บนอัฒจันทร์ เสียงอื้ออึงดังก้อง
“สัตว์อสูรสามคุณสมบัติเนี่ยนะ!หายากเกินไปแล้ว!”
“เซี่ยวซิงอวี่หมอนี่ซ่อนความสามารถไว้เยอะจริงๆ!”
“ดูหน้าหวังเยี่ยนนั่นสิ!เหมือนกินแมลงวันเข้าไปทั้งตัว!”
เมื่อหมาป่าสายลมเพลิงนรกแสดงคุณสมบัติที่สามออกมาก็สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งสนาม
[พรางกายา]เป็ทักษะการเคลื่อนไหวแบบหนึ่งของธาตุมืด
หมาป่าสายลมเพลิงนรกกลายร่างเป็เงาแทรกซึมลงสู่พื้นดินหลบเลี่ยงทักษะสังหาร [พสุธาพิฆาต] ของเสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาได้อย่างง่ายดาย
หวังเยี่ยนตกตะลึงจนหน้าเขียว
“ให้ตายสิ! เป็ทักษะธาตุมืดทำได้ยังไง...”
เฉินฉี่เหนียนยืนอยู่มุมหนึ่งของอัฒจันทร์เฝ้าสังเกตทุกสิ่งอย่างเงียบๆ สายตาจับจ้องอยู่ที่เซี่ยวซิงอวี่
“ตอนสอบระดับประเทศข้อมูลที่ได้จากเครื่องวัดพลังิญญา”
“หมาป่าสายลมเพลิงนรกมีแค่ธาตุไฟและลมเท่านั้นจริงๆ”
“นั่นหมายความว่าธาตุมืดเพิ่งจะตื่นขึ้นหลังจากการสอบระดับประเทศ!”
“เซี่ยวซิงอวี่นายเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ...”
สายเื ระดับ คุณสมบัติ...ข้อมูลเหล่านี้กำหนดได้แค่ขีดจำกัดเบื้องต้นของสัตว์อสูร
สิ่งที่กำหนดขีดจำกัดของสัตว์อสูรได้จริงๆคือพร์ของผู้ควบคุมสัตว์อสูร
เพียงแค่สัปดาห์เดียวภายใต้การฝึกฝนของเซี่ยวซิงอวี่ หมาป่าสายลมเพลิงนรกได้ปลุกคุณสมบัติที่สามขึ้นมาแถมยังเป็ “ธาตุมืด” ที่หายากยิ่งอีก
แม้แต่ซูหรูเยี่ยนผู้อำนวยการที่นั่งชมอยู่บนเวที้า ก็ยังต้องให้ความสนใจเซี่ยวซิงอวี่มากขึ้น
“ธาตุมืด น่าสนใจดีเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”
ซูหรูเยี่ยนไม่ค่อยจะให้ความสนใจเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียนสูงขนาดนี้
หลังจากหลบพ้นทักษะสังหารของเสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาหมาป่าสายลมเพลิงนรกก็พุ่งออกมาจากพื้นดิน ร่างกายอยู่ในสภาวะเงา รางเลือนในสายลม
“เซี่ยวซิงอวี่นายคิดว่าสัตว์อสูรของนายมีคุณสมบัติที่สามแล้วจะลบล้างการกดขี่ทางสายเืได้งั้นเหรอ?”
“เพ้อฝัน!”
“ปิงเยี่ยน ลุย!”
คนทั้งสถาบันกำลังเฝ้าดูใครแพ้การแข่งขันครั้งนี้ จะต้องอับอายขายหน้าอย่างแน่นอน
ในฐานะลูกชายรองผู้อำนวยการหวังเยี่ยนไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ให้กับคนธรรมดาที่ไม่มีอำนาจอะไรเลยอย่างเซี่ยวซิงอวี่
เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาเริ่มโจมตีต่อเนื่องอีกครั้ง
บนเวทีบรรยาย
หยางซวี่ลุกขึ้นยืนบนเวที กำไมโครโฟนแน่นน้ำเสียงฮึกเหิม
“ท่านผู้ชมครับการต่อสู้ครั้งนี้กำลังเข้าสู่่ที่เข้มข้นที่สุด!”
“ถึงแม้ว่าพร์ของเสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาคือ[เหมันต์เยือกแข็ง] ซึ่งสามารถลดความเร็วของศัตรูได้เมื่อโจมตีโดน”
“แต่ถ้าโจมตีไม่โดนก็ไม่สามารถลดความเร็วลงได้ครับ”
บนเวที เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาคลุ้มคลั่งปล่อยทักษะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ร่างของหมาป่าสายลมเพลิงนรกกลายเป็เงาสีม่วงดำล่องลอยไปทั่ว ทักษะของเสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาพลาดเป้าไปหมด
เนตรปีศาจเปิดใช้งาน!
ในดวงตาของเซี่ยวซิงอวี่เปล่งประกายความเฉียบคม
“เฮยเฟิง ตอนนี้แหละ!”
เซี่ยวซิงอวี่ตัดสินใจอย่างแม่นยำใน่สุญญากาศที่เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาปล่อยทักษะจนหมด
โฮ่ง!
หมาป่าสายลมเพลิงนรกแทรกซึมลงสู่พื้นดินในรูปแบบเงาพุ่งออกมาจากด้านหลังของเสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาในพริบตา
ฉึก!
พร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่แสบแก้วหูกรงเล็บคมกริบโจมตีเข้าที่หลังของเสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหา
เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาร้องโหยหวนด้วยความเ็ปขณะเดียวกันเหนือศีรษะของมันก็ปรากฏรอยกรงเล็บสีม่วงดำ
หวังเยี่ยนะโอย่างร้อนรน
“ปิงเยี่ยน ปล่อย [พสุธาพิฆาต]สวนกลับไปสิ!”
“ไอ้โง่! ฉันบอกให้สวนกลับทำไมถึงยืนบื้ออยู่อย่างนั้น!”
จากสถานการณ์เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหามีโอกาสสวนกลับได้จริงๆ แต่มันกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ดูเหมือนจะทำอะไรไม่ถูก
บนอัฒจันทร์ เฉินฉี่เหนียนเบิกตากว้าง
“กรงเล็บแห่งความเงียบงัน?”
หยางซวี่ร้องเสียงดัง“ท่านผู้ชมครับ่เวลานี้สมควรได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสถาบันชิงหลง!”
“หมาป่าสายลมเพลิงนรกปล่อยทักษะธาตุมืด[กรงเล็บแห่งความเงียบงัน]!”
บนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ปรากฏข้อความ
[กรงเล็บแห่งความเงียบงัน] : ทักษะธาตุมืดเมื่อโจมตีโดนศัตรู จะทำให้ศัตรูตกอยู่ในสภาวะถูกปิดผนึกเป็เวลา 3 วินาที (ไม่สามารถปล่อยทักษะใดๆ ได้ใน 3 วินาที)
ขณะนี้เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาอยู่ในสภาวะถูกปิดผนึกไม่สามารถปล่อยทักษะใดๆ ได้ใน 3 วินาที
ในขณะที่สภาวะถูกปิดผนึก 3วินาทีกำลังจะหมดลงหมาป่าสายลมเพลิงนรกก็ปล่อยกรงเล็บแห่งความเงียบงันอีกครั้ง
เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาร้องด้วยความเ็ปรอยกรงเล็บที่กำลังจะจางหายไปเหนือศีรษะก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง
บนอัฒจันทร์ ทุกคนลุกขึ้นยืนเอามือปิดปากร้อง
“3 วินาทีแล้ว 3 วินาทีผนึกแล้วผนึกอีก!”
“เซี่ยวซิงอวี่สุดยอดทำให้เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหายืนเฉยๆ ให้ต่อยฟรีๆ!”
“กรงเล็บแห่งความเงียบงันเป็ทักษะที่สัตว์อสูรธาตุมืดในระดับสมบูรณ์ถึงจะเรียนรู้ได้ไม่ใช่เหรอ”
“หมาป่าสายลมเพลิงนรกยังอยู่ในระดับเริ่มต้นทำไมถึงเรียนรู้ทักษะข้ามระดับได้?”
บนเวทีบรรยาย หยางซวี่ตื่นเต้นอย่างมากะโว่า“ดูเหมือนว่าสถาบันชิงหลงของเราจะมีอัจฉริยะประหลาดเพิ่มอีกคนแล้ว!”
“ปิงเยี่ยน ปล่อยทักษะออกมาอย่ามัวแต่ยืนบื้อ!”
หวังเยี่ยนร้อนใจจนแทบคลั่งเมื่อเห็นสัตว์อสูรของตัวเองโดนซ้อมอยู่ฝ่ายเดียว
หมาป่าสายลมเพลิงนรกปล่อยกรงเล็บแห่งความเงียบงันอย่างต่อเนื่องทำให้เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาตกอยู่ในสภาวะถูกปิดผนึก 3วินาทีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในขณะนี้เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาถอยร่นไปเรื่อยๆ หน้าบวมปูดและขาหลังก็แตะขอบสังเวียนประลอง เหลือระยะห่างจากความพ่ายแพ้เพียงไม่กี่เิเ
“ใช้ทักษะสังหาร ใช้ทักษะสังหารเร็ว!”
หวังเยี่ยนะโสุดเสียง
เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหามองหวังเยี่ยนด้วยสายตาขมขื่นราวกับจะบอกว่า
เ้านาย ผมทำไม่ได้!
ในสภาวะถูกปิดผนึกเสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาไม่สามารถใช้ทักษะใดๆ ได้ ทำได้แค่ยืนนิ่งๆ ให้ซ้อม
“เฮยเฟิง จบการต่อสู้เถอะ”
เมื่อได้ยินคำสั่งของเซี่ยวซิงอวี่เพลิงนรกสีดำก็ลุกโชนขึ้นบนร่างของหมาป่าสายลมเพลิงนรกอีกครั้ง
โฮกกก!
คำรามเพลิงนรก
นี่คือทักษะสังหารของหมาป่าสายลมเพลิงนรกพ่นลำแสงไฟสีดำหนาทะลุร่างของเสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหา
หลังเสียงะเิควันตลบอบอวลไปทั่วสนามประลอง
ราวกั้นที่ขอบสนามประลองแตกละเอียด
เสือดาวหกกรงเล็บฉีกเวหาที่ไหม้เกรียมนอนอยู่บนพื้นหญ้าใต้สนามประลอง น้ำลายฟูมปาก ชักกระตุก
ผู้ตัดสินเดินเข้าไปยกมือของเซี่ยวซิงอวี่ขึ้น
“ในการแข่งขันบนสนามประลองครั้งนี้”
“ผู้ชนะคือเซี่ยวซิงอวี่”
ทั้งสนามเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นเสียงโห่ร้องที่แทบจะทำให้แก้วหูแตกก็ดังขึ้น
หยางซวี่โยนหูฟังทิ้ง ชูไมโครโฟนขึ้นฟ้า
“การต่อสู้จบลงแล้วนักเรียนเซี่ยวซิงอวี่ได้รับชัยชนะ!”
เสียงปรบมือ เสียงโห่ร้อง เสียงชื่นชม...
เซี่ยวซิงอวี่อยู่ท่ามกลางเสียงเ่าั้ใบหน้าที่หล่อเหลายังคงสงบนิ่ง
ราวกับว่าการคว้าชัยชนะครั้งนี้เป็เพียงเื่ปกติเท่านั้น
“เยี่ยมมาก พี่อวี่ชนะแล้ว!”
บนอัฒจันทร์ นักเรียนห้อง 3ปี 1 รวมตัวกัน ส่งเสียงเชียร์อย่างยินดี
ซ่งหู่และอู๋เซิงโหย่วคล้องคอกันภาคภูมิใจในหัวหน้าหอพัก 312
เฉินฉี่เหนียนจ้องมองแผ่นหลังของเซี่ยวซิงอวี่จากระยะไกลสีหน้าเหม่อลอย
“ไอ้หนูนี่แผ่นหลังเหมือนกับคนคนนั้นจริงๆ...”
หวังเยี่ยนคุกเข่าอยู่บนสนามประลองดวงตาเหม่อลอย ยังไม่หลุดพ้นจากความรู้สึกพ่ายแพ้
เสียงของซูหรูเยี่ยนดังขึ้น
“ตามกฎของสถาบัน ขอโทษแล้วจบเื่น่าขันนี้ซะ”
ตามกฎข้อที่ 8 ของสถาบันไม่ว่าใครถูกใครผิด ผู้แพ้ในการแข่งขันบนสนามประลองต้องขอโทษผู้ชนะ
ในขณะนี้กฎที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มานานหลายปีนี้ดูเหมือนจะน่าพอใจขึ้นมาบ้าง
หวังเยี่ยนเงยหน้ามองไปรอบๆความรู้สึกอับอายอย่างรุนแรงถาโถมเข้ามา
เสียงเยาะเย้ยและเสียงถอนหายใจของอาจารย์เสียงเ็าและท่าทีรังเกียจของผู้อำนวยการ...
ในที่สุด หวังเยี่ยนก็มองไปที่เซี่ยวซิงอวี่ใบหน้าที่บิดเบี้ยวค่อยๆ แดงก่ำ
หลังจากกลั้นอยู่นานหวังเยี่ยนก็พ่นคำออกมาอย่างยากลำบาก
“นักเรียนเซี่ยว ขอโทษ”
คำขอโทษที่ดูเหมือนง่ายๆ นี้ทำให้หวังเยี่ยนสูญเสียศักดิ์ศรีทั้งหมดไป
เสียงหัวเราะเยาะของผู้คนคือรอยเท้าที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ หวังเยี่ยนคือตัวตลกที่สุดในสถาบันกลายเป็เื่ตลกที่เพื่อนร่วมชั้นเอาไปพูดคุยกันหลังอาหาร