ตึกสูงระฟ้าใจกลางมหานคร ภายในห้องทำงานสุดหรู ภาคิน คณาเดช ชายหนุ่มรูปหล่อ วัย 35 ปี ั์ตาสีนิลทรงเสน่ห์ เ้าของส่วนสูง 189 ซม. ประธานบริษัทหนุ่มไฟแรง กำลังนั่งเซ็นต์เอกสารอยู่ เป็อันต้องหยุดชะงัก แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเสียงเปิดประตู ตามด้วยเสียงเดินที่ไม่ดังมากของหญิงสาววัยกลางคนที่เดินเข้ามาอย่างยิ้มแย้ม
"สวัสดีค่ะ ภาคินลูกรัก" เสียงทักทายจากคุณหญิงดุจฟ้า คณาเดช ผู้เป็มารดาของภาคินเอ่ยกับลูกชายคนเล็ก ถึงแม้คุณหญิงดุจฟ้าที่ตอนนี้อายุปาเข้าไปหกสิบสี่ปี ทว่าก็ยังสวยไม่สร่าง สำหรับคุณแม่ลูกสอง
"คุณแม่มาหาผมถึงที่นี่ มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ" ภาคินเอ่ยถามผู้เป็แม่อย่างสงสัย ปกติไม่เห็นจะมาหา แต่วันนี้แวะมาหาเขาต้องมีอะไรแน่ๆ
"ไม่มีอะไรค่ะ แม่แค่คิดถึงลูกชายคนเล็กของแม่เฉยๆ ก็เลยแวะมาหาสักหน่อย นี่แม่ซื้อสปาเกตตี้กุ้งผัดพริกแห้งของโปรดลูกมาฝากด้วยนะ ร้านนี้อร่อยมากค่ะ" กล่าวกับลูกชายจบก็เดินไปนั่งตรงโซฟาที่มุมห้องทำงาน พร้อมกับวางถุงอาหารที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะกระจกทรงกลมสีดำด้านหน้า ผู้เป็แม่นั่งมองดูลูกชายคนเล็กที่กำลังนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้น เมื่อเห็นแบบนั้นก็อดที่แซวลูกชายไม่ได้
"แม่เห็นตาคินวันๆ ทำแต่งาน เมื่อไหร่จะได้มีหวานใจกับเขาบ้าง แม่อยากได้ลูกสะใภ้" คุณหญิงดุจฟ้าเอ่ยแซวลูกชาย
"ผมยังไม่สนใจเื่พวกนี้หรอกครับ" ภาคินเอ่ยตอบผู้เป็แม่หน้านิ่ง
"แม่แนะนำให้เอามั้ยคะ คนนี้นะ ขยันขันแข็ง จิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แถมยังน่ารักอีกด้วย ดูเร็ว แม่ส่งรูปให้แล้วค่ะ" คุณหญิงดุจฟ้าเอ่ยกับลูกชาย พร้อมกับหยิบสมาร์ทโฟนส่งรูปชายหนุ่มหน้าตาน่ารักที่กำลังพูดถึงผ่านแอพลิเคชั่นสีเขียวให้กับลูกชาย เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นทันที ภาคินจึงหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมาดูตามที่ผู้เป็มารดาร้องขอ เมื่อเปิดดูรูปก็พบว่าเป็รูปผู้ชายคนหนึ่ง หน้าตาน่ารัก ยิ้มสวยสดใส สมกับที่ผู้เป็มารดาของเขาบอกจริงๆ ภาคินรู้สึกเหมือนตกหลุมพรางอะไรสักอย่างที่หาทางขึ้นมาไม่ได้ เพียงแค่ได้เห็นรูปชายหนุ่มที่ผู้เป็มารดาส่งมาให้ รอยยิ้มหวานที่ดูมีความสุขกับการทำอะไรสักอย่างในรูปนั้น ดูน่ามองจนเขาไม่สามารถละสายตาออกจากรูปได้เลย คนในรูปนี้สามารถดึงดูดเขาได้มากทีเดียว คุณหญิงดุจฟ้าเมื่อเห็นผู้เป็ลูกชายที่จะดูรูปนานเป็พิเศษ จึงกระแอมพร้อมกับเอ่ยถามลูกชาย
"เป็ยังไงบ้าง น้องน่ารักใช่มั้ยล่ะ"
"ก็งั้นๆ แหละครับ เฉยๆ ปกติทั่วไป"
"เฮ้อ ตาคินนะตาคิน ปากไม่ตรงกับใจเอาซะเลย งั้นเดี๋ยวแม่กลับก่อนแล้วกัน ว่าจะไปเสริมสวย ตอนเย็นจะไปดินเนอร์กับพ่อของเราต่อ" คุณหญิงดุจฟ้ากล่าวจบก็ขอตัวกลับ
เมื่อคุณหญิงดุจฟ้าผู้เป็แม่กลับไปแล้ว ภาคินก็โทรเรียกบอดี้การ์ดคนสนิทให้เข้ามาในห้อง เพื่อมอบหมายภารกิจบางอย่างให้ รอไม่นาน เตชินท์ ก็เคาะประตูเพื่อเป็การส่งสัญญาณว่ามาถึงแล้ว
"นายน้อยมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ"
"หาข้อมูลคนในรูปนี้" ภาคินบอกกับบอดี้การ์ดคนสนิท พร้อมกับยื่นแผ่นกระดาษที่มีรูปชายหนุ่มหน้าหวานให้เตชินท์ เขาก็แค่อยากรู้ว่าทำไมแม่ของเขาถึงแนะนำผู้ชายคนในรูปให้ มาหลอกล่ออะไรแม่ของเขาหรือเปล่า ไม่ได้สนใจอะไรไปมากกว่านั้น
"รับทราบครับ ผมจะหาข้อมูลมาให้นายน้อยให้ไวที่สุด" เอ่ยจบ ก็ก้มหัวขอตัวไปทำภารกิจที่นายน้อยของเขามอบหมายให้
MR. PD A CLUB
่เวลาค่ำคืน บรรยากาศที่แสนจะรื่นเริง ภายในสถานบันเทิงแห่งนี้ ที่มีไว้เพื่อพบปะสังสรรค์ ดื่ม เต้น สำหรับนักท่องราตรีที่รักในความสนุกสนาน หรือจะมานั่งดื่มเพื่อคลายเครียดจากการทำงานแบบภาคินก็ย่อมได้ คลับแห่งนี้ภาคินได้ทำร่วมกับเพื่อนสนิทของเขา ซึ่งคบกันมาั้แ่สมัยมหาลัย จนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยกัน พอกลับไทยก็คิดอยากหาสถานที่ผ่อนคลายให้ตัวเอง เลยร่วมลงทุนเปิดคลับแห่งนี้ร่วมกัน โดยแดนเทพจะเป็ผู้อยู่ดูแลคลับเป็หลักในทุกๆ วัน ส่วนภาคินจะเข้ามาแค่อาทิตย์ละสามสี่ครั้งเท่านั้น
"ไงมึง เป็ไงมาไงคืนนี้ถึงเข้ามาที่คลับได้" หนุ่มหล่อหน้าตาคมเข้ม นามว่า แดนเทพ เดินเข้ามาทักทายเพื่อนสนิท เขากำลังนั่งทำงานอยู่ข้างบนห้อง แล้วลูกน้องก็ได้ขึ้นไปรายงานเขาว่าเ้าของคลับอีกคนมาที่นี่ นั่งดื่มอยู่ที่โซนวีไอพี
"อืม วันนี้ว่างเลยแวะเข้ามาสักหน่อย" ภาคินตอบกลับเพื่อนสนิท พร้อมกับเทเหล้าวอดก้า แล้วยกขึ้นดื่มกระดกทีเดียวหมดแก้ว
แดนเทพนั่งลงตรงข้าม พร้อมกับเทเหล้าใส่แก้วบ้าง "แล้วนี่ภัสโทรมาหาบ้างมั้ย เห็นมันบอกจะกลับไทยอาทิตย์หน้า"
"อืม แต่คงไม่ว่างไปรับ ฝากมึงไปรับมันที" พูดจบก็ยกแก้วขึ้นดื่ม
"กู?" แดนเทพชี้มาที่ตัวเอง พร้อมกับส่งสายตาเคืองแบบไม่จริงจัง ไปให้เพื่อนสนิท
ยิ่งดึกยิ่งครึกครื้น นักท่องราตรีหลั่งไหลกันเข้ามาภายในคลับมากหน้าหลายตา ทั้งลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ บริกรเดินกันให้วุ่นเนื่องจากลูกค้าสั่งเครื่องดื่มตลอดเวลา บนฟลอร์เวทีก็เต็มไปด้วยผู้ที่รักในการเต้น เพื่อนสนิทเ้าของคลับทั้งสองคนก็ยังคงนั่งดื่ม พูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน
ยกมือขึ้นดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือข้างซ้าย ก็พบว่าตอนนี้เป็เวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ภาคินจึงขอตัวกลับ เขาใช้เวลาในการเดินทางจากคลับมาถึงบ้านประมาณหนึ่งชั่วโมง
เมื่อกลับถึงบ้านก็เป็เวลาตีหนึ่งกว่า ทุกคนในบ้านคงจะเข้านอนกันหมดแล้ว ทั้งคุณพ่อคุณแม่ ทั้งพวกแม่บ้าน เหลือก็แต่บอดี้การ์ดบางส่วนที่คอยปกป้อง ตรวจตรา ดูแลความปลอดภัยให้กับครอบครัวของเขา บอดี้การ์ดเหล่านี้คือลูกน้องของ คุณภาคภูมิ คณาเดช ผู้เป็บิดาของคีริน และภาคิน ครอบครัวของเขานอกจากทำธุรกิจยานยนต์ที่ภาคินควบคุมดูแล ก็ยังมีธุรกิจโรงแรมที่มีสาขาทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ที่ผู้เป็พี่ชายอย่างคีรินเป็คนควบคุมดูแลทั้งหมด ซึ่งพี่ชายของเขาจะอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศเป็หลัก
นอกจากนี้เขายังมีธุรกิจสีเทาที่ต้องดูแลต่อจากพ่อของเขา ซึ่งก็คือธุรกิจคาสิโนถูกกฎหมาย ที่อยู่ในประเทศ และกำลังจะขยายสาขาไปยังต่างประเทศ และมีอีกอย่างที่คนส่วนน้อยมักจะรู้ นั่นก็คือพ่อของเขาเป็อดีตมาเฟีย ผู้คนที่อยู่ในวงการสีเทาไม่มีใครไม่รู้จักคุณภาคภูมิ คณาเดช แต่ตอนนี้ท่านได้วางมือทุกอย่างให้ลูกชายทั้งสองคนบริหารจัดการ แล้วหันไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายโดยการอยู่บ้านปลูกต้นไม้ หรือไม่ก็พาคุณหญิงดุจฟ้าผู้เป็ภรรยาไปเที่ยวพักผ่อน ด้วยความที่ทำธุรกิจหลายอย่าง อีกทั้งยังเป็ผู้ทรงอิทธิพล เพราะเหตุนี้บ้านของเขาจึงมีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการลักลอบของคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อเขาและครอบครัว
่สายของวันต่อมา ภาคินซึ่งกำลังนั่งดูข้อมูลรายงานยอดขายประจำเดือนที่เลขาส่งมาให้ ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเคาะประตู เมื่อคนสนิทอย่างเตชินท์เดินเข้ามาพร้อมกับข้อมูลของบุคคลที่เขามอบหมายให้ไปหามา
"ขออนุญาตครับนายน้อย ผมนำข้อมูลของบุคคลในรูปที่นายน้อยให้ไปหามาให้ครับ" เตชินท์รายงานนายน้อยของเขา พร้อมกับยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลให้
"คนในรูปที่นายน้อยให้ไปหา ชื่อไวน์ วรินทร พนิตชนม์ ส่วนสูง 170 ซม. อายุ 30 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านตัวคนเดียว พ่อแม่เสียไปจากอุบัติเหตุเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนี้เปิดร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก ชื่อว่า Wine in love Café ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณสี่สิบนาที ผมเช็คดูแล้วไม่มีประวัติเสียหาย อีกทั้งยังเป็คนที่ช่วยคุณหญิงจากมิจฉาชีพ เมื่อห้าวันก่อนด้วยครับ" เตชินท์รายงานนายน้อยของเขา
"อืม ขอบใจมาก" พอได้ยินคำตอบนายน้อยของตนเอง เตชินท์ก็ขอตัวออกจากห้อง เมื่อลูกน้องคนสนิทเดินออกจากห้อง เ้าของั์ตาสีนิลก็จ้องมองที่รูป พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้มออกมาเบาๆ
"ไวน์ วรินทร"