือปีกเเละตัวของมันก็ใหญ่มากความเร็วก็ต่างกันเกินไป เราไม่สามารถที่จะไล่ตามทันมันได้ }
ถึงเเม้ว่าไมสจะนั่งฟังรายงานนี้จากอัศวินัวนไปวนมาเพื่อที่จะสรุปเเต่ว่ารายงานครั้งนี้มันก็ออกจากเกินจริงเเต่นี้คือหน้าที่ของเขาเเละหน้าที่ของเขาก็คือรายงานในสิ่งที่ได้ยิน เขาจึงนำเื่นี้ไปรายงานให้กับหัวหน้าของเขาโดยทันที
“ อะไรนะ..วัตถุไม่ทราบสัญชาติกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองไมฮาร์ก " หัวหน้าหันไปถามเขาอีกที
“ ใช่ครับตามที่ได้รับรายงานจากอัศวินัที่ออกลาดตระเวน เขาบอกว่าเ้าวัตถุไม่ระบุสัญชาติกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองไมฮาร์กเเละความเร็วของมันนั้นก็เหนือกว่าเรามากจนไวเวิร์นไม่สามารถที่จะไล่ตามได้ ”
“ เเต่ว่าไม่กระพือปีกมันจะบินได้ยังไงกันเเต่ว่าเื่นั้นก็ช่างมันก่อนรีบส่งฝูงบินที่6ไปสกัดกั้นมันก่อนเร็ว! ”
คำสั่งที่ถูกส่งผ่านเครื่องสื่อสารมานามายังฝูงบินที่ 6 โดยทันที
“ ฝูงบินอัศวินัที่ 6 ทั้งหลาย ตอนนี้มีวัตถุไม่ทราบสัญชาติได้ลุกล้ำเข้ามาเเละเป้าหมายของมันก็คือเมืองหลวงของเรา เมื่อเจอให้ทำลายได้ทันที ย้ำอีกครั้งถ้าเจอมันส่อยให้มันร่วงได้เลย ”
บนลานกว้างอัศวินัจากฝูงบินที่6เเละไวเวิร์นอีกนับ 10 ตัว ต่างบินขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยทันที
เมื่อพวกเขาออกบินไปได้สักพักก็ได้มาเผชิญหน้ากับวัตถุไม่ทราบสัญชาติเเต่สิ่งที่พวกเขาเห็นเป็เพียงเเค่จุดเล็กๆเท่านั้น
เเต่เมื่อมันใกล้เข้ามามากขึ้นก็ทำให้ได้เห็นกับขนาดที่เเท้จริงของมัน
“ สัตว์ประหลาด! ”
“ นั้นมันตัวอะไร ”
อัศวินทุกนายเมื่อได้เห็นกับวัตถุนั้นก็ต่างตกอยู่ในสภาวะความกลัวโดยทันที
“ ทุกนายเตรียมยิงเวทเพลิงใส่มันซะ รอเวลาที่มันเข้ามาใกล้เราเเล้วเราจะเอาจังหวะนั้นระดมยิงให้มันร่วงลงสู่พื้น ” หัวหน้าของฝูงบินที่ 6 ได้ออกคำสั่งโดยทันที
ไวเวิร์นนับ 10 ตัวนั้นต่างเรียงเเถวกันเป็หน้ากระดานเเละปากของมันก็เปิดออกให้เห็นกับภายในปากของมันถ้าหากเป็การตั้งเเถวเเบบนี้ไม่ว่าจะเป็ัหรืออะไรก็ตามก็ต้องโดนยิงร่วงอย่างเเน่นอนตามที่พวกเขาได้คาดการไว้
ภายในปากของไวเวิร์นก็เริ่มเห็นลูกไฟเเละวัตถุไม่ทราบสัญชาติก็ได้บินเข้ามาในระยะการยิงของไวเวิร์น ไวเวิร์นทุกตัวก็ต่างได้ยิงลูกบอลไฟออกไปในทันที
ไม่เเน่ว่าวัตถุไม่ทราบชาติอาจจะเห็นลูกบอลไฟที่ออกมาจากปากของไวเวิร์น มันจึงบินขึ้นสูงในทันที เเละในตอนนี้พวกเขาก็บินอยู่สูงถึง1200เมตรเเล้วเเต่ว่าวัตถุไม่ทราบสัญชาตินั้นสามารถไต่ระดับได้สูงมากกว่าพวกเขาเสียอีก ฝูงบินที่ 6 นั้นไม่อาจที่จะสามารถไล่ตามมันได้เเล้วเเละตอนนี้วัตถุไม่ทราบสัญชาติก็ได้บินหายเข้าไปในก้อนเมฆเเล้ว
“ จากฝูงบินที่ 6 ถึงหอควบคุม เราได้เข้าปะทะกับวัตถุไม่ทราบสัญาติเเล้ว เเต่เมื่อเรายิงลูกบอลไฟออกไป มันก็บินขึ้นไปเเละตอนนี้มันก็หายเข้าไปในเมฆเเล้ว เราไม่สามารถที่จะบินไล่ตามมันทันเเล้ว ”
หอควบคุมกองบินไวเวิร์น
“ บ้าน่า มันเร็วจนถึงขนาดที่ฝูงบินที่ 6 ก็ยังไล่ตามไม่ทันรีบไปบอกกองทัพภาคพื้นที่ไมฮาร์กให้พวกเขาเตรียมตัวรับมือกับสัตว์ประหลาดที่กำลังมุ่งหน้าไปที่นั้น ”
กองรักษาการณ์
“ ทหารทุกนายฟังตรงนี้ มีรายงานจากหอควบคุมไวเวิร์นพวกดขาได้บอกว่ามีวัตถุไม่ทราบสัญชาติกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้เเละฝูงบินที่ 6 ก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งมันได้ ” เ้าหน้าที่สื่อสารพูดขึ้น
เมื่อทุกคนได้ยินอย่างนั้นทุกคนก็ต่างไม่รอช้าจึงรีบวิ่งออกไปยังชั้นบนสุดของอาคารโดยทันทีพร้อมกับชุดเกราะอัศวินที่เทอะทะราวกับหลุดมาจากยุคกลาง
ทุกคนก็วิ่งขึ้นมาถึงชั้นบนสุดทุกสายตาก็สอดส่องมองไปทั่วท้องฟ้า ทหารเเต่ละนายก็ต่างเตรียมธนูขึ้นมาพร้อมยิงกับวัตถุไม่ทราบสัญชาติ ไม่นานนักวััตถุไม่ทราบสัญชาติได้ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าของเมือง
สายตาของทุกคนต่างจับจ้องมองไปที่สิ่งนั้นด้วยความกลัว ถึงเเม้วัตถุนั้นจะยังบินอยู่สูงทุกคนจึงเห็นว่านั้นมีขนาดเเต่ก็มีบางคนพยายามยิงธนูออกไปเเต่มันก็ไร้ประโยชน์เพราะว่าวัตถุนั้นบินอยู่กว่าระยะที่ลูกธนูจะยิงถึง ไม่นานนักวัตถุไม่ทราบสัญชาติก็เริ่มบินต่ำลงให้เห็นถึงขนาดที่เเท้จริงเเละก็ส่งเสียงคำรามที่ดังออกมา เเละเสียงนั้นก็เป็เสียงที่พวกเขาไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน มันบินวนรอบอย่างอิสระเหนือท้องฟ้าราวกับกำลังเก็บข้อมูล เนื่องจากไม่มีไวเวิร์นตัวไหนที่จะสามารถท้าทายมันได้ มันก็จึงบินวนอยู่สักพักก่อนที่มันจะบินกลับไปในทิศทางที่มันได้มาเเละคงเหลือไว้เพียงเเค่ความกลัวให้กับชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น