เสียงตะโกนของแม่เฒ่าหลี่หวังทำให้ทุกคนตื่นตะหนก หลี่อวิ๋นห้าวที่ตกใจเสียงของนางทำให้นั่งไม่มั่นคง และตกลงมาจากกำแพง โชคดีที่ลุงเหวินยืนอยู่ตรงนั้น ทันทีที่เห็น เขาก็ทะยานตัวเข้าไปจับเด็กชายไว้และดันกลับไปบนกำแพง
ตอนนี้หลี่ชงและผู้นำหมู่บ้านกำลังจับตาดูสถานการณ์ทั้งหมดอย่างตั้งใจ ตอนที่เห็นหลี่อวิ๋นห้าวตกลงมา ใจของพวกเขาแทบจะกระเด้งออกมาจากอก เมื่อเห็นว่าลุงเหวินจับเขาไว้ได้จึงโล่งใจ และหันหน้าสบถเสียงไปทางแม่เฒ่าหลี่หวัง
“นางหวัง เจ้ามาวันนี้เพราะต้องการจะหาเรื่องกันหรือ?” หลี่ชงในตอนนี้โมโหยิ่งนัก พวกหลี่อวิ๋นห้าวให้เขาเป็นคนดูแลจัดการเรื่องการสร้างบ้านใหม่ให้ ตอนนี้แม่เฒ่าหลี่หวังและลูกสะใภ้ยังกล้ามาก่อเรื่องอีก นี่เท่ากับว่าตบหน้าเขาชัด ๆ!
แม่เฒ่าหลี่หวังตะโกนให้คนรอบ ๆ ตัวนางหยุด เมื่อคนเหล่านั้นเห็นว่าเป็นนางจึงค่อย ๆ ตีตัวออกห่าง พริบตาเดียวรอบกายของหญิงชราก็ว่างเปล่า ส่วนนางเสี่ยวหลี่หวังนั้นชะงักค้างอยู่ที่เดิมมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว มือขวาก็ยังคงอยู่ในท่าผลักคน
“นางซูไปไหนเสียเล่า! รีบออกมาอธิบายให้ข้าฟังซิ ข้าถูกคนผลักในบ้านเจ้า แย่แล้ว! ตอนนี้เอวข้าต้องหักไปแล้วแน่ ๆ นางซูรีบชดใช้เงินมาเสีย” แม่เฒ่าหลี่หวังไม่ได้สนใจสักนิดเลยว่าชาวบ้านรอบ ๆ ตัวนั้นแสดงท่าทีแปลกประหลาด สายตาของพวกเขาเอาแต่จับจ้องไปที่คนข้างหลังนาง
นางเสี่ยวหลี่หวังเห็นทุกคนมองจ้องมาที่ตัวนางก็รู้สึกตัว รีบหดมือกลับมา ปากเอ่ยคำอย่างประหม่า “เมื่อครู่นี้ข้าเห็นท่านแม่ถูกผลัก ก็เลยจะยื่นมือเข้าไปช่วยประคอง ใครกันใจดำสิ้นดี! ถึงได้กล้ามาผลักแม่ข้า ไม่สิ นี่อยู่ในบ้านของนางซู เช่นนั้นนางก็ควรจะชดเชยเงินมา”
หลี่หมิงเยว่ที่เดิมทีแล้วกำลังเตรียมงานเลี้ยงอยู่ในบ้านของฟู่เหวินชิง จู่ ๆ ก็มีเด็กในหมู่บ้านคนหนึ่งวิ่งเข้ามาและตะโกนขึ้นว่า “พี่หมิงเยว่ ปีศาจเฒ่ากำลังอาละวาดในบ้านของพี่อยู่!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่หมิงเยว่ก็นั่งไม่ติดที่แล้ว นางวิ่งไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันจะได้เข้าไปใกล้ นางก็ได้ยินเสียงของสองแม่ผัวลูกสะใภ้น่ารำคาญนั่นแล้ว วิ่งไปอีกนิดแต่ยังไม่ทันจะไปถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“แม่ผัวลูกสะใภ้คู่นี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง ตัวเองล้มลงไปเองแล้วยังจะมาโทษคนอื่นอีก”
“ที่ไหนกันเล่า! ข้าเห็นกับตา เป็นนางเสี่ยวหลี่หวังที่ผลักแม่ผัวของตัวเอง เมื่อครู่นี้เจ้าไม่เห็นท่าของนางหรือ!”
“นั่นน่ะสิ! นั่นน่ะสิ! ข้าเองก็เห็น นางเสี่ยวหลี่หวังเป็นคนผลัก”
“เฮ้อ ห้าวเกอเอ๋อร์ช่างน่าสงสารจริง ๆ ไม่เห็นหรือว่าเมื่อครู่นี้ ห้าวเกอเอ๋อร์เกือบจะตกลงมาจากกำแพงเพราะตกใจเสียงของนางแล้ว”
หลี่หมิงเยว่ที่อยู่นอกฝูงชนได้ยินมาถึงตรงนี้ก็ไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป เมื่อครู่นี้พี่ชายคนโตของนางเกือบจะตกลงมาเชียวหรือ? เด็กหญิงตัดสินใจใช้กำลังภายในกระโดดพรวดเดียวเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าแม่ผัวลูกสะใภ้ทั้งสอง เมื่อเห็นหญิงชรายังนอนสาปแช่งอยู่ที่พื้น จึงก้าวเข้าไปคว้าคอเสื้อนางขึ้นมาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ และเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบน่าขนลุก
“แม่เฒ่า เจ้าคิดว่าพวกเราน่ารังแกมากนักหรือ? ถึงได้มารังแกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้? ก่อนหน้านี้พ่อแม่ข้ายอมปล่อยให้เจ้าดุด่าทุบตี ให้เจ้ารังแก นั่นก็เพราะพวกเขาคิดว่าเจ้าเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเขามา แต่ตอนนี้เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาวางอำนาจบาตรใหญ่ในบ้านข้า ครั้งก่อนก็พูดกันอย่างชัดเจนไปแล้วไม่ใช่รึ ว่าต่อไปพวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้มาที่บ้านข้าอีก!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้นางก็หยุดลง แล้วหันมองนางเสี่ยวหลี่หวังที่กำลังตกอกตกใจ จากนั้นจึงพูดต่อ “ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่สนใจคำเตือนของข้า และยังไม่ให้เกียรติปู่ผู้นำตระกูลที่เป็นพ่องานในครั้งนี้สินะ อีกอย่าง ทั้ง ๆ ที่ลูกสะใภ้เจ้าเป็นคนผลักเจ้าเองแท้ ๆ แต่กลับกล้ามาโยนความผิดให้พวกข้า เจ้ายังมียางอายอยู่หรือไม่?!”
พูดจบ หลี่หมิงเยว่ก็ลดเสียงลงพลางขยับเข้าใกล้เพื่อกระซิบข้างหูแม่เฒ่าหลี่หวัง “เจ้าคิดว่าข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้จริง ๆ งั้นหรือ? หากมายุ่งกับข้าอีก ข้าจะส่งเจ้าไปนรกซะ!”
เดิมทีแม่เฒ่าหลี่หวังไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเด็กน้อยอย่างหลี่หมิงเยว่มากนัก แต่ในขณะที่จะเปิดปากพูดขึ้นมาอีกครั้ง ก็ได้ยินวาจาที่หลี่หมิงเยว่กระซิบใส่หูตนเสียก่อน นังเด็กนี่กล้าพูดถึงขนาดนี้เชียวหรือ? แล้วนางก็นึกถึงข่าวลือในหมู่บ้านที่ว่า นังเด็กคนนี้สามารถตีคนตายได้จริง ๆ ขึ้นมา
เมื่อนึกได้ดังนั้น หญิงชราก็เริ่มอกสั่นขวัญหาย ‘หรือนังเด็กคนนี้มันจะกล้าลงมือทำจริง ๆ’ ดังนั้นหญิงเฒ่าจึงรีบร้อนเปลี่ยนท่าที แล้วเอ่ยปากขอความเมตตา “หมิงเยว่! เมื่อครู่นี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด ข้าไม่รู้ว่าป้าเจ้า โอ๊ะ! ไม่สิ เป็นนางหวังที่ผลักข้าจากด้านหลัง ตอนนี้ข้ารู้แล้ว พอข้ากลับไปข้าจะสั่นสอนนางให้ดีเอง ตอนนี้ข้าพานางกลับบ้านก่อนก็แล้วกัน”
หญิงชราพูดไปพลางดึงคอเสื้อตนออกมาจากมือของหลี่หมิงเยว่ จากนั้นจึงเดินไปหานางเสี่ยวหลี่หวัง และตบหน้านางเข้าฉาดใหญ่ พร้อมกับเอ่ยปากด่าอย่างดุเดือด “แกมันนังลูกสะใภ้น่าตาย กินบนเรือนขี้บนหลังคา กล้าดีอย่างไรมาผลักข้า กลับบ้านกับข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้า”
สองแม่ผัวลูกสะใภ้เดินลากกันออกมาจากฝูงชน ทำให้คนที่กำลังรอชมความบันเทิงจากงิ้วโรงใหญ่รู้สึกสับสนเล็กน้อย… ‘นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมหญิงเฒ่าหลี่หวังที่ด่ากราดมาตลอดถึงได้กลัวหลี่หมิงเยว่เช่นนี้ เมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่’
เดิมทีแล้วหลี่ชงกับคนอื่น ๆ คิดจะเข้าไปห้าม แต่เมื่อเห็นการกระทำของหลี่หมิงเยว่และเห็นคู่กรณีของนางจากไปแล้วก็ได้แต่หยุดลง พอเห็นตัวปัญหาจากไปแล้วจึงเอ่ยกับผู้คนในที่นี่ว่า “อย่าให้พวกนางมาทำให้เสียเวลาเลย ห้าวเกอเอ๋อร์ เจ้าจัดการต่อเถอะ”
ผู้อาวุโสของตระกูลที่รับผิดชอบในการเอ่ยคำมงคลรีบสวดต่ออีกสองสามประโยค ในที่สุดบรรยากาศก็กลับมาครื้นเครงอีกครั้ง ราวกับว่าเมื่อครู่นี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรไม่ดีมาขัดจังหวะ
เมื่อมองไปที่แม่ผัวลูกสะใภ้ที่เดินจากไปไกลแล้ว นัยน์ตาของหลี่หมิงเยว่ก็ครึ้มเข้มขึ้นหลายส่วน… ‘หรือคนพวกนั้นคิดจริง ๆ ว่าครอบครัวของนางรังแกได้ง่าย?’ คงต้องคิดหาวิธีดี ๆ มาสั่งสอนพวกนางเสียแล้ว
หลังเรื่องของนางหลี่หวังสองแม่ผัวลูกสะใภ้ที่มาขัดจังหวะผ่านพ้นไป สถานการณ์ในบ้านหลี่หงในเวลาต่อมาก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นยิ่งนัก เมื่อวางคานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มปูกระเบื้อง นายช่างปูกระเบื้องแซ่หลิวบอกว่าอีกสองสามวันก็คงจะปูกระเบื้องเสร็จ ฝ่ายจ้าวเว่ยเฟิงพาคนอื่นไปทำเตียงเตา
.
.
ในวันต่อมา หลี่หมิงเยว่นำงานปักของหลี่หมิงหัวและนางซูในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเข้าไปส่งในเมือง อีกทั้งนางต้องนำสมุนไพรที่ซื้อมาจากพวกชาวบ้านไปส่งที่จี้ชื่อถังอีก ดังนั้นนางจึงยืมเกวียนจากบ้านของผู้นำตระกูลหลี่ และขอให้หลี่เหมิงขับเข้าไปส่งในเมือง
“ลุงเหมิงจื่อ ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินป้าจางบอกว่าเดือนหน้าลุงจะแต่งงานแล้ว” หลี่หมิงเยว่ที่นั่งอยู่บนเกวียนเอ่ยถามหลี่เหมิงที่กำลังบังคับม้าอยู่
“อื้ม! ใช่แล้ว! กำหนดไว้ว่าเป็นวันที่ยี่สิบแปดเดือนสิบเอ็ดนี้ ถ้าถึงตอนนั้นพวกเจ้าอย่าลืมมาร่วมยินดีกับข้าด้วยล่ะ” เมื่อหลี่เหมิงพูดถึงการแต่งงานของตน ใบหน้าก็แจ่มใสในทันที มุมปากก็ยกยิ้มดีใจอย่างอดไม่ได้
“พวกข้าจะไปแน่นอนเจ้าค่ะ” หลี่หมิงเยว่พยักหน้าซ้ำ ๆ
ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่ พวกเขาก็มาถึงประตูหน้าจี้ชื่อถังแล้ว เมื่อคนงานของจี้ชื่อถังเห็นหน้าคนคุ้นเคยจึงทักทายอย่างร่าเริง “แม่นางหมิงเยว่มาแล้วหรือ ครั้งนี้เจ้าคงจะเอาสมุนไพรมาไม่น้อยเลยสินะ ข้าจะพาพวกเจ้าไปหลังเรือนเอง!” ขณะที่พูด เขาก็ชี้บอกผู้มาเยือนให้บังคับเกวียนไปยังหลังเรือน
“ปู่หลิว ข้ามาแล้ว ไม่กี่วันก่อนลุงเหวินล่าหมูป่ามาได้ ข้าเลยทำไส้กรอกได้ไม่น้อย วันนี้เลยนำมาให้ท่านได้ลองชิมด้วยเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าหลิวได้ยินเสียงใส ๆ ดังมาแต่ไกลจึงหันหน้ากลับมา และก็เห็นหลี่หมิงเยว่นั่งอยู่บนเกวียนคันหนึ่ง ข้างกายนางคือชายหนุ่มที่พานางมาขายโสมเมื่อครั้งก่อน กำลังทำหน้าที่บังคับเกวียนเข้ามาด้านใน ผู้เฒ่าหลิวพยักหน้าให้กับหลี่เหมิงเป็นการทักทาย จากนั้นจึงมองไปยังถุงบนเกวียนด้วยความสงสัย
ช่วงนี้มีผู้ป่วยเยอะขึ้น ทำให้วัตถุดิบยาบางอย่างในร้านยาไม่เพียงพอ ผู้ดูแลร้านสั่งของมาจากที่อื่นแล้ว แต่ของที่ขนส่งจากที่ห่างไกลไม่อาจมาได้ทันเวลา พวกเขาจึงได้แต่ซื้อวัตถุดิบยาที่เพียงพอจะใช้ทดแทนกันได้ หรือยาบรรเทาอาการเฉพาะหน้าที่หาซื้อง่ายจากพื้นที่ในระแวกนี้ใช้กันไปก่อน เมื่อเห็นหลี่หมิงเยว่ลากเกวียนเข้ามา ภายในใจของเขาก็ปรากฏแสงแห่งความหวังเล็ก ๆ ขึ้น
“แม่หนู กระสอบพวกนี้คือสมุนไพรทั้งหมดเลยหรือ?” ผู้เฒ่าหลิวมองไปที่หลี่หมิงเยว่ พลางสอบถามขึ้นด้วยสายตาอันตื่นเต้น
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง