" กระบี่เจ็ดดารา " เด็กหนุ่มพึมพำ เขามองยังแผ่นหนังแกะแลครุ่นคิด
" นี่คงเป็เคล็ดวิชาเก่าแก่ที่หายสาบสูญ มิเช่นนั้นแล้วข้าคงต้องเคยได้ยินชื่อนี้จากเหล่ายอดยุทธ " ชิงหยางพึมพำ
" เหตุใดไอ้แก่นั่นจึงมิฝึกมัน " ชิงหยางครุ่นคิด ยามที่สู้กับไอ้แก่นั่นเด็กหนุ่มเห็นชายชราใช้เพียงเพลงดาบ
" รึว่าจะมิรู้ว่าแผ่นหนังแกะนี่ต้องใช้โลหิตในการเปิด " ชิงหยางพึมพำ
" คาดว่าจะเป็เพราะมิรู้วิธีเปิดมากกว่า " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
ชิงหยางมองไปยังตัวอักษร พลางหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน " ผู้ที่จะฝึกกระบี่เจ็ดดาราต้องเป็คนที่มีกายดารา จึงจะสามารถสำแดงฤทธิ์ของเพลิงกระบี่เจ็ดดาราได้อย่างทรงพลานุภาพ "
ชิงหยางถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางครุ่นคิดว่ากายดาราคือสิ่งใด
" เป็เช่นใดกันหนอ " ชิงหยางพึมพำ " ผู้ใดจะสน " เด็กหนุ่มยกยิ้ม
" เคล็ดวิชากระบี่เจ็ดดารา มีขั้นตอนการฝึกสามขั้นตอน ขั้นตอนแรกต้องฝึกวิถีกายดารา " ชิงหยางคิ้วขมวดในทันใด
" วิถีกายดารา " ชิงหยางพึมพำ แลอ่านต่อ " หากมิฝึกวิถีกายาดาราจะมิสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของกระบี่เจ็ดดาราได้ " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
" ขั้นตอนที่สอง กลืนกินผลึกดารา เพื่อก่อร่างเงาดารา " ชิงหยางพึมพำ
" ก่อร่างเงาดารา " ชิงหยางพึมพำ " ร่างเงาดาราเป็เช่นใด " ชิงหยางพึมพำ
" ขั้นตอนที่สาม เป็เคล็ดวิชากระบี่เจ็ดดารา ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญสามารถปราบปรามเหล่ามารร้ายทั่วใต้หล้า " ชิงหยางพึมพำ
" เพียงเจ็ดกระบวนท่า จะสามารถครองใต้หล้าได้ " ชิงหยางพึมพำ " มิเกินไปหน่อยรึ " ชิงหยางส่ายหน้าช้าๆ
เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางครุ่นคิด " มิใช่ว่าเพราะความยากของเงื่อนไขดอกรึ เพลงกระบี่เจ็ดดาราจึงมิโด่งดัง " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
" ไหนๆก็ได้มาแล้ว ลองฝึกดูหน่อยจะเป็ไร " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ เด็กหนุ่มเร่งนั่งขัดสมาธิแลเพ่งจิตไปยังตัวอักษรที่แผ่นหนังแกะเก่าแก่
เด็กหนุ่มเพ่งจิตอยู่นานแต่ก็มิสามารถเปิดเคล็ดวิชากระบี่เจ็ดดาราได้ เขาได้แต่ส่ายหน้า
" ข้ามิใช่กายดาราจึงมิสามารถฝึกฝนได้ " ชิงหยางพึมพำ เขาเป่าปากออกมาอย่างแรงแลพับเก็บแผ่นหนังแกะเก่าแก่
" คงต้องรอใหัพบคนที่มีกายดารา แลส่งมอบให้ " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มเร่งเข้าตรวจกองสมบัติต่อ เขาใช้เวลาทั้งคืนในการตรวจสอบทุกอย่างเสร็จสิ้น
" จะทำเช่นใดกับอาวุธแลตำรายุทธเหล่านี้ " ชิงหยางพึมพำ เขาครุ่นคิดว่าหากนำไปคืนโดยตรงต้องถูกสงสัยว่าเป็ผู้ขโมยหรือเป็ฆาตกรเป็แน่
" เก็บก่อน " เด็กหนุ่มเก็บสมบัติล้ำค่าลงไปในแหวนมิติของตน
" ไป " ชิงหยางทะยานร่างออกจากถ้ำ แลทะยานร่างไปยังหุบเหวลึก
เมื่อมาถึงหุบเหวลึก เขากลับมิพบพานกับกระแสพลังลึกลับนั่น ชิงหยางชะโงกหน้ามองลงไป
" ฟู่ว " เด็กหนุ่มเป่าปากออกมาอย่างแรง เมื่อพบว่าหุบเหวลึกนั้นลึกเสียจนไร้ก้นบึ้ง
" หากตกลงไปเห็นทีหากมิตายเพราะาเ็หนัก ก็คงตายเพราะมิอาจขึ้นมาได้ " ชิงหยางพึมพำ
หลังจากกวาดตามองสำรวจทั่วบริเวณแล้ว เด็กหนุ่มจึงทะยานร่างออกจากหุบเหวลึก
เด็กหนุ่มใช้เวลาราวสามชั่วยามจึงกลับมาที่เขตแดนต่อสู้ของตนกับชายชรา เมื่อมาถึงเขาถึงกับเบิกตากว้าง
" นี่เป็พลังของข้ากับไอ้แก่รึ " เด็กหนุ่มพึมพำ เขาพบลานกว้างที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อทั้งยังกว้างใหญ่ราวครึ่งลี้
" พลังระดับต่ำเช่นนี้แต่กลับสร้างความเสียหายได้มากมายถึงขนาดนี้ " ชิงหยางครุ่นคิด หากพลังขั้นที่สูงกว่าจะมิทำลายูเาทั้งลูกได้เลยรึ
เมื่อตระหนักรู้ได้ว่าพลังทำลายล้างมากมายเพียง หากจะอยู่รอดให้ได้ในโลกวรยุทธ " ข้าต้องแข็งแกร่ง " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" ไป " เด็กหนุ่มโจนทะยานกลับไปยังรถม้า
ราวสองเค่อ เด็กหนุ่มจึงมาถึงจุดที่รถม้าจอด ก็ปรากฎว่ารถม้าหายไปแล้ว " กลับแล้วรึ " ชิงหยางพึมพำ
" รึว่าจะไปยังจุดภาระกิจ " ชิงหยางพึมพำ พลางนำแผนที่ภาระกิจออกมาดู
" จากจุดนี้ต้องเดินทางไปอีกสองวัน จึงจะถึงจุดภาระกิจ " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ แลจดจำพิกัดในแผนที่
" ไป " ชิงหยางทะยานร่างพุ่งไปตามแนวป่าเลียบเคียงถนนอย่างรวดเร็ว
เด็กหนุ่มใช้เวลาหนึ่งวันจึงมาถึงจุดภาระกิจ ทั้งยังได้สมุนไพรแลสัตว์อสูรระหว่างทางมาด้วย
" อยู่นี่เอง " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มมองไปยังรถม้าของสำนัก พบพานเพียงชายวัยกลางคนแลศิษย์ของตระกูลเถียน
" เ้าหมายสังหารข้า เ้าก็ต้องเตรียมตัวถูกสังหารด้วยเช่นกัน " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางขว้างหินไปยังศิษย์ของตระกูลเถียน แลทำตัวลับๆล่อๆ
" ใคร " มันหยัดกายลุกยืน พลางกวาดดามองทั่ว เมื่อเห็นเงาคนเคลื่อนไหว มันชักกระบี่ออกมาแลทะยานร่างเข้าป่าอย่างรวดเร็ว
" ไอ้สาระเลว วันนี้จะเป็วันตายของเ้า แลจะเป็วันที่ข้าจะได้เป็ศิษย์หลักของตระกูล ทั้งข้ายังจะได้รับทรัพยากรมากมาย " ศิษย์ตระกูลเถียนเอ่ยออกมา
" ฆ่าข้าให้ได้ก่อน แลค่อยพูด " ชิงหยางเอ่ยออกมา พลางกระดิกนิ้วเรียก
" ไอ้ชั่ว " ศิษย์ของตระกูลเถียนร้องออกมา พลางฟาดกระบี่ออกทันใด
ชิงหยางเรียกทวนไร้ปลายออกมา พลางฟาดทวนแนวทะแยงออกสุดแรง
" เคร้ง " เสียกระบี่ทวนปะทะกันก่อเกิดเสียงดังลั่นป่า
ชิงหยางหมุนควงทวนไร้ปลายแลแทงออกไปตรงๆ " วู๊ม " มวลอากาศอัดแน่นที่ปลายทวนไร้ปลายพุ่งทะยานเข้าหาศิษย์ตระกูลเถียน
" อะ " ศิษย์ตระกูลเถียนพลันแตกตื่น เพราะมิเคยพบเจอสิ่งที่อยู่ต่อหน้า
" ไอ้สาระเลว " ศิษย์ตระกูลเถียนร้องออกมา พลางตวัดกระบี่ออกหมายทำลายมวลอากาศที่พุ่งเข้ามา
" วิ้ว " คมกระบี่พุ่งทะยานเข้าหามวลอากาศ แต่กลับช่างไร้พลังคมกระบี่ถูกมวลอากาศอัดกระแทก
" อั้ก " ศิษย์ตระกูลเถียนกระอักโลหิตออกมา สองตามองจ้องยังมวลอากาศที่รุกคืบเข้าอย่างรวดเร็ว
" ไม่ " ศิษย์ตระกูลเถียนร่ำร้องอย่างมิยินยอม ดวงตาของมันฉายแววอาฆาต
" ตูมมม " มวลอากาศอัดกระแทกเข้ากลางอก ทะลวงออกด้านหลังเป็รูใหญ่ราวศีรษะมนุษย์
" เพียงกระบวนท่าเดียว " ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนมองการต่อสู้พึมพำ
" เป็เพียงเขตแดนหล่อกายา แต่กลับสังหารเขตแดนผสานิญญาระดับหนึ่งได้ " ชายหนุ่มถึงกับสีหน้าเคร่งเครียด
" หากไอ้เด็กคนนี้เข้าประลองห้าสำนัก มีหวังคว้าชัยในระดับเขตแดนหล่อกายาเป็แน่ " ชายหนุ่มพึมพำ
" พลังที่แทงออกไปนั้นเป็เพียงพลังกาย เพียงพลังกายน่าจะล้มระดับสองได้ หากผสานปราณพลังโจมตีร่วม น่าที่จะล้มระดับสามหรือต่อสู้ได้อย่างสูสี " ชายหนุ่มครุ่นคิดวิเคราะห์
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ " ข้าที่เวลานี้อยู่เขตแดนผสานิญญาระดับสาม ก็มิแน่ว่าจะสามารถรับมือได้ " ชายหนุ่มพยักหน้า
" สำนักทานตะวันให้กำเนิดสัตว์ประหลาดได้เช่นใด " ชายหนุ่มพึมพำ ก่อนจะเลือนหายไป
ชิงหยางเหลียวมองยังจุดที่ชายหนุ่มยืน " มาจากสำนักใด แม้นพลังยุทธจะมิสูงมาก แต่กลับเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว " ชิงหยางพึมพำ
หลังจากที่จัดการรูดทรัพย์ของศิษยย์ตระกูลเถียนแล้วเสร็จ ชิงหยางเร่งทะยานร่างเข้าสู่ส่วนลึกของป่าอย่างรวดเร็ว
ราวสองเค่อ
" ช่วยด้วย " เสียงหญิงสาวร้องะโลั่นป่า
ชิงหยางรั้งร่างของตนไว้ พลางกวาดััพยัคฆ์ขาวออกไป
" ชายสี่คนระดับเขตแดนผสานิญญาระดับหนึ่งแลสอง หญิงสองคนระดับเขตแดนหล่อกายาระดับเก้าทั้งสอง " ชิงหยางพึมพำ
" ไปดูหน่อย " ชิงหยางทะยานร่างพุ่งไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
" แม่นางทั้งสอง อย่าได้กังวลเลย พวกข้าทั้งสี่จะถนอมเ้าเป็อย่างดี " ชายร่างใหญ่เอ่ยออกมา
" เ้า เ้า ข้าจะบอกอาจารย์ของข้า " หญิงสาวร้องออกมา พลางชี้กระบี่ไปยังชายร่างใหญ่
" โอ้ ท่านอาจารย์มาพอดี " ชายร่างใหญ่เอ่ยออกมา พลางผินกายมองยังชายชรา
" คารวะท่านอาจารย์ " ชายร่างใหญ่เร่งประสานสองมือ
ชิงหยางมองยังอาจารย์ชราที่เพิ่งเข้ามา " เขตแดนผสานิญญาระดับหก " ชิงหยางพึมพำ
" น่าจะเป็สำนักเล็กๆ " ชิงหยางพูดในใจ เพราะหากเป็สำนักที่ใหญ่โตแล้วล่ะก็ ระดับพลังอาจารย์จะต้องอยู่มิน้อยกว่าเขตแดนััฟ้าดิน
" พวกเ้าทั้งสอง เ้าก็รู้ว่าข้าหมายปองเ้าทั้งสองมานาน แต่เ้ากลับทำตัวเ็ากับข้า " อาจารย์ชราเอ่ยออกมา
ชิงหยางถึงกับหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน " อาจารย์ชั่ว " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มครุ่นคิด " ด้วยพลังของข้าในยามนี้ ยังมิอาจสู้อาจารย์ชั่วได้ หากจะเข้าช่วยเหลือเห็นทีจะลำบาก " ชิงหยางพึมพำ
" แต่หากมิช่วย ก็จะกลายเป็ปล่อยให้หญิงสาวถูกตีตราบาปชั่วชีวิตของนาง " ชิงหยางพึมพำ
" หากจะช่วยก็อย่าให้รู้ว่ามาจากสำนักใด " ชิงหยางพึมพำ ชิงหยางเร่งเปลี่ยนชุดเป็สีดำ แลใช้ผ้าปิดหน้าไว้
" มา " ชิงหยางเรียกธนูออกมา เด็กหนุ่มง้างธนูเล็งไปยังศีรษะของอาจารย์ชั่ว
" ฟิ้ว " ศรเหล็กพุ่งทะยานแหวกอากาศตรงดิ่งเข้าหาศีรษะของอาจารย์
ชิงหยางกะระยะที่อาจารย์ชั่วจะเคลื่อนย้ายหลบศรเหล็ก พลางง้างธนูปล่อยศรเหล็กดอกที่สองออกไปในทันใด
" หือ " อาจารย์ชั่วผินกายมองยังศรเหล็กที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว เขาเร่งเหยียดร่างถอย แลหมุนตัวเพื่อหลบเลี่ยงศรเหล็ก
" ดอกแรกพลาดแต่ดอกที่สองมิน่ารอด " ชิงหยางพึมพำ มองจ้องยังอาจารย์ชราที่หมุนตัวหลบศรเหล็ก
" ตุบ " สองเท้าของอาจารย์แตะลงยังพื้น พลางยกยิ้มออกมา
" ฝีมือต่ำยิ่งนัก " อาจารย์ชั่วเอ่ยออกมา พลางเหลียวมองยังแนวป่า
" อะ " อาจารย์ชั่วพลันเบิกตากว้าง ปากอ้าค้าง มองยังศรเหล็กดอกที่สองทะยานเข้ามา
จะหนีก็หนีมิทัน จะหลบก็หลบมิได้ จะเรียกอาวุธก็เรียกมิทัน อาจารย์ชั่วจึงตัดสินใจะโขึ้นสูง เพื่อหลบศรเหล็ก
" ฉึก " ศรเหล็กเจาะเข้าช่องท้องทะลวงออกหลัง พุ่งเจาะเข้ายังต้นไม้ใหญ่
" อ่อค " อาจารย์ชั่วกระโลหิตออกมา สองตาจ้องมองยังชายชุดดำที่เดินออกมาจากป่า
ชิงหยางแสนดีใจที่ประสบการณ์ของเหล่ายอดยุทธนั้นยอดเยี่ยมยิ่งนัก " เหล่ายอดยุทธบอกว่าให้สังเกตุว่ายอดยุทธผู้นั้นถนัดมือไหน "
" เพราะเมื่อมีอาวุธที่พุ่งเข้ามาโดยมิรู้ทิศทาง แม้นหากจะหลบก็หลบได้ยาก แต่เขาจะตัดสินใจหลบไปฝั่งที่มือข้างที่ถนัด " ชิงหยางพึมพำ
" ฆ่ามัน "