บทที่ 1 1980
ด้วยความรู้สึกหนาวทำให้มู่หยางที่กำลังนอนฝันดีอยู่บนเตียง ยันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น ก่อนที่เขาจะเอี้ยวตัวไปทางด้านซ้ายเพื่อคลำหารีโมทแอร์ที่วางตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง แต่สิ่งที่มือเขาััไปถูกนั้นกลับเป็พื้นปูนที่เย็นเฉียบ
มู่หยางชักมือกลับด้วยอาการใ อาการครึ่งหลังครึ่งตื่นที่เป็อยู่หายไปปลิดทิ้ง และเมื่อปรับสายตาให้ชินกับความมืดได้แล้ว เขารีบยันกายลุกขึ้น ค่อยๆ ใช้มือคลำทางไปในความมืด เพื่อจะเดินไปเปิดสวิทซ์ไฟที่อยู่ข้างประตูห้องนอน
“เตี่ยเตี่ยหนูทำแบบนี้ถูกรึเปล่าค่ะ”
“ถูกค่ะ เป็หมั่นโถวที่สวยมากถิงถิงตัวน้อย”
เสียงสนทนาที่ด้านนอกทำให้คนที่กำลังคลำหาสวิทซ์ไฟอย่างเอาเป็เอาตายอยู่นั้นต้องหยุดชะงัดมือ เพราะมู่หยางคุ้นเคยกับเ้าของสองเสียงนี้ดีเสียงสามีและลูกสาวที่เสียชีวิตไปแล้วของเขาเอง แต่มันจะเป็ไปได้ยังไงในเมื่อสามีและลูกสาวเขาเสียไปนานหลายสิบปีแล้ว
นอกจากจะลองพิสูจน์ดู
มู่หยางใช้มือที่สั่นเทาผลักบานประตูให้เปิดออก แสงสว่างที่มาจากเทียนหลายเล่ม ทำให้มองเห็นร่างของคนสองคน ที่อยู่ด้านหลังประตูอย่างชัดเจน เขานิ่งอึ้งเล็กน้อยก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าไปรวบสองคนนั้นเข้ามากอดแน่นพร้อมปล่อยโฮออกมา
ต่อให้สิ่งนี้เป็เพียงแค่ภาพความฝัน เขาก็อยากจะอยู่กับมันให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็ได้
“มู่หยางปล่อยก่อนครับผมหายใจไม่ออก” เทียนอี้ร้องบอกภรรยาที่ตอนนี้กอดเขาแน่นเกินไปแล้ว
“ป๊ะป๋าปล่อยหนูลงก่อนหนูจะแบนแล้ว” ถิงถิงตัวน้อยที่อยู่ตรงกลางระหว่างกอดของผู้ใหม่ร่างั์ทั้งสองร้องบอก
“ไม่ ไม่ปล่อยเด็ดขาด” เพราะถ้าเขาปล่อยแล้วตื่นขึ้นจากฝันเขาไม่เอาเด็ดขาด
.
.
.
“วันนี้มีเื่ดีๆ อะไรเกิดขึ้นกับแกหรอ ยิ้มกว้างมาแต่ไกลเชียว” หวงเฟยเอ่ยทักคนที่เดินยิ้มกว้างให้เห็นมาแต่ไกล
“ก็เพราะวันนี้เป็วันที่ผมมีความสุขมากๆ ไงครับลุงหวง ขอเทียนจำนวน 5 เล่มให้ผมด้วยนะครับลุง”
หวงเฟยที่กำลังจะชี้หน้าด่าคนตรงหน้าเหมือนอย่างเคยต้องหยุดชะงักมือก่อนจะถามออกไปว่า “แกไม่ได้มาซื้อเหล้าหรอ”
เพราะวันไหนที่หลานชายคนนี้เดินมาร้านเขา แสดงว่าวันนั้นต้องมาซื้อเหล้าอย่างแน่นอน
แต่วันนี้มาแปลก
“ผมว่าจะเลิกแล้วครับลุงหวง” เหล้าเป็ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเขาในอดีตต้องสูญเสียครอบครัวและหน้าที่การงานที่ดีไป และในเมื่อเขามีโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง เหล้าคือตัวเลือกแรกในชีวิตที่เขาเลือกจะเขี่ยมันทิ้งไป
หวงเฟยนิ่งช็อกไปเมื่อได้ยินคำตอบ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างออกมา ยื่นมือไปตบไหลคนตรงหน้า พร้อมกับพูดคำว่า ดีแล้วๆ ออกมาซ้ำๆ
มู่หยางมองไปที่ชายหน้าตาดุดันที่มีศักดิ์เป็ลุงแท้ๆ ของเขา ในความทรงจำในอดีต ชายคนนี้คือคนที่เขาเกลียดชังมากที่สุด ส่วนสาเหตุของความเกลียดชังนั้นก็เกิดจากการที่ไม่ยอมขายเหล้าให้เขา แต่มักจะดุด่าว่ากล่าวเื่การชอบกินเหล้าของเขาอยู่เป็ประจำ
แต่ก็เป็ชายคนนี้อีกนี้แหละที่คอยปลอบ คอยช่วยเหลือ หลังจากที่เขาสูญเสียสามีและลูกสาว จากโรคขาดสารอาหารในปี 1982
“ทำไมถึงมีของเยอะแยะขนาดนี้ครับลุงหวง ผมซื้อแค่เทียนเองนั้น” มู่หยางมองถุงกระดาษหลายใบที่ถูกยืนส่งมาให้
“รับไปเถอะ ถือชะว่าเป็ของรางวัลที่จะเลิกเหล้า” แต่ถ้าไอ้หลานชายตัวดีคนนี้พูดโกหกเขาหละก็ เขาจะตามไปเช็คบิลถึงบ้านแน่นอน
หลังจากที่เขาตบตีกับผู้เป็ลุงอยู่นานในท้ายที่สุดมู่หยางก็กลับบ้านมาพร้อมถุงกระดาษหลายใบอยู่ดี
และหลังจากอธิบายที่มาของถุงกระดาษที่เขาหิ้วกลับมาบ้านให้ผู้เป็สามีได้เข้าใจ ทานมื้อเที่ยงที่แสนสุขพร้อมส่งสามีและลูกสาวเข้านอนกลางวันเสร็จสรรพมู่หยางก็ได้เริ่มเดินสำรวจภายในบ้านที่ครั้งในอดีต มันเคยเป็สถานที่ที่เขาทั้งรักทั้งเกลียดในเวลาเดียวกัน
1974 เป็ปีที่เขาได้แต่งงานกับสามีและได้รับบ้านหลังนี้จากคุณปู่ของเทียนอี้เป็ของขวัญวันแต่งงาน ชีวิตดั่งเทพนิยายของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นที่นี้และดำเนินอยู่นานหลายปี แต่แล้วจุดพลิกผันของชีวิตก็ได้มาเยือน เมื่อสามีเขาเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการทำงานจนได้รับาเ็สาหัสที่ขาทั้งสองข้าง ทำให้ต้องใช้เงินเก็บทั้งหมดไปกับการรักษา
เมื่อเสาหลักในครอบครัวอย่างเทียนอี้ไม่สามารถออกไปทำงานได้ เนื่องจากการเดินที่ไม่คล่องตัว ต้องใช้ไม้เท้าในการช่วยเดินอยู่ตลอดเวลา ทำให้หน้าที่ในการหาเงินเข้าบ้านตกอยู่ที่เขา ความเครียดจากงานและความกดดันในเื่ค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้น
ทำให้ตัวเขาหันไปพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่าเหล้า เริ่มแรกเขาใช้เหล้ากินเพื่อช่วยผ่อนคลาย ก่อนที่นานวันเข้าเหล้าจะเป็สิ่งที่เขาขาดไม่ได้ และก่อนจะฉุกคิดถึงโทษของมันขึ้นมาได้ เขาก็สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่เรียกว่า ครอบครัว ไปแล้วตลอดกาล
มู่หยางเดินออกมาข้างนอกลานกลางบ้าน ก่อนจะกางแขนออกกว้างเงยหน้าขึ้นมองฟ้า พร้อมกับร้องะโออกมาว่า ฉันกลับมาแล้วปี 1980