เ้าหญิง เซเลสเต้ เบชาเมล ซิลเวอร์เมาท์
เป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของาาและราชินีแห่งอาณาจักรซิลเวอร์เมาท์ เธอมักจะใช้ชีวิตอย่างหรูหราและสะดวกสบาย รายล้อมไปด้วยสิ่งที่ดีที่สุด และมีข้ารับใช้ที่อุทิศตนคอยดูแล เซเลสเต้ไม่เคย้าสิ่งใดเลย ชีวิตของเธอถูกปูพรมแดงและความเพียบพร้อมทุกอย่างรอเธออยู่ตรงหน้า
ในฐานะเ้าหญิง เซเลสเต้ ใช้ชีวิตอย่างหรูหราและสะดวกสบายในพระราชวัง เธอมีห้องชุดของตัวเอง เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่งชั้นดี
เซเลสเต้ ยังได้รับเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ดีที่สุด การศึกษาที่ดีที่สุด และสามารถเข้าถึงผู้สอนและห้องสมุดที่ดีที่สุด ทำให้เธอสามารถเรียนรู้วิชาต่างๆ ได้หลากหลาย
เซเลสเต้แตกฉานวิชาศาสตร์ต่างๆได้อย่างรวดเร็วราวกับเป็อัจฉริยะ
แม้จะมีทั้งหมดนี้ แต่เธอกลับรู้สึกว่า ชีวิตมันต้องมีอะไรมากกว่านี้
เธอคิดว่าตนอาศัยอยู่ในโลกที่ถูกกั้นด้วยกำแพง มีบางอย่างกำลังขังเธอ และปิดกั้นศักยภาพที่สมบูรณ์
งานเลี้ยงมักเกิดขึ้นเป็ประจำในชีวิตของเ้าหญิง
เนื่องจากเป็พิธีทั่วไปที่ราชวงศ์และแเื่จะเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษหรือเพื่อรับรองแขกคนสำคัญ
งานเลี้ยงน่าจะจัดขึ้นในห้องโถงใหญ่หรือห้องบอลรูม ตกแต่งด้วยพรม ดอกไม้ และเทียนอันหรูหรา โต๊ะยาวจัดด้วยผ้าลินินเนื้อดีและเครื่องเงิน และอาหารหลากหลายจะถูกจัดใส่จานและในชาม
พระาานั่งหัวโต๊ะพร้อมกับเก้าอี้ด้านขวาเป็ราชินี เ้าหญิงจะนั่งด้านซ้ายของพระาา
แขกผู้มีเกียรติคนอื่นๆจะนั่งถัดไป
ในวันนี้เป็วันพิเศษที่พ่อมดขาว นอร์ดิค เฮฟเว่น ชายวัย 62 ปี ในชุดผ้าคลุมสีขาว เครายาวเป็รากไม้แวะเวียนมาเยี่ยม
เขาคือหนึ่งใน 4 ผู้ที่ใช้เวทมนตร์ได้ ปัจจุบันเขาอายุมากกว่า 3,200 ปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะตายในเร็ววัน
สัตว์เลี้ยงของเขาคือนกฮูกขนสีขาว ซึ่งเกาะอยู่ในบริเวณใกล้ๆ มันสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ แต่ไม่คล่องนัก คอยทำหน้าที่ส่งข้อความให้นอร์ดิค
" นอร์ดิค คุณดูไม่แก่ขึ้นเลยั้แ่ที่เราเจอกันครั้งแรก" พระาาพูดคุยกับพ่อมดขาว ครั้งแรกที่เจอกันคือเมื่อ 40 ก่อน ปัจจุบันพระาาอายุ 47 ปี
" พ่อมดแม่มดที่ไหนเขาแก่กันล่ะ " นอร์ดิคพูดพลางหัวเราะชอบใจ
" น่ายินดีที่อาณาจักรเรามีพ่อมดอย่างคุณคอยช่วยเหลือ หาก้าข้าวของเครื่องใช้ใดขอให้บอกได้เลย " พระาาบอก จากนั้นอาหารค่ำได้ดำเนินต่อไป
เ้าหญิงเซเลสเต้ ปัจจุบันเธออายุ 17 ปี และนี่เป็ครั้งที่สอง ที่เธอได้พบกับพ่อมดขาวั้แ่อายุ 7 ขวบ
เนื่องจากเธอเป็ลูกเพียงคนเดียวจึงเกิดคำถามตามมาเกี่ยวกับการปกครองและการหาพระาาองค์ต่อไป
แต่พระาากลับไม่ได้กังวลเื่นั้น เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เซเลสเต้ได้แสดงศักยภาพด้านการปกครองที่เหนือชั้น และยังเป็ที่ปรึกษาในบางเื่ได้อีกด้วย
หลังจากจบอาหารค่ำ พวกเขาได้กล่าวลาพ่อมดขาวและคืนนั้นเองที่เ้าหญิงรู้สึกปวดหัวตุบๆ
เธอรีบกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง จากนั้นก็มีอาคารคันหัว ราวกับมีสิ่งมีชีวิตกำลังชอนไช แต่เมื่อเธอไปส่องดูที่กระจกสิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจก็ได้ปรากฏที่ตรงหน้า เส้นผมเธอค่อยๆเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้มโทนดำ โดยอาการคันจะเกิดขึ้นบริเวณที่ผมกำลังเปลี่ยนสี โดยนับจากโคนไปปลาย
ดวงตาเธอกำลังเปลี่ยนเป็สีม่วง รูปร่างเธอเปลี่ยนไป
เอวคอดนาฬิกาทราย ตัวสูงขึ้นกว่าเดิม ผิวเริ่มซีด ริมฝีปากมีสีม่วงแม้ไม่ได้ทา เสื้อผ้ากลายเป็ชุดเดรสเกาะอกสีเดียวกับเส้นผม ทอดยาวไปด้านหลัง
เสื้อคลุมตัวยาวปรากฏขึ้นอย่างเป็ปริศนาเป็ชายระบายด้วยผ้าโปร่งสีดำหลายชั้น พร้อมกับหมวกปีกกว้างประดับด้วยขนนกสีดำ
เซเลสเต้เห็นความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
เสื้อผ้าเธอกลายเป็เดรสสั้นรัดรูปสีม่วงดำและเปิดไหล่กว้าง
ระหว่างที่เธอกำลังสนอกสนใจและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น อีกาตัวสีดำก็ได้บินมาเกาะที่บานประตู
" ก้าา! ก้าา! -- เธอคือแม่มดคนที่ 5 " เสียงของมันเหมือนนกแก้วที่พยายามเลียนแบบคำพูดของคน
เซเลสเต้รู้สึกดีใจและขนลุกซู่ สักพักความรู้สึกร้อนวาบก็ได้แผ่ขยายออกจากหัวใจไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว
เซเลสเต้พบว่าเธอใช้พลังเวทย์ได้ อีกาได้สอนเธอใช้เวทมนตร์ตลอดหลายวันจนกระทั่งเธอมีความเชี่ยวชาญ เธอรู้สึกว่านี่แหละคืออีกด้านของกำแพงที่เธอรู้สึกมาโดยตลอด
อีกายังบอกอีกว่า ในวันที่ 9 กันยายน ที่เขาดูมสไตรท์ พ่อมดแม่มดทุกคนรวมถึงเธอต้องมาประชุมกันปีละครั้ง
" เขาดูมสไตรท์? " เธอรู้สึกเหมือนฟังผิด
เทือกเขาดูมสไตรท์ ถูกบันทึกไว้ว่าสูงกว่าพื้นดิน 8,500 เมตร ( พ่อมดขาวเป็ผู้บันทึก) มันเป็เขาที่อันตรายและน่ากลัวที่สุดในอาณาจักรซิลเวอร์เมาท์
นอกจากพ่อมดแม่มดแล้ว ยังไม่เคยถูกบันทึกไว้ว่าถูกพิชิตโดยคนธรรมดา
มันคือความท้าทาย มีกำแพงน้ำแข็งแนวตั้งขึ้นฟ้าในบางจุด หิมะถล่มง่าย และอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากอุณหภูมิที่เย็นจัดก็เกิดขึ้นบ่อย
ยอดผู้เสียชีวิตมีถึง 99 ราย
" เป็ยอดเขาดูมสไตรท์ " อีกายืนยัน
เซเลสเต้รู้สึกใกับสถานที่นัดพบที่แสนอันตรายของพ่อมดแม่มด แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องไปให้ได้
ผ่านไป 6 เดือน จนกระทั่งถึงวันตามกำหนด ที่ยอดเขาดูมสไตรท์ เวลา 6 โมงเช้า มีแท่นเหนือเมฆ ที่มีลักษณะเป็ลานกว้างเรียบๆซึ่งอยู่เหนือสภาพอากาศที่เลวร้าย ทำให้ง่ายต่อการพูดคุย
มีพ่อมดมา 3 คนที่มาถึงก่อน พวกเขาเริ่มพูดถึงเื่แม่มดคนที่ 5 ข่าวแพร่สะพัดไปในหมู่พ่อมดแม่มดจากการบอกเล่าของนกฮูกส่วนตัว
หัวข้อการพูดคุยในการพบปะครั้งแรกในรอบ 1 ปีคือการเกิดขึ้นของแม่มดปริศนา
แต่พ่อมดสีน้ำเงินหรือรู้จักในชื่อแองกัส ไพร์ม เขาอายุ 65 ปี เป็ชายตัวเล็กในชุดสีน้ำเงิน ความสามารถพิเศษของพ่อมดแม่มดแต่ละคนต่างกัน ซึ่งในฐานะพ่อมดเขาคือผู้หยั่งรู้อนาคต แต่เป็อนาคตที่ไม่ปะติดปะต่อและยังมาเป็่ๆไม่สามารถควบคุมได้
ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ความกังวลฝั่งอยู่บนใบหน้าของเขา แสงแดดอ่อนๆกระทบดวงตาสีฟ้าที่ตอนนี้สั่นไหวราวกับได้เห็นชะตากรรมที่เลวร้าย
" แองกัส เธอเป็ใคร " พ่อมดขาว นอร์ดิคเริ่มกล่าวสนทนา " คุณเห็นอนาคตแล้วใช่ไหม เรารู้จักเธอรึเปล่า "
แองกัสหยุดชั่วคราว สายตาจับจ้องไปด้านหน้า ก่อนจะสบเข้ากับสายตาของนอร์ดิคในที่สุด “ นอร์ดิคสหายรัก นี่เป็เื่ใหญ่
นิมิตที่ฉันเห็น...อนาคต.. หายนะ...
มันอาจทำให้โลกจมดิ่งสู่ความมืดมิดอีกครั้ง "
นอร์ดิคโน้มตัวเข้ามา “ ชื่อล่ะ คุณบอกชื่อเธอกับเราได้ไหม ”
ดวงตาของแองกัสเบิกกว้าง แววตาแห่งความกลัวคืบคลานเข้ามาในเสียงของเขา “ฉันไม่สามารถเอ่ยชื่อของเธอได้ นอร์ดิค
เมื่อเราเอ่ยชื่อเธอ เธอจะรู้เื่ของเรา ชีวิตที่ผ่านมาของเราและความคิดทั้งหมด
เธอมีพลัง มีอำนาจ สามารถกำหนดชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตด้วยหายนะ "
ความอยากรู้อยากเห็นของนอร์ดิคพลุ่งพล่าน เขาเอ่ยถามเพิ่มเติม ส่วนพ่อมดเขียวที่อยู่ใกล้ๆยืนฟังอย่างตั้งใจ " ผู้หญิงคนนี้ที่เราพูดถึงคือใคร "
แองกัสสั่นสะท้านไปทั้งกระดูกสันหลัง คำพูดของเขาพึมพำออกมาด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง " คุณเองก็รู้จักเธอ ใช่... รู้จักดีทีเดียว
ความตั้งใจของเธอคือการปกครองด้วยอำนาจ เธอปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ใช่... ใช่... และเธอจะทำสำเร็จ "
ครั้นสิ้นประโยค แม่มดดำก็ปรากฏตัว เธอใช้มือทั้งสองข้างจับขานกฮูกสีขาวของเธอ ลอยมาจากอากาศและะโลงอย่างสวยงาม
แม่มดดำ โอเซสตร้า คาวัลโล่ หญิงวัย 33 ปี อายุ 2,466 ปี สวมชุดแม่มดดำแบบเปิดไหล่ เส้นผมยาวสีดำม้วนปลายผมให้เป็เกลียวทั้งสองด้าน
" เกิดเื่ใหญ่แล้ว " โอเซสตร้าพูด " ฟังให้ดีนะ พลังแห่งความตายเปลี่ยนมือแล้ว ตอนนี้มันเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน "
แม่มดดำ โอเซสตร้า คาวัลโล่ ละเลยการประชุมมาตลอด 2 พันปี เนื่องจากหน้าที่ของเธอคือการควบคุมอารมณ์ไม่ให้คล้อยตามต่อพลังแห่งความตาย เธอถูกสวมบทบาทให้เป็ตัวร้าย
แต่เพราะความเสียสละและความอดทน ทำให้เธอเลือกปิดกั้นตัวเอง ขังตัวเองจากโลกภายนอก โลกนี้จึงสงบสุขตลอดมา
แองกัสอ้าปากค้าง “ มันไปอยู่กับแม่มดคนที่ 5 ”
นอร์ดิคผงะหลังจากรู้ว่าพลังแห่งความตายเปลี่ยนมือ" เธอแน่ใจนะ "
โอเซสตร้าพยักหน้าอย่างขรึมๆ
แองกัสหยุดครู่หนึ่ง มีภาพอนาคตแทรกเข้ามาอีกแล้ว
ภาพที่เขาเห็นอนาคตไม่ต่อเนื่อง และภาพที่เขาเห็นคือภาพเดียวกับที่แม่มดม่วงเห็น ซึ่งเธอกำลังใกล้จะถึงนี่แล้ว "ไม่! เธอกำลังมาถึงนี่แล้ว จำไว้ -- อย่าเอ่ยชื่อเธอ "
ในขณะที่การสนทนาของพวกเขาดำเนินต่อไปไม่นาน กลุ่มหมอกควันสีม่วงโทนดำทึบก็ได้ลอยมาเป็ดาวผีพุ่งใต้และพุ่งลงพื้นตรงแท่น ห่างจากที่พวกเขายืนอยู่ไม่กี่เมตร
นี่เป็วิธีการมาที่แปลกประหลาดที่สุดที่พวกเขาเคยเห็น ตามปกติแล้วพ่อมดแม่มดเหาะไม่ได้ และบินด้วยการเกาะเท้าของนกฮูก
การปรากฏตัวขอเธอทำให้ทุกคนใ พวกเขาพูดไม่ออกชั่วขณะ แต่ที่หนักที่สุดคือพ่อมดขาว
นอร์ดิครู้ว่าเธอคือใคร
เขาทำหน้าสับสนและไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น" ไม่จริงใชไหม -- เธอคือแม่มดอย่างงั้นเหรอ "
สักพักอีกาก็ออกมาจากเงาของเธอและเกาะที่ต้นไม้ยืนตายใกล้ๆ ที่นี่มีต้นไม้ยืนตาย 5 ต้นพอดี ทุกคนมองไปที่อีกาและรู้ว่านี่มันไม่ปกติ
" ประหลาดใจเหรอคะ ท่านพ่อมดขาว " เธอจีบชายกระโปรงและแนะนำตัว " ฉันเ้าหญิงเซเลสเต้ เบชาเมล ซิลเวอร์เมาท์ ปีนี้อายุ 18 ค่ะ -- ขอกล่าวทักทายพ่อมดน้ำเงิน พ่อมดเขียวและแม่มดดำ
ฉันได้ยินเื่ราวของพวกคุณจากอีกาของฉันแล้ว "
พ่อมดเขียวเริ่มพูดตะกุกตะกัก เขาชื่ออัลมัส ทอมฮอว์ค อายุ 65 ปี อายุจริง 3,333 ปี เป็พี่น้องฝาแฝดกับแองกัส ไพร์ม ต่างแค่สีชุดที่แยกความต่างระหว่างพวกเขา
ความสามารถของเขาคือการมองเห็นปริมาณของพลังเวทย์และความสามารถของพ่อมดแม่มด " เหลือเชื่อ นี่เธอพึ่งเป็แม่มดไม่ถึงหนึ่งปีใช่ไหม "
" เป็ตามนั้น -- ฉันรู้ว่าคุณสามารถทำอะไรได้
บอกฉันสิว่าคุณเห็นอะไรในตัวฉัน " เสียงของเ้าหญิงมีความอยากรู้อยากเห็น
พ่อมดเขียวไม่ตอบ ทางแองกัสกระวนกระวายใจ เขามองเห็นอนาคตอีกครั้ง เขาหันไปหาโอเซสตร้าและพูดเบาราวเสียงกระซิบ " เธอพาหนังสือเล่มนั้นมาด้วยใช่ไหม รีบหนีไปเดี๋ยวนี้ -- นาง้าหนังสือเล่มนั้น "
เซเลสเต้ได้ยินบทสนทนาและหันไปมองทั้งสอง" คุณก็รู้ว่าหนังสือเล่มนั้นไม่ใช่ของคุณใช่ไหม " ดวงตาของเธอเปล่งแสงสีม่วงเบาๆ เซเลสเต้กำลังใช้มนต์บางอย่างเพื่อทำให้แม่มดดำคล้อยตาม เธอยื่นมือออกไปและพูดว่า " ส่งมาให้ฉัน -- คิงดูล "
แม่มดดำหยิบหนังสือเล่มสีดำปกหนาออกมาจากด้านหลัง ซึ่งเหน็บไว้กับเข็มขัด
มันคือหนังสือเล่มสีดำหนา ถูกบันทึกไว้โดยเผ่าเซราฟิมในอดีต
พวกเขาคือผู้ปกครองนั่งอยู่บนจุดสูงสุด ได้รับความเคารพนับถือจากผู้คน
เซราฟิมถูกมองว่าเกือบจะคงกระพันเนื่องจากพลังและความแข็งแกร่งอันมหาศาล
หน้าปกมีรูปร่างของมนุษย์นูนออกมา ซึ่งลักษณะคล้ายมนุษย์ในหลายๆ ด้าน มีความแตกต่างทางกายภาพที่แตกต่างกันเล็กน้อย
สีผมของพวกมันมีั้แ่สีทองสว่างโทนสีแดงเพลิง และมีปีกสีขาวขนาดใหญ่ที่ทำให้พวกเขาบินได้
ด้านในมีมนต์ของเผ่าเซราฟิมบันทึกเอาไว้ทั้งหมด และหนังสือเล่มนี้ก็ทำลายไม่ได้
แองกัสสงสัย เขารีบคว้ามือของโอเซสตร้า " ไม่ " แต่โอเซสตร้าถูกมนต์ของแม่มดม่วงครอบงำ การคลายมนต์ด้วยวิธีนั้นจึงไม่ได้ผล
พ่อมดขาวนอร์ดิคจึงรีบเดินเข้ามาห้ามและใช้มนต์ของเขาคลายมนต์ของเซเลสเต้
" นี่ฉันเป็อะไร " โอเซสตร้ารู้ตัวในที่สุด เธอใที่มือข้างหนึ่งกำลังทำท่ายื่นหนังสือไปทางเ้าหญิง
" เราโชคดีที่มีพ่อมดขาวอยู่ที่นี่ " พ่อมดเขียวรีบเข้ามา พลังของพ่อมดขาวคือการฟื้นฟูและรักษา " พลังของแม่มดม่วงยิ่งใหญ่มาก คาดว่า 1 วันที่ผ่านไปของเธอจะทำให้เธอมีพลังเวทย์เพิ่มขึ้น100ปี ตอนนี้เธอมีพลังเวทย์เทียบเท่า 20,000 ปีเข้าไปแล้ว "
พลังเวทย์ของพ่อมดแม่มดจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนปี และสิ่งที่พ่อมดเขียวเห็นในตัวของเซเลสเต้นั้นยิ่งใหญ่มาก
เหล่าพ่อมดสบตากันด้วยความกระวนกระวายใจ พยายามรักษาใบหน้าของตนให้ดีที่สุด แต่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขาสี่คนได้มายืนอยู่ในจุดเดียวกัน ที่เป็ฝั่งตรงข้ามกับเซเลสเต้พอดี
แองกัสมองนกฮูกของตัวเองที่เกาะอยู่บนต้นไม้แห้งตายอีกต้น " พาเธอหนีไป พาแม่มดดำหนีไปให้ไกลจากที่นี่ " จากนั้นเขาก็หันไปทางแม่มดดำ " ไปให้ใกล้ที่สุด นาง้าหนังสือเล่มนั้น "
นกฮูกของแองกัสบินมาและโฉบเข้าที่ไหล่ด้านขวา ส่วนนกฮูกของแม่มดดำก็บินมาจับที่ไหล่ด้านซ้าย แล้วพาเธอหนีไป
รอยยิ้มของเ้าหญิงหมองลงเล็กน้อย เธอสั่งอีกา " ไปจับตัวแม่มดดำ " อีกาพุ่งออกไปด้วยแรงถีบที่ทรงพลัง นกฮูกของพ่อมดทั้งสองที่เหลือรีบเข้าขวาง เกิดการต่อสู้บนอากาสระหว่างอีกาและนกฮูก
เซเลสเต้มองเห็นแล้วรู้สึกขัดหูขัดตา
" ไม่ใช่เื่ของพวกคุณ อย่าเข้ามายุ่งได้ไหม " เธอปรบมือครั้งหนึ่ง หมอกสีดำถูกะเิออกมาจากมืดและพุ่งเข้าใส่พ่อมดขาว พ่อมดเขียวและพ่อมดน้ำเงิน " พวกคุณไม่มีมนต์สำหรับโจมตีสักคน ทำไมฉันจะไม่รู้
มีแค่ฉันกับแม่มดดำเท่านั้นที่มี "
หมอกสีดำตรงเข้าตรึงร่างกายของพวกเขาทั้งสามอย่างง่ายดายและล็อคลอยขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย
หมอกสีดำรัดพวกเขาราวกับเถาวัลย์ที่เหนียวแน่นจนขยับไม่ได้ บางส่วนไหลเข้าปากและจมูกเพื่อพื้นที่อวัยวะภายใน
" อย่าคิดจะทำอะไรโง่ๆ ไม่งั้นฉันฆ่าพวกคุณแน่ " เซเลสเต้ขู่และน้ำเสียงนั้นเอาจริง
แองกัสรู้อนาคตบางส่วนที่โหดร้ายจึงฝืนยิ้มและเอ่ยขึ้น " เธอไม่กล้าหรอก " เขาหัวเราะเบาๆ เซเลสเต้หันมาและเดินตรงมา " คิงดูลเล่มนั้น -- เธอต้องให้เรามีชีวิตเพื่อชิงพลัง โดยใช้มนต์จากคิงดูลถูกไหม "
" หึ " เธอแสยะยิ้ม ไม่ยอมตอบใดๆ จากนั้นก็ปรบมืออีกครั้ง " หมอกที่เข้าไปในร่างกายพวกคุณจะทำให้พวกคุณใช้มนต์ไม่ได้ -- นอกจากคนที่มีพลังอำนาจยิ่งกว่าฉันเท่านั้น "
ระหว่างนั้นนกฮูกสองตนที่ต่อสู้ขัดขวางการไล่ตามของอีกาได้ร่วงลงพื้นดังตุบ ร่างกายโทรมไปด้วยาแ รอยเืกระจายทั่วตัว หัวใจของพ่อมดขาวและพ่อมดเขียวเต้นแรงด้วยความกังวล
แต่พวกเขาก็โล่งใจด้วยเช่นกันที่ได้พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเซเลสเต้และถ่วงเวลาจนสำเร็จ
" ทำอะไรไม่เกิดประโยชน์กันจริงๆ " เซเลสเต้อุทานออกมา
จากนั้นหมอกสีดำที่คลุมร่างกายของเหล่าพ่อมดก็เริ่มเคลื่อนไหว มันได้พาพวกเขาตามเซเลสเต้กลับไปที่ปราสาท