รักที่ปรารถนา ภาค ศรรักกับเคอิจิ

    ครั้งแรก

    เสียงดนตรีคลาสสิกขับกล่อมเบาๆ ภายในร้านเหล้าแห่งหนึ่งที่ออกแนวกึ่งบาร์เล็กน้อย บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยแสงสีเสียงและกลิ่นอายแห่งยามค่ำคืน ซึ่งมองไปทางไหนก็พบว่าทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่กับคู่ของตนเอง และสิ่งหนึ่งที่เห็นเด่นชัดตั้งแต่เดินเข้ามาภายในร้านแห่งนี้นั่นก็คือ ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชายทั้งนั้น ไม่ว่าจะมองไปทางซ้ายหรือขวา มุมไหนของร้านไม่มีแม้แต่ผู้หญิงสักคนโต๊ะที่จัดให้นั่ง เต็มไปด้วยผู้ชายวัยทำงาน และเด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีต้นๆ ส่วนหน้าเคาน์เตอร์บาร์ ก็มีคู่รักนั่งอยู่ด้วยกันสองคู่ มองดูแล้วช่างเป็นสถานที่ที่แปลกใหม่สำหรับเด็กหนุ่มซึ่งอ่อนด้อยในประสบการณ์ด้านนี้เสียเหลือเกินแถมสิ่งที่ทุกคนคิดเหมือนๆ กันนั้นก็คือ การมาหาคู่นอนในค่ำคืนนี้ ซึ่งบางคนมานั่งดื่มเพียงเพื่อหวังหาคู่รักชั่วข้ามคืนให้กับตัวเอง โดยไม่ผูกมัดกับคนใดคนหนึ่ง แต่บางคนก็มากับคู่รักที่คบหากันอยู่แล้ว แต่มาเที่ยวเพื่อหวังผ่อนคลายเพียงเท่านั้น และบางคนก็มากันเป็นกลุ่มซึ่งรายละเอียดส่วนนี้ เด็กหนุ่มไม่อาจล่วงรู้ได้ เพราะมันเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตของเขาก็ว่าได้ ที่ได้มานั่งในร้านเหล้าแบบนี้ แถมร้านเหล้าที่เขาเลือกก็เป็นร้านที่ใครๆ ต่างก็เรียกกันว่าบาร์เกย์ใช่แล้ว!! ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ในบาร์เกย์เพียงลำพัง ไม่มีแม้เพื่อนฝูงหรือกระทั่งคู่ เพราะเขาคิดจะมาหาเอาในที่แห่งนี้นั่นเอง‘ศรรัก’ เด็กหนุ่มขี้อาย ที่กำลังกลัดกลุ้มใจในความรู้สึกของตนจนไม่กล้าปรึกษาใคร!!หลังจากรวบรวมความกล้าอยู่หลายวัน ก็นำพาตัวเองมาพบกับความเสี่ยง เพียงเพื่อต้องการพิสูจน์ความรู้สึกที่ค้างคาภายในใจ ว่าจริงๆ แล้ว ตัวเขานั้นได้ชื่นชอบผู้ชายด้วยกันหรือไม่ แต่จะให้ไปพิสูจน์กับเพื่อนหรือคนรู้จัก เขาก็ไม่มีความกล้าพอที่จะทำเช่นนั้น จึงได้แอบหนีออกมาจากบ้านในวันที่คุณพ่อกับคุณแม่ไปพบญาติที่ต่างจังหวัด มาแถวย่านร้านเหล้าและบาร์เกย์แทนขาเรียวยาวก้าวเข้ามาในร้านด้วยความตื่นเต้นจนสั่นไปหมด โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองได้เดินมานั่งตรงโต๊ะตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เพียงแค่ว่า ตอนนี้เขากำลังเป็นจุดสนใจของใครหลายๆ คน“มาคนเดียวเหรอ ขอพวกเรานั่งด้วยได้ไหม”ศรรักหันไปมองผู้ชายสองคนที่มีรูปร่างหน้าตาดี เดินแยกออกมาจากกลุ่มที่อยู่ห่างออกไป ซึ่งความจริงเขาเห็นคนทั้งสองตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านแล้ว อาจเป็นเพราะลักษณะท่าทางของคนทั้งสองเด่นสุดในกลุ่มคนทั้งหมดก็เป็นได้ทั้งสองคนมานั่งขนาบข้างศรรัก ขณะที่มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาโอบไหล่ทำราวกับว่ารู้จักกันมาเนิ่นนาน ทั้งที่เขายังไม่ทันเอ่ยบอกให้นั่งได้สักคำเลยด้วยซ้ำ!!ใบหน้าของคนทั้งสองฉายรอยยิ้มชอบใจ กับท่าทางของเด็กหนุ่มที่เอาแต่นั่งตัวเกร็ง ใช่ว่าศรรักไม่อยากจะพูด แต่มันพูดไม่ทันเองต่างหาก ซึ่งเขาเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จนเพื่อนๆ ในกลุ่มได้แต่อ่อนอกอ่อนใจกลัวว่าเขาจะโดนกลั่นแกล้ง และเพราะลักษณะนิสัยแบบนี้ของเขานั่นเอง ศรรักจึงมักจะถูกให้รับผิดชอบหน้าที่ที่ไม่มีใครต้องการอยู่เสมอ“สั่งอะไรมารึยัง เอาแบบอ่อนๆ ดีไหม เดี๋ยวพวกเราเลี้ยงเอง”หนึ่งในสองพูดขึ้นมา แล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์สั่งเครื่องดื่มอะไรสักอย่างกลับมาให้เขา มันมีสีฟ้าอ่อนสวยจนศรรักอยากจะนั่งชื่นชมมันอีกสักพัก เพื่อเพลิดเพลินไปกับความสวยนั้น หากแต่ผู้ชายที่นั่งอยู่ด้วยกันกลับบอกให้ศรรักลองดื่มดู ทั้งที่ภายในใจของศรรัก ยังต้องการมองน้ำสีสวยในแก้วต่ออีกสักพัก แต่เด็กหนุ่มก็ไม่สามารถทำได้ดั่งที่ใจนึก“ลองดื่มดูสิว่าชอบไหม ถ้าไม่ชอบยังมีแก้วอื่นแนะนำอีกนะ”ผู้ชายที่ไปเอาเครื่องดื่มมาให้เอ่ยบอก เมื่อเห็นว่าเขายังไม่มีท่าทีว่าจะดื่ม เอาแต่จ้องแก้วที่อยู่ในมือนิ่ง ไหนจะสายตาที่มองราวกับคะยั้นคะยอเร่งให้เขาดื่มไวๆ นั่นอีกจนแล้วจนรอดศรรักจำต้องยกแก้วรูปทรงสวยโปร่งตรงหน้า ขึ้นมาลองจิบนิดหน่อยพอเป็นพิธี หากแต่รสชาติของมันช่างน่าค้นหาชวนให้หลงใหลเป็นอย่างมาก จนศรรักยากที่จะฝืนทนต้องดื่มมันเข้าไปจนหมดแก้วด้วยความลืมตัว“อร่อย” เด็กหนุ่มทำตาลุกวาวเอ่ยบอกด้วยท่าทางตื่นเต้น กับประสบการณ์ใหม่ที่เพิ่งจะได้รับ “มันอร่อยมากเลยครับ”“ใช่ไหมล่ะ แก้วที่ดื่มเมื่อกี้เค้าเรียกว่า อัญมณีแห่งท้องทะเล เป็นเครื่องดื่มแนะนำของร้านเลยนะ”“เอาอีกแก้วไหม ยังมีอีกเยอะเลยที่อยากให้ลองดื่มดู”เมื่อได้รับการพยักหน้าเป็นการตอบรับ ผู้ชายที่เอ่ยถามก็เดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไปนานกว่าครั้งแรกอยู่หลายนาทีนัก ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับแก้วรูปทรงแบบใหม่อีกสองแก้ว น้ำแก้วหนึ่งเป็นสีเหลืองอมเขียว และอีกแก้วหนึ่งเป็นน้ำสีชมพูอมม่วงศรรักชื่นชมความสวยนั้นเพียงชั่ววินาที มือเรียวก็ยกแก้วรูปทรงดังกล่าว ขึ้นมาดื่มจนหมดครบทั้งสองแก้วในเวลาไล่เลี่ยกัน รสชาติของมันออกหวานอมเปรี้ยว ในเวลาเดียวกันก็มีความซ่าที่เกิดจากการหมักปะปนอยู่ด้วย ราวกับว่าเป็นรสชาติที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาอย่างแท้จริง“อื้ม!! ผมชอบทั้งสองแก้วเลยครับ”หลังจากดื่มจนหมดและวางแก้วลงบนโต๊ะ ผู้ชายทั้งสองคนก็ยิ้มตอบรับ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ศรรักเห็นแล้วรู้สึกว่า ไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย แถมตอนนี้ก็เริ่มมีอาการมึนๆ จนศรรักต้องหลับตาเพื่อปรับโฟกัสภาพที่มองเห็นให้มันชัดขึ้นอาการแบบนี้ศรรักรู้ดีว่าเป็นอาการของคนเมา ถึงเขาจะไม่เคยดื่มของมึนเมามาก่อน แต่จากที่ได้ฟังเพื่อนๆ ในห้องพูดกัน ศรรักจึงรู้ดี!!“เป็นอะไรรึเปล่า ถ้ายังไงให้พวกเราช่วยไหม” หนึ่งในสองเสนอตัวอย่างมีน้ำใจ“ไม่เป็นไรครับ นั่งสักพักเดี๋ยวก็คงหาย” ถึงจะรับรู้ว่ามีอะไรที่มากกว่าอาการมึนเมา ทว่าศรรักกลับไม่สามารถบอกได้ว่าความรู้สึกนั้นมันคืออะไร“ผมขอไปห้องน้ำหน่อยนะครับ”“ไหวรึเปล่า ไปคนเดียวได้นะ”“ครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”ศรรักข่มใจบอก ผู้ชายทั้งสองคนทำเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวศรรักเหมือนในตอนแรกเขาจึงรู้สึกเบาใจลง จนกระทั่งศรรักเดินเข้าห้องน้ำไปและเดินกลับออกมา ก็เห็นว่าทั้งสองคนยังคงนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่เดิมไม่ได้ลุกจากโต๊ะไปไหน เห็นแบบนั้นศรรักจึงค่อยๆ พาตัวเองที่เริ่มมีอาการไม่ค่อยดีเดินไปหาคนทั้งสองที่กำลังมองมาศรรักไม่เข้าใจว่าความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นกับตัวเขามันคืออะไร ขนาดใช้น้ำเย็นๆ ลูบหน้าตัวเอง เพื่อดับความรุ่มร้อนของเครื่องดื่มสีสวยที่ดื่มเข้าไปแล้ว อาการดังกล่าวก็ยังไม่ลดน้อยลงสักนิดเดียว“ขอบคุณที่เลี้ยงนะครับ ผะ... ผมต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว”จู่ๆ ร่างทั้งร่างก็รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็เบาหวิวจนแทบจะจับใจความไม่ได้ ทั้งที่ขาทั้งสองข้างสั่นจนแทบจะเดินไม่ไหว แต่สัญชาตญาณอย่างหนึ่งของเขาได้บ่งบอกถึงอันตรายที่เกินจะรับได้ สองคนนี้เป็นคนอันตราย เขาต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด....................................................................................................................