ตอนที่ 5 แค้นฝังกระดูก (2)
ในทางกลับกัน มันเป็เสียงโห่ของเสิ่นมู่ชิง ในมุมมองของทุกคน เสิ่นมู่ชิงสำหรับซ่งจื่อเซวียนแล้วก็คือปลาสเตอร์หนังสุนัข[1]ที่ลอกไม่หลุด อาศัยมิตรภาพพี่น้องของซ่งจื่อเซวียนมาเลี้ยงดูเขา เป็ปรสิตที่อาศัยนามของผู้ช่วยส่วนตัวอยู่กินเงินเดือนไปวันๆ โดยไม่ทำอะไรเลย แถมยังหน้าหนาไร้ยางอาย
แม้ว่าจะมีสื่อบางสำนักที่รู้ว่าข้อความเหล่านี้ไม่มีมูลความจริงสักเท่าไร แต่ก็ข่าวบันเทิงละนะ จะมีเื่จริงสักกี่เื่เชียว ก็แค่ใช้คำพูดให้ได้รับความชื่นชอบจากผู้คน สร้างความเห็นใจจากฝูงชน อีกทั้งประการแรกเสิ่นมู่ชิงก็เป็แค่ผู้ช่วยตัวเล็กๆ ประการที่สองเขาไม่มีญาติคนไหนออกมาช่วยสนับสนุน ในทางกลับกัน หากในเวลานี้พูดอะไรดีๆ เกี่ยวกับซ่งจื่อเซวียนสักหน่อย ต่อไปไม่แน่ว่าการจะคบหากับาาภาพยนตร์คนนี้จะได้รับไฟเขียวก็ได้
ต่อให้มีกลุ่มคนจำนวนน้อยมารู้ความจริง ก็เลือกที่จะปิดปากเงียบกันทั้งนั้น ถ้าหนังหน้าหนาหน่อยก็ผสมโรงไปกับเขาด้วย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างาาภาพยนตร์ที่กำลังเป็กระแส กับผู้ช่วยที่ไม่มีคนไปร่วมพิธีศพ ตราบใดที่ไม่ได้โตมาโดยที่หัวถูกประตูหนีบ ก็จะรู้ว่าเวลานี้ควรทำอะไร!
ภายใต้สถานการณ์ที่รู้ๆ กันอยู่ กระทู้บันเทิงหลักต่างก็แข่งกันสรรเสริญซ่งจื่อเซวียนอย่างไม่หวังเงิน...คนคนนี้ไม่เพียงมีน้ำใจไมตรีต่อพี่น้องหนักแน่น แต่ยังอ่อนโยนและใจกว้างมาตั้งหลายปี ทั้งยังชอบสนับสนุนรุ่นน้อง แม้กระทั่งตอนที่ไม่มีคนเห็นยังแอบประคองคุณยายเดินข้ามทางม้าลาย ส่งกางเกงผ้าฝ้ายให้คุณตา การทำเื่ดีโดยไม่บอกนามเรียกว่าถ้าได้ยินเป็ต้องซาบซึ้ง ถ้าได้เห็นเป็ต้องมีแฟนคลับรุมล้อม!
แต่เื่จริงเป็แบบนี้แน่หรือ
หลายปีมานี้ทุกคนแค่เห็นทักษะการแสดงที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ของซ่งจื่อเซวียนจากบนจอ แต่นอกจากคนในกองถ่ายและอีกเพียงไม่กี่คน มีใครรู้บ้างว่าสายตาเฉียบคมในการเลือก ‘บทที่ดูแล้วจะต้องดังแน่’ ของซ่งจื่อเซวียนนั้นล้วนอาศัยการคัดกรองของเสิ่นมู่ชิงอยู่เื้ั มีใครรู้บ้างว่าสิ่งที่ซ่งจื่อเซวียนเรียกว่า ‘มอบจิติญญาให้ทุกตัวละคร’ นั้นอาศัยการขัดเกลาและชี้แนะของเสิ่นมู่ชิงทั้งสิ้น มีใครรู้บ้างว่า ‘ทักษะการแสดงอันเชี่ยวชาญ’ ของซ่งจื่อเซวียนได้รับการสอนสั่งมาจากเสิ่นมู่ชิงที่แสดงให้ดูแวบเดียวในตอนไม่มีคนอยู่ และมีใครรู้บ้างว่าในการถ่ายฉากต่อสู้และฉากอันตรายอันยอดเยี่ยมของซ่งจื่อเซวียน ล้วนมาจากเสิ่นมู่ชิง ‘ปรสิตไร้ยางอาย’ ที่แสดงแทนทั้งหมด
หลายปีมานี้เสิ่นมู่ชิงสมัครใจรับคำด่าจากโลกภายนอกแล้วทำเื่เหล่านี้อยู่เื้ัอย่างเงียบๆ เพียงเพราะเห็นแก่มิตรภาพระหว่างซ่งจื่อเซวียนที่สั่งสมมาหลายปี และซาบซึ้งใจที่เขาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตนเท่านั้น
ในตอนนั้นเขาเต็มใจเสียสละตนเอง ใช้ชื่อเสียงอื้อฉาวของตนทำให้ซ่งจื่อเซวียนประสบความสำเร็จ เพื่อให้เส้นทางดวงดาวของอีกฝ่ายเดินได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
แต่น่าเสียดาย ที่เขาคาดไม่ถึงก็คือสิ่งที่ซ่งจื่อเซวียน ‘พี่น้องคนดี’ คนนี้้าให้เขาสละไม่ได้มีแค่ชื่อเสียง แต่ยังรวมถึงชีวิตด้วย แม้กระทั่งการตายของเขา ยังเอามาใช้ประโยชน์เป็ครั้งสุดท้ายอีก!
ไหนล่ะมิตรภาพระหว่างเพื่อน ความเป็มนุษย์สักเสี้ยวหนึ่งอยู่ที่ไหนกัน!
“เหอะๆๆๆ...ฮ่าๆๆๆๆๆ...” จู่ๆ มู่ชิงก็เอามือปิดตาและหัวเราะออกมา หากแต่ในเสียงหัวเราะที่คลุ้มคลั่งนั้นแฝงไว้ซึ่งความเคียดแค้น สุดท้ายยิ่งฟังดูเหมือนเสียงสะอื้น ผ่านไปพักใหญ่ เสียงหัวเราะก็หยุดลง มือที่ปิดตาค่อยๆ ผละลงมาอย่างช้าๆ มู่ชิงในเวลานี้ดวงตาไม่ได้มีแววเคียดแค้นแล้ว เหลือเพียงความเ็าที่แทบจะแช่แข็งจิติญญาคนไปด้วย กับความเงียบสงบที่ราวกับแอบแฝงพายุฝนไว้
เขาจำต้องยอมรับว่าซ่งจื่อเซวียนโเี้ เ้าเล่ห์ และไร้ยางอายพอสมควร ชาติที่แล้วตายด้วยน้ำมือเขาโดยไม่ทันระวัง ตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรมนัก
...ดังนั้นซ่งจื่อเซวียน นายจะต้องรักษาตำแหน่งในตอนนี้ไว้ให้ดี ยืนรอฉันอยู่บนจุดสูงสุด รอให้ฉันเดินไปถึงตรงหน้านายในฐานะของมู่ชิง แล้วฉีกกระชากหน้ากากจอมปลอมของนายต่อหน้าชาวโลก ให้ผู้คนได้เห็นว่าภายใต้เปลือกนอกของคนจอมปลอม มีผีร้ายแบบไหนซ่อนอยู่!
...ต้องมีสักวันหนึ่ง ฉันจะทำให้นายบอกความจริงต่อชาวโลกด้วยตัวเอง ยอมรับความจริงกับปากตัวเองว่านายหลอกใช้เสิ่นมู่ชิงแล้วฆ่าเขาทิ้ง จากนั้นชดใช้กรรมที่นายก่อไว้เป็ร้อยเท่าพันเท่า!
เชิงอรรถ
^ หมายถึง คนที่คอยปอกลอกผู้อื่น