ยามเย็นที่แสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องผ่านใบไม้ในสวนหลังจวน หลินชิงเหยาในคราบซูเหม่ย เดินตรงไปยังเรือนหลักด้วยท่าทางระทดท้อ ใบหน้าที่ซีดเผือดถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต ให้เกิดรอยแดงฉานบนแก้มขวาดุจถูกฝ่ามือตบอย่างแรง น้ำตาคลอเบ้าจนดูน่าสงสารยิ่งนัก ผ้าไหมสีขาวบางเบาที่นางสวมใส่ยังคงสะอาดสะอ้าน แต่ไหล่ที่สั่นเล็กน้อยยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของนางเซียนผู้ถูกกลั่นแกล้งดูสมจริง
ก่อนที่จะเข้าไปในเรือนหลัก ชิงเหยาได้วางแผนไว้อย่างรอบคอบแล้ว นางรู้ดีว่าการดึงฮูหยินใหญ่เข้ามาร่วมในแผนการแก้แค้นจะเป็การขยายวงการทำลายให้ครอบคลุมทั้งครอบครัว การใช้ความริษยาและความแค้นของภรรยาหลวงเป็เครื่องมือจะทำให้การล่มสลายของตระกูลหวังเกิดขึ้นจากภายในอย่างสมบูรณ์แบบ
นางได้เตรียมยา "คะนึงหา" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นความริษยาและความโกรธแค้นไว้แล้ว ยาชนิดนี้จะทำให้ผู้ที่ได้รับจะมีอารมณ์รุนแรงขึ้น ความคิดเชิงลบจะถูกขยายให้ใหญ่โตขึ้น และการตัดสินใจจะเป็ไปอย่างหุนหันพลันแล่น นางได้แอบผสมยานี้ลงในน้ำชาที่ฮูหยินใหญ่ดื่มทุกวันมาเป็เวลาสามวันแล้ว ทำให้ความริษยาที่มีอยู่แล้วในใจของนางเริ่มพุ่งพล่านขึ้นเป็ลำดับ
ยาคะนึงหาเป็ยาโบราณที่หาได้ยากยิ่ง สกัดจากดอกไม้พิษที่ขึ้นอยู่ในถ้ำลึกของเขาสูง ชิงเหยาได้เรียนรู้วิธีการปรุงยานี้จากอาจารย์ลึกลับใน่ที่นางฝึกฝนศิลปะการแก้แค้น ยาชนิดนี้ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย แต่จะเข้าไปกระตุ้นจิตใจให้อารมณ์ที่มีอยู่แล้วรุนแรงขึ้นเป็สิบเท่า ความริษยาจะกลายเป็ความเกลียดชัง ความสงสัยจะกลายเป็ความแน่ใจ และความโกรธจะกลายเป็ความบ้าคลั่ง
การที่นางแอบผสมยานี้ลงในน้ำชาของฮูหยินใหญ่เป็การเตรียมการที่รอบคอบ นางได้สังเกตพฤติกรรมของภรรยาหลวงมาหลายวัน รู้ดีว่านางมีความริษยาและความไม่มั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว การที่หวังเสี้ยนมีนางเซียนหลายคนและแสดงความสนใจในตัวเยี่ยหยา ทำให้ฮูหยินใหญ่รู้สึกถูกทอดทิ้งและไม่มีค่า ยาคะนึงหาจะทำให้ความรู้สึกเหล่านี้ขยายตัวจนควบคุมไม่ได้
เมื่อมาถึงห้องโถงหลัก ซูเหม่ยก็คุกเข่าลงตรงหน้าฮูหยินใหญ่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน
"ท่านฮูหยิน... ขออภัยที่บ่าวกล้าบุกรุกยามเย็นเช่นนี้..." นางสะอื้นไห้ น้ำเสียงแ่เบาแต่ชัดเจน "แต่... แต่ข้าทนไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ แม่นางเยี่ยหยา... นางตบหน้าข้าจนแก้มบวมแดง นางยังพูดจาหยาบคายใส่ร้ายท่านด้วย..."
ฮูหยินใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ใบหน้าที่เคยสง่างามบัดนี้ขมวดคิ้วแน่น ฤทธิ์ยา "คะนึงหา" ที่ชิงเหยาแอบผสมลงในน้ำชาทุกวัน กำลังค่อยๆ แผ่ซ่านในกายนาง ทำให้หัวใจเต้นแรงและความริษยาพุ่งพล่านไม่หยุด
นางรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มในอก ความคิดเชิงลบที่เคยกดดันไว้เริ่มผุดผาดขึ้นมาอย่างรุนแรง ภาพของสามีที่อาจจะกำลังอยู่กับหญิงอื่นทำให้เืในร่างกายของนางเดือดดาล ยิ่งเมื่อได้ยินคำพูดของซูเหม่ย ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานก็ะเิออกมา
"พูดมาให้หมด! นังแพศยานั้นพูดอะไรกับเ้า?" ฮูหยินใหญ่ตวาดด้วยเสียงที่สั่นเครือด้วยความโกรธ ดวงตาแวววาวด้วยไฟแค้นที่ถูกยาเร่าให้รุนแรงขึ้น
ซูเหม่ยก้มหน้าลงต่ำ ไหล่สั่นเทิ้มราวกับกลัวจะถูกตำหนิ แต่ในใจชิงเหยากลับรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งที่เห็นฤทธิ์ยาเริ่มออกฤทธิ์ นางเริ่มเล่าเื่ที่แต่งขึ้นอย่างประณีต
"นางบอกว่า... ท่านเสนาบดีหวังเสี้ยนเบื่อร่างกายเหี่ยวแห้งของท่านเต็มทนแล้วเ้าค่ะ..." นางพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "นางหัวเราะเยาะเย้ยว่า... ท่านเสนาบดีบอกนางว่า ท่านฮูหยินเป็เพียงภรรยาที่เขาต้องดูแลเพื่อหน้าตา แต่หัวใจของท่านเสนาบดีนั้นเป็ของนางเพียงคนเดียว..."
คำพูดแต่ละคำเหมือนเข็มที่แทงลึกเข้าไปในหัวใจฮูหยินใหญ่ นางรู้สึกเ็ปและอัปยศอย่างสุดซึ้ง ฤทธิ์ยาทำให้ความเ็ปนั้นขยายใหญ่โตขึ้นเป็สิบเท่า ความคิดที่ว่าสามีของนางอาจจะพูดเช่นนั้นจริงๆ ทำให้นางรู้สึกราวกับถูกทรยศ
ความจริงแล้ว หวังเสี้ยนไม่เคยพูดคำเหล่านี้เลย แต่ชิงเหยารู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้จะกระทบจิตใจฮูหยินใหญ่มากที่สุด เพราะนางเป็สตรีที่ภาคภูมิใจในตำแหน่งภรรยาหลวง และกลัวที่สุดคือการถูกดูถูกและถูกทอดทิ้ง การที่ชิงเหยาใช้ความกลัวที่ลึกที่สุดของนางมาเป็อาวุธ แสดงถึงความโเี้และความแยบยลของแผนการแก้แค้น
"นางยังบอกอีกว่า..." ซูเหม่ยต่อด้วยเสียงที่แ่เบายิ่งขึ้น "คืนนี้ท่านเสนาบดีจะพานางไปร่วมรักที่ห้องอักษรส่วนตัวของท่านด้วย... เพื่อแสดงให้เห็นว่าใครคือผู้หญิงที่ทำให้ท่านเสนาบดีพึงพอใจที่สุด... นางบอกว่าจะให้ท่านได้ยินเสียงครางของนางดังไปทั่วห้อง เพื่อให้ท่านรู้ว่าท่านเสนาบดีมีความสุขกับนางมากแค่ไหน..."
ฮูหยินใหญ่รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ความอัปยศและความโกรธแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม นางลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน เก้าอี้ไม้แกะสลักเอียงไปข้างหลังจนเกือบล้ม มือของนางกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือจนเจ็บ เืซึมออกมาเล็กน้อยแต่นางไม่รู้สึก
ห้องอักษรนั่นเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของสามี เป็ที่ที่เขาทำงานและพักผ่อน เป็สถานที่ที่แม้แต่นางในฐานะภรรยาหลวงก็ไม่ได้เข้าไปบ่อยนัก การที่เยี่ยหยาจะไปทำสิ่งลามกอนาจารในที่นั่น มันเป็การดูิ่นางและตระกูลอย่างสิ้นเชิง นางรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกเหลว
"ข้า... ข้าพยายามห้ามนาง แต่กลับถูกนางตบหน้าจนแทบล้ม..." ซูเหม่ยเสริมด้วยเสียงสะอื้น "นางบอกว่าข้าเป็นางเซียนต่ำต้อย ไม่มีสิทธิ์มาแทรกแซงเื่ของคนชั้นสูง... นางยังขู่ว่าจะให้ท่านเสนาบดีไล่ข้าออกจากจวนหากข้าไปฟ้องท่าน..."
"นังแพศยา... กล้าดียังไงมาดูถูกข้าเช่นนี้!" ฮูหยินใหญ่ะโด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอัปยศ ฤทธิ์ยาทำให้ความรู้สึกทุกอย่างรุนแรงขึ้นเป็สิบเท่า
นางเดินไปเดินมาในห้องโถงอย่างกระสับกระส่าย ความคิดต่างๆ วนเวียนในหัวอย่างรวดเร็ว ภาพของสามีที่กำลังอยู่กับหญิงอื่น เสียงหัวเราะเยาะของเยี่ยหยา และความอัปยศที่ตัวเองต้องเผชิญ ทุกอย่างผสมรวมกันจนทำให้นางรู้สึกเหมือนจะบ้าคลั่ง
ฤทธิ์ยาคะนึงหาทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ ความคิดที่เคยเป็เพียงความสงสัยเล็กๆ น้อยๆ บัดนี้กลายเป็ความแน่ใจที่แรงกล้า ความริษยาที่เคยกดดันไว้บัดนี้พุ่งพล่านออกมาเหมือนน้ำท่วม ฮูหยินใหญ่ไม่สามารถคิดอย่างมีเหตุผลได้อีกต่อไป มีเพียงความโกรธแค้นและความ้าแก้แค้นเท่านั้นที่ครอบงำจิตใจของนาง
"ข้าจะไปจับชู้คืนนี้เอง!" นางประกาศด้วยเสียงที่สั่นเครือด้วยความโกรธ "ข้าจะไม่ยอมให้ศักดิ์ศรีของเมียหลวงถูกเหยียบย่ำอีกต่อไป! ข้าจะไปดูด้วยตาตนเองว่าสามีข้ากำลังทำอะไรกับนังแพศยานั้น!"
ซูเหม่ย (ชิงเหยา) แสร้งทำเป็ใ รีบยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่แสร้งทำ "ท่านฮูหยิน... โปรดอย่าเพิ่งรีบร้อนเ้าค่ะ หากท่านไปตอนนี้ เกรงว่าจะเกิดเื่ไม่คาดฝัน..."
นางหยุดชั่วขณะ ทำท่าราวกับกำลังลังเลใจ ก่อนจะต่อด้วยเสียงที่แ่เบายิ่งขึ้น "ข้าเห็นท่านเสนาบดียังไม่ได้กลับจากราชการเลยเ้าค่ะ... แต่นางเยี่ยหยาบอกว่า... คืนนี้ท่านจะกลับมาช้า และจะพานางไปที่ห้องอักษรเพื่อ... เพื่อ..." นางทำท่าไม่กล้าพูดต่อ
การที่ชิงเหยาเอ่ยถึงห้องอักษรอีกครั้งเป็การเจาะจงที่คำนวณมาแล้ว นางรู้ดีว่าห้องนั้นมีความหมายพิเศษสำหรับฮูหยินใหญ่ มันเป็สัญลักษณ์ของอำนาจและความเป็ใหญ่ของหวังเสี้ยน การที่เยี่ยหยาจะไปทำสิ่งลามกในที่นั่นเป็การดูิ่ที่ฮูหยินใหญ่ไม่อาจทนได้
"เพื่ออะไร! พูดมา!" ฮูหยินใหญ่ตวาดด้วยความโมโห
"เพื่อให้นางได้ร้องครางดังๆ ในห้องที่นายท่านใช้ทำงานทุกวัน..." ซูเหม่ยพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "นางบอกว่าจะทำให้ท่านเสนาบดีลืมท่านไปเลย... และจะทำให้ท่านรู้ว่าใครคือผู้หญิงที่แท้จริงในใจของท่านเสนาบดี..."
ฮูหยินใหญ่รู้สึกเหมือนโลกกำลังพังทลาย ห้องอักษรนั่นเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของสามี เป็ที่ที่เขาทำงานและพักผ่อน การที่เยี่ยหยาจะไปทำสิ่งลามกอนาจารในที่นั่น มันเป็การดูิ่นางและตระกูลอย่างสิ้นเชิง
ความจริงแล้ว หวังเสี้ยนไม่มีแผนการใดๆ เช่นนั้นเลย เขากำลังอยู่ในราชสำนักเพื่อประชุมเื่งานราชการที่สำคัญ และจะกลับมาดึกตามปกติ แต่ชิงเหยาใช้ข้อมูลนี้มาบิดเบือนเป็หลักฐานสนับสนุนเื่โกหกของนาง การที่นางรู้รายละเอียดเกี่ยวกับตารางงานของหวังเสี้ยนเป็ผลมาจากการสังเกตและการสอดแนมอย่างระมัดระวัง
"นางยังบอกอีกว่า..." ซูเหม่ยต่อด้วยเสียงที่เบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน "นางจะใส่ชุดที่ท่านชอบ... ชุดที่ท่านเคยซื้อให้นายท่านในวันครบรอบแต่งงาน... นางบอกว่าท่านเสนาบดีบอกนางว่า นายท่านไม่เคยใส่ชุดนั้นให้ท่านดูเลย เพราะท่านไม่มีเสน่ห์พอ..."
คำพูดนี้เป็หยดน้ำสุดท้ายที่ทำให้แก้วน้ำล้น ฮูหยินใหญ่รู้สึกเ็ปจนแทบหยุดหายใจ ชุดนั้นเป็ของขวัญที่สามีให้ในวันครบรอบแต่งงานปีที่แล้ว นางเก็บไว้อย่างทะนุถนอม ไม่เคยใส่เพราะคิดว่าจะเก็บไว้สำหรับโอกาสพิเศษ แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าทำไมสามีถึงซื้อชุดนั้นให้
ความจริงแล้ว ชิงเหยาไม่เคยเห็นชุดนั้นเลย แต่นางเดาได้จากการสังเกตพฤติกรรมของฮูหยินใหญ่ที่มักจะมองไปยังตู้เสื้อผ้าด้วยสายตาเศร้าโศก และจากการที่นางได้ยินบ่าวสนิทคุยกันเื่ของขวัญที่นายท่านซื้อให้ภรรยาหลวง การใช้ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มาสร้างเป็เื่ราวที่น่าเชื่อแสดงถึงความชาญฉลาดและความโเี้ของชิงเหยา
"ข้าจะไม่ยอม!" ฮูหยินใหญ่ะโด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ปและความโกรธ "ข้าจะไปจับชู้คืนนี้ ข้าจะไปดูด้วยตาตนเองว่าสามีข้ากำลังทำอะไรกับนังแพศยานั้น!"
ซูเหม่ย (ชิงเหยา) แสร้งทำเป็ใ รีบยกมือขึ้นปิดปาก "ท่านฮูหยิน... โปรดอย่าเพิ่งรีบร้อนเ้าค่ะ หากท่านไปตอนนี้ เกรงว่าจะเกิดเื่ไม่คาดฝัน... ข้าเห็นท่านเสนาบดียังไม่ได้กลับจากราชการเลยเ้าค่ะ คืนนี้... คืนนี้นายท่านอาจจะพาเยี่ยหยาไปที่ห้องอักษรจริงๆ หรืออาจจะไม่ก็ได้"
ฮูหยินใหญ่ยืนนิ่งไปชั่วขณะ ความโกรธแค้นผสมกับฤทธิ์ยาทำให้นางหายใจถี่รัว หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะะเิ นางรู้สึกเหมือนมีไฟไหม้อยู่ในอก ความคิดที่ว่าสามีของนางกำลังวางแผนที่จะทำให้นางอับอาย ทำให้นางรู้สึกเหมือนจะเป็บ้า
นางเดินไปเดินมาอยู่ในห้องโถงหลายก้าว มือกำแน่นจนข้อมือขาว ดวงตาแวววาวด้วยความโกรธแค้นที่ถูกยาเร่าให้รุนแรงขึ้น ก่อนจะหันกลับมามองซูเหม่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ดี... ข้าจะไม่รีบไปตอนนี้ ข้าจะรอให้มืดสนิท ค่อยแอบไปดูด้วยตนเองที่ห้องอักษรและเรือนเหมันต์ ข้าจะเห็นด้วยตาตนเองว่าสามีข้ากำลังทำอะไรกับนังแพศยานั้น!"
ชิงเหยาในใจยิ้มเยาะอย่างสะใจ แผนการของนางกำลังดำเนินไปตามที่คาดหวัง ฮูหยินใหญ่กำลังเดินเข้าสู่กับดักที่นางวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ใบหน้าของซูเหม่ยยังคงแสดงออกถึงความหวาดกลัวและเป็ห่วง
"ท่านฮูหยิน... โปรดระวังตัวด้วยเ้าค่ะ หากท่าน้าข้าไปเป็เพื่อน..." นางเสนอด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
"ไม่ต้อง" ฮูหยินใหญ่ยกมือห้าม ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะหาความจริง "เ้ากลับไปพักผ่อนเถิด เื่นี้ข้าจะจัดการเอง ข้าจะไปดูด้วยตาตนเองว่าสามีข้าและนังแพศยานั้นกำลังทำอะไรกัน"
เมื่อซูเหม่ยเดินออกจากเรือนหลักด้วยท่าทางอ่อนแรง ฮูหยินใหญ่ก็เรียกบ่าวสนิทเข้ามาใกล้ สั่งการด้วยน้ำเสียงต่ำแต่เด็ดขาด "เตรียมเสื้อคลุมสีเข้ม โคมไฟเล็กๆ และคนไว้สองสามคน คืนนี้ข้าจะไปดูให้รู้เื่"
บ่าวสนิทที่เคยรับใช้ฮูหยินใหญ่มานานรู้สึกใกับท่าทีของนายหญิง แต่ก็ไม่กล้าถาม เพียงแต่รับคำสั่งไปปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย บ่าวคนนี้ชื่อแม่ทัพเล็ก เป็คนที่ซื่อสัตย์และเก็บความลับได้ดี นางได้รับใช้ฮูหยินใหญ่มาั้แ่วันแต่งงาน และเป็คนเดียวที่ฮูหยินใหญ่ไว้ใจในเื่ส่วนตัว
ชิงเหยาเดินกลับไปยังเรือนปัทมาด้วยก้าวเท้าที่สงบนิ่ง ใบหน้าที่เคยระทดท้อบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็รอยยิ้มบางๆ ที่เยือกเย็น นางรู้ดีว่าเหยื่อได้เดินเข้ากับดักแล้ว ฮูหยินใหญ่จะไม่ไปจับชู้ทันทีในยามเย็น แต่จะรอจนกลางคืนเพื่อไป "เห็น" ด้วยตนเอง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่นาง้า
นางได้วางแผนไว้แล้วว่าจะให้ฮูหยินใหญ่ได้เห็นสิ่งที่จะทำลายจิตใจของนางอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เพียงการนอกใจธรรมดา แต่เป็การทรยศที่จะทำให้นางรู้สึกเ็ปจนไม่อยากมีชีวิตต่อไป
ขณะเดินผ่านสวนหลังจวน ชิงเหยาได้เห็นพ่อบ้านต้วนกำลังเดินตรวจตราตามปกติ ชายชราผู้นี้เป็คนสนิทของหวังเสี้ยน และเป็คนที่รู้ความลับหลายอย่างของตระกูล นางได้สังเกตเขามาหลายวันแล้ว และพบว่าเขามีจุดอ่อนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้
พ่อบ้านต้วนเป็หม้ายมานานแล้ว ภรรยาของเขาเสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน และเขาไม่เคยแต่งงานใหม่ แต่ชิงเหยาสังเกตเห็นว่าเขามักจะมองหญิงสาวด้วยสายตาที่แฝงความปรารถนา โดยเฉพาะเมื่อเขาดื่มเหล้า ความปรารถนาที่ถูกกดดันไว้จะปรากฏออกมาชัดเจน
นางได้วางแผนไว้แล้วว่าจะค่อยๆ ล่อลวงให้เขาเข้าใกล้ฮูหยินใหญ่ในคืนนี้ ด้วยการส่งข่าวลวงและใช้กลิ่นกาย "บุปผาอาวรณ์" ในความเข้มข้นที่เหมาะสม เพื่อให้พ่อบ้านเฒ่าเป็ตัวละครสำคัญที่จะช่วย "ปลอบประโลม" ความแค้นของฮูหยินใหญ่ให้กลายเป็ความอัปยศที่ไม่มีวันหวนกลับ
แผนการนี้โเี้และซับซ้อน แต่ชิงเหยารู้ว่ามันจำเป็ การทำลายฮูหยินใหญ่ไม่ใช่เพียงการแก้แค้นส่วนตัว แต่เป็การทำลายเสาหลักสำคัญของตระกูลหวัง เมื่อภรรยาหลวงล่มสลาย ความเคารพและความน่าเชื่อถือของตระกูลก็จะตามไปด้วย
นางหยิบขวดน้ำมันหอมกรุ่นขึ้นมา ละเลงลงบนผิวข้อมือบางๆ แล้วยิ้มมุมปาก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของบุปผาอาวรณ์ลอยฟุ้งในอากาศ พร้อมที่จะเป็เครื่องมือสำคัญในการล่อเหยื่อคืนนี้
บุปผาอาวรณ์เป็กลิ่นหอมที่หายากและมีฤทธิ์พิเศษ สกัดจากดอกไม้ที่ขึ้นเฉพาะในป่าลึกของเขตแดนใต้ กลิ่นนี้มีฤทธิ์กระตุ้นความปรารถนาทางกายและทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกมึนเมาและสูญเสียการควบคุมตนเอง ชิงเหยาได้เรียนรู้วิธีการใช้กลิ่นนี้จากอาจารย์ลึกลับที่สอนศิลปะการล่อลวงและการควบคุมจิตใจ
การใช้บุปผาอาวรณ์ต้องระวังมาก เพราะหากใช้มากเกินไปจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย แต่หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมจะสามารถควบคุมพฤติกรรมของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์ ชิงเหยาได้ฝึกฝนการใช้กลิ่นนี้มาหลายปี จนสามารถควบคุมความเข้มข้นได้อย่างแม่นยำ
"คืนนี้... เกมจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง" นางพึมพำกับตัวเอง ขณะที่มองออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง
ฮูหยินใหญ่ยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นางจะได้เห็นในคืนนี้ ไม่ใช่เพียงการนอกใจธรรมดา แต่เป็ฉากเร่าร้อนที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้หัวใจของเมียหลวงต้องสลายลงทีละน้อย และกลายเป็หมากตัวสำคัญอีกตัวหนึ่งในแผนการล้างแค้นของหลินชิงเหยา
นางจะได้เห็นสามีของตัวเองในอิริยาบถที่นางไม่เคยคิดว่าจะเป็ไปได้ จะได้ยินคำพูดที่จะทำลายความเชื่อมั่นในตัวเองและในความรักที่นางมีต่อเขา และที่สำคัญที่สุด นางจะต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงเพียงคนเดียวในใจของสามี
ความมืดมิดยามค่ำคืนกำลังคืบคลานเข้ามาในจวนตระกูลหวัง ราวกับพยานเงียบให้กับกลลวงที่กำลังจะจุดประกายเพลิงริษยาและราคะ ซึ่งจะเผาผลาญเกียรติยศและความผูกพันภายในตระกูลนี้ให้มอดไหม้สิ้นซากในไม่ช้า
เสียงลมหนาวที่พัดผ่านใบไผ่ดังเศร้าโศก ราวกับเป็เพลงไว้อาลัยสำหรับความสุขที่กำลังจะสูญหาย และความสัมพันธ์ที่กำลังจะถูกทำลาย ในขณะที่ดาวดวงต่างๆ บนท้องฟ้าส่องแสงลงมาเหมือนดวงตาที่กำลังจ้องมองเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ชิงเหยารู้ว่าคืนนี้จะเป็คืนที่สำคัญในแผนการแก้แค้นของนาง เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตระกูลหวังจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความแตกแยกที่นางหว่านเมล็ดไว้จะเริ่มงอกงาม และในไม่ช้าจะกลายเป็ต้นไผ่ั์ที่จะทำลายศัตรูของนางให้สิ้นซาก