Whisper เพื่อนไม่จริง
ตอนที่ 1 เพื่อนสนิท
ความเงียบกำลังดังอยู่ภายในร้านอาหารกึ่งผับที่เพิ่งปิดให้บริการเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ สายตาของเขาเริ่มคุ้นชินกับความมืด และจับจ้องไปที่แก้วซึ่งบรรจุของเหลวสีใส เขายิ้มบางคล้ายเย้ยหยันบางอย่าง
“ฉันไม่เป็ไร มันโอเค” ไร้ซึ่งน้ำตา แต่เสียงกระซิบที่พร่ำบอกตัวเองกลับล้นไปด้วยความเศร้าสร้อย
ขณะที่ความรู้สึกเ็ปแผ่ปกคลุมโดยรอบ แสงจากหน้าจอเครื่องมือสื่อสารก็สว่างวาบขึ้นเรียกสายตาเรียวเล็กให้หันเหไป ความจริงก็มีสายเรียกเข้ามาก่อนหน้านี้หลายสายอยู่เหมือนกันที่เขาไม่ได้รับ
สายที่เรียกเข้า -เตยหอม-
เขากดเปิดสปีกเกอร์โฟนแล้วตอบรับปลายสายเสียงเรียบเฉย
“ว่า?”
[รบ! รับสายสักที นี่จะให้เพื่อนเป็ห่วงไปถึงไหน] แต่คนโทรเข้ามากลับมีท่าทีตรงข้าม เสียงหวานดูร้อนรนและเต็มไปด้วยความห่วงใย
“อะไร ก็รับสายปกติ” เสียงยังนิ่งสงบ แต่ไม่มีทางพลาดเรดาร์จับผิดของเพื่อนสนิทอย่างเธอไปได้
[ปกติตรงไหน… คุณเล่าให้เตยฟังแล้วและโทรมาฟ้องว่ารบไม่รับสายเลย]
“แต่รับสายเตยนี่ไง”
[คุณถึงให้เตยโทรหารบไง เพราะรู้ว่ารบไม่เคยไม่รับสายเตย รบ… เพื่อนเป็ห่วงนะ ช่วยทำตัวรับความเป็ห่วงเพื่อนสักหน่อยจะได้ไหม]
“ก็มันไม่มีอะไร แค่เลิกกัน” ทำเสียงง่ายๆ สบายๆ แต่ที่จริงมันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก
[น้องอิงฟ้าทำร้ายรบหนักมากนะ เตยไม่เชื่อหรอกว่ารบไม่เสียใจ]
“ก็เสียใจ...” แต่จะให้ทำยังไง ไม่ว่าจะทำอะไรตอนนี้ก็เปลี่ยนความจริงที่ฟ้าไปมีคนอื่นไม่ได้หรอก
เขาไม่ได้พูดสิ่งที่ดังอยู่ข้างในออกไป ใจจริงเขาไม่อยากให้เพื่อนมารับรู้ด้วยซ้ำว่าเขาเสียใจ มันเสียศักดิ์ศรีเกินไป คนอย่างนักรบไม่้าความสงสารของคนอื่น
[เตยจะไปหารบ ตอนนี้อยู่ไหน] เสียงนุ่มของอีกฝ่ายบอกอย่างเอาแต่ใจ เขารู้ว่าเตยหอมเป็คนดื้อรั้นขนาดไหน แต่เขายอมให้เธอทำตามที่เธอ้าตอนนี้ไม่ได้หรอก
“นี่มันตีสองจะตีสามอยู่แล้ว ถ้าอยากเจอรบก็ไว้พรุ่งนี้”
[ไม่! รบจะหายเข้าป่าไปอีกน่ะสิ ครั้งนี้เป็ตายร้ายดีเตยก็จะไปหารบให้ได้ อยู่ที่ร้านใช่ไหม เดี๋ยวเตยขับรถไป] เธอจำได้ดี ตอนเพื่อนคนนี้อกหักรอบที่แล้ว นักรบหนีหายเข้าป่าไปเลยและเธอก็ได้แต่เป็เดือดเป็ร้อนแต่ทำอะไรไม่ได้
“ร้านปิดแล้ว รบจะกลับบ้าน”
[อยู่ที่นั่นนะ อีกยี่สิบนาทีเตยถึงตัวรบแน่ๆ!] แล้วหญิงสาวที่อยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์ก็ตัดการสื่อสารไปโดยเขาไม่ทันได้พูดได้ห้ามอะไรอีก เสียงถอนหายใจดังแ่พร้อมกับที่เขาพ่นลมออกมาอย่างเหนื่อยล้า สองมือกุมกันก่อนจะกลายเป็ที่พักพิงของหน้าผากขาว
ใช่… เขาอกหักอย่างแรง ตอนนี้นักรบไม่โอเค อยากให้เตยหอมมาอยู่เป็เพื่อน
น่าจะผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงได้ จากคนในสายเมื่อครู่ก็มาปรากฏตัวตรงหน้าเขา
“ทำไมรบไม่เปิดไฟ” ทันทีที่หญิงสาวร่างเล็กมาถึงในสภาพผมยุ่งเล็กน้อยและเสื้อผ้าลำลองสุดๆ บ่งถึงความฉุกละหุก เธอก็เปิดไฟทุกดวงในร้านจนสว่างไสวไปทั่วก่อนจะเดินเร็วๆ ตรงไปหาเ้าของร้านที่นั่งนิ่งเคล้าแก้วเหล้าอยู่ตรงที่นั่งแบบบาร์ที่อีกฟากหนึ่งของร้าน
ชายหนุ่มในเสื้อยืดสีเขียวเบจกับกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังกระตุกยิ้มต้อนรับเพื่อนจนตาเรียวเล็กหยีท่าทางดูสดใสจนน่าเป็ห่วง เพราะเตยหอมรู้ดีว่านี่เป็ท่าทางที่นักรบพยายามแสดงเพื่อปกปิดความเ็ป
เธอเม้มริมฝีปากก่อนจะยื่นมือเล็กทั้งสองข้างไปกุมที่ศีรษะของนักรบ ใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางฉายแววหนักใจ ก่อนที่จะพูดขอร้องเพื่อนหนุ่มคนสนิท
“พอเหอะรบ เลิกแกล้งทำเป็เข้มแข็งกับเตยเถอะน่า” เสียงของเธอสั่นเพราะเธอรับรู้ถึงความเศร้าใจของชายหนุ่มตรงหน้า ทำไมเธอจะไม่รู้ ในเมื่อนักรบเติบโตมากับเธอ อยู่ด้วยกันมาทุกวันตลอดยี่สิบหกปี
เหมือนเขื่อนแตก… เหมือนกำแพงพังทลาย…
ชายหนุ่มคว้าเอวของเพื่อนสนิทเข้ามาใกล้แล้วซบหน้าแนบกับหน้าท้องของเตยหอมเพื่อซับน้ำตาที่ทะลักออกมาจากดวงตาเล็กเรียว เขาเองก็ทำตัวเข้มแข็งไม่ไหวแล้ว
“ตี๋น้อยของเตย ไม่เป็ไรนะ ไม่เป็ไรแล้ว เตยอยู่ตรงนี้” คำปลอบโยนสมัยเด็กถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง เป็เพราะสมัยเด็กๆ นักรบเป็คนตัวเล็กมากและถูกรังแกอยู่เสมอ เตยหอมที่โตมาพร้อมกันแต่แก่เดือนกว่าสามเดือนและบวกกับเด็กผู้หญิงจะโตเร็วกว่า เธอจึงคอยปกป้องและปลอบประโลมเด็กน้อยนักรบในวันนั้น
“เตย… รบผิดอะไร ทำไมฟ้าถึงทำกับรบแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า” เสียงสะอื้นแ่ราวเด็กน้อยนักรบในอดีตถูกทำให้คืนชีพในวันนี้เพราะอ้อมกอดของเพื่อนสนิทอย่างเตยหอม
“รบของเตยไม่ผิดเลย... รบแค่รักคนผิด ไม่เป็ไรนะ เตยจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายรบอีกแล้ว เตยจะอยู่เป็เพื่อนรบเอง” หญิงสาวกอดปลอบอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเพราะความสงสารเพื่อนสนิทจับใจ
ใช่… เตยหอมจะอยู่กับนักรบ จะอยู่ดูแลและเป็เพื่อนไปตลอดชีวิต