"นั่นพวกเธอสองคนจะออกไปไหนกันอีก"
โจวซิ่วหลันเอ่ยเรียกเด็กทั้งสองในทันที เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองคนกำลังสะพายตะกร้าขึ้นหลัง
ส่วนสองพี่น้องนั้นก็พากันสะดุ้งใ เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นว่าเป็พี่สะใภ้ที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องครัว อีกฝ่ายกำลังเช็ดฝ่ามือทั้งสองกับผ้ากันเปื้อนที่ถูกนำมาผูกเอวเอาไว้ แต่สายตานั้นกำลังจับจ้องมาที่พวกเขา
ไม่คิดเลยว่าผู้เป็พี่สะใภ้จะลุกขึ้นมาในเวลาที่เช้าขนาดนี้ ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันจะโผล่พ้นยอดไม้เลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ปกติแล้วอีกฝ่ายมักจะเป็คนที่ตื่นนอนหลังคนอื่นเสมอ เผลอๆ จะตื่นตอนพระอาทิตย์ขึ้นตรงศีรษะเสียด้วยซ้ำ แต่ดูแล้ววันนี้พี่สะใภ้ของพวกเขาน่าจะตื่นขึ้นมานานมากแล้วด้วย
"พวกเรากำลังจะขึ้นเขาไปหาฟืนค่ะพี่สะใภ้"
เป็เฉินซินยี่ที่เอ่ยตอบ ผ่านไปแค่เพียงวันเดียวอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะหายหวาดกลัวพี่สะใภ้ผู้นี้เสียแล้ว
แต่คำตอบนั้นทำให้โจวซิ่วหลันขมวดคิ้วมุ่น
"พวกเธอพึ่งจะไปมาเมื่อวานไม่ใช่หรือยังไง"
อีกอย่างเท่าที่เห็นฟืนที่มีก็มากมายจนแทบจะเต็มโรงเก็บฟืนอยู่แล้ว
"อากาศตอนกลางคืนเย็นลงมากแล้ว เราจะต้องหาฟืนมาตุนเอาไว้ ไม่อย่างนั้นฟืนจะไม่พอใช้ คงได้นอนหนาวจนจับไข้แน่"
คราวนี้เป็เฉินสือฮันที่เอ่ยออกมา
มณฑลเจ้อเจียงมีอากาศที่หนาวเย็นแทบจะตลอดทั้งปี จะมี่ที่อากาศอบอุ่นเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นแต่เวลากลางคืนก็ใช่ว่าจะไม่หนาว จึงต้องอาศัยเครื่องนอนที่หนาและให้ความอบอุ่นได้ดี พอถึง่ฤดูหนาวก็จะหนาวมาก เหล่าชาวบ้านจึงต้องกักตุนฟืนเอาไว้แทบจะทั้งปี แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่พวกเขาจะเลือกใช้ถ่านเสียมากกว่า เพราะถ่านสามารถคงความร้อนได้ดีกว่าและเผาไหม้ได้ช้ากว่า
ในทุกๆ เดือนจึงมีพ่อค้าถ่านเข้ามาในหมู่บ้าน นำถ่านมาส่งตามบ้านที่สั่งเอาไว้ในทุกเดือน จะมีเพียงบ้านที่ยากจนมากๆ เท่านั้นที่ยังใช้ฟืนจุดเตียงเตา แต่ก็มักจะไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องใช้วิธีนอนเบียดกันอยู่บนเตียงเตาเดียวกัน
"ไม่ต้อง ไม่ต้องไปหาแล้ว ต่อไปก็ใช้ถ่านนี่แหละ ฉันจะสั่งถ่านมาเพิ่ม รับรองว่าพอใช้สำหรับทุกคนอย่างแน่นอน"
โจวซิ่วหลันโบกไม้โบกมือเอ่ยบอกออกมา ั์ตาไหววูบมองเมินสีหน้าเหนือความคาดหมายของเด็กทั้งสองอย่างรู้สึกละอายใจ ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะเป็การกระทำของตัวตนของเธอในอดีตก็ตาม
"พี่สะใภ้จะให้พวกเราใช้ถ่านจุดเตียงเตาอย่างนั้นหรือครับ"
เฉินสือฮันเอ่ยถามย้ำอีกฝ่าย แววตานั้นปรากฏร่องรอยของความยินดี มองพี่สะใภ้ของตัวเองอย่างซาบซึ้งใจ
อุ๊ย เด็กคนนี้ มาคงมาครับอะไร ขนลุกจริง แต่พอพูดเพราะๆ แบบนี้ ก็ดูน่าเอ็นดูขึ้นมาเป็กองเลยนะ
"ก็ใช่น่ะสิ ฉันจะสั่งถ่านมาเพิ่มให้เพียงพอกับเราทุกคน"
โจวซิ่วหลันยืดตัวขึ้นเล็กน้อย ปลายคางเล็กเชิดขึ้นเอ่ยย้ำกับเฉินสือฮัน
"อายี่ เธอมาเอาข้าวต้มกับยาไปให้คุณแม่ดีกว่า มาเร็วเข้า"
หญิงสาวหันไปกล่าวกับเฉินซินยี่เพราะรู้สึกขัดเขินหน่อยๆ ที่เด็กทั้งสองพากันส่งยิ้มหวานมาให้เธอ ดวงตาที่มองมาระยิบระยับ จนเธอคล้ายจะทำตัวไม่ถูกขึ้นมา
"ค่ะ พี่สะใภ้"
เฉินซินยี่รับคำเธอด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาอย่างเชื่อฟัง จนหญิงสาวอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้กับความน่าเอ็นดูของเด็กหญิง
"ส่วนนาย อาฮัน อย่าพึ่งไปไหน ฉันมีงานจะให้นายทำ"
โจวซิ่วหลันเอ่ยบอกเฉินสือฮันที่ยังมีรอยยิ้มประดับใบหน้า ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในครัวโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับ
เฉินสือฮันหุบยิ้มลงในทันที ถลึงตาใส่แผ่นหลังของพี่สะใภ้อย่างขุ่นเคือง
เหอะ ได้ทีก็ใช้ใหญ่เลยนะ
เขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าคนอย่างพี่สะใภ้ของเขาจะใจดีโดยที่ไม่หวังผลได้อย่างไร นี่คงจะคิดใช้งานเขาให้คุ้มค่ากับการใช้ถ่านพวกนั้นเป็แน่ เขาไม่น่าหลวมตัวมองอีกฝ่ายในแง่ดีเลย
ด้านโจวซิ่วหลันเมื่อกลับเข้ามาในครัวก็ลงมือตักข้าวต้มใส่ถ้วย ตามด้วยการนำเนื้อปลาลวกที่แล่เป็ชิ้นพอดีคำวางลง้า ตามด้วยขิงซอย กระเทียมเจียวและต้นหอมซอย เหยาะซีอิ๊วขาวลงไปอีกเล็กน้อย ข้าวต้มถ้วยนี้ก็น่ากินอย่างที่สุด จากนั้นจึงจัดใส่ถาดพร้อมทั้งยาหลังอาหารและน้ำสะอาด ยื่นให้เด็กหญิงที่ยืนรออยู่ แม้อีกฝ่ายจะยืนรออย่างสงบเรียบร้อย แต่เธอก็เห็นว่าเด็กน้อยลอบกลืนน้ำลายมองข้าวต้มร้อนๆ หอมกรุ่นตาปรอย
"เอาข้าวต้มไปให้คุณแม่ เสร็จแล้วก็ออกมากินข้าวนะ วันนี้ฉันทำข้าวต้มปลา"
โจวซิ่วหลันบอกกับเด็กหญิง ยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ นั้นเบาๆ เธอเก็บเนื้อปลากับกระดูกปลาของเมื่อวานส่วนหนึ่งเอาไว้ โดยการแล่เนื้อปลาเป็ชิ้นและลวกในน้ำร้อน รุ่งเช้าจึงได้นำมาลวกใหม่อีกครั้ง ส่วนกระดูกปลาก็ต้มทิ้งไว้บนเตาโดยใส่น้ำลงไปให้เยอะสักหน่อย ใส่ถ่านเอาไว้พอประมาณ เช้ามาก็กรองเอาแต่น้ำ นำมาต้มกับข้าวสวย กลิ่นของข้าวจะยิ่งหอมมากขึ้นและยังได้รสชาติความหวานจากกระดูกปลา ปรุงรสอีกเล็กน้อยก็อร่อยจนแทบจะกลืนลิ้นตัวเอง
"ค่ะพี่สะใภ้"
เฉินซินยี่ตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง มองอีกฝ่ายตาหวานเชื่อม พี่สะใภ้ของเธอแสนดีที่สุด
"ดีมาก เด็กดี ไปได้แล้ว ถือระวังๆ ด้วยล่ะ"
หลังจากที่ดูแลจัดการเื่ของคนป่วยเสร็จเรียบร้อย คนทั้งสามก็มานั่งกินมื้อเช้าที่เป็ข้าวต้มแสนอร่อยด้วยกัน ก่อนที่จะลงมือทำงานอื่นต่อไป
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในเช้าวันนี้ดูผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขาสามคนนั่งสนทนากันอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ผ่านไปเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น เด็กทั้งสองก็เริ่มที่จะเปิดใจรับอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว
เฉินซินยี่นั้นไม่ต้องเอ่ยถึงอีกฝ่ายอ้าแขนรับพี่สะใภ้ผู้นี้ไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนเฉินสือฮันนั้นแม้จะยังมีท่าทีมึนตึง พูดจาไม่เข้าหูอยู่บ้าง คอยขัดแข้งขัดขาพูดจาขัดคอจิกกัดกันบ้าง แต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนที่มักจะมีท่าทีเ็า หลีกเลี่ยงหญิงสาวทำราวกับว่าเธอเป็ตัวน่ารังเกียจ
และตอนนี้สองพี่น้องกำลังนั่งฟังพี่สะใภ้กล่าวถึงการทำแปลงผักผสมผสาน ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งกินข้าวอย่างเพลิดเพลิน แปลงผักที่มีผักทุกชนิดที่คนในบ้านชอบกิน ปลูกผักทุกอย่างกินเองโดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ เพียงแค่เปิดประตูห้องครัวก็สามารถเก็บผักที่เราปลูกเองได้แล้ว
พวกเขาอยากเห็นต้นมะเขือเทศที่ออกผลสีแดงเต็มต้น อยากเห็นเถาแตงกวาที่ออกผลระโยงระยาง อยากเห็นพริกหลากสีสันท่ามกลางสีเขียวสดของผักหลากหลายชนิด เพียงแค่คิดจินตนาการตามที่พี่สะใภ้บอก พวกเขาก็อยากที่จะเร่งมือให้แปลงผักที่ว่านั้นเสร็จเร็วๆ
เฉินสือฮันไม่คิดเลยว่า งานที่พี่สะใภ้บอกจะให้เขาทำคือการถากถางหญ้ารอบๆ บ้าน และยกร่องแปลงดินสำหรับปลูกผัก ซึ่งมันไม่ได้เกินกำลังของเขาเลย เขาอายุย่างเข้า 12 ปีแล้ว เมื่อได้กินอาหารที่ดี และอิ่มท้อง เขาย่อมที่จะมีพละกำลังในการทำงาน ซ้ำอีกฝ่ายก็ไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาสองพี่น้องต้องทำเพียงสองคนเช่นดังที่ผ่านมาอีกแล้ว และนี่เป็ครั้งแรกที่เขาทำตามคำสั่งของพี่สะใภ้อย่างเต็มใจ
เฉินสือฮันมองพี่สะใภ้ของตนที่กำลังขุดดินยกร่องแปลงผักอย่างแข็งขันด้วยสายตาที่อ่อนลง หากอีกฝ่ายเป็เช่นนี้ไปตลอด เขาก็ยินดีที่จะต้อนรับอีกฝ่ายมาเป็คนในครอบครัวอย่างยินดีและเต็มใจอย่างยิ่ง แต่สำหรับตอนนี้ เอาเป็ว่า เขายอมสงบศึกชั่วคราว เลิกชิงชังอีกฝ่ายไปก่อนก็แล้วกัน
ส่วนเฉินซินยี่ดูเหมือนจะหลงลืมผู้เป็พี่ชายไปเสียแล้ว เฉินสือฮันทอดตามองน้องสาวที่นั่งถอนต้นหญ้าอยู่ไม่ไกลจากพี่สะใภ้ อีกฝ่ายมักจะยกมือขึ้นลูบเปียผมทั้งสองข้างของตนอยู่บ่อยครั้ง ดูเหมือนว่าน้องสาวของเขาจะชื่นชอบผมเปียที่พี่สะใภ้ผูกให้เป็อย่างมาก เด็กหญิงคงจะหลงลืมไปแล้วว่าเคยหวาดกลัวพี่สะใภ้ผู้นี้มากแค่ไหน ยิ่งพี่สะใภ้บอกว่าจะทำผมให้เธอทุกวันเฉินซินยี่ยิ่งตามติดอีกฝ่ายแจ
"คุณโจว คุณโจวครับ อยู่หรือเปล่าครับ"