หลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า

    บทที่ 167 บรรยากาศที่สงบสุข

    บทที่ 167 บรรยากาศที่สงบสุข

                

    ค่ำคืนที่วุ่นวายผ่านไปโดยที่ชิงหมินไม่ได้รู้เรื่องเลยสักนิดว่ามีคนถูกทำร้ายอย่างไรบ้าง เขารู้เพียงแค่ความรู้สึกวาบหวามนั้นยังคงอยู่ในหัวใจของเขา เมื่อคืนนี้เป็นคืนที่เขาร้องไห้ออกมาเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังส่งเสียงที่น่าละอายออกไป ความขัดแย้งระหว่างความเจ็บปวดและความสุขทำให้เขามึนงงไปหมด

                

    ยังดีที่เช้านี้มีอาหารร้อนๆส่งกลิ่นโชยเข้าจมูกจนทำให้ท้องของเขาส่งเสียงร้องออกมาได้ ชิงหมินจึงละความสนใจจากเรื่องที่เกิดขึ้นมาเป็นอาหารตรงหน้าแทน เขามองไปรอบๆห้อง...เวลานี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่นอนอยู่ ในขณะที่เสียงของข้ารับใช้กระซิบกระซาบเพื่อเตรียมตั้งโต๊ะอาหารมื้อเช้าให้แก่เขาอยู่ด้านนอก

                

    ชิงหมินมองดูสภาพที่น่าเขินอายของตนเองก็รีบหอบสังขารไปห้องน้ำ ชำระล้างร่างกายของตนเอง จนเพิ่งสังเกตว่าเนื้อตัวที่เป็นรอยจ้ำและความเจ็บปวดจากเมื่อคืนได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว มีร่องรอยการใช้ยารักษาบนผิวของเขาด้วย ถือว่าคนที่ลงมือนั้นยังมีเมตตาอยู่ อย่างน้อยๆก็ช่วยรักษาเขาหลังจากเสร็จกิจ

                

    คนอาบน้ำอยู่ไม่นาน ท้องของเขารู้สึกหิวมากกว่า เนื่องจากใช้แรงไปค่อนข้างมากเมื่อคืน เวลานี้เขาจึงหิวทั้งข้าวและน้ำ เมื่อเดินออกมาก็พบว่าคนตัวใหญ่ได้นั่งรออยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มต้อนรับยามเช้าของอีกฝ่ายทำให้ชิงหมินดวงตาพร่ามัว

                

    เขาไม่ค่อยได้เห็นคนตรงหน้ายิ้มบ่อยนัก แต่ดูแล้วมีเสน่ห์ไม่น้อยเลย ถึงจะมีบาดแผลที่ใบหน้า แต่กลับส่งเสริมให้ความหล่อเหลาของเขาเพิ่มขึ้นแทนเสียอย่างนั้น

                

    เดิมที ชิงหมินอยากจะแนะนำยารักษาให้กับเขา แต่ตอนนี้ต้องคิดดูอีกทีแล้ว บางที...รอยแผลนั่นอาจจะทำให้เขามีเสน่ห์มากกว่าก็ได้ แต่ไม่สิ! หากอ้างอิงจากนิยายแล้ว คำบรรยายเกี่ยวกับแม่ทัพปีศาจผู้นี้หลังจากรักษาบาดแผลแล้ว พบว่าเขาได้ทำให้กับคนทั้งอาณาจักรและนอกอาณาจักรต้องหลงใหลเลยไม่ใช่หรือ?

                

    ใบหน้าของเขากลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมขององค์หญิงต่างอาณาจักรด้วย ทว่า...เพราะนางหลังรักเขา ทำให้อาณาจักรนั้นยอมเปิดใจเจรจากับอาณาจักรเซิน เลยสรุปว่า...ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว ใบหน้าของเขาที่หล่อเหลานั้นนำประโยชน์หรือหายนะมาแทนกันแน่

                

    เอาเถอะ เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องขึ้นกับเขาเอง ถ้าคนไม่ต้องการรักษา ต่อให้เขามอบยารักษาให้ หวงซีเฉิงก็คงไม่แตะต้องมันเองนั่นแหละ เรื่องนี้ปล่อยให้เจ้าของใบหน้าตัดสินใจเองจะดีกว่า...

     

    “อรุณสวัสดิ์” คนตัวโตกล่าวอย่างมีความสุข เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของเขาดีมาก 

                

    ชิงหมินพยักหน้ารับ พยายามไม่แสดงออกว่าเขากำลังเขินอาย คนตัวเล็กที่สวมเสื้อคลุมบางๆ ยื่นมือออกไป ขอให้เขาส่งชุดในมือมาให้

                

    หวงซีเฉิงสวมชุดสีน้ำเงินเข้มในวันนี้ ปกติแล้วเขามักจะสวมแค่ชุดสีดำเท่านั้นตามความเคยชิน สีดำทำให้เขาซ่อนตัวได้ง่าย อีกทั้งยังซ่อนร่องรอยของโลหิตเพื่อไม่ให้น่ารังเกียจจนเกินไป นี่เป็นการแต่งกายของเขาตั้งแต่ยังเด็กๆแล้ว ทว่า...วันนี้เขากลับเลือกจะใส่ชุดสีน้ำเงิน ราวกับไม่ต้องการให้วันแรกของการแต่งงาน กลายเป็นวันไว้ทุกข์

                

    ชุดที่อีกฝ่ายเตรียมให้ชิงหมินเป็นสีฟ้าอ่อนจนเกือบขาว ดูสดใสและเป็นรูปแบบที่ชิงหมินชื่นชอบ คนตัวเล็กชอบนั่งกลางสวน อ่านหนังสือเล่นอยู่กลางแสงแดดยามเช้า หากสวมใส่ชุดสีดำหรือสีทึบ จะทำให้ความร้อนมารวมที่เขามากกว่าปกติ ชิงหมินจึงมักจะเลือกเสื้อผ้าสีสว่างมากกว่า

                

    แน่นอนว่าทั้งหมดแล้ว ไม่ได้คำนึงเรื่องความสวยงามแต่อย่างใด ผู้อื่นอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาทำตัวเหมือนคุณชายบัณฑิตที่อยากจะแสดงความโดดเด่นเละความหล่อเหลาของตนอง ทว่าชิงหมินจะคิดเรื่องไร้สาระเหล่านั้นออกได้อย่างไร

     

    “อยากได้ชุดที่ข้าเตรียมมาหรือ?”

     

    “อะไร?” ชิงหมินเลิกคิ้ว เจ้าตัวเตรียมชุดเอาไว้ให้เขาไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้นจะถือเข้ามาทำไม?

                

    หวงซีเฉิงหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้คิดจะแกล้งชิงหมิน ทว่า...คนเอียงคอให้กับเด็กหนุ่ม ทั้งยังชี้ที่แก้มของตนเอง

     

    “หากเจ้าต้องการชุดนี่ อย่างนั้นก็หอมแก้มข้าสิ” ชิงหมินที่คิดว่าคนตรงหน้ากำลังหาเรื่องตนเองก็ชะงักไป เขาไม่อยากจะเชื่อว่าปีศาจร้ายผู้นี้จะกล้าทำตัวน่ารักกับเขาด้วย คราวนี้เป็นใบหน้าของชิงหมินเองที่เปลี่ยนเป็นสีแดง

     

    “จะไร้ยางอายเกินไปแล้ว” คนบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ยื่นหน้าเข้าหาอยู่ดี

                

    ทั้งสองคนรู้สึกใกล้ชิดกันอีกครั้ง กลิ่นหอมจากคนที่เพิ่งอาบน้ำทำให้หวงซีเฉิงใจเต้นกระตุกวูบ ไม่รู้ว่าที่เขากำลังทำอยู่นี้เป็นการกลั่นแกล้งชิงหมิน หรือแท้จริงแล้วเป็นการกลั่นแกล้งตนเองกันแน่

     

    “อ๊ะ...”

                

    ชิงหมินชะงักไป จู่ๆคนก็หันมา ทำให้จมูกของเขาที่กำลังจะหอมแก้มของอีกฝ่ายโดนเข้าที่ริมฝีปากของทางนั้นพอดี หวงซีเฉิงอาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กกำลังชะงักงันคว้าเอวเล็กแล้วจับลงมานั่งที่ตักของเขา แรงที่มากกว่าทำให้ควบคุมชิงหมินได้ทั้งหมด เขาเข้าครอบครองริมฝีปากบางอย่างรวดเร็ว

     

    “นี่...พอก่อน” 

                

    ชิงหมินไม่อยากจะเชื่อว่าคนตรงหน้าจะกล้าลงมือกับเขาอีก นี่เป็นยามเช้าแท้ๆ ท้องฟ้าเพิ่งปรากฏขึ้นมา คนลามกยังคิดเรื่องลามกอยู่ได้ เขารู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง ยังไม่ทันได้เตรียมใจที่จะต้องรับมือกับอะไรเช่นนี้เลย

     

    “ข้ารู้....” คนตัวใหญ่กล่าวเสียงทุ้มในลำคอ ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าไม่ควรกดดันอีกฝ่ายเกินไป แต่มันก็อดใจไม่ไหวจริงๆ

     

    “ไปรอข้างนอกเลย ข้าจะสวมเสื้อผ้า”

     

    “ให้ข้าช่วยหรือไม่?” หวงซีเฉิงไม่ต้องการจะออกไป แม้ก่อนหน้านี้เขาจะควบคุมตนเองไม่ได้ ทว่าก็ยังอยากใช้เวลาอยู่กับคนตัวเล็กอยู่ดี

     

    “ช่วยหรือ? ท่านเป็นตัวก่อกวนเสียมากกว่า” ชิงหมินบ่นงึมงำ ไม่ยอมให้อีกฝ่ายนั่งอยู่ในห้อง เกรงวาเขาจะไม่ได้สวมเสื้อผ้าให้ดีๆ เวลานี้คนกำลังหิวและท้องของเขาก็ส่งเสียงแล้ว ไม่สามารถรอได้อีก

     

    “..........” ซีเฉิงถูกดันออกมาจากห้อง เขาหัวเราะเล็กน้อยด้วยความรู้สึกขื่นขม ไม่ควรจะใจร้อนเกินไปจริงๆด้วยนั่นแหละ ครั้งนี้จึงถูกขับไล่ออกมาแทน

                

    ข้ารับใช้ไม่เข้าใจ พวกนางไม่กล้ามองการแสดงออกของเจ้านายทั้งสองจึงต้องก้มหน้าลง อย่างไรก็ตาม...บรรยากาศในจวนวันนี้ดีมาก ผู้นำตระกูลคนใหม่ก็ไม่ได้ทำหน้าตาดุร้าย ปล่อยออร่าเหมือนจะฆ่าคนเช่นทุกครั้ง ขอแค่เขาไม่หมายหัวใครในวันนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีๆของวันแล้ว

     

    “เตรียมอาหารพร้อมแล้วหรือไม่? ถ้าชิงหมินบอกว่าไม่อร่อยขึ้นมา.....” หวงซีเฉิงหันไปดูการจัดเตรียมด้านหลัง

                

    อาหารเช้าวันนี้เป็นอาหารย่อยง่าย แต่กับข้าวมีอยู่หลากหลายอย่าง เกือบจะทั้งหมดเป็นสิ่งที่ชิงหมินชื่นชอบ ดังนั้นหวงซีเฉิงจึงคาดหวังว่าเขาจะได้รับรอยยิ้มยามเช้าจากอีกฝ่าย ทว่า...ถ้าเกิดพ่อครัวฝีมือดีที่เขาจ้างมาหลายร้อยเหรียญยังไม่สามารถทำให้คนตัวเล็กมีความสุขได้ อย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะเก็บเอาไว้อีก

                

    ข้ารับใช้ก้มมองมือของตนเอง รู้สึกกลัวอย่างมาก แต่พยายามรีบจัดโต๊ะอาหารให้เร็วเพื่อที่จะได้ไม่ทำให้เจ้านายไม่พอใจขึ้นมาอีก ผ่านไปไม่นานนัก...โต๊ะอาหารพร้อม คนก็เดินออกมาพร้อมกินแล้วเช่นกัน

                

    หลี่ชิงหมินมองดูอาหารบนโต๊ะกลม รู้สึกดวงตาพร่ามัวอยู่บ้าง อาหารเช้าที่ตระกูลหลี่ อย่างมากก็ 3-4 อย่างเท่านั้น เขายังรู้สึกว่าตระกูลหลี่เลี้ยงดีเกินไป ก่อนหน้านี้เขาในยุคใหม่นั้นกินข้าวราดแกง เลือกได้สองอย่างก็หรูหราแล้ว ยิ่งตอนเช้า...มีเวลากินขนมปังก็ถือว่าวิเศษ ส่วนใหญ่จะต้องหิ้วท้องไปที่ทำงาน รอจนกระทั่งเที่ยงจึงจะได้กินอาหาร

                

    เกิดเป็นบุตรชายขุนนางนั้นได้กินสามมื้อ ตื่นมาตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนวิ่งออกไปทำงาน รถติดอยู่กลางถนน ชีวิตที่สุขสบายเช่นนี้ เขาจะไม่ชอบได้อย่างไร แต่ไม่คิดเลยว่าวาสนาของเขาจะดีขึ้นเรื่อยๆ จากอาหารไม่กี่อย่าง ตอนนี้กลับมีให้เลือกเป็นสิบอยู่บนโต๊ะ

                

    หากผู้อนุรักษ์จากโลกเดิมมาเห็นเข้า พวกเขาคงจะตำหนิที่ชิงหมินกินอาหารเกินความจำเป็นแน่นอน ยิ่งอาหารเยอะแยะเช่นนี้ อย่างไรก็ต้องเหลือทิ้งบ้าง การรณรงค์เรื่องเศษอาหารเหลือเป็นศูนย์นั้นกำลังอยู่ในกระแส เขาคงจะถูกกระหน่ำทั้งจากโซเชี่ยลและคนรู้จัก

                

    ยังดีที่เขาเคยเห็นว่าข้ารับใช้เหล่านี้สามารถเลือกอาหารที่ตัวเองอยากกิน ซึ่งเหลือจากเจ้านายไปได้ ในตระกูลหลี่...หากมีอาหารเหลือจำนวนมาก ยังแจกจ่ายให้กับเด็กขอทานตามท้องถนน ให้พวกเขามีอาหารประทังชีวิต คาดว่าจวนสกุลหวงก็น่าจะทำเช่นนั้น

     

    “หิวหรือไม่?” หวงซีเฉิงเอ่ยถามทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้ว เขาเดินเข้ามาจับแขนเล็กๆของชิงหมินอย่างถือวิสาสะ

     

    “ท้องข้าร้องหลายคราแล้ว” ชิงหมินยอมรับไปตามความจริง เขาหิวมากตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ ถ้าอยู่ในจวนสกุลหลี่ ตอนนี้คงเรียกให้ฝูเซ่ารีบนำอาหารเข้ามาโดยไม่ต้องรอให้เขาอาบน้ำล้างหน้าก่อน

     

    “หึ อย่างนั้นก็มาเถอะ กินให้เยอะหน่อยเพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรง”

     

    “ขอบคุณ” ชิงหมินพยักหน้ารับ หวงซีเฉิงดูแลเขาอย่างดีเช่นปากพูด กระทั่งขยับเก้าอี้ให้เขานั่งก็ยังทำ นับว่าเป็นการกระทำที่เอาใจใส่มาก

     

    “เอ่อ แล้วข้าต้องไปพบเจอใครหรือไม่?”

     

    “พบเจอใคร?”

     

    “ก็อย่างเช่น...ต้องไปไหวพวกผู้อาวุโสของตระกูลหวง....” หลี่ชิงหมินนึกทบทวนเนื้อเรื่องเดิม นางเอกของเรื่องต้องไปเคารพผู้อาวุโสของตระกูลหวงตั้งแต่เช้าตรู่ ไล่จากคนแรกจนถึงคนสุดท้าย ทั้งยังต้องเข้าไปพบญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ในจวนหวงทั้งหมดด้วย

                

    เขาจำได้ว่า ตอนนั้นนางถูกกลั่นแกล้งอย่างไร และนางก็ได้รู้ว่าในจวนสกุลหวงนี้ แท้จริงแล้วไม่มีผู้ใดต้อนรับนางเลย...นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ระหว่างนางเอกและคนสกุลหวง พวกเขาต่างไม่มีใครยอมใคร และมันก็คือสิ่งที่ชิงหมินหวาดกลัวมากที่สุด

     

    “ไม่ต้องรีบร้อน ข้านัดหมายให้พวกเขามาที่นี่เพื่อร่วมมื้อเที่ยงกับพวกเรา ไว้รอทำความเคารพพวกเขาในเวลานั้น”

     

    “เอ่อ เช่นนั้นจะได้หรือ?”

     

    “แล้วทำไมจึงไม่ได้ พวกเขาไม่ได้อยู่ในจวนสกุลหวงแล้ว จะเข้าออกย่อมต้องขออนุญาตจากข้า ข้าให้พวกเขามาเที่ยง พวกเขาก็ต้องมาเที่ยง ส่วนเจ้าเป็นฮูหยินของข้า เป็นฮูหยินขั้น 1 ไม่จำเป็นต้องทำความเคารพต่อพวกเขาเหมือนคนอื่นๆ เป็นพวกเขาต่างหากที่ต้องทำความเคารพเจ้า”

                

    หวงซีเฉิงส่ายหน้า เขาตัดความวุ่นวายทั้งหมดของสกุลหวงไปแล้ว ไม่ปล่อยให้ชิงหมินต้องลำบาก ดังนั้นแม้แต่เรื่องนี้...เขาก็เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้วเหมือนกัน

                

    หลี่ชิงหมินได้ยินก็ชะงักไป ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไล่ทุกคนออกจากจวนสกุลหวงจริงๆ นี่ไม่ได้หมายความว่า...เขาเป็นอิสระมากเมื่ออยู่ที่นี่หรอกหรือ? ไม่มีคนอยู่ เช่นนั้นก็ไม่มีการต่อสู้ใดๆ!

                

    ชีวิตหลังแต่งงานที่ดี!!!

     

    “แต่ข้าอยากจะให้เจ้าไปพบชายชราผู้หนึ่ง เขาเป็นปู่ของข้าเอง”

     

    “อ่อ ข้าจำได้ เขาคือผู้ที่มาสู่ขอ...”

     

    “ใช่ เป็นญาติสายตรงคนเดียวที่เหลืออยู่ ป้ายวิญญาณของบิดามารดาข้าก็อยู่ที่จวนของเขา เจ้าสามารถกราบไหว้พร้อมกับป้ายวิญญาณของท่านย่าข้าได้ด้วย”

     

    “อืม ข้าเข้าใจแล้ว” ชิงหมินรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญมาก เขาย่อมไม่ปฏิเสธที่จะทำตามธรรมเนียมประเพณี

                

    บิดามารดาไม่อยู่แล้ว เช่นนั้นก็ต้องกราบไหว้ป้ายวิญญาณของพวกเขา ....

                

    เห็นคนตัวเล็กว่านอนสอนง่ายเช่นนี้ หวงซีเฉิงก็ยกมือลูบหัวของเขา ตักอาหารใส่ถ้วยเล็กอีกสองสามอย่าง ท่าทางเอาอกเอาใจเป็นที่สุด

                

    ชิงหมินรีบกินอาหาร แล้วก็รีบไปเตรียมของขวัญสำหรับท่านปู่ที่แข็งแกร่งผู้นั้น ตัวเขาไม่มีอะไรมาก สมบัติมากมายสกุลหลี่จะเทียบกับสมบัติของตระกูลหวงได้อย่างไร เขาคิดว่าต่อให้มอบของล้ำค่าก็ไม่ทำให้ทางนั้นมีความสุขได้ ดังนั้น...สำหรับชายชราผู้หนึ่ง ชิงหมินจึงตั้งใจคัดเลือกชาดีๆให้กับเขา

                

    ไม่ใช่ใส่ห่อกระดาษเหมือนที่วางขาย ชิงหมินรื้อหากล่องหยกที่งดงามออกมาหลายกล่อง เลือกชาดอกไม้ใส่เข้าไปกล่องละชนิด ตั้งใจให้ผู้อาวุโสได้เลือกดื่มชาดีๆที่ตนเองชอบได้ อีกอย่าง...ชาเหล่านี้ได้ผลพิเศษจากค่าประสบการณ์เต็มร้อยส่วนของเขา มันย่อมมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนแก่ด้วย

                

    เห็นชิงหมินตั้งใจขนาดนั้น หวงซีเฉิงที่อยากจะบอกว่าไม่ต้องเหนื่อยเตรียมอะไร ก็เป็นฝ่ายมาช่วยชิงหมินเทชาแทน

                

    สองคนสามีภรรยาช่วยกันทำงานอย่างเงียบๆ ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่สั้น แต่กลับมอบความสุขและความสงบให้จวนสกุลหวงไม่น้อย...บรรยากาศที่เจ้านายรักกันเช่นนี้ ข้ารับใช้ไม่ได้เห็นกันมานานแล้ว ตั้งแต่ผู้นำตระกูลสองรุ่นก่อน....

     

    ………………………………………………..

    คล้ายกับเรื่องหลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891