“เราจะทำยังไงดีล่ะคะคุณ อีกเดี๋ยวครอบครัวของซ่งเฉวียนก็จะมาพูดเื่ถอนหมั้นแล้ว หรือว่าจริงๆ แล้วซูเซียวจะรู้เื่นี้ก็เลยจงใจทำร้ายตัวเอง” คุณแม่หวงพูดอย่างอารมณ์เสียขึ้นอีกครั้ง “ทำไมตอนนั้นเธอถึงดื้อด้านที่จะอยู่กับเราต่อให้ได้ เธอไม่รู้เหรอว่ากว่าที่เราจะตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอมาได้ เราต้องเสียเงินไปเท่าไหร่ แต่เธอกลับปฏิเสธและเลือกที่จะอยู่กับเรา ถ้าไม่เพราะฉันเป็ห่วงชื่อเสียงของลี่ลี่ ฉันคงไล่หล่อนออกจากบ้านไปนานแล้ว”
“อย่าเสียงดังไปสิคุณ ตอนนี้คุณเข้าไปดูให้แน่ใจก่อนดีกว่าว่าตกลงแล้วหล่อนตายไปหรือยัง” คุณพ่อหวงบอกภรรยา
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ? ทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ถึงมาอยู่ที่ห้องใต้บันไดนี้ได้ล่ะ เดี๋ยวลุงหานกับป้าหานก็เดินทางมาถึงแล้วนะครับ” หวงิเฉินเดินมาหาบิดาที่เรือนพักคนใช้
“คุณแม่ขา พี่ซูเซียวรู้ว่าพี่ซ่งเฉวียนจะมาถอนหมั้นแล้วหันมาหมั้นกับหนูแทน เธอก็เลยไม่ยอมใช่ไหมคะ ความจริงแล้วมันเป็ความผิดของหนูเอง รู้ทั้งรู้ว่าเธอกับพี่ซ่งเฉวียนรักกัน แต่หนูกลับห้ามใจตัวเองไม่ได้” หวงเหมยลี่ร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร “แต่พี่ซ่งเฉวียนเป็ผู้ชายที่ดีและอบอุ่นขนาดนั้น หนูห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ ค่ะ หนูรักพี่ซ่งเฉวียนค่ะแม่”
“โถๆๆ...ลี่ลี่ลูกรัก หนูอย่าร้องไห้เลยนะ งานหมั้นครั้งนี้เป็ความ้าของซ่งเฉวียนเอง นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขารักหนู เขาไม่ได้รักเด็กคนนั้น” คุณแม่หวงปลอบใจลูกสาว
“แต่ถ้าพี่ซ่งเฉวียนรู้ว่าพี่ซูเซียวทำร้ายตัวเองเพราะเขา พี่ซ่งเฉวียนก็คงจะไม่ยอมถอนหมั้นแน่ๆ เลยค่ะ แม่ก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าพี่ซ่งเฉวียนเป็คนดีขนาดไหน”
“ตกลงว่าที่หล่อนเอาแต่ต่อต้านเรามาหลายวันก็เพราะหล่อนรู้ว่าวันนี้ซ่งเฉวียนจะมาถอนหมั้นใช่ไหมครับ” หวงิเฉินหันไปมองที่ประตูห้องใต้หลังคาแล้วขมวดคิ้ว “เราให้เธออยู่ในสกุลหวงต่อก็เพราะสงสารกลัวว่าเธอจะปรับตัวเข้ากับครอบครัวที่แท้จริงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอยังเป็ครอบครัวเดียวกับเรา
เดิมทีงานหมั้นระหว่างตระกูลหวงกับตระกูลหานก็ถูกกำหนดมาั้แ่รุ่นคุณปู่ ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าหล่อนเป็เด็กที่ถูกสลับตัวมาก็แล้วไปเถอะ แต่ตอนนี้ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมาแล้ว งานหมั้นจะหว่างหล่อนกับซ่งเฉวียนก็ควรถูกยกเลิก อีกอย่างลี่ลี่กับซ่งเฉวียนต่างก็รักกัน แล้วหล่อนเป็ใคร มีสิทธิ์อะไรถึงมาขัดขวางความสุขของคนอื่นเขาด้วย ผมจะจัดการเื่นี้เอง คุณพ่อคุณแม่พาลี่ลี่ออกไปรอต้อนรับแขกด้านนอกก่อนเถอะครับ”
“มันจะดีเหรอคะพี่ใหญ่ พี่ซูเซียวดูเหมือนจะรักพี่ซ่งเฉวียนมากเลยนะคะ หรือว่า...” หวงเหมยลี่กัดริมฝีปากเพื่อกลั้นสะอื้น “หรือว่าเราไม่ควรถอนหมั้น ให้พี่ซูเซียวได้แต่งกับพี่ซ่งเฉวียน ส่วนหนู...หนูจะยืนดูพวกเขามีความสุขอยู่ข้างหลังเองค่ะ”
“ลูกพูดอะไรอย่างนั้น! คนที่ควรมีความสุขคือหนูต่างหาก หวงซูเซียวเป็แค่เด็กที่เราเลี้ยงมาผิดตัว หล่อนมีชีวิตอย่างสุขสบายด้วยเงินของสกุลหวงเรามาเกือบยี่สิบปี เท่านี้มันก็มากพอแล้ว หนูไม่ควรเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อหล่อน” คุณแม่หวงกอดปลอบลูกสาว
“ลี่ลี่ พี่รู้ว่าเธอเห็นใจซูเซียว เธอยอมเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อหล่อน แล้วเธอเคยคิดถึงความสุขของซ่งเฉวียนบ้างไหม ซ่งเฉวียนรักเธอนะ เขาไม่ได้รักซูเซียว” หวงิเฉินบอกน้องสาว
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น” คุณพ่อหวงหันไปพูดกับลูกชาย “เ้าใหญ่ จัดการให้เรียบร้อยด้วย ให้เงินหล่อนไปตั้งตัวสักก้อนก็พอ”
‘หลิงผูเถา’ นอนฟังเสียงบทสนทนาด้านนอกก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเวลานี้เธอย้อนกลับมาในขณะที่เธอยังเป็ ‘หวงซูเซียว’ หรือคุณหนูใหญ่หวง และวันนี้เป็วันที่เธอจะถูกอดีตคนรักถอนหมั้นแล้วหันไปหมั้นกับน้องสาวที่เป็ลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลหวงแทน
และในบ่ายวันนี้เธอก็จะถูกพี่ชายพาเธอไปทำเื่ตัดชื่อของเธอออกจากทะเบียนครอบครัว จากนั้นเขาก็จะเอาชื่อเธอใส่เข้าไปในทะเบียนครอบครัวของมารดาที่แท้จริง โดยเธอจะได้กลับไปใช้ชื่อที่พ่อกับแม่ผู้ให้กำเนิดตั้งไว้ให้คือ ‘หลิงผูเถา’
ในชีวิตที่แล้วเธอดิ้นรนเพราะไม่อยากกลับไปอยู่บ้านสวนที่ยากจน เธอจึงแสร้งขอกลับมาทำใจที่คฤหาสน์ตระกูลหวงต่ออีกสักระยะ เธอให้สัญญาว่าเธอจะย้ายออกจากบ้านด้วยตัวเองในภายหลัง
คุณพ่อหวงกับคุณแม่หวงอนุญาต เพราะพวกเขาคิดว่าแค่เวลาไม่กี่วันแลกกับการจากไปอย่างเงียบๆ ของเธอ ย่อมคุ้มค่าและเลี่ยงกับการตกเป็ข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ได้ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
หลิงผูเถาลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วมองไปรอบๆ ห้องนอนของเธอยังเทียบไม่ได้กับห้องเก็บไม้กวาดบนตึกใหญ่ เครื่องนอนทั้งเก่าและขาด นี่คือชีวิตที่เธอเรียกว่าสุขสบายอย่างนั้นหรือ ผูเถานะผูเถา ทำไมเธอถึงได้โง่อย่างนี้
โครม!
“หวงซูเซียว! เธออย่ามาแกล้งไม่สบาย รีบออกมาคุยกับพวกเราให้รู้เื่เดี๋ยวนี้” หวงิเฉินเตะประตูเสียงดัง “อย่าคิดว่าฉันจะไม่กล้าทำร้ายเธอนะ”
หลิงผูเถาลุกขึ้นยืนเพื่อปรับอาการมึนหัวสักพัก จากนั้นเธอก็เดินไปเปิดประตู “สวัสดีค่ะ คุณท่าน คุณนาย คุณชายใหญ่ และคุณหนูหวง”
“พี่ซูเซียว ทำไมพี่ถึงเรียกคุณพ่อคุณแม่อย่างนั้นล่ะคะ” หวงเหมยลี่ที่จับสังเกตได้ในน้ำเสียงและเธอก็ได้ยินคำเรียกที่เปลี่ยนไปจากปากของหลิงผูเถาได้ก่อนใคร
หลิงผูเถาไม่สนใจมารยาของหวงเหมยลี่ เธอเดินไปคุกเข่าลงตรงหน้าคุณพ่อหวงกับคุณแม่หวง “ฉันขอบคุณที่คุณท่านกับคุณนายเลี้ยงดูฉันมาอย่างดี ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงของฉันค่ะ ฉันจะย้ายออกจากบ้านตระกูลหวงวันนี้เลย”
“เธอกำลังจะเล่นลูกไม้อะไร หรือเห็นว่าวันนี้ซ่งเฉวียนจะมาที่บ้าน เธอก็เลยอยากแสดงท่าทีอ่อนแอเพื่อให้เขาสงสารและเห็นใจอย่างงั้นเหรอ อย่าฝันไปหน่อยเลย ซ่งเฉวียนมองแค่ลี่ลี่ของเราคนเดียวเท่านั้น” หวงิเฉินมองหลิงผูเถาอย่างเย้ยหยัน “ที่เมื่อก่อนเขายอมหมั้นกับเธอเพราะคิดว่าเธอคือคุณหนูตระกูลหวงตัวจริง แต่ตอนนี้เธอก็แค่ลูกชาวสวนจนๆ คิดจริงๆ เหรอว่าซ่งเฉวียนจะสนใจเธอ”
“คุณชายใหญ่พูดอย่างนี้ก็หมายความว่าที่คุณซ่งเฉวียนหมั้นกับคุณหนูหวงก็เพราะคุณหนูหวงเป็ทายาทของตระกูลหวง” หลิงผูเถาหันไปมองหวงเหมยลี่แล้วยิ้ม “แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้รักตัวตนที่แท้จริงของคุณหนูหวงเลยใช่ไหมคะ”
“พี่ซูเซียว! ทำไมพี่ถึงได้พูดจาใจร้ายกับฉันจังเลยล่ะคะ” หวงเหมยลี่ซบหน้ากับไหล่ของมารดาแล้วร้องไห้ “พี่คงเกลียดที่ฉันมาแย่งความรักของพี่ซ่งเฉวียนไปใช่ไหมคะ ฉันขอโทษ แต่ฉันกับพี่ซ่งเฉวียน...เรารักกันจริงๆ นะคะ”
“หวงซูเซียว! เธออย่าพยายามมาบิดเบือนคำพูดของคนอื่นนักเลย ที่ฉันอยากจะบอกก็คือซ่งเฉวียนรักลี่ลี่ เขาไม่ได้รักเธอ ต่อให้เธอจะเป็ใคร เขาก็ไม่ได้รักเธอ” หวงิเฉินพูดอย่างโมโห
หลิงผูเถาถอนหายใจ “ฉันขอโทษที่พูดให้คุณหนูหวงเสียใจ เอาเป็ว่าวันนี้ฉันจะย้ายออกจากบ้านตระกูลหวง ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่คุณหานซ่งเฉวียนจะเดินทางมาใช่ไหมคะ ถ้างั้นคุณชายใหญ่ช่วยเป็ตัวแทนตระกูลหวงพาฉันไปที่สำนักงานพลเรือนเพื่อถอนชื่อฉันออกจากทะเบียนครอบครัวด้วยค่ะ เมื่อฉันไม่ได้เป็คนในครอบครัวหวงแล้ว งานหมั้นระหว่างฉันกับหานซ่งเฉวียนก็จะถือว่าเป็โมฆะ แต่หนังสือหมั้นหมายระหว่างคุณชายใหญ่ตระกูลหานกับคุณหนูตระกูลหวงจะยังมีผลอยู่ เพราะคุณหนูหวงตัวจริงก็คือคุณหวงเหมยลี่ ฉันเสนอให้จัดการอย่างนี้ คุณท่านกับคุณนายเห็นด้วยไหมคะ
อ้อ...และการที่ฉันอยากให้เอาชื่อฉันออกจากทะเบียนครอบครัวของพวกคุณก็เพราะฉันไม่อยากให้ใครมาหาเื่ฉันทีหลังได้ เพราะถ้าฉันยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้และยังมีชื่ออยู่ในสกุลหวง หากมีการแบ่งมรดกกันในวันหน้า ฉันก็จะถูกพวกคุณพุ่งเป้ามาใส่อีก ฉันไม่อยากให้มีปัญหานั้นเกิดขึ้นทีหลังค่ะ”
“พี่ซูเซียว...เื่แค่นี้ทำไมพี่ต้องแช่งคุณพ่อคุณแม่ให้ตายด้วยคะ” หวงเหมยลี่พูดเสียงเบา แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ได้ยิน
คุณพ่อหวงกับคุณแม่หวงชักสีหน้าไม่พอใจใส่หลิงผูเถา ส่วนหวงิเฉินผู้ใจร้อนกลับไม่เก็บอาการเลยสักนิด
“นังเด็กไร้มารยาทและขาดการอบรม เมื่อก่อนคุณพ่อกับคุณแม่ดูแลหล่อนดีขนาดไหน แต่วันนี้ทำไมแกถึงกล้ามาแช่งให้พวกตาย” หวงิเฉินทำท่าง้างมือจะตบหลิงผูเถา “เห็นทีฉันคงต้องตบสั่งสอนมารยาทหล่อนสักหน่อยแล้ว”
หลิงผูเถาหันกลับไปมองหวงิเฉินด้วยสายตาเยียบเย็น เมื่อก่อนเขาเคยเป็พี่ชายที่แสนดีและรักเธอมาก แต่พอเขาได้พบน้องสาวที่แท้จริง เขาก็เริ่มทำร้ายเธอและกลั่นแกล้งเธอต่างๆ นานา การที่เธอถูกสลับตัวกับหวงเหมยลี่มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยด้วยซ้ำ แต่เป็เพราะฝีมือคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลหวงต่างหาก
“คุณชายใหญ่ ถ้าคุณคิดจะลงมือกับฉัน คุณก็ต้องยอมรับกับผลที่กำลังจะตามมาด้วยนะคะ” หลิงผูเถาพูดขึ้น
“ยอมรับอะไร? ถ้าฉันจะตบแกแล้วใครมันจะมาห้ามได้ หรือว่าจะเป็แม่กับพ่อจนๆ ของแก” หวงิเฉินหัวเราะเสียงดัง “แกจำไม่ได้แล้วเหรอว่าพวกมันร้องไห้จนน้ำตาแทบจะเป็สายเืหลังจากที่แกเลือกที่จะอยู่กับเรา ตอนนี้พวกมันคงตัดหางลูกเนรคุณอย่างแกไปแล้วมั้ง”
“ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ของฉันหรอกค่ะ แต่ถ้าคุณตบฉัน ฉันก็จะเอาเื่นี้ไปโพสต์ลงโซเชียลทั้งหมดว่าคุณชายใหญ่หวงที่แสนดีและเป็ที่หมายปองของสาวๆ ทั่วประเทศ C แท้จริงแล้วก็เป็ผู้ชายที่ชอบลงไม้ลงมือกับผู้หญิงอ่อนแอไม่มีทางสู้ ถึงตอนนั้นฉันก็อยากจะดูว่าคุณจะแก้ข่าวกับเื่นี้ยังไง” หลิงผูเถาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอพยายามระงับอารมณ์โกรธ เพราะเวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเธอต้องออกจากบ้านหลังนี้ให้ได้ การกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งจะต้องไม่สูญเปล่า เธอยังต้องกลับไปหาพ่อกับแม่ผู้ให้กำเนิด รวมถึงผู้ชายคนนั้น คนที่เขาคอยช่วยเหลือเธอในวันที่เธอทุกข์ตรมที่สุด
“แต่ฉันคิดว่าคุณคงฉลาดพอนะคะคุณชายใหญ่ ตอนนี้ยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง เราไปที่สำนักงานพลเรือนเพื่อทำเื่คัดชื่อฉันออกจากตระกูลหวงกันเถอะค่ะ จากนี้ฉันกับพวกคุณจะได้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก” หลิงผูเถาชี้ไปที่นาฬิกาแขวนติดผนัง