ซูม่านถิงกำลังแช่น้ำอุ่นผสมกลีบกุหลาบอย่างชื่นมื่นนางได้ยินข่าวแม่ทัพน้อยต้วนซิงซวี่ถูกนายท่านฆ่าตายก็ค่อยคลายกังวลหากสามีของนางเชื่อคำของคนผู้นั้นที่ว่านางเป็นยั่วยวนให้ท่าเขาล่ะก็ เห็นทีชีวิตสุขสบายในจวนแห่งนี้ก็คงพังพินาศนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าจวนแห่งนี้มา ไม่ว่าฮูหยินเอกหรืออนุทั้งหลายต่างก็กลายเป็นเพียงตัวสำรองทั้งสิ้นเพราะนางยึดตำแหน่งคนโปรดของใต้เท้าฝูไว้ได้อย่างมั่นคงแล้วแต่ขณะเดียวกันนางก็รู้สึกหวาดกลัวเกรงว่าแม่ทัพต้วนจะส่งคนมาล้างแค้นให้กับบุตรชายคนเล็กแต่ละวันในระยะนี้นางจึงสงบใจได้ยาก
ชีวิตของซูม่านถิงในจวนตระกูลฝูนั้นที่ผ่านมาไม่ว่านางจะต้องการสิ่งใดสามีของนางล้วนยินดีมอบให้จะว่าไปเงินทองที่นางได้จากฝูจินหรงนอกจากเบี้ยหวัดที่เท่ากับอนุคนอื่นๆ ในจวนนางยังได้รับส่วนพิเศษเดือนละร้อยสิบตำลึงซึ่งมากกว่าเบี้ยหวัดของฮูหยินเอกเสียอีกส่วนนี้นางมิได้เอ่ยปากบอกผู้ใด ส่วนเครื่องประดับทั้งหลายนางเลือกที่สวยงามเลอค่าไว้ประดับตนคนในจวนคิดว่าที่นางไปร้านเกาเจี่ยก็เพื่อซื้อหาเครื่องประดับตามประสาคนโปรดที่นายท่านให้เลือกเครื่องประดับได้ตามใจทั้งต้นเดือนและปลายเดือนแต่พวกเขาหารู้ไม่ว่านางเอาเครื่องประดับเก่าๆ ที่ได้มาไปขายให้เถ้าแก่เฉียวด้วย เงินพวกนั้นนางเก็บกำเอาไว้รอคนที่มาบ้านมาเยี่ยมสองเดือนครั้งก็ฝากกลับไปให้ท่านพ่อของนางเก็บไว้บัดนี้บ้านขุนนางเล็กๆของครอบครัวนางได้ซื้อที่ดินและสร้างเรือนใหม่สุขสบายเอาไว้รอท่า
เมื่อนางรู้ว่าใต้เท้าฝูผู้เป็นสามีคิดจะก่อการกบฏซูม่านถิงก็มีความคิดระแวดระวังเป็นสองอย่าง
‘หากใต้เท้าฝูทำสำเร็จแน่นอนว่าข้าย่อมได้เป็นฮองเฮา แต่หากล้มเหลว เห็นทีข้าก็ต้องตายตกไปตามเขาเห็นทีจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม’
นางครุ่นคิดแผนการอยู่หลายคืนกระทั่งเผลอใจลอยทำถ้วยชาแตกหลายหน
ทำอย่างไรตนเองจะรอดชีวิตไปได้หากฝูจินหรงทำไม่สำเร็จนางได้ยินทหารรายงานเรื่องที่ทัพภาคใต้ถูกฮ่องเต้ทรงยึดเอาไว้ได้แล้วด้วยสัญชาตญาณสตรีนางรู้สึกว่า ใต้เท้าฝูอาจจะถูกกำจัดในไม่ช้า
วันต่อมาบิดาของซูม่านถิงซึ่งเป็นขุนนางจากหัวเมืองเดินทางมาเข้าวังจึงถือโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียนนางอย่างเคยนางจึงดึงแขนบิดาเข้าห้องไปคุยเรื่องนี้อย่างเคร่งเครียด
“ข้าดูท่าทีแล้วราชครูหมิงร้ายกาจนัก คงไม่ปล่อยให้ใต้เท้าฝูทำสำเร็จหรอกเจ้าเตรียมตัวหาทางหนีก็แล้วกัน”
เมื่อได้ฟังบิดาที่ประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดพร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นในตัวฮ่องเต้และท่านราชครูเช่นนั้นซูม่านถิงก็ถึงกับเหงื่อตก
“ท่านพ่อว่าอย่างนี้เห็นทีคงต้องให้ท่านแสร้งนำของส่วนหนึ่งของข้าออกจากจวนไปด้วยส่วนข้าต้องคิดหาวิธีปลีกตัวออกไปจากที่นี่แล้ว”
“คงต้องเป็นเช่นนั้นเกรงว่าการปะทะระหว่างทัพเหนือกับทัพภาคกลางจบลงแล้วแม่ทัพต้วนพ่ายแพ้ ฮ่องเต้จะทรงควบคุมกองทัพได้ทั้งหมดเช่นนี้โอกาสจะชิงอำนาจกับพระองค์คงจะยากขึ้น” แม้ใต้เท้าซูจะเป็นขุนนางผู้น้อยทว่าชั่วชีวิตกลับไม่เคยเห็นผู้ใดทำการกบฏในแคว้นผิงได้สำเร็จเขาจึงไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่บุตรเขยวัยกลางคนคิดเลยสักนิด
“ท่านพ่อแต่ท้ายจวนข้ามีกลุ่มนักฆ่ามาอาศัยอยู่กลุ่มหนึ่งนะเจ้าคะ”
“ไอ้หยา!” ใต้เท้าซูได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจฝูจินหรงคิดการณ์ใหญ่เช่นนี้ หากไม่สำเร็จเขาอาจจะต้องติดร่างแหไปด้วย
“เจ้ารีบคิดวิธีตัดขาดเสียก่อนเถอะเงินทองที่เจ้าฝากพ่อไปเก็บ พ่อก็สร้างเรือนใหญ่เอาไว้รอท่าส่วนที่เหลือก็เก็บเอาไว้ให้เจ้าตามที่สั่งต่อให้ไม่ต้องอยู่ที่จวนนี้เจ้าก็มีเงินเหลือเฟือแล้ว”
“ข้าจะคิดคืนนี้เลยเจ้าค่ะช้าไม่ได้แล้วเพราะท่านพี่เป็นคนฆ่าแม่ทัพน้อยต้วนซิงซวี่ด้วยมือของเขาเองข้าก็เกรงว่าแม่ทัพต้วนคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่”
ยามวิกาลคืนนั้นคนในจวนใต้เท้าฝูมิได้ระแวดระวังอันใดเพราะมีองครักษ์ทั้งในจวนและนอกจวนคอยรักษาการณ์อยู่เป็นปกติกลับปรากฏนักฆ่าอินทรีหลายสิบคนบุกเข้ามาในจวนตระกูลฝู
เสียงต่อสู้ดังระงมไปทั่วเรือนฝูจินหรงที่นอนอยู่บนเตียงกับอนุซูรีบลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าบัญชาการอย่างว่องไว
“นักฆ่าอินทรีขอรับนายท่าน!”องครักษ์ประจำตัวฝูจินหรงรีบรายงาน
“ต้วนจินป้านบังอาจนักส่งนักฆ่าพวกมันเข้ามาในเรือนข้า ไปเรียกคนหลังเรือนเราออกมา”ใต้เท้าฝูรีบร้องสั่ง
ไม่นานนักเหล่านักฆ่าสำนักมืออสูรที่ฝูจินหรงให้มาหลบอยู่เรือนหลังจวนก็ออกมาปะทะกับนักฆ่าอินทรีความดุร้ายป่าเถื่อนและวิชาที่เหนือกว่าของนักฆ่าสำนักมืออสูรทำให้นักฆ่าอินทรีล้มระเนระนาด
“ถอยก่อน!”เสียงหัวหน้าของนักฆ่าอินทรีสั่งการ
ดวงตาแดงฉานของเหล่านักฆ่ามืออสูรดูแล้วน่ากลัวยิ่งนักพวกมันตามติดออกไปมุ่งสังหารอย่างไม่กลัวตาย
“ท่านพี่ ข้ากลัวนัก”ซูม่านถิงรีบเล่นงิ้วบทหวาดกลัวโศกศัลย์ นางคิดจะอาศัยโอกาสหนีหลบกลับไปยังบ้านนอก
แม้เมื่อทั้งจวนถูกเก็บกวาดซากศพที่ตายเกลื่อนออกไปหมดแล้วนางก็ยังนั่งสะอึกสะอื้น ฝูจินหรงเห็นนางหวาดกลัวเช่นนั้นก็จนใจจะปลอบขวัญ
“ท่านพี่ข้าขอหลบไปบ้านนอกพักกับบิดามารดาสักระยะเถิด ข้ากลัวพวกเขาจะคิดว่าแม่ทัพน้อยตายเพราะข้าจึงมุ่งหวังจะมาเอาชีวิตข้า”
ฝูจินหรงฟังนางพร่ำรำพันเรื่องความกลัวจนเหนื่อยอ่อนก็นึกเห็นด้วย
“เจ้าพูดมีเหตุผลเช่นนั้นข้าตามใจเจ้า ไปพักผ่อนที่เรือนบิดาของเจ้าสักระยะเถิดเอาไว้ข้าจัดการต้วนจินป้านสำเร็จแล้วจะไปรับเจ้ากลับมาดีหรือไม่?”
“ดีเจ้าค่ะท่านพี่”นางรีบเกาะแขนสามีทำหน้าตาเศร้าโศกอาลัยให้ดูน่าสงสารยิ่งกว่าเดิม
เช้าวันต่อมารถม้าคันเล็กก็ออกเดินทางจากจวนใต้เท้าฝูตั้งแต่ฟ้ามืดเพื่อมิให้เป็นที่ผิดสังเกตแก่ผู้ใดซูม่านถิงจากไปท่ามกลางความยินดีของฮูหยินเอกและอนุภรรยาทั้งสามที่เฝ้าอิจฉาในวาสนาของนางมานานปี
“หึ! แค่มีคนลอบเข้ามาสังหารวันเดียวถึงกับหนีเตลิดรู้อย่างนี้ข้าจ้างคนมาขู่นางนานแล้ว” ฮูหยินเอกถึงกับตบพัด
เหล่าอนุภรรยาอีกสามคนล้วนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนหน้าที่จะมีซูม่านถิงพวกนางล้วนทะเลาะเบาะแว้งกันเอง แต่เมื่อซูม่านถิงปรากฎตัวขึ้นพวกนางก็มารวมกันเพื่อต้องการขับไล่คนโปรดออกไปมิคาดว่าครั้งนี้นางจะยินยอมไปเอง
ซูม่านถิงให้ท่านพ่อของนางไปบอกคนบ้านใกล้เรือนเคียงว่านางถูกขับไล่ออกจากจวนใต้เท้าฝูบัดนี้มิได้เกี่ยวข้องกับจวนตระกูลฝูอีกต่อไปแล้วแม้ผู้คนจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเรื่องขายหน้าเช่นนี้พ่อลูกตระกูลซูยังต้องอยากให้ผู้อื่นรู้?แต่เมื่อรู้แล้วก็กลายเป็นเรื่องนินทาสนุกปากในเวลาไม่นาน
ราชครูหมิงได้รับข่าวว่าอนุภรรยาคนโปรดของฝูจินหรงออกจากจวนไปแล้วก็เลิกคิ้วน้อยๆ
“นางหนีไปหรือโดนขับไล่กันแน่เจ้าคะ?”
หมิงเฟยหลงหันไปมองภรรยาที่นั่งอยู่บนเตียงในชุดนอน
“ซูม่านถิงคนนี้คงคิดจะเอาตัวรอดเห็นทีนางคงประเมินเหตุการณ์แล้วเห็นว่าฝูจินหรงคงทำการไม่สำเร็จจึงคิดหนี”
“เช่นนั้นนางคงจะรู้ว่าใต้เท้าฝูคิดจะทำสิ่งใด?”หงซือซือนึกถึงตอนที่ตนแปลงโฉมเป็นซูม่านถิงเข้าไปในจวนก็พอจะรู้แล้วว่าใต้เท้าฝูคิดจะฮุบแผ่นดินทว่าวิธีการกลับยังไม่รู้มีรายละเอียดอย่างไร?
“แน่นอน...ข้าว่าซูม่านถิงคนนี้ล่ะที่จะทำให้เราชนะศึกครั้งนี้ นางบอกสามีว่ากลัวจึงต้องขอออกไปหลบภัยแต่กลับบอกเพื่อนว่าถูกขับไล่ออกจากจวน เจ้าคิดว่านางกำลังคิดจะทำสิ่งใด”
หงซือซือใช้มือลูบผ้าห่มสักพัก “หากใต้เท้าฝูทำสำเร็จสามีไปรับกลับมานางก็อ้างกับเพื่อนบ้านได้ว่าสามีรักนางมากจึงมาตามแต่หากสามีทำไม่สำเร็จนางก็อ้างกับทางการได้ว่านางตัดขาดกับจวนนั้นแล้ว โทษใดๆนางก็ไม่เกี่ยว”
“เจ้ากล่าวได้ถูกต้องดังนั้นคนที่พร้อมจะเอาตัวรอดเช่นนี้ล่ะ ที่ข้าต้องส่ง จินวั่งซู่ไปรีดเค้นเอาความลับมา”
******************************

