หน้าจอนำเสนอถูกเปิดขึ้น
‘การทบทวนรูปแบบธุรกิจของบริษัทการค้าตามการพัฒนาของอินเทอร์เน็ต’
ชเวคยองฮุนมองหัวข้อแล้วก็เอ่ยปาก
“หัวข้อดูยิ่งใหญ่จังเลยนะ ผู้นำเสนอนำเสนอโดยที่รู้เื่จริง ๆ หรือเปล่า”
หนึ่งในงานสำคัญที่คิมชอลซูเคยทำในบริษัทคือการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวกับประธานใหญ่ชเวคยองฮุน
เขาสำรวจมาอย่างละเอียดและรอบคอบไม่ว่าจะเป็วิธีการพูดที่ท่านประธานใหญ่ชอบ วิธีการจัดการงานการตัดสินใจที่ผ่านมา หรือเคยพูดเคยเสนออะไรไปบ้าง
“ครับ ท่านประธานใหญ่ เนื้อหาก็อลังการพอ ๆ กับหัวข้อเลยครับ”
คำพูดโต้กลับของคิมชอลซูทำให้ชเวคยองฮุนยิ้มมุมปากพร้อมพูด
“ฮ่า ๆ เป็พนักงานที่น่าสนใจดีนี่ อืม นี่เธอเป็คนทำเองเลยเหรอ”
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
คนที่อยู่รอบๆ ต่างก็พากันประหม่าพร้อมจ้องมองชเวคยองฮุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันจองกยูที่เผลอสั่นเข่าอย่างลืมตัว
ทำไมจู่ๆ ถึงได้โจมตีชอลซูล่ะ
ยูจีฮุนยิ้มเล็กน้อยในขณะที่ชเวยองจุนเริ่มมีสีหน้าตึงเครียด
“อย่างนั้นเหรอ แล้วสิ่งที่เซลส์ควรยึดถือมากที่สุดในความคิดของเธอคืออะไร”
คิมชอลซูเรียบเรียงความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบคำถามชเวคยองฮุน
“คำพูดที่ออกมาจากปากเซลส์ถือว่าเป็คำสัญญาครับ และก็ถือเป็แอลซีครับเพราะอย่างนั้นผมเลยคิดว่าต้องพูดเก่งครับ”
ชเวคยองฮุนพยักหน้าแล้วพูด
“ก็ไม่ผิดนะ แล้วคำพูดนั้นควรเป็ภาษาอะไร”
“สำหรับธุรกิจการค้าระหว่างประเทศก็ควรสื่อสารเป็ภาษาอังกฤษครับ”
“ใช่แล้ว! รู้ดีเลยนี่ ฉันเกลียดเซลส์ที่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องมากเลยละ”
ชเวคยองฮุนทำตาโตพลางพูด
“เพราะงั้น เธอช่วยนำเสนอเป็ภาษาอังกฤษได้ไหม”
แม้ว่าฝ่ายอบรมจะกำหนดกฎไว้ให้ดำเนินการตามแต่สุดท้ายแล้วอำนาจสูงสุดก็คือประธานใหญ่ คำพูดของประธานใหญ่คือกฎหมายและกฎเกณฑ์
นี่ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็การกดดันให้นำเสนอเป็ภาษาอังกฤษ
ใบหน้าของประธานยูจีฮุนปรากฏรอยยิ้มขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงโอดครวญออกจากปากของกรรมการผู้จัดการชเวยองจุน
จบแล้วสินะ
รองผู้อำนวยการอันจองกยูใช้สองมือขยุ้มศีรษะแล้วก้มหน้าลงกับโต๊ะอย่างเงียบๆ
ทำเกินไปแล้วนะครับ!ท่านประธานใหญ่!
ใบหน้าของพัคจุนฮยองที่มองอยู่ไกลๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ทำไฟล์นำเสนอดีแล้วยังไงถ้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
คิมชอลซูจ้องตาของประธานใหญ่ชเวคยองฮุนอย่างนิ่งๆ นี่เป็เหตุผลที่เมื่อสิบแปดปีก่อนเขาได้เป็ที่โหล่เพราะคำสั่งของท่านประธานใหญ่ที่สั่งให้เขาแค่คนเดียวนำเสนอเป็ภาษาอังกฤษ
คงจะได้ยินข่าวลือว่าคิมชอลซูไม่มีทักษะภาษาอังกฤษมาแน่นอน
สำหรับเซลส์ต่างประเทศที่ต้องทำผลงานให้ได้มากกว่าคนอื่นๆ การที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้จึงเป็เื่ที่ชเวคยองฮุนยอมรับไม่ได้
แม้ว่าจะเคยใช้ชีวิตอย่างทรหดแต่เพราะโดนหมายหัวที่นี่ทำให้การเลื่อนตำแหน่งแต่ละครั้งนั้นช้าและน่าโมโหอยู่เสมอ
คิมชอลซูกวาดสายตามองไปรอบๆ สักครู่ เห็นคนส่วนใหญ่กำลังส่ายหน้าเขาสูดหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งแล้วหันมามองชเวคยองฮุนอีกครั้ง
“รับทราบครับ ท่านประธานใหญ่”
เหมือนได้ยินเสียงโอดครวญน่าสงสารมาจากสักทีคิมชอลซูไม่ต้องมองก็รู้ว่าเป็ของหัวหน้าอันจองกยู
ไอ้เ้าโง่ปฏิเสธไปสิ! ไปกระโจนรับทำไม โอ๊ย!
“ดี บอกว่าคำพูดที่ออกมาจากปากเซลส์เป็สัญญาใช่ไหมเป็ตัวแทนของพนักงานใหม่โชว์ให้ดูหน่อยสิว่าเก่งภาษาอังกฤษแค่ไหนคงไม่มีใครในที่นี้ฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เื่หรอกใช่ไหม”
ชเวคยองฮุนหันหลังมาถามทุกคนต่างก็ตอบเสียงดัง
“ไม่มีครับ”
“ดี”
คิมชอลซูหันไปมองหน้าจอก่อนจะหันกลับมาอีกครั้งแล้วเอ่ย
“ถ้าอย่างนั้นขอเปลี่ยนไฟล์สักครู่นะครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกสายตาต่างก็พุ่งไปที่คิมชอลซู
เปลี่ยนไฟล์หรือหมายความว่าอย่างไร
คิมชอลซูเปิดไฟล์ที่สองจากไฟล์ที่เซฟไว้ในUSB
‘Reconsiderationof business model for general trading company according to internetdevelopment’
เป็ไฟล์นำเสนอภาษาอังกฤษชเวคยองฮุนมองคิมชอลซูด้วยสายตาใเล็กน้อยเพราะไม่ได้คาดคิดมาก่อนจากนั้นก็นั่งตัวตรงอย่างเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ดูไอ้เด็กนี่สิ
อันจองกยูที่ตกอยู่ในความสิ้นหวังจ้องมองคิมชอลซูด้วยสายตางง ๆ
เ้าเด็กนั่นทำมาั้แ่เมื่อไหร่น่ะ
ทุกคนยกเว้นสองคนนั้นต่างแสดงความสนใจไฟล์นำเสนอภาษาอังกฤษของคิมชอลซู
ประธานยูจีฮุนหน้านิ่วเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าอะไรบางอย่างกำลังดำเนินไปอย่างไม่ปกติ
อะไรกันไม่สบายใจเลย
คิมชอลซูยืนตัวตรงหน้าโพเดียมพลางมองผู้คนแล้วโค้งตัวอย่างนอบน้อม
ที่นี่คือสถานที่ประชันความสามารถของพนักงานใหม่ไม่ต้องสนใจใคร แค่แสดงความสามารถให้เต็มที่
ลองดูสักตั้ง
คิมชอลซูเริ่มพูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว
“พนักงานทีมขายห้า คิมชอลซูครับถ้าอย่างนั้นจะขอเริ่มนำเสนอหัวข้อของผมนะครับ”
เพียงประโยคเดียวทุกคนต่างก็ทำสีหน้าใ ยกเว้นแค่ชเวคยองฮุน
นั่นไม่ใช่สำเนียงของคนเกาหลีที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแต่ราวกับเป็สำเนียงของเ้าของภาษาเลย
ชเวคยองฮุนเหลือบตาไปมองหัวหน้าเลขาฯที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วก็ตั้งใจฟังเนื้อหาการนำเสนอของคิมชอลซู
แิบริษัทการค้าเป็รูปแบบธุรกิจที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่พบแค่ในญี่ปุ่นและเกาหลีเท่านั้นและคนที่ถูกเรียกว่าเซลส์มืออาชีพคือคนที่เดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆเพื่อค้นหาธุรกิจใหม่ ๆ และทำการเจรจาการค้า แต่เมื่ออินเทอร์เน็ตพัฒนาขึ้นทำให้ไม่จำเป็ต้องออกไปข้างนอกอีกต่อไปเพียงกดคีย์บอร์ดไม่กี่ครั้งก็รับรู้ข้อมูลทั้งหมดได้แล้ว
ด้วยวิธีการทำงานแบบเดิมที่ให้พนักงานประจำสาขาต่างประเทศส่งรายงานพิเศษทุกวันนั้นไม่เหมาะสมกับยุคสมัยที่เราสามารถติดตามราคาตลาดและอัตราแลกเปลี่ยนได้ตลอดเวลาแต่ส่วนใหญ่ยังปรับตัวได้ช้าทำให้ประสบกับปัญหาการขาดทุนมหาศาลหรือต้องปิดตัวลงไปก็มี
หลังการนำเสนอคร่าวๆ ประมาณสิบนาทีจบลง ทุกคนก็เอาแต่จ้องคิมชอลซูพร้อมอ้าปากค้าง พูดไม่ออก
มีเพียงชเวคยองฮุนคนเดียวที่พยักหน้าพร้อมปรบมือ
เมื่อประธานใหญ่เริ่มปรบมือเสียงปรบมือนั้นก็ลามไปทั่ว ครู่เดียวเสียงปรบมือก็ดังก้องหอประชุมเป็เสียงปรบมือที่ดังขึ้นครั้งแรกนับั้แ่การนำเสนอเริ่มขึ้น
เหล่าพนักงานใหม่ต่างจ้องมองคิมชอลซูกันอย่างไม่วางตาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
แต่มีเพียงจางยูมีที่ตบมือพลางพยักหน้า
ว่าแล้วว่าต้องซ่อนความสามารถเอาไว้นำเสนอเป็ภาษาอังกฤษได้ลื่นไหลไม่มีตะกุกตะกักสักคำแบบนั้น จะบอกว่าเก่งภาษาอังกฤษที่สุดในหอประชุมใหญ่นี้ก็ไม่แปลก
ส่วนอันจองกยูนั้นหัวใจเต้นตึกตักระรัวจน้ายาคลายเครียดเลยทีเดียว
ไอ้คิมชอลซูไอ้เด็กเวร! ปกปิดความสามารถแบบนั้นไว้เหรอ เดี๋ยวเจอกันหน่อย โอ๊ย หัวใจจะวาย
ชเวยองจุนยิ้มหน้าบานพร้อมปรบมือผิดกับยูจีฮุนที่หน้าเสียเต็มที
ผู้อำนวยการพัคจุนฮยองน่าผิดหวังจริง ฝ่ายบุคคลทำอะไรถึงได้ตัดสินว่าบุคลากรแบบนั้นเป็คนโง่ได้
พัคจุนฮยองจับโต๊ะตัวสั่นระริก
นี่มันเื่อะไร!เป็ไปได้ไง! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!
เมื่อชเวคยองฮุนหยุดปรบมือไม่นานเสียงก็ค่อย ๆ เงียบลง
“ผู้นำเสนอชื่ออะไร”
“คิมชอลซูครับ”
“อื้ม! ทำได้เพอร์เฟกต์มาก ได้ยินมาว่าความสามารถของพนักงานใหม่ปีนี้ดีมากดีจริง ๆ สินะ ถ้ามีความสามารถด้านภาษาขนาดนี้ก็ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ว่าไหม”
ชเวคยองฮุนหันไปถามข้างหลังทุกคนต่างก็ตอบเสียงดัง
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
ชเวคยองฮุนมองคิมชอลซูด้วยใบหน้าพออกพอใจเป็อย่างยิ่งแล้วพูดต่อ
“จากนี้พูดภาษาเกาหลีแล้วกัน”
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
“จากเนื้อหาการนำเสนอพอจะยกตัวอย่างที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดระเบียบโครงการด้วยรูปแบบธุรกิจใหม่ได้ไหม”
“ครับ ท่านประธานใหญ่ ตัวอย่างที่ชัดเจนก็อย่างเช่นการพัฒนาเมืองใหม่ครับก่อนหน้านี้การพัฒนาเมืองใหม่จะนำโดยบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่แต่ปัจจุบันเพราะบริษัทการค้ามีระบบการเงินและระบบการขนส่งที่เหมาะสมกว่ารวมถึงการร่วมมือกับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง บริษัทวิศวกรรมโยธา บริษัทไฟฟ้า...”
คิมชอลซูอธิบายอย่างละเอียดทำให้ชเวคยองฮุนพยักหน้าเข้าใจในทันที
“ตอนนี้ยังไม่มีตัวอย่างที่บริษัทการค้าใช้การพัฒนาเมืองใหม่เป็รูปแบบธุรกิจก็จริงเช่นเดียวกับการพัฒนาทรัพยากร แต่เมื่ออินเทอร์เน็ตพัฒนาแล้ว แค่การคลิกไม่กี่ครั้งบนหน้าจอก็ทำให้ยุคสมัยที่เซลส์แมนต้องถือกระเป๋าข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆของสินค้าออกไปทำการขายโดยตรงกำลังจะหมดไปนั้น เป็คำพูดที่จี้ใจดำจริง ๆ”
ชเวคยองฮุนจดอะไรบางอย่างลงในสมุดโน้ตของตัวเองแล้วนั่งพิงเก้าอี้
“ใครมีข้อสงสัยก็ถามได้เลย”
่ถามคำถามมีประมาณห้านาทีและการนำเสนอก็จบลงจากนั้นชเวคยองฮุนก็ลุกขึ้น
“ประธานยู”
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
“เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปข้างบน ถ้าเสร็จแล้วตามขึ้นไปนะเื่วันนี้มีแนวโน้มว่าจะต้องหารือการจัดการด่วนน่ะ”
“รับทราบครับ ท่านประธานใหญ่”
ทันทีที่ประธานใหญ่ชเวคยองฮุนออกไปผู้ช่วยผู้จัดการชาซูยองจึงไปยืนหน้าหอประชุมใหญ่เพื่อกล่าวปิดงาน
พวกพนักงานใหม่ยืนรออยู่ที่ฝั่งหนึ่งเพื่อจับมือกับบรรดากรรมการบริหารที่เดินผ่านไปผลการทำงานที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อนทำให้ประธานใหญ่ชเวคยองฮุนจับมือกับคิมชอลซูที่เข้าตาเต็มๆ อยู่นาน
เมื่อพวกกรรมการบริหารไปกันหมดแล้วรองผู้อำนวยการอันจองกยูก็มายืนอยู่หน้าคิมชอลซู
“หัวหน้า”
อันจองกยูไม่ตอบอะไรแต่กลับดึงหูคิมชอลซู
“ไอ้เด็กนี่! ตามมาเลย!”
“โอ๊ย ๆ ๆ...รองผู้อำนวยการ”
“ไอ้เด็กนี่ ถ้ามีความสามารถแบบนั้นก็รีบบอกสิทำให้คนอื่นใจหายใจควํ่าทำไมเนี่ย!”
“โอ๊ย ๆ ๆ...รองผู้อำนวยการ ผมเจ็บจริง ๆ นะครับ”
อันจองกยูปล่อยมือทันทีเมื่อเขาบอกว่าเจ็บก่อนจะสวมกอดคิมชอลซูราวกับเป็ลูก
“โอ๊ย! ลูกฉัน! ลูกที่น่ารักของฉัน!”
“เพราะอย่างนั้น สัปดาห์หน้าไปกินเลี้ยงทีมกัน เอาละ วันนี้เป็ศุกร์แสนสนุกเพราะงั้นมาเลิกงานเร็วกัน”
อีจุนฮักกับคิมชอลซูตอบรับคำอันจองกยู
“ครับ หัวหน้า!”
“ผู้จัดการพโยอิลซูล่ะ”
“ไม่ทราบครับ วันนี้อยู่ในห้องนํ้าทั้งวันเลยครับ สงสัยจะท้องเสียนะครับ”
“ไอ้หมอนี่ ฉันกลับก่อนนะ ถ้าผู้จัดการพโยมาก็บอกด้วยล่ะ”
เมื่ออันจองกยูที่โบกมือให้ทั้งคู่ออกไปอีจุนฮักก็เข้าไปล็อกคอคิมชอลซูทันที
“ชอลซูเอ๊ย!”
“ครับ! ผู้ช่วยผู้จัดการอี!”
“กล้าดียังไงมาปกปิดความสามารถ นายปกปิดเพราะไม่อยากทำงานใช่ไหม”
“เปล่านะครับ! ผู้ช่วยผู้จัดการ”
“ั้แ่สัปดาห์หน้าไป นายไม่รอดแน่ แล้วทำไมไม่เอาคะแนนโทอิกมาให้ดูสักที”
“ประกาศผลเดือนพฤษภาคมครับ”
“ไอ้เด็กนี่ ไม่รักษาสัญญาเลย!”
“อ๊ะ ขอโทษครับ”
พอดีกับผู้จัดการพโยอิลซูที่โผล่มาพร้อมลูบท้อง
“อะไร รังแกชอลซูทำไม”
อีจุนฮักจึงคลายแขนที่ล็อกคออยู่ส่วนคิมชอลซูก็รีบจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงอย่างรวดเร็ว
แต่เป็ผู้จัดการพโยอิลซูที่เข้ามาล็อกคอเขาแทน
“ไอ้เด็กนี่! ทำไมไม่เอานมบูดแล้วไปทิ้งถังขยะวะ!”
จางยูมีที่เลิกงานตอนหกโมงและกำลังนั่งรถเมล์กลับบ้าน
หากเธอไม่ได้เห็นตอนคิมชอลซูใช้ภาษารัสเซียอย่างคล่องแคล่วชำนาญแล้วละก็วันนี้เธอก็คงใเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ
คิมชอลซูที่เคยได้รับการต้อนรับอย่างเ็าวันนี้กลับได้รับความสนใจจากผู้คนเหมือนเป็พระเอกเธอเลยรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นราวกับตัวเองเป็เ้าของเื่เสียเอง
เป็คนสุดยอดจริงๆ ซ่อมเครื่องถ่ายเอกสารก็เก่ง ภาษาอังกฤษก็เก่ง ภาษารัสเซียก็เก่ง
“คุณครับ”
จางยูมีที่กำลังยิ้มกริ่มมองออกไปนอกหน้าต่างก็หันไปตามต้นทางเสียงที่ได้ยิน
ด้วยรอยยิ้มสดใสผิวกระจ่างใส รูปร่างภายนอกสวยงาม แต่งตัวเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน
ชายหนุ่มคิดว่าตัวเองได้พบกับคู่รักฟ้าประทานตามที่ฝันแล้วจึงถามอย่างระมัดระวัง
“ขอโทษนะครับ ขอเบอร์โทรศัพท์ได้ไหมครับ”
การรุกเข้ามาอย่างกะทันหันทำให้จางยูมีกะพริบตาปริบๆ มองชายหนุ่มก่อนเบนหน้าหนีไม่ยอมตอบ
ในขณะที่รถเมล์จอดติดสัญญาณไฟแดงด้านนอกหน้าต่างมีลุงคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าซอมซ่อกำลังเดินกระย่องกระแย่งพร้อมลากรถเข็นที่เต็มไปด้วยกล่องอย่างลำบาก
จางยูมีเปิดหน้าต่างด้านหลังแล้วะโเสียงดัง
“พ่อ!”
จางโกดงหันหน้าไปตามเสียงทันทีแล้วก็เห็นจางยูมีที่กำลังโบกมือมาจากหน้าต่าง
จางยูมีบอกคนขับรถเมล์ให้เปิดประตูก่อนจะรีบลงจากรถเมล์แล้วไปช่วยดันหลังรถเข็นของจางโกดง
“ขายเสร็จแล้วเหรอ”
“อื้ม”
“ขายได้เยอะไหม”
“ขายเท่าที่พอให้เราสองคนกินนั่นแหละ”
“หิวแล้ว รีบกลับกันเถอะ”
“เห็นบอกว่าวันนี้มีนำเสนองานนี่ เป็ยังไงบ้าง”
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าก็แพ้อย่างใสสะอาด”
จางโกดงตอบคำพูดของจางยูมี
“ครั้งแรกเลยนะที่ได้ยินลูกสาวพ่อพูดว่าแพ้อย่างใสสะอาดน่ะ”
“อื้ม มีเพื่อนร่วมงานที่สุดยอดมากเลยละ”
จางโกดงรู้สึกได้ว่านํ้าเสียงของจางยูมีเจือความเขินอายอยู่ด้วยนิดหน่อย
เขาเพิ่งเคยได้ยินนํ้าเสียงอย่างนั้นเป็ครั้งแรกจากลูกสาวคนที่ถ้าแพ้ใครแล้วก็จะโกรธแค้นจากนั้นก็จะพยายามอย่างเอาเป็เอาตายเพื่อชนะให้ได้
“ไม่รู้หรอกนะว่าเป็ใคร แต่คงยอดเยี่ยมน่าดูเลยนะ”
“อืม ขนาดทำให้คิดว่าพยายามแค่ไหนก็ไม่มีทางชนะได้เลยละ”
“ไม่ใช่คิดแบบอื่นเหรอ”
“แบบอื่นเหรอ”
“ผู้ชายหรือเปล่า”
“พ่อนี่ก็! จริง ๆ เลย!”